บีโอไอเร่งลงทุน 6 แสนล้าน หวังดันลงทุนภาคเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บีโอไอเร่งลงทุน 6 แสนล้าน หวังดันลงทุนภาคเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ม.ค. 2559 08:01
431 ครั้ง


บีโอไอจี้ 1,600 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 6 แสนล้านบาท เร่งลงทุนในปีนี้ คาดได้มูลค่าลงทุนจริงที่ชัดเจนในสัปดาห์หน้า มั่นใจการลงทุนภาคเอกชนยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ระบุ เตรียมแยกนโยบายส่งเสริมนักลงทุนไทยให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ เน้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แปรรูปเกษตร มุ่งผลักดันผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจทั่วประเทศ

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ ว่า บีโอไอจะเร่งรัดโครงการที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้เร่งลงทุนให้เร็วที่สุด จากการประเมินพบว่าระหว่างปี 57-58 มีโครงการที่เข้าข่ายจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่ม หากลงทุนตั้งโรงงานและดำเนินการผลิตได้ทันในปี 60 ตามนโยบายส่งเสริมล่าสุดของรัฐบาล ซึ่งโครงการที่เข้าข่ายตามนโยบายส่งเสริมใหม่นี้มี 1,600 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 600,000 ล้านบาท กระจายไปทั่วทุกอุตสาหกรรม ซึ่งได้ดำเนินการติดต่อสอบถามผู้ประกอบการเหล่านี้ และในสัปดาห์หน้าก็จะได้ตัวเลขที่ชัดเจนว่าในจำนวนนี้จะมีการลงทุนจริงและเปิดดำเนินกิจการได้ภายในปี 59-60 กี่โครงการและมูลค่าการลงทุนเท่าไร
“โดยทั่วไปแต่ละปีจะมีการลงทุนจริงๆประมาณ 500,000 ล้านบาท ซึ่งหากเร่งรัดให้ผู้ที่ได้รับการอนุมัติทั้ง 1,600 โครงการเร่งลงทุนได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด ก็จะทำให้ตัวเลขการลงทุนจริงสูงกว่าที่ผ่านมา ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะได้ผลสรุปที่ชัดเจนว่าในปีนี้จะมียอดการลงทุนจริงเท่าไร”

นางหิรัญญากล่าวต่อว่า บีโอไอ มีแผนที่จะแยกนโยบายให้การส่งเสริมนักลงทุนของประเทศไทยออกมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งส่งเสริมให้นักลงทุนในท้องถิ่นขยายการลงทุนเพิ่ม และเกิดธุรกิจใหม่ๆ เนื่องจากผู้ประกอบการไทยเหล่านี้ มีมูลค่าโครงการลงทุนน้อยกว่าการลงทุนของต่างชาติ และความพร้อมในด้านต่างๆที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมีแผนในการส่งเสริมอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น ในธุรกิจท่องเที่ยวกำหนดให้ต้องมีวงเงินไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไปจึงจะได้รับการส่งเสริมฯ ซึ่งในวงเงินลงทุนนี้อาจจะมากเกินไปสำหรับนักธุรกิจท้องถิ่น จึงจะปรับลดวงเงินการลงทุน และเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับคนไทย ส่วนโครงการที่จะส่งเสริมจะเน้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และแปรรูปการเกษตร เพื่อให้ชุมชนในท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากการลงทุนสูงสุด ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน มี.ค.นี้

นอกจากนี้ บีโอไอจะพิจารณาออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนใน 3 คลัสเตอร์ใหม่ ได้แก่ คลัสเตอร์หุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม คลัสเตอร์เมดิคัลฮับ ที่ประกอบด้วยการส่งเสริมธุรกิจบริการทางการแพทย์ทุกด้าน การผลิตอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ และการวิจัยผลิตยา และคลัสเตอร์ชิ้นส่วนอากาศยานและการซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยจะให้สิทธิประโยชน์มากน้อยแล้วแต่ประเภทของกิจการ ซึ่งจะได้ข้อสรุปภายใน 3 เดือนข้างหน้า รวมทั้งจะประเมินสถานการณ์การลงทุนจากต่างประเทศจากสถานการณ์ล่าสุดอีกครั้ง เพื่อกำหนดเป้าหมายการลงทุนต่างชาติที่ชัดเจน และปรับเปลี่ยนแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์

นางหิรัญญา กล่าวว่า ในส่วนของยอดคำขอรับการส่งเสริมสะสมตั้งแต่ปี 57-58 มีมูลค่าการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกัน ก็มีการทยอยขอรับคืนคำขออนุมัติไปแล้วมูลค่ากว่า 2,000 โครงการ คงเหลือยอดคำขอบีโอไอ ประมาณ 2 ล้านล้านบาท ที่จะทยอยอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนต่อปี ซึ่งโครงการที่คืนคำขอไปนี้ส่วนใหญ่ขาดความพร้อมในการดำเนินการ แต่เข้ามายื่นขอเพื่อรักษาสิทธิส่งเสริมการลงทุนในนโยบายการส่งเสริมเดิม

นอกจากนี้ บีโอไอ จะเร่งเดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจกับนักลงทุน ถึงนโยบายและมาตรการสำคัญต่างๆในการส่งเสริมการลงทุนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นโดยตั้งแต่เดือน ม.ค.นี้ กำหนดจะเริ่มเดินสายชักจูงการลงทุนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึงจัดกิจกรรมพบปะนักลงทุนในต่างประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุนตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นสำคัญในการจัดกิจกรรม จะเน้นสร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะการให้ข้อมูลรายละเอียดของนโยบาย ที่จะสิ้นสุดการให้ส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ ได้แก่ มาตรการเร่งรัดการลงทุน ซึ่งเปิดให้ภาคเอกชนที่สนใจ ต้องยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในเดือน มิ.ย.59 เช่นเดียวกับการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนใน 6 กิจการเป้าหมายในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่จะต้องยื่นภายใน มิ.ย. ด้านนโยบายส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ จะต้องยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายใน 30 ธ.ค.นี้ “ปีนี้บีโอไอจะเน้นกระตุ้นให้นักลงทุนเร่งตัดสินใจลงทุนตามนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากมีบางส่วนที่ภาคเอกชนต้องรีบตัดสินใจเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น มั่นใจว่าหากนักธุรกิจลงทุนตามนโยบายต่างๆ นอกจากจะช่วยผลักดันให้การลงทุนปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดว่าจะมีมูลค่าขอรับส่งเสริมการลงทุนอยู่ที่ 450,000 ล้านบาทแล้ว การลงทุนภาคเอกชนยังจะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมาก”

สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีที่ผ่านมา มีโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนคิดเป็นมูลค่ารวม 800,000 ล้านบาท ซึ่งได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในหลายด้าน เช่น เพิ่มการจ้างงานแรงงานไทย 183,000 คน เกิดการใช้วัตถุดิบในประเทศมูลค่า 781,000 ล้านบาทต่อปี และสร้างรายได้จากการส่งออก 1.16 ล้านล้านบาทต่อปี.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    92.9%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    7.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement