ดีเอสไอทลาย บ.แชร์ลูกโซ่ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ดีเอสไอทลาย บ.แชร์ลูกโซ่

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ม.ค. 2559 06:15
5,520 ครั้ง


รวบผู้บริหารตุ๋น2พันล้านบ.

ดีเอสไอบุกจับผู้บริหารแชร์ลูกโซ่ไนน์ท๊อปอัพ เปิดบริษัททำธุรกิจเคาน์เตอร์เซอร์วิส รับสมัครสมาชิกหลายระดับ เสียเงินตั้งแต่ 1,500-12,500 บาท จนมีสมาชิกถึง 4 หมื่นคน แต่ช่วงหลังเหยื่อบางส่วนเริ่มไหวตัวเข้าร้องเรียนดีเอสไอจนปิดบริษัทหนี แล้วมาเปิดบริษัทใหม่ทำธุรกิจแบบเดิม จนท.บุกค้นพบ 1 ใน 4 ผู้บริหารบริษัทเก่าอยู่ โชว์หมายจับแจ้งข้อหาดำเนินคดีคาบริษัทใหม่ อ้างไม่ได้เป็นแชร์ลูกโซ่ สมาชิกบางส่วนเข้าใจผิดเอง แฉอายัดทรัพย์สินและเงินในบัญชีที่ตามพบแล้วกว่า 200 ล้านบาท ส่วนความเสียหายรวมสูงถึง 2 พันล้านบาท

ดีเอสไอบุกจับผู้บริหารบริษัทแชร์ลูกโซ่รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 12 ม.ค. พ.ต.ท.สุริยา สิงหกมล ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมกำลังตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 19/68-69 ถนนโยธาธิการคูคต-คลองหลวง ต.คลองสามวา อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเป็นบริษัทออริจินอล เน็ทเวิร์ค จำกัด (Original network) พบเป็นอาคารสูง 4 ชั้น 2 คูหา ชั้น 1 กำลังปรับปรุงต่อเติม ชั้น 2-3 เป็นออฟฟิศ ส่วนชั้น 4 เป็นห้องสัมมนา ไปถึงนายมนตรี หรือจอมพงษ์ มณีวงศ์ หนึ่งในกรรมการบริหารบริษัท ออกมาพบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับนายมนตรี ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ก่อนขึ้นไปสอบสวนเบื้องต้นที่ห้องสัมมนาชั้น 4

นายมนตรีกล่าวว่า ตนเป็น 1 ใน 4 ของผู้บริหาร บริษัทไนน์ ท๊อปอัพ จำกัด (9Topup) เปิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทำธุรกิจเคาน์เตอร์เซอร์วิส ขายสินค้า ชำระค่าสินค้า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ไปจนถึงเติมเงิน โทรศัพท์ทางออนไลน์ รับสมัครสมาชิกแบบแฟรนไชส์เสียค่าสมัครรายละ 1,500-12,500 บาท มีสมาชิกประมาณ 40,000 ราย ปันผลกำไรให้สมาชิกตั้งแต่ 1-5% ต่อมาบริษัทไนน์ ท๊อปอัพฯเกิดปัญหาภายในระบบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ ผู้บริหารอีก 3 คนก็ไม่รู้หายไปไหน เมื่อเดือน ต.ค.58 ตนจึงมาเปิดบริษัทออริจินอล เน็ทเวิร์คฯ และโอนย้ายสมาชิกมาบริษัทใหม่ เพื่อเป็นการเยียวยาและให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ปัจจุบันมีสมาชิกเก่าประมาณ 30,000 ราย สมาชิกใหม่ 10,000 ราย ส่วนสมาชิกเก่าอีกประมาณ 10,000 ราย ยังไม่ยอมกลับมาเข้าระบบ รวมทั้งเข้าใจผิดว่า บริษัทโกงสมาชิก ยืนยันว่าไม่ได้เป็นแชร์ลูกโซ่ ปัจจุบันบริษัทออริจินอล เน็ทเวิร์คฯรอใบอนุญาตประกอบธุรกิจจาก สคบ.อยู่

ด้าน พ.ต.ท.สุริยะ สิงหกมล กล่าวว่า ประมาณ ต.ค.58 มีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับดีเอสไอว่า ถูกบริษัทไนน์ ท๊อปอัพ จำกัด หลอกลวงให้ลงทุน อ้างว่าให้ผลตอบสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ดีเอสไอจึงรับเป็นคดีพิเศษ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ สั่งการให้สำนักคดีอาญา 1 เข้าไปตรวจสอบจนพบว่ามีพยานหลักฐานเชื่อว่า บริษัท เป็นแชร์ลูกโซ่เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน สร้างความเสียหายแก่สมาชิกวงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท ก่อนปิดตัวลงเมื่อปลายเดือน ต.ค.58 และกลุ่มผู้บริหารชุดเก่ามาเปิดบริษัทออริจินอล เน็ทเวิร์ค จำกัด ดีเอสไอจึงตามมาตรวจค้น

พ.ต.ท.สุริยะเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้ดีเอสไอขอหมายจับผู้บริหารบริษัทไนน์ ท๊อปอัพ จำกัด 4 คน ประกอบด้วย 1.นายสิทธิไกร ตลับนาค หมายจับเลขที่ 51/2559 ลงวันที่ 11 ม.ค.59 ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน 2.นายไตรทศ สื่อจินดาภรณ์ หมายจับเลขที่ 52/2559 ลงวันที่ 11 ม.ค.59 ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน 3.นายมนตรี หรือจอมพงษ์ มณีวงศ์ หมายจับเลขที่ 53/2559 ลงวันที่ 11 ม.ค.59 ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ4.นายธรรมรัตน์ มงคลบวรรัตน์ หมายจับเลขที่ 54/2559 ลงวันที่ 11 ม.ค.59 ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

“ขณะนี้ดีเอสไออายัดทรัพย์ของกลุ่มผู้บริหารทั้ง 4 ราย อาทิ ที่ดิน 60 ไร่ พร้อมรีสอร์ต อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่ดิน เปล่าใน อ.วังม่วง จ.ลพบุรี ที่ดิน 6 ไร่พร้อมสิ่งปลูกสร้างใน อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี มูลค่า 20 ล้านบาท เงินในบัญชีจำนวนหนึ่ง รถยนต์ที่จะมอบให้สมาชิก 20 คัน รวมถึงรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 300 สีดำ ทะเบียน 4 กล 6051 กรุงเทพมหานคร ราคา 4 ล้านบาท 1 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สินที่อายัด ไว้กว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนบริษัทไนน์ ท๊อปอัพ ทำผิดแผนธุรกิจจากที่ยื่นต่อ สคบ. มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนบริษัท ออริจินอล เน็ทเวิร์ค ยังไม่ได้กระทำผิดไปจากแผนธุรกิจ แต่ดีเอสไอจับตาดูอยู่ นอกจากนี้ ในส่วนผู้บริหารอีก 3 คน ที่หลบหนีไปขณะนี้ติดต่อขอมอบตัวแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุวันและเวลาที่แน่ชัด เบื้องต้นนำตัวนายมนตรี หรือจอมพงษ์ มณีวงศ์ ไปสอบปากคำพร้อมแจ้งข้อหาตามหมายจับต่อไป” พ.ต.ท.สุริยากล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    15.2%
  • ไม่ชอบ
    7.6%
  • สนุก
    4.5%
  • ประหลาดใจ
    1.5%
  • เสียใจ
    6.1%
  • ให้กำลังใจ
    65.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement