'ซิโก้' กร้าว! พร้อมหักด่าน 'ซาอุฯ' นัดเปิดหัวปรีโอลิมปิก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'ซิโก้' กร้าว! พร้อมหักด่าน 'ซาอุฯ' นัดเปิดหัวปรีโอลิมปิก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2559 23:29
10,397 ครั้ง


"ซิโก้" ย้ำพร้อมใช้เวทีในการแข่งขันครั้งนี้เพื่อแสดงศักยภาพ และยกระดับขีดความสามารถทัพ "ช้างศึก" ให้ก้าวเข้าใกล้กับทีมในระดับแถวหน้าของเอเชีย ขณะที่กุนซือทัพซาอุฯ เผยไม่เคยประมาททีมชาติไทย แต่เชื่อว่าจะสามารถเอาชนะได้ในการพบกันเกมแรก...


เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ได้มีการจัดแถลงข่าวความพร้อมก่อนแมตช์การแข่งขัน กลุ่ม บี ในวันที่พุธ 13 มกราคม โดยมีกุนซือทั้ง 4 ชาติร่วมสายเข้าแถลงข่าวกันอย่างพร้อมหน้า ประกอบด้วย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย, แอนดรี คอสเตอร์ กุนซือซาอุดีอาระเบีย, มาโกโตะ เทกุระโมริ กุนซือญี่ปุ่น และ รา ปอง จี  กุนซือเกาหลีหนือ ซึ่งบรรยากาศได้มีสื่อมวลชนจากชาติที่ร่วมสายมาร่วมแถลงอย่างพร้อมหน้า

โดยในการแถลงข่าวทาง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าสตาฟฟ์โค้ชของไทย ได้กล่าวว่า ตนเองพร้อมที่จะพบกับชั้นนำของเอเชีย แม้ว่าการมาทำศึกครั้งนี้ทีมอื่นอาจจะรู้จักทีมชาติไทยค่อนข้างน้อย  แต่ก็พร้อมที่จะต่อกรอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้รู้ว่า ทีมชาติไทยก็มีฝีเท้าที่ดีและยกระดับเข้ามาใกล้แถวหน้าของเอเชียให้มากขึ้น รวมถึงการมาครั้งนี้ของไทย มีเป้าหมายเหมือนทุกรายการที่ลงเล่นคือ การประสบความสำเร็จและไม่กลัวชาติใด แม้ว่าชาติอื่นจะมีความสามารถและประสบการณ์ที่เหนือกว่า และผู้เล่นส่วนใหญ่ของแต่ละชาติ ต่างติดชุดใหญ่ไปแล้ว แต่โดนส่วนตัวมั่นใจว่าหากผ่านรอบนี้ไปได้ ก็จะสามารถทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ 

ขณะที่ แอนดรี คอสเตอร์ กุนซือของทีมซาอุดิอาระเบีย ได้พูดถึงการพบกับไทยในเกมแรกวันพุธนี้ว่า เรามาอยู่ในกลุ่มที่ยอดเยี่ยม มีแต่ทีมที่แข็งแกร่ง และมั่นใจจะพาซาอุดีอาระเบีย ไป ริโอ เดอ จาเนโร ได้อย่างแน่นอน รวมถึงมั่นใจว่าจะสามารถมีผลงานที่ดีในเกมแรกกับทีมชาติไทย เชื่อว่าเรามีศักยภาพที่ดีพอที่จะเอาชนะได้ และจะแสดงให้เห็นว่าทีมเลือดใหม่ของซาอุดีอาระเบียเป็นอย่างไร ซึ่งทีมของเราจะพยายามมองการแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบเกมต่อเกม 

นอกจากนี้ กุนซือแดนเศรษฐีน้ำมัน ยังกล่าวกับสื่อของประเทศซาอุดีอาระเบียอีกว่า “ใครก็ตามที่จะได้ไปโอลิมปิกจะต้องไม่มองไปที่ชื่อชั้นของทีม แต่จะต้องเตรียมทีมให้ดีที่สุด และควรเคารพทุกทีม ซึ่งเราจะให้เกียรติคู่แข่งทุกทีมเท่าๆ กัน และจะเล่นให้ดีที่สุดไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นทีมใด"

ส่วนกุนซือทัพซามูไรอย่าง มาโกโตะ เทกุระโมริ เทรนเนอร์ทีมชาติญี่ปุ่นได้กล่าวว่า เราสร้างทีมชุดนี้มาสำหรับ โอลิมปิกโดยเฉพาะ และนี่คือนักเตะสายเลือดใหม่ เป้าหมายของญี่ปุ่นไม่มีอย่างอื่นนอกจากต้องคว้าตั๋วไปโอลิมปิกให้ได้ ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นทีมใดก็ตาม 

ด้าน รา ปอง จี เฮดโค้ชทีมโสมแดงพูดถึงการแข่งขันนัดแรกที่จะพบญี่ปุ่นว่า ทีมมั่นใจสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ที่จะมาถึง คู่แข่งในสายไม่มีใครแข็งแกร่งหรืออ่อนไปกว่ากัน และทีมชาติเกาหลีเหนือก็มั่นใจว่าจะสามารถผ่านไปได้แน่

"ซิโก้" ติวเข้มลูกทีมอย่างขะมักเขม้น

และหลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น เอเอฟซี ได้มีการประกาศรายชื่อผู้เล่นที่ติดโทษแบน ในเกมที่จะลงสนามนัดแรก ปรากฏว่ามีข่าวดีสำหรับทีมชาติไทย เมื่อไม่มีนักเตะรายใดติดโทษแบนและสามารถที่จะลงสนามได้ครบทุกคน ขณะที่ทีมแข่งอย่าง ซาอุดีอาระเบีย ในเกมแรกจะไม่มี อาลี อับดุลอาซิ มิดฟิลด์ตัวหลักลงสนาม ขณะที่ผู้เล่นรายอื่นที่ติดโทษแบนในเกมแรกประกอบด้วย อัมเหม็ด วาลีด ฮุสเซ็น(อิรัก), จาง โอ๊ก โช(เกาหลีเหนือ), ฟัล ราชิด นาซีร์ อาเหม็ด(ยูเออี), ดิยอร์กอน ตูรานอฟ(อุซเบกิสถาน) และ กัง เฟ็ง(จีน)

ขณะเดียวกันทาง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย เผยอีกว่า การแข่งขันรายการนี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญเฉพาะกับทีมชาติไทยเท่านั้น แต่นักเตะไทยทุกคนตั้งความหวังกับทัวร์นาเมนต์นี้ไว้สูงมาก เพราะต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลไทย

"เรื่องเงินอัดฉีดเวลานี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะนักเตะทุกคนเดินทางมากาตาร์เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลไทยอยู่แล้ว ที่สำคัญนักเตะชุดนี้ต้องการโชว์ฟอร์มออกมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับเอเชีย เนื่องจากเป็นการเจอกับกลุ่มนักเตะที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เพราะฉะนั้นเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะการอัดฉีดไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับทีมชุดนี้ เชื่อว่าเมื่อทุกคนสร้างผลงานที่ดีหรือออกมาประทับใจ ก็ย่อมจะมีคนที่เห็นความดีความสามารถของนักเตะและทีมงานที่ทำงานกันอย่างหนักเอง" 

ขณะที่มีสื่อของทีมคู่แข่งซาอุดีอาระเบีย ได้สอบถาม "ซิโก้" เกี่ยวกับเสียงเชียร์ที่จะต้องเจอกันว่าหวั่นใจหรือไม่ เนื่องจากสนามที่มีความจุกว่า 13,000 คน และคาดว่าจะมีแฟนบอลซาอุดีอาระเบียมากันหนาตา เนื่องจากพรมแดนไม่ห่างจากประเทศกาตาร์ ทางกุนซือใหญ่ของไทยกล่าวตอบว่า ไม่ได้รู้สึกหวั่นใจอะไร เพราะนักเตะไทยผ่านการเล่นรวมตัวกันมาร่วมกว่า 2 ปี อีกทั้งผ่านเกมใหญ่มานับไม่ถ้วน รวมทั้งไทยลีกก็มีแฟนบอลเยอะ ดังนั้นไม่ได้หวั่นใจอะไร มั่นใจนักเตะไม่มีตื่นหรือกลัวเสียงเชียร์กดดันจากแฟนบอลฝั่งตรงข้ามแน่นอน 

ด้าน ทาคูมิ มินามิโนะ กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่น ชุดยู 23 ที่ปัจจุบันเล่นอยู่กับ เรดบลูส์ ซัลส์บวก ในลีกออสเตรีย และเคยติดทีมชาติญี่ปุ่น ชุดใหญ่ 1 นัด ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยว่าเมื่อปี 2014 สมัยที่เล่นอยู่กับ เซเรโซ โอซากา มีโอกาสได้เจอกับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งยอมรับว่าทีมจากประเทศไทย รวมถึงนักเตะไทย มีฝีเท้าที่ดีและแข็งแกร่ง  มีความเร็วแม้ว่ารูปร่างจะเล็กและมีความคล่องตัวสูง ประมาทไม่ได้รวมถึงเกมโต้กลับที่มีความอันตรายมาก นอกจากนั้นตนเองเคยได้ยินชื่อของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ มาบ้างถึงความเก่งกาจ ดังนั้นคิดว่า ญี่ปุ่น ไม่สามารถประมาททีมชาติไทยได้เลยในการแข่งขันครั้งนี้

ทัพช้างศึกลงฝึกซ้อมมื้อสุดท้ายก่อนลงดวล "ซาอุฯ"

ขณะเดียวกันสื่อมวลชนญี่ปุ่น ได้ให้ความสนใจกับทัพนักเตะ "ช้างศึก" มากเป็นพิเศษ โดยมีการพยายามสอบถามข้อมูลต่างๆ จากสื่อมวลชนไทย โดยเฉพาะ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์กัปตันทีม และ "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลางดาวรุ่ง เนื่องจากทั้งคู่เคยไปฝึกฟุตบอลที่ประเทศญี่ปุ่นรวมถึงทดสอบฝีเท้า โดย ชนาธิป เคยทดสอบฝีเท้ากับชิมิสุ เอส พัลส์ ส่วน วรชิต เพิ่งทดสอบฝีเท้ากับ เอฟซี โตเกียว เมื่อปลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งสื่อแดนปลาดิบยังได้เปิดเผยว่าพวกเขายังรู้จัก เจนรบ สำเภาดี กองหน้าพันธุ์แกร่งที่มีฟอร์มยอดเยี่ยมจากช่วงศึกซีเกมส์ ที่แม้จะอายุน้อยแต่ฟอร์มการเล่นค่อนข้างยอดเยี่ยม รวมถึง "เจ้าบาส" ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ตัวริมเส้นฝั่งขวาของไทย ที่เคยฝากฟอร์มที่ดีเอาไว้ในช่วงเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุดอีกด้วย

ส่วนการเตรียมความพร้อมของก่อนเกมนัดแรกนั้น ได้มีการทำการบ้านอย่างเต็มที่ นอกเหนือการฝึกซ้อมหนักมาตลอด ยังได้มีการเรียกนักเตะพร้อมสตาฟฟ์โค้ชทั้งหมดมารวมกันเพื่อเปิดวิดีโอของทีมคู่แข่งและศึกษา รวมถึงให้คำแนะนำไปพร้อมๆ กันว่า ใครจะต้องเจอกับนักเตะคนไหนของทีมคู่แข่ง เพื่อจะได้หาวิธีการรับมือได้ถูก อีกทั้งเพื่อจะได้ทำความเข้าใจวิธีการเล่นที่จะใช้ในเกมที่จะพบกันอีกด้วย

สำหรับทีมชาติไทยที่จะลงสนามประเดิมเกมแรกพบกับทีมซาอุดีอาระเบียนั้น ทาง "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ของทีมชาติไทยเผยว่า ในเกมแรกนั้นทีมชาติไทยของเราจะส่วนชุดสีแดงลงทำการแข่งขัน

“เราได้มีการตกลงกันแล้วว่า จะใส่สีแดงลงทำการแข่งขันนัดประเดิมสนามเนื่องจาก ต้องการสื่อให้เห็นว่าทุกคนที่ลงไปทำหน่าที่คือทำเพื่อชาติ เพราะสีแดงในธงไตรรงค์คือหมายถึงชาติ ซึ่งนักเตะทุกคนจะต้องลงไปทำหน้าที่เพื่อชาติ และสร้างเกียรติยศให้กับประเทศไทยในฐานะตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ"

"เมสซีเจ" ยังคงฝึกซ้อมอย่างเต็มที่หลังหายจากอาการป่วย

นอกจากนี้ “ซิโก้” ยังเผยเพิ่มเติมในส่วนของเรื่องตัวผู้เล่น 11 คนแรกอีกด้วยว่า ตอนนี้เราก็มีกันอยู่ในใจบ้างแล้ว รอเพียงการตัดสินใจอีกเล็กน้อยในบางตำแหน่งเท่านั้น เพื่อให้มีความลงตัวและพร้อมมากที่สุด

และสำหรับผู้ตัดสินจากประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ ประกอบด้วย ผู้ตัดสิน: โมฮัมเหม็ด อับดุลลา ฮัสซัน โมฮัมเหม็ด , ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ฮาเหม็ด อาเหม็ด อับดุลลา, โมฮาเหม็ด ฮะซัน อับดุลลา ,และผู้ตัดสินที่ 4 อิคจิส ทานทาสชีฟ จากอุซเบกิสถาน 

ทั้งนี้ จากการฝึกซ้อมและทดสอบการเล่นที่ผ่านมา คาดว่าผู้เล่นที่จะใช้ในเกมที่จะพบกับซาอุดีอาระเบียนั้น จะเป็นชุดล่าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งจะประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู สมพร ยศ , กองหลัง พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ทริสตอง โด, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สุรรณภัทร กิ่งแก้ว, กองกลาง ชญาวัตร ศรีนาวงศ์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ภิญโญ อินพินิจ, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และกองหน้า เจนรบ สำเภาดี  

ด้านความมั่นใจของนักเตะทีมชาติไทย เริ่มที่ “กัปตันเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้เผยถึงเกมนัดดังกล่าวว่า ตอนนี้สภาพความพร้อมของทีมถือว่าเต็มที่ทุกคนมีความกระหายที่จะลงสนามแล้ว ส่วนสภาพร่างกายตอนนี้ถือว่าพร้อมแล้วเต็มที่ และหวังที่จะช่วยทีมให้ได้รับชัยชนะในเกมแรกให้ได้ ขอแรงใจเชียร์จากแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศด้วย

ส่วน เจนรบ สำเภาดี กองหน้าพันธุ์แกร่งของทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ก็ได้กล่าวถึงเกมนัดแรกกับซาอุดีอาระเบียว่า ตนเองไม่เคยหวั่นใจ และพร้อมที่จะลงสนาม ส่วนสภาพร่างกายก็ไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ เลย ก็หวังที่จะเจาะตาข่ายให้ได้หากมีโอกาส.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    43.5%
  • ไม่ชอบ
    4.7%
  • สนุก
    0.3%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.7%
  • ให้กำลังใจ
    50.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement