คนดังเมืองสงขลา 'มิ้งค์ โรเช่' กะเทยสู้ชีวิต ทำทุกงานสุจริตที่ได้เงิน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คนดังเมืองสงขลา 'มิ้งค์ โรเช่' กะเทยสู้ชีวิต ทำทุกงานสุจริตที่ได้เงิน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2559 21:03
56,848 ครั้ง


'มิ้งค์ โรเช่' เด็กยากจนบ้านแตก ถูกทิ้งให้หาเงินเรียนเองตั้งแต่ 10 ขวบ ปากกัดตีนถีบ เรียนกลางวัน ทำงานกลางคืน จบ ม.6 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนอายุ 46 ปัจจุบันอาชีพช่างเสริมสวย ส่วนงานอดิเรกสร้างความสุข-เสียงหัวเราะให้คนในสงขลา

นายพศวีร์ อุตสาหะ หรือ 'มิ้งค์ โรเช่' กะเทยสู้ชีวิตวัย 46 ปี เด็กน้อยจากที่ราบสูง มีถิ่นกำเนิดใน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ พ่อ-แม่ แยกทางกันตั้งแต่ลืมตาดูโลก ถูกทิ้งให้อยู่กับ ตา-ยา ซึ่งมีอาชีพทำสวนหาเลี้ยงคนทั้งบ้าน ด้วยความที่ฐานะค่อนข้างยากจนมาก ตากับยายจึงส่งไปเผชิญชีวิตกับแม่แท้ๆและพ่อเลี้ยง ที่จ.สงขลา เคราะห์ซ้ำกรรมซัด แม่หายตัวลึกลับติดต่อไม่ได้  ทิ้งให้อยู่ตามลำพังคนเดียว ต้องทำงานเลี้ยงตัวเองตั้งแต่ ป.5 ล้มลุกคลุกคลานนับครั้งไม่ถ้วน กว่าที่ นายพศวีร์ อุตสาหะ หรือ 'มิ้งค์ โรเช่' จะมีวันนี้ วันที่ใครหลายคนคิดว่าเขา'เป็นคนบ้า'  

มิ้งค์ โรเช่ เปิดเผยกับทางไทยรัฐออนไลน์ว่า หลังจากที่ตากับยายได้ส่งตนเองมาอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงที่ จ.สงขลา ได้ส่งให้เรียนหนังสือระดับชั้น ป.5 ที่โรงเรียนแจ้งวิทยา ต่อมาไม่นาน พ่อเลี้ยงมีเมียน้อย แม่ทำใจไม่ได้จึงหนีไปบวชชีเป็นเวลานานมาก  ตนเองเฝ้ารอการกลับมาของแม่อยู่ที่บ้านพ่อเลี้ยง  สุดท้ายแม่ไม่กลับมาประกอบกับพ่อเลี้ยงพาเมียใหม่มาอยู่ในบ้าน จึงตัดสินใจออกจากบ้านมาหาเงินเลี้ยงชีวิต หาทางเรียนหนังสือด้วยตัวเอง

"ดิฉันจำได้ว่าแม่หายไปตั้งแต่ยังอายุเพียง 10 ขวบ แม่บอกว่าจะไปบวชชีแล้วจะกลับมารับไปอยู่ด้วย จนบัดนี้ผ่านไป 36 ปี แล้ว ดิฉันไม่ได้เจอแม่อีกเลย  จึงตัดสินใจออกจากบ้านขณะกำลังจะขึ้นเรียนชั้นประถมปีที่ 5 เทอมปลาย พอจะขึ้น ป.6 ต้องหยุดเรียนกลางเทอม เพราะไม่มีเงินติดตัวสักบาท โชคดีมาก พี่ที่มีพระคุณ ซึ่งไม่ใช่ญาติพี่น้อง ยอมรับเลี้ยงดิฉันไว้ พี่เขาทำอาชีพขายขนมหวาน ดิฉันก็ขยันขันแข็ง ช่วยทำขนมขาย ที่สำคัญพี่เขายังช่วยส่งให้ดิฉันเรียนจนจบ ป.6 " มิ้งค์ โรเช่ กล่าว 

แก้วหน้าม้า ละครฮิต เรดติ้งดีที่สุดในประเทศไทย เรียกเสียงหัวเราะจากผู้คนผ่านไปมา

'มิ้งค์ โรเช่' กล่าวอีกว่า ในวันที่แม่ตัดสินใจทิ้งตนเองไป ไม่ใช่ว่าแม่ไม่รักไม่ห่วงเรา แต่แม่คงรู้ว่าลูกแม่สามารถเอาตัวรอดมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้  หลังจากไม่มีแม่แล้ว รู้ซึ้งและเข้าใจได้ทันทีถึงคำว่า"เด็กบ้านแตก หรือเด็กมีปัญหา" กระทั่งค้นพบว่าอยากเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  จึงกล้าเปิดเผยตัวตนเป็นกะเทยเต็มที่  เมื่อเรียนจบชั้น ป.6 พี่ที่ช่วยส่งเสีย เห็นว่าเรียนตนเองหนังสือเก่ง พร้อมช่วยส่งให้เรียนต่อ ม.1 สุดท้ายก็สามารถสอบเข้าโรงเรียนมหาวชิราวุธ ซึ่งเป็นโรงเรียนดัง ประจำจังหวัด จ.สงขลา 

"ระหว่างเรียนก็หาทำงานนู่นนี่ไปเรื่อยตามประสาคนขยัน พอจบ ม. 3 ดิฉันเริ่มเป็นวัยรุ่น แต่ยังคงใช้ชีวิตที่อยู่บ้านของพี่เขา  ในใจลึกๆเกิดความรู้สึกอยากจะพึ่งตัวเองให้ได้   กระทั่งช่วงจบ ม.3 กำลังจะขึ้น ม.4 ได้หยุดเรียนไปอีก 1 ปี  ออกมาขายข้าวแกงเสิร์ฟอาหาร เก็บเงินเอาไว้เลี้ยงตัวเอง ต่อมาในปีเดียวกัน ได้ไปสมัครคาบาเร่ต์โชว์ที่หาดใหญ่ ทำงานเก็บเงินเรื่อยๆ จนคณะโชว์ปิดตัวไป ดิฉันจึงกลับมาสมัครสอบเข้าเรียนต่อ ม.4 ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ เพราะดิฉันมีความรักและภูมิใจในสถาบันแห่งนี้มาก" มิ้งค์ โรเช่ กล่าว 

'มิ้งค์ โรเช่' กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็ได้ทำงานทุกอย่าง เล่นตลกคาเฟ่ เสิร์ฟอาหารตามร้าน เรียนกลางวันทำงานกลางคืน อันไหนได้เงินทำงานหมด ถูไถไปจนกระทั่งเรียนจบ ม.6 สุดท้ายก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะเรียนมหาวิทยาลัย ต้องหางานทำ เมื่อพร้อมก็กลับไปสมัครเรียน ปริญาตรี แต่ก็เรียนไม่จบ เพราะดันถูกหวย ได้เงินมาเปิดร้านเสริมสวยในหาดใหญ่ ชอบการแต่หน้าทำผมมากๆ  เปิดได้ไม่นาน โชคร้ายเพราะในปีนั้น น้ำท่วมหาดใหญ่หนักมาก ร้านเสริมสวยของตนเองจมหายวับไปกับตา 

"หลังจากนั้นก็หอบเสื้อผ้า 2 ชุด มาอยู่กับเพื่อนในตัวเมืองจังหวัดสงขลา หางานทำไปเรื่อยๆ ประสบการณ์ทั้งหมดในอดีตหล่อหลอมให้เป็นอย่างทุกวันนี้ ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา บอกตัวเองแค่ว่าชีวิตเราต้องอยู่รอดต่อไป โดยยึดอาชีพหลากหลายที่พอจะทำได้ เช่น แต่งหน้า ทำผม จัดดอกไม้ ดนตรี นาฏศิลป์ งานผ้า รวมถึงเป็นเจ้าแม่ในการส่งนางงามเข้าประกวดตามเวทีต่างๆ ในภาคใต้ ซึ่งเด็กที่ส่งเข้าประกวด ได้รับรางวัลแทบทุกคน" มิ้งค์ โรเช่ กล่าว  

งานอีเวนต์ก็รับนะคะ รับจ้างเป็นพิธีกรทั่วราชอณาจักร

กะเทยสู้ชีวิต เล่าอีกว่า ทุกวันนี้มีอาชีพเป็นช่างเสริมสวยในร้านทำผม-แต่งหน้าเจ้าสาว ร้านหนึ่งที่จังหวัดสงขลา ช่วงเช้าตนเองจะตื่นมาทำงานตามปกติ พอตกค่ำ ได้เวลาแต่งตัวแปลกๆ ตามกระแสนิยม ไปถนนคนเดิน'สงขลาแต่แรก ' หรือตามตลาดนัดตอนกลางคืน แสดงความสามารถ แต่งกลอน-ร้องเพลงให้ คนในจังหวัดสงขลาฟัง  ใครผ่านไปมาก็หยิบยื่นเงินให้ตามแต่น้ำใจ นอกจากนี้ยังรับงานพิธีกร งานพูด งานประชาสัมพันธ์ต่างๆ เก็บเล็กผสมน้อย ไว้เลี้ยงชีพตัวเอง 

"ครั้งหนึ่งได้ แต่งตัวเป็นดอกทานตะวัน ไปยืนแถวแปลงทุ่งทานตะวันของจังหวัดสงขลา  ปรากฏว่าได้เสียงตอบรับดีมากๆ คนที่ผ่านไปมาชื่นชอบขอถ่ายรูปคู่ หยิบยื่นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้  พอหมดหน้าดอกทานตะวัน ก็กลับมาแต่งตัวตามกระแสนิยม เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทั้งร้องเพลง เอาเพลงมาแปลงให้มีเนื้อตลกๆ ชักหุ่นเดินเชิด ไปตามสถานที่ต่างๆ ร้านอาหารกลางคืน ตามร้านเหล้า ร้านข้าวต้ม ก็ได้เงินพอสมควร" มิ้งค์ โรเช่ กล่าว

กะเทยสู้ชีวิต กล่าวต่อว่า คนที่ผ่านไปมาและไม่รู้จักตนเองจะชอบมองว่าเป็นคนบ้า  ซึ่งตนเองไม่โกรธ เพราะเราใช้ความสามารถแลกเงินซื้อข้าวกิน ไม่ได้บังคับหรือนั่งขอเงินใครฟรีๆ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ทำผิดกฎหมาย ยังจะน่าอายกว่า

"ส่วนงานอีเวนต์ต่างๆ ที่ถนนคนเดิน 'สงขลาแต่แรก'(ภาษาภาคกลางคือ"สงขลาเมื่อแรกเริ่มเดิมที") เวลามีการจัดงานหรือจัดกิจกรรมดีๆ จะมีคนมาจ้างไปเป็นพิธีกร งานจบรับมอบเงินกันตรงนั้นเลย เงินที่ได้มาดิฉันนำไปบริจาคช่วยเหลือสังคม ตามโอกาสต่างๆ  แต่ที่ทำอยู่เป็นประจำคือ ซื้ออาหารเลี้ยงหมา-แมว ตามท้องถนน  สำหรับทุกครั้งที่แต่งตัวอินเทรนด์ตามกระแสไปเดินโชว์ วันศุกร์-เสาร์ จะได้ความเอ็นดูจากผู้คนที่ผ่านไปมาเป็นพิเศษ และหยิบยื่นเงินให้เรามากกว่าวันธรรมดา"    

นอกจากนี้  'มิ้ง โรเช่' กะเทยสู้ชีวิต ยังฝากบทกลอนทิ้งท้ายที่แต่งด้วยตัวเองให้กับแฟนเพจไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้คนที่ท้อแท้ ได้ก้าวต่อไป "ต้นแต่เกิด ชีวิต ทุนติดลบ ปลายจะจบ ดีแน่ สักแค่ไหน หวังประวัติ สัตย์ซื่อ คือกำไร แรง คือ like สุทธิ ที่สังคม" สามารถติดตามให้กำลังใจ กระเทยสู้ชีวิตคนนี้ ได้ในเฟสบุ๊ก Mink Mv ส่วนใครที่ผ่านไปมาแถวจังหวัดสงขลา อย่าลืมแวะทักทายเธอนะคะ   

ออกเดินชักหุ่นตุ๊กตา ร้องเพลง แต่งกลอน มอบเสียงหัวเราะความสุขให้คนสงขลา
มิ้งค์ โรเช่ กับชุด ตุ๊กตุ๊กไทยแลนด์ ที่กำลังฮิตติดลมบน
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    40.7%
  • ไม่ชอบ
    9.1%
  • สนุก
    1.4%
  • ประหลาดใจ
    1.1%
  • เสียใจ
    0.6%
  • ให้กำลังใจ
    47.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement