กรธ. เคาะ ศาลรธน.มีอำนาจชี้ขาดปมล้มล้างการปกครอง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กรธ. เคาะ ศาลรธน.มีอำนาจชี้ขาดปมล้มล้างการปกครอง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2559 13:35
1,064 ครั้ง


กรธ.เคาะศาลรธน.มีอำนาจชี้ขาดปมล้มล้างการปกครอง แต่ต้องให้อัยการกลั่นกรองก่อน ยัน ให้เสรีภาพสื่อฯเต็มที่ ระบุ เฮตสปีทไม่คุมเชิงลึก

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เวลา 10.00 น.นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรธ. เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 48/1 ว่าด้วยการให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการกระทำเกี่ยวกับการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นการนำ มาตรา68 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาปรับใช้

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ประชาชน จะสามารถยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้นั้น จะต้องให้อัยการสูงสุดพิจารณาภายใน 30 วันก่อน หากอัยการสูงสุดพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน หรือ อัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้อง ประชาชนถึงจะยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้

"สาเหตุที่อัยการสูงสุด มีอำนาจหน้าที่กลั่นกรองก่อน เพราะไม่ต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีภาระมากเกินไป ซึ่งอัยการสูงสุด มีหน้าที่ตรวจสอบข้อสอบข้อเท็จจริง" นายอุดม กล่าว...

โฆษกกรธ. กล่าวว่า ยืนยันว่า โทษของการยุบพรรคการเมืองในฐานะที่เป็นผู้กระทำผิดยังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะจะไปในบัญญัติในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองขณะเดียวกัน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีความผิด ก็สามารถนำไปดำเนินคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญาได้ต่อไป

นายอุดม กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุผลที่คณะกรธ.นำกรณีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือ ที่รู้จักกันในนามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ไปไว้ในหมวดของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญมาตรา 7 จะถูกบัญญัติไว้ในบททั่วไปของรัฐธรรมนูญ ส่ง ผลให้เวลามีปัญหาก็ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาทำหน้าที่ชี้ขาด ดังนั้น กรธ.เห็นควรนำไปไว้ในหมวดศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดผลบังคับใช้ต่อไป

สำหรับเรื่องสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน นายอุดม กล่าวว่า การกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่ซื้อโฆษณาลงในพื้นที่สื่อมวลชนต้องเปิดเผยการใช้งบประมาณ ไม่ได้มีเจตนาจะแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน แต่ต้องการให้หน่วยงานของรัฐแสดงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ เพราะคณะกรธ.วางหลักประกันให้สื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพเหมือนกับรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า การกำหนดให้สื่อของรัฐมีสิทธิและเสรีภาพเหมือนกับสื่อของเอกชน แต่ให้สื่อของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจและวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน จะถือเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงสื่อฯของรัฐจนกลายเป็นเครื่องมือในทางการเมือง หรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องมองในหลายแง่มุม โดยอาจมองได้ว่า ในเมื่อสื่อของรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐ ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น แต่ในอีกแง่หนึ่งฝ่ายการเมือง ในฐานะผู้ทำหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแล ก็ไม่สามารถแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่ทำหน้าที่สื่อฯของรัฐได้ เนื่องจาก คณะกรธ.ได้รับรองให้สื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือรัฐ มีเสรีภาพ

เมื่อถามว่า การวางมาตรการป้องกันไม่ให้มีการสร้างความเกลียดชังในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ตรงนี้จะครอบคลุมไปถึงการพาดหัวข่าวของสื่อมวลชน หรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ คงไปกำหนดรายละเอียดมากไม่ได้ แต่คณะกรธ. มองการพาดข่าวด้วย ใช้ภาษาบางภาษาเป็นส่วนเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ เพียงแต่การใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายดังกล่าว ก็ไม่ควรมีลักษณะยั่วยุ เท่านั้น

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    27.6%
  • ไม่ชอบ
    54.3%
  • สนุก
    1.6%
  • ประหลาดใจ
    6.3%
  • เสียใจ
    9.4%
  • ให้กำลังใจ
    0.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement