บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรธ.โยก ม.7 เดิม ปรับคำใส่หมวดศาล รธน.ให้อำนาจผ่าทางตัน

"อมร" แจง กรธ. เตรียมโยก ม.7 เดิม ปรับคำใส่หมวดศาล รธน. ให้อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดหากเกิดวิกฤติการเมือง แต่ไม่แตะหมวดพระมหากษัตริย์ เผยไม่เขียนศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ตามข้อเรียกร้องลงในร่างฯ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.59 นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการประชุม กรธ.ว่า เบื้องต้น กรธ.พูดคุยกันเป็นรายมาตรา ตั้งแต่หมวดทั่วไป โดยในส่วนของมาตรา 4 ได้วางหลักการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ทุกๆ ด้านของคนในรัฐบาลว่า จะใช้คำว่าบุคคลหรือปวงชนชาวไทย ที่ประชุมมีการถกเถียงกันอย่างมาก ว่า หากใช้คำว่าบุคคลอาจต้องคุ้มครองคนที่อยู่ในรัฐนั้น ที่ไม่ได้เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย แต่ใช้คำว่าปวงชนชาวไทย จะกำหนดขอบเขตการคุ้มครองว่าเป็นเรื่องของคนในรัฐนั้นจริงๆ รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ในโลกจะใช้เป็นลักษณะนี้ กรธ.จึงเห็นควรให้ใช้ว่าปวงชนชาวไทย เพื่อป้องกันการตีความในภายหลัง ส่วนมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่อยู่ในบททั่วไป ว่าด้วยการให้วินิจฉัยกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญบังคับใช้ไปตามประเพณี การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข บทบัญญัติดังกล่าวจะนำไปบัญญัติไว้ในหมวดของศาลรัฐธรรมนูญแทน เพื่อกำหนดให้มีองค์กรมาทำหน้าที่ และกระบวนการวินิจฉัยชี้ขาดให้ชัดจากเดิมที่มีการบัญญัติไว้ลอยๆ จนมีปัญหาในการบังคับใช้ และจะไม่ได้เขียนแบบเดิมแต่จะปรับถ้อยคำใหม่ ต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้งเมื่อถึงหมวดนี้

นายอมร กล่าวต่อว่า ในส่วนของหมวดพระมหากษัตริย์ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ และพระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ซึ่งเนื้อหาในหมวดนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากรัฐธรรมนูญ ปี 50 นอกจากนี้ในส่วนที่มีข้อเรียกร้องจากกลุ่มต่างๆ ให้บัญญัติศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันว่า จะไม่บัญญัติคำดังกล่าวไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่าหากใส่ถ้อยคำดังกล่าวไว้แล้ว จะเป็นอันตรายในระยะยาว แต่จะไปกำหนดบทคุ้มครองและส่งเสริมศาสนา ในส่วนที่เกี่ยวข้องของร่างรัฐธรรมนูญต่อไป