เตือนนายกฯ ระวังม็อบพระ หากยื้อตั้งสังฆราช - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

เตือนนายกฯ ระวังม็อบพระ หากยื้อตั้งสังฆราช

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2559 03:25
13,336 ครั้ง


วงการสงฆ์ส่อเดือด ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ฮึ่มใส่ หากนายกฯ เต้นตามกระแสกดดันของกลุ่มต้านตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 อาจได้เห็นพระสงฆ์บุกกรุงเทพฯ ด้าน ผอ.สำนักพุทธฯยัน ประชุมมหาเถรสมาคมวันที่ 11 ม.ค.นี้ ไม่มีการหารือเรื่องการเสนอรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะเพื่อทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ขณะที่เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ยันไม่รู้เรื่องหนังสืออ้างคณะศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัว ขอให้รัฐบาลใช้ ม.44 แก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์

การเสนอรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะเพื่อทูลเกล้าฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเสนอรายชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 ม.ค. นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า กรณีกลุ่มเครือข่ายปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ และเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา รวมถึงพุทธอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม จะยื่นหนังสือคัดค้านการเสนอชื่อเพื่อทูลเกล้าฯสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 นั้น เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ตามระบอบ ประชาธิปไตย แต่การพิจารณาเป็นเรื่องของมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งในการประชุม มส. ในวันที่ 11 ม.ค.นี้ ในวาระปกติไม่มีการหารือในเรื่องดังกล่าว หาก มส.จะหารือในประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับ มส. หยิบขึ้นมาหารือกันโดยเป็นวาระพิเศษ ซึ่งจะพิจารณาตามข้อกฎหมายของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไข พ.ศ.2535 โดยจะไม่มีการโหวต

ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แรงกดดันเรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 มีมากขึ้นตามลำดับ เพราะกลุ่มบุคคลทั้งพระและโยม ซึ่งเป็นกลุ่มเดิมๆออกมาเคลื่อนไหวประสานมือกัน เป้าหมายคือชะลอการสถาปนาให้ได้ วิธีการคือ แยกกลุ่ม แยกองค์กรแล้วช่วยกันป่วนหาเรื่องให้วุ่นวายสับสนเข้าไว้ หามลทินโยนใส่ แถลงข่าว ด่าทอใส่ร้ายโดยไม่ละอาย และเดินสายไปยื่นหนังสือ เช่น ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี องคมนตรี สำนักเลขาธิการพระราชวัง เป็นต้น จากนี้ไปผู้เดินหมากเดินเกมที่สำคัญคือมีพระหนึ่งรูป โยมหนึ่งคนก็จะหาเรื่องออกมาให้ข่าวอยู่เนืองๆเพื่อกวนน้ำให้ขุ่น

พระเมธีธรรมาจารย์กล่าวต่อไปว่า การกระทำ แบบนี้จะสอดรับกันโดยบังเอิญหรืออย่างไรไม่ทราบเพราะคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่า การเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชต้องดูกฎหมาย ความเหมาะสม ถ้ามีความขัดแย้งต้องรอให้ความขัดแย้งคลี่คลายก่อน ซึ่งส่วนตัวมองว่าสอดรับกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวราวกับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา นี่จะบ่งบอกสัญญาณบางอย่างหรือไม่ คณะบุคคลดังกล่าวเตรียมการให้เกิดความขัดแย้ง มองเห็นกันชัดๆ รัฐบาลจะรับลูกแบบนี้ใช่หรือไม่ อำนาจศาสนจักรกับอาณาจักรต่างไม่ก้าวก่ายกัน จะตรวจสอบรายชื่อ ประวัติ แบบเดียวกับอธิบดี ปลัดกระทรวงใช่หรือไม่ จากนี้ไปก็ต้องวัดใจรัฐบาลว่า จะเต้นตามกลุ่มกดดัน หรือจะยืนอยู่ข้างพระสงฆ์ทั้งประเทศ ถ้ายืนอยู่ข้างพระสงฆ์ทั้งประเทศก็ขออนุโมทนา แต่ถ้ายืนอยู่ข้างกลุ่มกดดัน คงได้เห็นจีวรพระทั่วประเทศเหลืองอร่ามกลางกรุงเทพมหานครแน่นอน

ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่หนังสือคณะศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ลงวันที่ 8 ม.ค.2558 ส่งถึงนายกรัฐมนตรี ขอความอนุเคราะห์นายกรัฐมนตรีให้ใช้มาตรา 44 แก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ถวายคืนพระราชอำนาจให้การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์เท่านั้น ล่าสุด นายณัฐสิทธิ์ วงศ์ตลาด ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี ได้สอบถามข้อมูลดังกล่าวไปยังพระสุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ซึ่งได้แจ้งกลับมาว่า ทางวัด ป่าบ้านตาดไม่ทราบเรื่องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    44.4%
  • ไม่ชอบ
    37.8%
  • สนุก
    5.4%
  • ประหลาดใจ
    3.4%
  • เสียใจ
    3.8%
  • ให้กำลังใจ
    5.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement