เจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง เกจิดัง 'ราหูอมจันทร์' มรณภาพ ล้มเลือดคั่งสมอง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง เกจิดัง 'ราหูอมจันทร์' มรณภาพ ล้มเลือดคั่งสมอง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2559 21:01
42,289 ครั้ง


เจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง ศิษย์เอกหลวงพ่อน้อย ต้นตำรับกะลาตาเดียว “ราหูอมจันทร์” มรณภาพ ลื่นล้มเลือดคั่งในสมอง อาการไตกำเริบ ตั้งสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ 10-15 ม.ค. ก่อนทาง รพ.ศิริราช รับศพกลับตามเจตนารมณ์ที่ได้ทำหนังสือ มอบร่างเป็นอาจารย์นำไปศึกษา...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ร.ต.ท.โกวิท สุขบุญทอง ร้อยเวร สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งจากโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ว่า มีพระสงฆ์มรณภาพที่ ตึกไอซียู ศัลยกรรมอุบัติเหตุชั้น 2 ขอให้ไปตรวจสอบ ซึ่งคือ พระครูศรีโรตม์ สุวรรณรักษ์ หรือหลวงพ่อมานิตย์ เจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง รองเจ้าคณะอำเภอ นครชัยศรี จ.นครปฐม หรือ นายมานิตย์ บุญมีลาภ อายุ 61 ปี เกจิดังวัดต้นตำรับราหูอมจันทร์ ภายหลังลื่นล้ม เลือดคั่งในสมอง และมีอาการโรคไต ถูกนำตัวมารักษาตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. โดย นพ.ประกันพงษ์ จันทรวิทูร แพทย์เวร รพ.ศูนย์นครปฐม เป็นแพทย์เจ้าของไข้ โดยระบุสาเหตุของการเสียชีวิตครั้งนี้ เกิดจากศีรษะได้รับการกระแทกอย่างแรง จนเลือดคั่งในสมอง

นายมานพ มะอักษร ประธานสภา อบต.ศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม คณะกรรมการวัดและเป็นผู้ใกล้ชิด เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ม.ค. พระครูศรีโรตม์ ได้เดินตรวจภายในวัด กระทั่งมาถึงลานจอดรถด้านหน้าของศาลาการเปรียญ 198 ปี ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ได้เกิดวูบล้มลง ลูกศิษย์จึงช่วยกันพยุงให้พัก แต่พระครูบอกไม่เป็นอะไร จนรุ่งขึ้นได้เดินออกตรวจวัด และวูบอีกครั้ง ซึ่งศีรษะได้กระแทกกับพื้น โดยลูกศิษย์จะนำส่ง รพ. แต่พระครูไม่ยอม บอกว่าพักสักเดี๋ยวก็หาย จนมาวันที่ 3 ม.ค. ได้ตื่นมาทำวัดแล้วบ่นว่าปวดหัวมาก เข้าไปนอนซมอยู่ในกุฏิ จนลูกศิษย์เห็นผิดสังเกตจึงนำตัวส่ง รพ.คริสเตียน ซึ่งแพทย์ได้ตรวจเอกซเรย์กะโหลกศีรษะ พบมีเลือดคลั่งในสมอง ต้องทำการผ่าตัดด่วน และแจ้งให้ย้ายไปผ่าตัดที่ รพ.ศูนย์นครปฐม เพราะมีเครื่องมือครบ และทันสมัย

พร้อมระบุ เมื่อมา รพ.ศูนย์นครปฐม ทางแพทย์ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยผลเอกซเรย์กะโหลกศีรษะ พบมีก้อนเลือดคลั่งเป็นก้อนขนาดใหญ่ และเริ่มแข็งตัว ต้องผ่าตัดเป็นการด่วน จากนั้นให้นอนพักรักษาตัวดูอาการ ซึ่งดีขึ้นแต่ไม่สามารถพูดคุยได้ ประกอบกับในการรักษาตัวอยู่นั้น อาการไตกำเริบขึ้นมาอีก เนื่องจากเป็นโรคไตมาหลายปี เคยทำการรักษาที่ รพ.ศิริราช แต่ยังไม่หายขาด จนมาเมื่อตอนเช้า เวลา 08.22 น. วันที่ 10 ม.ค. พระครูศรีโรตม์ ได้ละสังขารลง

อย่างไรก็ตาม จะต้องขออนุญาตจาก รพ.ศิริราช ขอนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลก่อน ที่วัดศีรษะทอง เนื่องจากที่ผ่านมา พระครูศรีโรตม์ ได้เคยทำพินัยกรรมไว้ฉบับหนึ่ง และทำหนังสือกับทาง รพ.ศิริราช หากมรณภาพลงขอมอบร่างให้กับ รพ.ศิริราช เพื่อนำไปศึกษา และเถ้ากระดูกห้ามนำกลับวัด เพราะจะเป็นภาระให้กับคนอื่น ซึ่งต้องให้เป็นไปตามพินัยกรรมที่ได้ทำไว้ แต่คณะกรรมการวัดได้มีการพิจารณาประชุมกัน โดยจะทำหนังสือถึง รพ.ศิริราช ขอนำศพมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดก่อน 7 วัน เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ที่มีจำนวนมากกราบไหว้ ล่าสุด ได้รับอนุญาตจาก รพ.ศิริราช แล้ว

จากนั้นเวลา 15.00 น. คณะกรรมการวัด และศิษยานุศิษย์ได้เดินทางมารับศพ เพื่อไปบำเพ็ญกุศลที่วัด ก่อนเคลื่อนศพกลับไปยังวัด โดยมีศิษยานุศิษย์แต่งชุดดำเดินทางมารอกว่าพันคน พร้อมกับคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่จากภาค 14 เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม และพระจากวัดต่างๆ กว่า 500 องค์ โดยนำศพขึ้นตั้งยังศาลาการเปรียญหลังเก่า อายุ 198 ปี ที่หลวงพ่อน้อย อดีตเจ้าอาวาสองค์เก่าสร้างขึ้น และต่อมาพระครูศรีโรตม์ ได้บูรณะขึ้นใหม่จนเสร็จสมบูรณ์ ต่อมาในเวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สำนักพระราชวัง นำน้ำหลวงอาบศพมาถวาย

ส่วนศพของพระครูศรีโรตม์ ตั้งสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. ไปจนถึงวันที่ 15 ม.ค. จากนั้นในวันที่ 16 ม.ค. หลังจากที่เลี้ยงภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์แล้ว คณะแพทย์และพยาบาลจาก รพ.ศิริราช จะเดินทางมารับศพกลับไป ตามเจตนารมณ์ของพระครูศรีโรตม์ ที่ได้ทำหนังสือมอบให้กับ รพ.ศิริราช เพื่อเป็นอาจารย์นำไปศึกษา

สำหรับประวัติ พระครูศรีโรตม์ สุวรรณรักษ์ พรรษาที่ 26 อายุที่ 52 วิทยฐานะ นักธรรมชั้นเอก วัดศีรษะทอง ต.ศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง และเป็นรองเจ้าคณะอำเภอนครชัยศรี จ.นครปฐม สถานะเดิมชื่อ นายมานิตย์ บุญมีลาภ เกิดปีวอก บิดาชื่อ นายฉิน บุญมีลาภ มารดาชื่อ นางสายทอง นาวารัตน์ บ้านเลขที่ 63 ม.1 ต.ศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เคยรับราชการทหารที่กรมอากาศโยธิน กองพันที่ 1 รักษาพระองค์ อุปสมบทเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2524 ที่วัดกลางบางแก้ว ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยมีหลวงปู่เพิ่ม เกจิดังวัดกลางบางแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์

และด้วยความที่มีความรู้ และศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง ในปี 2525 สอบนักธรรมชั้นเอกได้ มีความชำนาญด้านนวกรรมการก่อสร้าง การออกแบบ และเป็นต้นแบบของการปกครอง จนปี 2538 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง จนปัจจุบัน ถือเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อน้อย ซึ่งเป็นเกจิดัง ต้นตำรับกะลาตาเดียว ราหูอมจันทร์ ที่มีชื่อเสียงของบรรดานักเลงพระ หาเล่นกันราคาหลักแสนจนถึงล้าน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    14.0%
  • ไม่ชอบ
    0.8%
  • สนุก
    0.6%
  • ประหลาดใจ
    0.5%
  • เสียใจ
    80.6%
  • ให้กำลังใจ
    3.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement