ถาวร ปชป.ฉะ ตร. ไล่บี้เรียงตัว ทั้งจักรทิพย์ ถึง'ผบช.ภ.9' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ถาวร ปชป.ฉะ ตร. ไล่บี้เรียงตัว ทั้งจักรทิพย์ ถึง'ผบช.ภ.9'

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ม.ค. 2559 06:05
9,737 ครั้ง


หาว่า-ล้ำเส้น ช่วยม็อบยาง

พร้อมลุยแสวงหาปรองดองอีกคำรบ รัฐบาลไม่ท้อจัดตั้ง กมธ.สร้างสันติสุข 14-15 ม.ค.นี้ สนช.เผยโครงสร้าง กมธ. 24 ชีวิต คนนอก 10 ราย จากนักวิชาการ ธุรกิจ คู่ขัดแย้งทุกกลุ่มสี กรอบหารือ 180 วันเห็นผลเชิงรูปธรรม มั่นใจไม่มีปาหี่แขวนผลศึกษาขึ้นหิ้ง วางเงื่อนไขไม่ล้วงลึกประเด็นนิรโทษกรรม ยันทุกฝ่ายตอบตกลงหมดแล้ว “ครูหยุย” อารมณ์บูด “ตุ๊ดตู่” ทำเสียบรรยากาศ ปรามาสตั้งแต่ต้น ฉะกลับใครกันแน่บ้า พท.ไม่มั่นใจหวั่นดูปาหี่ซ้ำซาก ชี้ชัดเสียเวลาเปล่าถ้ายังเข้าใจไม่ตรงกัน ด้าน ชพน.พร้อมร่วมด้วยช่วยเต็มที่ รัฐบาลย้ำเตือนชาวสวนยางอย่าเคลื่อนไหวเลยเถิด นัดชุมนุมไม่ช่วยแก้ปัญหา ครวญงบไม่พอชดเชยซ้ำยังแก้แค่ปลายเหตุ วอนใจเย็นหาทางออกร่วมกัน “ถาวร” เดือดท้าชนสีกากี ไม่ต้องมาเตือน ไล่ไปดูปัญหาซื้อขายตำแหน่ง รับส่วยของตัวเองดีกว่า

การแก้ปัญหาความขัดแย้ง สร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ยังคงเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องที่ห่างไกลจากความสำเร็จ แต่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไม่ลดละที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ล่าสุดคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่จะตั้งขึ้นมาศึกษาเรื่องดังกล่าว มีเค้าโครงร่างและขอบข่ายการทำงานที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว

สนช.ตั้ง กมธ.กรุยทางปรองดอง

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เตรียมจัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข โดยเชิญคู่ขัดแย้งทุกกลุ่มและพรรคการเมืองเข้าร่วม ว่า ในวันที่ 12 ม.ค. ที่ประชุมวิป สนช.จะพิจารณาเรื่องนี้ว่าจะมีรูปแบบอย่างไร จะเป็นในรูปของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเชิญคนนอกเข้ามาร่วมเป็น กมธ.ด้วย หรือรูปแบบของการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษา ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าการตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าวเป็นเพียงปาหี่ เพราะเคยตั้งคณะกรรมการปรองดองหลายชุด แต่ไม่เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรมนั้น สนช.คาดหวังว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมในครั้งนี้ สิ่งสำคัญที่จะชี้ผลสำเร็จหรือไม่ ต้องดูกลไกการมีส่วนร่วมว่าจะเอื้อต่อการทำงานหรือไม่ ฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งจะยอมมาร่วมเป็น กมธ.หรือไม่ ถ้าไม่เข้ามาก็คงเดินลำบาก

วาง 24 กมธ.เชิญคนนอกทุกสีทุกกลุ่ม

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ วิป สนช.กล่าวว่า ตนจะเป็นผู้เสนอญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข ต่อที่ประชุม สนช.ในสัปดาห์หน้า โดย กมธ.ชุดดังกล่าวจะมี 24 คน ประกอบด้วยสมาชิก สนช. 14 คน และคนนอก 10 คน ที่ประกอบด้วยฝ่ายที่มีความเห็นต่าง นักวิชาการ ภาคธุรกิจ มาร่วมกันหาแนวทางสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะมองว่าแม้สังคมจะมีความขัดแย้งก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้ จะนำกลุ่มที่มีความเห็นต่างมาพูดคุยหาทางออกกัน ที่ผ่านมาได้พูดคุยเบื้องต้นกับทุกฝ่ายที่มีความเห็นต่างหมดแล้วทั้งกลุ่ม นปช. กปปส. พรรคการเมืองต่างๆ ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมานั่งพูดคุยกันเพื่อสร้างสันติสุข และยินดีที่จะเข้ามาร่วมโดยใช้เวทีสภาเป็นทางออก จึงทำให้ สนช.เปิดพื้นที่ในเรื่องนี้ขึ้นมาให้ทุกฝ่ายมานั่งคุยกัน ขณะนี้ฝ่ายที่เห็นต่างกำลังพิจารณาส่งรายชื่อตัวแทนที่จะเข้าร่วมหารือครั้งนี้ และคงส่งเข้ามาให้ได้เร็วๆนี้

กำหนดกรอบ 180 วันไม่แตะนิรโทษ

พล.อ.อกนิษฐ์กล่าวว่า การทำงานของ กมธ.ชุดนี้จะดูเรื่องการเสริมสร้างสันติสุขในภาพรวมทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง รวมถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย กำหนดกรอบเวลาการทำงานไว้ 180 วัน ส่วนแนวทางการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น คงยังไม่ถึงเวลาต้องมานั่งคุยกันขณะนี้ ขอถามว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรม การใช้คำสั่งตามมาตรา 44 จะเกิดความปรองดองได้จริงหรือไม่ เพราะการปรองดองต้องเกิดขึ้นจากจิตใจทุกฝ่ายที่มีความพร้อมอยากให้เกิดขึ้น ไม่ใช่ใช้กฎหมายมากำหนด

มั่นใจผลสรุปไม่ขึ้นหิ้งสูญเปล่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่าการตั้ง กมธ.เพื่อสร้างสันติสุขของ สนช.ครั้งนี้ เป็นการปาหี่สร้างภาพ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเรื่องความปรองดองหลายครั้ง แต่ไม่เคยเห็นผลเป็นรูปธรรม พล.อ.อกนิษฐ์ตอบว่า ที่ผ่านมาผลการศึกษาเรื่องการสร้างความปรองดองที่คณะกรรมการหลายชุดศึกษามา ไม่เคยถูกนำมาปฏิบัติ เก็บไว้อยู่บนหิ้ง เพราะไม่เคยนำกลุ่มที่เห็นต่างมาพูดคุยกันได้อย่างครบถ้วน แต่ในครั้งนี้ สนช.สามารถนำกลุ่มที่เห็นต่างมาพูดคุยหาทางออกได้ครบถ้วนทุกกลุ่ม ขอให้คอยดูว่าจะทำได้หรือไม่

“ครูหยุย” ฉะ “ตู่” บ้าตั้งแง่ปรามาส

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช.กล่าวว่า พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สนช.จะเป็นผู้เสนอญัตติต่อที่ประชุมเพื่อให้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข ในสัปดาห์หน้า ช่วงวันที่ 14-15 ม.ค. คาดว่าจะมีจำนวนสมาชิกใน กมธ.ประมาณ 20 กว่าคน เป็นคนนอก 10 คน ประสานทาบทามตัวแทนจากการเมืองทุกกลุ่มทุกสี ส่วนกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.โจมตีว่า แนวทางนี้ไม่แคล้วเป็นปรองดองลวงโลก เป็นยักษ์ไม่มีกระบองให้ไปคุยในโรงพยาบาลบ้านั้น ถ้าพูดแบบนี้คนพูดก็บ้าแล้ว เพราะโรงพยาบาลบ้านั้นพวกมีปัญหาทางสมองไปรักษาตัว ถ้าเริ่มต้นด้วยการปรามาสกันคงไม่เกิดประโยชน์ นายจตุพรระมัดระวังคำพูดบ้างก็ดีเหมือนกันเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราเปิดเวทีก็ขอให้เข้ามาคุยกันดีกว่าหันหลังให้กันแล้วมาด่าทอกันแบบนี้ หากนายจตุพรไม่สมัครใจเราจะหาคนที่สมัครใจเข้ามาแทนก็ได้

รัฐบาลชี้ปรองดองเป็นสิ่งที่ต้องทำ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดแนวทางดังกล่าวเป็นอย่างไร เบื้องต้นจะสอบถามเรื่องนี้กับตัวแทน สนช.ในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันที่ 11 ม.ค. อย่างไรก็ตาม เรื่องปรองดองถึงอย่างไรก็ต้องทำเพราะกำหนดไว้ในโรดแม็ปรัฐบาล 1 ปี 6 เดือนอยู่แล้ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ดำเนินการเรื่องนี้มาโดยตลอด หาก สนช.จะตั้งกรรมาธิการชุดดังกล่าว ก็ต้องมาดูว่ากำหนดขอบเขตหน้าที่ องค์ประกอบ เป็นอย่างไร

พท.หวั่นดูหนังซ้ำปาหี่ปรองดอง

นายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิดการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข เป็นทางออกและทางเลือกที่ดี อย่างน้อยก็เห็นความตั้งใจพยายาม แต่สำคัญคือ กมธ.ชุดนี้มีอำนาจหน้าที่จริงหรือไม่ เป็นเอกเทศหรือเปล่า หรือเป็นเพียงหุ่นเชิด ตั้งขึ้นมาสร้างภาพแล้วจบไปเหมือนเคย สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในการบรรเทาความขัดแย้งนำไปสู่การปรองดอง คือการทบทวนกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาในระยะหลัง ตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าสู่กระบวนการ ระหว่างการพิจารณา เรื่อยไปจนถึงสิ้นสุดแล้ว เพราะเป็นสาเหตุแห่งความรู้สึกไม่เท่าเทียม ถ้าเปิดโอกาสให้มีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมใหม่ที่รัดกุมรอบคอบ จะทำให้คนในสังคมลดราวาศอกกันได้ อย่างคดีที่ดินรัชดาของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กฎหมายก็เปิดช่องให้มีการพิจารณาอีกครั้งถ้าปรากฏหลักฐานใหม่เพิ่มเติม เช่นเดียวกับคดีความต่างๆของกลุ่มพันธมิตร ขณะที่บางเรื่องมีการตัดสินทางการเมืองไปแล้วทั้งที่ยังไม่ตัดสินทางกระบวนการยุติธรรม เช่นคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองทั้งที่ความผิดทางอาญายังไม่มี นี่คืออีกสาเหตุแห่งความขัดแย้ง

เสียเวลาเปล่าถ้ายังเข้าใจไม่ตรงกัน

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เคยหวังในการปรองดอง แต่ขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่ามันจะเกิดขึ้น เราตั้งกรรมการเรื่องปรองดองมานับไม่ถ้วน เสียเงินเสียเวลาไปมาก แต่ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ การตั้งกรรมการอีกครั้งเพียงแค่ให้สังคมรู้สึกดีและไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น สาเหตุที่การปรองดองเกิดยากเพราะแต่ละฝ่ายตีความและเข้าใจแตกต่างกัน บางฝ่ายมองว่าปรองดองคือการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย บางฝ่ายมองว่าคือการนิรโทษกรรม ตราบใดที่เข้าใจไปคนละเรื่องก็คงเกิดขึ้นยาก ฉะนั้นเรื่องเร่งด่วนคือสังคมไทยต้องสร้างเงื่อนไขและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรองดองให้เกิดขึ้นก่อน เช่น มีกติกาการอยู่ร่วมกันที่เป็นประชาธิปไตยและสากล มีสิทธิและเสรีภาพ ยุติการใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน เคารพสิทธิและความเป็นมนุษย์ของคนไทยด้วยกัน เลิกวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง ถ้าเราอยากกินผลไม้วิเศษชื่อปรองดอง แต่ไม่ใส่ปุ๋ย รดน้ำ พรวนดิน ฝันลมๆแล้งๆว่าจะเกิดการปรองดอง มันคงไม่เกิดแน่

งง “บิ๊กตู่” ตามไล่บี้จะปรองดองยังไง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สนช.พยายามตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาทำเรื่องปรองดอง เชิญพรรคการเมือง คู่ขัดแย้งทางการเมืองเข้าร่วม แต่เมื่อมองไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กลับมีเจตนาชัดแจ้งว่าจะไม่มีการอภัย ปรองดองกับผู้กระทำผิดทางการเมือง ดังนั้นขอถามว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เห็นด้วยจะตั้ง กมธ.นี้ขึ้นมาทำไม แค่สร้างภาพลวงโลกหรือเปล่า ถ้าไม่มียุทธศาสตร์นำไปสู่การปรองดอง นิรโทษกรรม ตั้งขึ้นมาลอยๆ ไม่มีผล เป็นรูปธรรม สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

จะทำก็ทำเลยไม่ต้องยัดใส่ รธน.

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการสร้างความปรองดองควรที่จะฟังความเห็นนักการเมืองอย่างจริงจัง เพราะคลุกคลีกับปัญหามาต่อเนื่องยาวนาน จากนั้นก็เร่งรีบทำโดย สนช.เสนอเป็นร่าง พ.ร.บ. ไม่ต้องไปเขียนไปใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกให้วุ่นวาย วันนี้อีกเรื่องสำคัญที่อยากฝากบอกไปถึงรัฐบาลและนายกฯคือ ช่วยสั่งการให้รัฐมนตรีลงพื้นที่พบปะชาวบ้านบ้าง คนเป็นรัฐมนตรีไม่ใช่นั่งอยู่แต่ห้องแอร์ ต้องลงมาดูและแก้ปัญหาด้วยตัวเองถึงจะเข้าใจตรงจุด วันนี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ไปไหน รมว.พาณิชย์อยู่ที่ใด ภาพที่เกิดขึ้นจึงเห็นว่านายกฯทำงานอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่นๆเป็นประเภทรัฐมนตรีโลกลืม

ชพน.หนุนเต็มที่พร้อมเข้าร่วม

ด้านนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนาสนับสนุนแนวคิดในการศึกษาหาแนวทางสร้างความปรองดองและสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทยของประธาน สนช. เห็นด้วยที่จะเชิญทุกฝ่าย พรรคการเมืองและคู่ขัดแย้งมาร่วมกันหาแนวทางที่จะได้ข้อยุติ ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมืออย่าท้อแท้กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมายาวนาน ต้องช่วยกันหาทางออกให้บ้านเมือง เพราะจะเป็นสัญญาณที่ดีเช่นเดียวกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และการเลือกตั้ง เป็นปัจจัยบวกต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศ พรรคชาติพัฒนายินดีให้ความร่วมมือและพร้อมที่จะส่งผู้แทนเข้าร่วมด้วย

สปท.เสนอสูตรปฏิรูปเห็นเนื้อหนัง

นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ สปท.และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน กล่าวถึงการปฏิรูปที่สำเร็จตามเป้าหมายว่า ที่ผ่านมากลไกและกระบวนการทำงานร่วมกันของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และการรับฟังความเห็นของประชาชนภาคส่วนต่างๆ ได้ผลงานออกมา 3 ชุด คือ 1.บัญญัติ 4 มาตราในร่างรัฐธรรมนูญ มีสาระสำคัญของการปฏิรูป 15 ด้าน 2.บันทึกเจตนารมณ์ขยายความใน 4 มาตราจนชัดเจนทั้งเป้าหมาย ทิศทาง สาระการปฏิรูป และ 3.ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ซึ่งทาง สปท.ได้หยิบยกมาพิจารณาต่อยอดต่อไป โดยจำเป็นต้องกำหนดหลักการสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะเกิดการปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงใหญ่ในบ้านเมือง อาจเสนอตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปประเทศให้มีองค์ประกอบที่ทำหน้าที่ปฏิรูปอย่างเดียว และกำหนดมาตรการให้การปฏิรูปเกิดผล โดยบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่า การปฏิรูปประเทศที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายลูกว่าด้วยการปฏิรูป เป็นความรับผิดชอบของรัฐสภา ครม.หน่วยงานของรัฐและประชาชน

รัฐบาลวอนชาวสวนยางอย่าเคลื่อน

ส่วนกรณีความเดือดร้อนของชาวสวนยางสืบเนื่องจากราคายางตกต่ำ และมีการนัดหมายรวมตัวกันหลายจุดพื้นในที่ภาคใต้วันที่ 12 ม.ค.นั้น วันเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยราคายางให้กิโลกรัมละ 50-60 บาทว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องรู้สึกไม่สบายใจหากพี่น้องเกษตรกรจะออกมาชุมนุมกดดันรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และไม่ใช่หนทางที่แก้ปัญหาได้จริง รัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอในการจ่ายเงินชดเชยตามที่ร้องขอ เพราะเมื่อคิดเป็นมูลค่ารวมแล้วอาจต้องใช้ถึง 140,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุวนเวียนไม่รู้จบ รัฐบาลยังมีภาระที่ต้องดูแลเกษตรกรกลุ่มอื่น ทั้งชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ อีกกว่า 70 ล้านคน จึงขอให้พี่น้องชาวสวนยางเปิดใจรับฟังและแก้ไขปัญหาร่วมกัน นายกฯขอความร่วมมืออย่าออกมาเคลื่อนไหว เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และยืนยันว่าจะเร่งบรรเทาความเดือดร้อน

“ถาวร” อัด ผบ.ตร.เชลียร์นายกฯ

นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวว่า กรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระบุถึงตนว่า หากล้ำเส้นกฎหมายก็ไม่เกรงใจในกรณีเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวสวนยางพาราภาคใต้นั้น ขอแจ้งถึง ผบ.ตร.ว่า ตนเป็นนักการเมืองของประชาชนและทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนมาตลอดในทุกปัญหาที่เขาเดือดร้อน มีวุฒิภาวะดีพอ รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร กล้าทำกล้ารับ เป็นลูกผู้ชายพอ ไม่ต้องมาปราม มาเตือน หรืออ้างว่ารู้จักกัน อย่าพูดเพื่อเอาใจนายกฯ เพราะพวกท่านอยู่ในตำแหน่งได้ดิบได้ดีอยู่แล้ว วันนี้ชาวสวนยางพาราเดือดร้อนแสนสาหัส ตนจะไม่เป็นคนชักนำให้ชาวสวนยางต้องเดือดร้อนซ้ำจนเป็นผู้ต้องหา เพราะกฎหมายไม่มีละเว้นให้ใครหน้าไหน มีแต่ผู้บังคับใช้กฎหมายเท่านั้นที่ละเว้น ซึ่งตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางคนรู้ดีว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อะไรไว้บ้าง ปัจจุบันคดีอาชญากรรมเพิ่มสูงขึ้นมาก เพราะตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาบางคนรับส่วย ซื้อขายตำแหน่ง ผลประโยชน์ยังไม่ลงตัวการแต่งตั้งโยกย้ายบางตำแหน่งถึงล่าช้า จึงขอแจ้งถึง ผบ.ตร.ว่า อย่าเตือนตนฝ่ายเดียว ขอให้เตือนตัวเองด้วยว่าอะไรถูกอะไรผิด สิ่งใดควรหรือไม่ควร ทั้งนี้ขอให้กำลังใจตำรวจน้ำดีทุกคนว่าอย่าน้อยใจในบางเรื่องที่ต้องพูดตรงๆ แต่บางเรื่องก็ต้องปกปิดบางอย่างไว้เช่นกัน

ไล่ ผบช.ภ.9 ไปจัดการส่วยในพื้นที่

นายถาวรกล่าวว่า สำหรับ ผบช.ภ. 9 ทราบว่าท่านใช้คำว่า ถ้าออกมาเคลื่อนไหวก็เท่ากับว่าเป็นอันธพาล ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย ในฐานะที่ ผบช.ภ. 9 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในเขตพื้นที่ภูมิลำเนาเขตเลือกตั้งของตนนั้น ขอขอบคุณที่เตือนแต่สิ่งที่เตือนนั้นสำเหนียกตัวเองอยู่ตลอด และขอส่งสัญญาณถึงท่านว่า ในพื้นที่รับผิดชอบของภาค 9 มีตำรวจที่รับส่วยอยู่ ขอให้ตรวจสอบด้วย หากจะเปิดหน้าชกกับตนก็ยินดี

หยุดพูดให้ปลูกพืชอื่นแทนยาง

นายถาวรกล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำนั้น อาจต้องทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ เพื่อให้รับรู้ปัญหาและข้อเท็จจริง ไม่ใช่ฟังข้อมูลจากข้าราชการด้านเดียว เช่น ที่บอกว่าราคายางอยู่ที่ 48 หรือ 36 บาทต่อกิโลกรัมนั้น เป็นราคายางแผ่นดิบรมควันชั้นหนึ่งที่พร้อมส่งออก แต่ราคาน้ำยางสดหรือยางแผ่นที่ซื้อขายในพื้นที่จริง กลับมีราคาอยู่ที่ 23-25 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น

“รัฐบาลควรรับฟังปัญหา และตั้งคณะกรรมการมาแก้ไข ไม่ใช่บอกว่าทำมาแล้ว หมดหนทางแล้ว ไม่ใช่วิสัยของนักปกครอง ในเมื่อรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบก็ต้องพร้อมแก้ปัญหา หรือแสดงความจริงใจว่าพยายามแก้ไขให้คนที่กำลังเดือดร้อนมีกำลังใจ หากยังนิ่งเฉย แก้ไม่ถูกทางเช่นนี้ พอถึงฤดูเปิดกรีดยางก็จะมียางออกมาอีกมากจะยิ่งซ้ำปัญหายิ่งขึ้น ส่วนที่แนะนำให้ปลูกพืชอื่นเป็นรายได้เสริมนั้น ชาวสวนยางทำมาหมดแล้ว แต่รายได้หลักคือการปลูกยางที่ตกต่ำในรอบ 100 ปีก็ว่าได้” นายถาวรกล่าว

พท.เตือนอย่าราดน้ำมันใส่กองไฟ

ขณะที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายกฯขู่จะดำเนินคดีกับชาวสวนยางที่จะเคลื่อนไหวนั้น ขอฝากว่าอย่าใช้แต่กำลัง อำนาจ เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ต้องเจรจาพูดคุยทำความเข้าใจ ถ้าดำเนินคดีก็ไม่ต่างจากเอาน้ำมันไปราดบนกองเพลิง เพราะทำให้เกษตรกรชาวสวนยางมองว่ารัฐบาลไม่จริงใจแก้ปัญหา การที่ชาวสวนยางออกมาไม่มีเรื่องการเมือง แต่เพราะเดือดร้อนจริงๆ รัฐบาลอย่ามองว่ามีเบื้องหลัง ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ยางราคาตก นอกจากราคาตลาดโลกแล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องที่หลายประเทศไม่ซื้อยางพาราจากไทย ต้องซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ ส่วนจีนก็ซื้อราคาถูกลงอีก ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบสร้างความเชื่อมั่น รีบคืนอำนาจให้ประชาชน ต่างชาติจะได้เลิกแซงก์ชั่นสินค้าไทย

ห่วงทีม ศก.ไร้น้ำยารับมือวิกฤติ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ฟังนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ รมว.คลัง พูดถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับไทยเรา สืบเนื่องมาจากการลดค่าเงินหยวนในจีนและจากกรณีพิพาทระหว่างประเทศซาอุดีอาระเบียกับประเทศอิหร่าน ตลอดจนการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะส่งผลกระทบกับค่าเงินบาทและเศรษฐกิจของไทยเรา ในปี 2559 นี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็รู้สึกเป็นห่วงมากว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้จะมีความสามารถรับมือได้ไหวหรือไม่ การค้าขายการลงทุนและการส่งออกของไทยคงจะได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหนัก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเคยพูดเตือนเรื่องนี้ก่อนสิ้นปี 2558 ฉะนั้นถ้ารัฐบาลอยากจะรู้วิธีการรับมือและแก้ปัญหาในอนาคต ตนพร้อมที่จะประสานนายทักษิณเพื่อขอคำแนะนำ เชื่อว่าจะได้คำชี้แนะที่เป็นประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้เราได้

นปช.ยก “จ่านิว” จุดประกายพลัง

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวในรายการมองไกล ผ่านยูทูบ ถึงกรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว กลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ ไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนว่า จ่านิวและเพื่อนนักศึกษาเชื่อว่าการไปตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ไม่มีความผิด หลังจากนี้ตำรวจต้องออกหมายจับจ่านิวกับพวก นักศึกษากลุ่มนี้พร้อมให้จับ ยึดแนวทางอารยะขัดขืน เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ทำผิด ถ้าตำรวจออกหมายจับจะเกิดเรื่องอื่นแทรกมาทันที กลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ยอมเอาอิสรภาพมาจุดประกาย เมื่อผู้ปกครองลุแก่อำนาจ ทำตัวเป็นนายประชาชน ย่อมทำให้พลังบริสุทธิ์ของนักศึกษาลุกโชนขึ้นทันที กลไกรัฐไม่รู้ว่าเมื่อประชาชนลุกขึ้นต่อสู้แล้วจะลืมความตายเบื้องหน้าไปสิ้น จ่านิวและเพื่อนสู้โดยไม่รับทราบข้อกล่าวหา เมื่อถูกหมายจับจะไม่ประกันตัว คนแห่ไปเยี่ยมมากขึ้นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา

เผด็จการทุจริตเมื่อไหร่พังทันที

นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้พิสูจน์ชัดว่าอำนาจแก้ไขปัญหาชาติไม่ได้ การทุจริตเกิดเต็มบ้านเมือง นายกฯเชื่อหรือว่า ครม.ไม่ทุจริต กล้าสาบานตัวที่วัดพระแก้วหรือไม่ การด่านักการเมืองโกงเป็นความคิดการยึดอำนาจทุกครั้ง แต่ธรรมชาติอำนาจแล้วช่วงปลายทุกครั้งจะถูกประชาชนขับไล่เพราะการทุจริตเช่นกัน อำนาจกับผลประโยชน์มักมาด้วยกัน อำนาจเมื่ออ้างเข้ามาเพื่อปราบคนโกง แต่สุดท้ายกลุ่มอำนาจจะโกงกันเสียเอง ธรรมชาติของอำนาจมักเป็นเช่นนี้ ปัญหามากมายในขณะนี้ กรณีราคายางพาราและข้าวตกต่ำ รวมทั้งรถไฟไทย-จีนที่ช้าแต่แพง ถูกวิจารณ์หนักหน่วง เต็มไปด้วยข้อพิรุธ สงสัยมากมาย ขณะเดียวกันประชาชนอยู่ในภาวะหิวโหย เดือดร้อนปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ จึงไม่เป็นสิ่งดีของผู้ปกครอง แม้วิธีการเข้ามาไม่ถูกต้อง แต่ประชาชนให้โอกาส ถ้ามีการทุจริตเสียเองคนไทยก็รับไม่ได้ สิ่งสำคัญคนไทยไม่ชอบเผด็จการ และคอร์รัปชัน หากเผด็จการมารวมกับคอร์รัปชันเมื่อไร ปัญหาจะเกิดขึ้น และถูกจุดประกาย ลุกลามไม่แตกต่างจากบทเรียนในประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ 14 ต.ค. 16

อย่ามโนไทยแชมป์ส่งออกข้าว

นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า เห็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องข้าวและชาวนา 2 เรื่อง ที่ทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง คือข่าวแรก ผู้บริหารภาครัฐบาลและภาคเอกชนต่างตื่นเต้นดีใจออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าไทยจะส่งออกข้าวได้นับ 10 ล้านตัน และกำลังจะทวงแชมป์โลกส่งออกข้าวคืนจากอินเดีย ตรงข้ามกับอีกข่าวที่เป็นเด็กลูกชาวนาพิษณุโลกที่มาร่วมงานโปรโมตงานวันเด็กที่พูดถึงพ่อแม่ที่เป็นชาวนาที่มีความทุกข์เดือดร้อนเพราะถูกห้ามไม่ให้ทำนาจึงขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัวจึงอ้อนวอนให้รัฐบาลช่วยเหลือโดยรีบด่วน ทั้งนี้ตนคิดว่าผู้สร้างมายาคติไทยเป็นแชมป์โลกส่งออกข้าวมีความฉลาดหลักแหลมมาก เพราะสามารถสร้างอารมณ์ร่วมของคนในชาติว่าเราต้องเป็นแชมป์โลกและต้องรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ จนทำให้สังคมมองข้ามความเป็นจริงอันแสนขมขื่นว่านักมวยตัวจริงคือ ชาวนาที่เป็นผู้ผลิตต้องลงทุนลงแรงไปจนหมดตัว แต่ถูกกดราคา ส่วนผู้ที่โดนน็อกด้วยอีกคนหนึ่งก็คือประเทศชาติโดยส่วนรวม จึงขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายได้ใช้สติปัญญาเพื่อพิจารณาถอนตัวจากมายาคติดังกล่าวและเร่งรัดหาหนทางที่ถูกต้องเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยของเราโดยเร็ว

ปชป.เหน็บ “ปู” เล่นลิ้นเตะถ่วงคดี

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขอเพิ่มพยาน 18 ปาก เพื่อขยายเวลาสอบรอบที่ 4 ในคดีค่าเสียหายจำนำข้าวของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ระบุว่าให้ โอกาสส่งเป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับบอกว่า ที่คณะกรรมการฯระบุว่า สามารถส่งข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรได้นั้น ไม่ทราบว่าคณะกรรมการฯต้องการคำตอบอะไร จึงต้องเห็นคำถามก่อน จึงจะตอบในรายละเอียดได้ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์เองเป็นฝ่ายขอเสนอพยาน ก็เพื่อให้การเป็นประโยชน์แก่ตัวเอง ในเมื่อรัฐบาลให้โอกาสชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรได้ก็น่าจะชี้แจงข้อมูลต่างๆได้ แต่กลับมาบอกว่าต้องเห็นคำถามก่อน ตนติดตามดูแล้วก็ตลก สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    7.0%
  • ไม่ชอบ
    13.2%
  • สนุก
    60.5%
  • ประหลาดใจ
    8.3%
  • เสียใจ
    4.4%
  • ให้กำลังใจ
    6.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement