จวกปาหี่ปรองดอง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

จวกปาหี่ปรองดอง

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ม.ค. 2559 06:18
3,266 ครั้ง


‘จตุพร’ ซัดยักษ์ไม่มีกระบอง ปชป.-พท.ยังกั๊กร่วมวงกมธ.

“พรเพชร” เร่งเครื่องตั้งไข่ปรองดอง กดปุ่ม สนช. ตั้ง กมธ.สร้างสันติสุขสัปดาห์หน้า ดึงคู่ขัดแย้งทุกขั้วทุกพรรคเข้าร่วม ตีกันออก ก.ม.นิรโทษเป็นกระบวนการปลายทาง “อภิสิทธิ์”ตั้งการ์ดสูงขอดูความเหมาะสมก่อน ด้าน พท.แทงกั๊กรอเทียบเชิญเช็กอำนาจหน้าที่ “ภูมิธรรม” ยันอยู่ที่เจตนาเยียวยา ไม่ใช่ใช้เงินฟาดหัว ขณะที่ “จตุพร” เย้ยปาหี่ซัดเปรี้ยงปรองดองลวงโลก “อนุทิน” เด้ง รับทันทีโดดร่วมวง กรธ.เล็งยกเลิกเลือกตั้งล่วงหน้า ชี้โกงง่าย-เปลืองงบฯ “ประยุทธ์” หวัง รธน.ผ่านประชามติ ได้เลือกตั้งไร้เหตุรุนแรง บ่นขอทุกฝ่ายช่วยดันปฏิรูปอย่ามัวแต่ติ ฮึ่มสวนยางข่มขู่จะไม่ทำให้ประท้วงบนถนนโดนคดี เครือข่ายสวนยางสงขลานัด 12 ม.ค. รวมพลตลาดกลางหาดใหญ่ รมว.สธ.ยันไม่ล้ม สสส. เดินหน้าต่อหลังแก้ระเบียบปลดล็อกเบิกงบฯได้ “หมอวิชัย” โต้กล่าวหาเลื่อนลอย โบ้ยรัฐบาลสืบหาแก๊งโค่น

หลังจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับทราบแนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้ไปพิจารณาการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อสร้างการปรองดอง ล่าสุดประธาน สนช.ระบุว่า สนช.จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข โดยจะเชิญคู่ขัดแย้งทุกกลุ่มและพรรคการเมืองเข้าร่วมด้วย

กรธ.เล็งยกเลิกเลือกตั้งล่วงหน้า

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาทบทวนร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นเวลา 15.00 น. นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. แถลงภายหลังการประชุม ว่า อนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติได้นำเสนอเนื้อหาบางส่วนที่ยังไม่ได้ข้อยุติมาหารือ เตือนให้ต้องกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เช่น หากผู้ชนะได้รับเลือกเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต แพ้คะแนนโหวตโน แล้วต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ จะทำอย่างไรกับการประกาศรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทั้งยังตั้งคำถามว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าควรมีหรือไม่ เพราะกระบวนการหละหลวม เจ้าหน้าที่ควบคุมมีน้อย เอื้อต่อการทุจริต สิ้นเปลืองงบประมาณ และจากการกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ ก็ทำให้ประชาชนที่เป็นลูกจ้างนอกภูมิลำเนา มีเหตุอันควรลางานล่วงหน้าเพื่อไปเลือกตั้งได้อยู่แล้ว

จัด 3 ช่วงเผยเนื้อหาก่อนประชามติ

นายชาติชายกล่าวว่า ด้านอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ก็ได้นำเสนอแนวทางทำความเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญแก่ประชาชน โดยแบ่งช่วงตามกรอบเวลา 3 ช่วง คือ 1.ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงร่างรัฐธรรมนูญร่าง แรกเสร็จ 2.ระหว่างเดือน ก.พ.-มี.ค. จะทำความเข้าใจถึงเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นของใหม่ และเปิดรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะก่อนการจัดทำร่างสุดท้าย 3.ตั้งแต่เดือน เม.ย. จนถึงวันทำประชามติ กรธ.จะชักชวนประชาชนให้มองไปข้างหน้าว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว ยังจะต้องร่างกฎหมายลูกอีกหลายฉบับ เปิดให้ประชาชนร่วมเสนอความเห็นต่อการร่างกฎหมายลูก พร้อมกันนี้ อนุกรรมการฯยังได้เสนอสโลแกนเบื้องต้น ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญได้ง่ายกว่าการไปนั่งอ่านภาษากฎหมายให้ปวดหัวคือ รัฐธรรมนูญใหม่ การเมืองใหม่ และปลอดการทุจริต ต่อชีวิตให้บ้านเมือง

พร้อมโชว์ร่างแรกรายมาตรา

นายชาติชายกล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการประชุม กรธ.ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 11-17 ม.ค. ที่ประชุม กรธ.จะทำการพิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วจะนำเสนอเนื้อหาเป็นรายมาตราให้ผู้สื่อข่าวนำไปเผยแพร่แบบวันต่อวัน คาดว่าวันที่ 17 ม.ค. น่าจะพิจารณาร่างแรกเสร็จ พร้อมกับเขียนกำกับให้เห็นด้วยว่า เนื้อหาส่วนใดบ้างที่เป็นไปตามหลักการ 5 ข้อ ของ คสช. และกรอบการร่างตามมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อป้องกันมือดีไปร้องเรียน “เบื้องต้นเนื้อหาตอนนี้มีประมาณ 250 มาตรา ซึ่ง กรธ.หลายคนก็ตั้งใจอยากให้เนื้อหามีความกระชับมากกว่านี้ หากปรับลดได้ก็อยากทำ แต่เราก็จะไม่สละความชัดเจนของเนื้อหา จนต้องนำรายละเอียดไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกทั้งหมด เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาว่า ผู้ที่รับผิดชอบออกกฎหมายลูก ตีความเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญแล้วเขียนกฎหมายลูกไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของ กรธ.”

“ชวน” ชงขยายเวลาหย่อนบัตรเลือกตั้ง

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายราเมศ รัตนะเชวง ฝ่ายกฎหมายพรรคเข้าให้ความเห็นประกอบการร่างรัฐธรรมนูญกับนายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธาน กรธ. ทั้งนี้ นายชวนเปิดเผยว่า มาให้ข้อมูลในฐานะผู้ปฏิบัติที่เป็นห่วงระยะเวลาการใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่เปิดหีบบัตรลงคะแนนเวลา 08.00-15.00 น. ถือว่าน้อยเกินไป ควรขยายเวลา ปัญหาต่างๆในประเทศที่เกิดขึ้น ไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แต่อยู่ที่ผู้ปฏิบัติไม่ยึดหลักรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

“สมชัย” เตรียม 3 ป.ทำประชามติ

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงการณ์เตรียมการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า กกต.ยึดแนวทางดำเนินการ 3 ป. คือ ประชาชนสะดวก ประชามติเที่ยงธรรม และประชาธิปไตยคุณภาพ เมื่อถามถึงเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์การออกเสียงประชามติ นายสมชัยกล่าวว่า ทั่วโลกใช้หลักเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ ไม่ใช่เสียงข้างมากผู้มีสิทธิและ กกต.คงไม่ส่งความเห็นว่าต้องแก้ไข เพราะไม่อยู่ในอำนาจ ต้องไปถามนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ หรือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ถ้าคนเหล่านี้ไม่กังวล กกต.ก็ไม่กังวล

บิ๊กแม่น้ำ 3 สายสังสรรค์สื่อสภา

ที่รัฐสภา สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ปี 2559 มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐ– ธรรมนูญ (กรธ.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายอลงกรณ์ พล-บุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิก สปท. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก สปท. มาร่วมงานและรับประทานอาหารร่วมกับสื่อมวลชน พร้อมกับนำอาหารมาร่วมงานด้วย อาทิ นายมีชัยนำก๋วยจั๊บจากย่านเยาวราช นายพรเพชรนำขนมหวาน ขณะที่ ร.อ. ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปท.ได้นำผลไม้และขนมมาร่วมงานด้วย

สนช.ตั้ง กมธ.สร้างสันติสุขสัปดาห์หน้า

จากนั้นนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สนช.เตรียมจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุขว่า ขณะนี้ยังไม่มีการจัดตั้ง แต่แนวคิดนี้มาจากสถาบันพระปกเกล้า สนช.จะเสนอตั้ง กมธ.ชุดนี้ขึ้นมา เพื่อศึกษาหาแนวทางสร้างความปรองดองและสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้มี กมธ.กว่า 20 คน จะเชิญคู่ขัดแย้งในสังคมทุกฝ่ายทั้งกลุ่มการเมือง อาทิ นปช. กปปส. ตลอดจนพรรคการเมืองมาร่วมเป็น กมธ. ขณะนี้อยู่ระหว่างหาตัวคนใน สนช. มาทำหน้าที่ประธาน กมธ.คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน และเสนอเป็นญัตติต่อที่ประชุม สนช. เพื่อให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าวต่อไป ส่วนกรอบเวลาการทำงาน จะทำให้เสร็จเร็วที่สุด แต่สูงสุดคงไม่เกิน 180 วันตามข้อบังคับการประชุมสนช. เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ต้องดูว่าต้องส่งเรื่องใดให้รัฐบาล หรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แต่หากจำเป็นต้องออกกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การสร้างสันติสุขก็ต้องทำ

ทำ ก.ม.นิรโทษฯเป็นเรื่องปลายทาง

นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนจะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับความเห็นของ กมธ. แต่ส่วนตัวมองว่าการนิรโทษกรรมเป็นกระบวนการปลายทาง อย่างไรก็ตาม แนว ทางการศึกษาของ กมธ.ชุดนี้คงต้องนำผลศึกษาเรื่องแนวทางปรองดองของคณะกรรมการชุดต่างๆ เช่น คณะกรรมการเพื่อความสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธาน มาพิจารณาประกอบด้วย เชื่อว่า กมธ.ชุดนี้จะไม่ทำงานซ้ำซ้อนกับคณะกรรมาธิการปรองดองที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้านการเมืองทำอยู่ เพราะจะเป็นการดำเนินการแบบคู่ขนานกันไป

“อภิสิทธิ์” ตั้งการ์ดเช็กความเหมาะสม

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีประธาน สนช.จะเชิญคู่ขัดแย้งทางการเมือง เข้าร่วมในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุขว่า พอทราบข่าวเรื่องนี้บ้าง แต่ขอให้ได้รับเอกสารเชิญอย่างเป็นทางการก่อน เพื่อจะได้พิจารณาถึงรายละเอียดตลอดจนขอบเขตของอำนาจ หน้าที่และอื่น ๆ เพื่อจะได้พิจารณาถึงความเหมาะสมว่า พรรคจะส่งตัวแทนเข้าร่วมหรือไม่ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนที่ชัดเจนว่าสนับสนุนให้มีการนิรโทษกรรมให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุม ซึ่งอาจมีความผิดเล็กน้อย ส่วนที่เหลือนอกนั้นให้เข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม

“อนุทิน” เด้งรับลูกสานฝันปรองดอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ สนช.เตรียมจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุขโดย เชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมเป็น กมธ.ว่า ถ้ามีการเชิญมาคงไม่ส่งคนอื่น แต่จะไปเองเลยในฐานะหัวหน้าพรรค เรื่องความปรองดองตนพร้อมจะเข้าร่วม ส่วนจะมีข้อเสนออะไรนั้นต้องดูก่อนว่าแต่ละฝ่ายมีความตั้งใจแค่ไหน หากทุกคนเอาความปรองดองเป็นที่ตั้งก็น่าจะลงตัว และเห็นด้วยที่จะเชิญคู่ขัดแย้งหรือพรรคการเมืองเข้าร่วม ถ้าเอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย เกมไม่จบ คนอยากจะดีกันมันง่าย ให้มานั่งคุยกันและคิดว่าไม่มีใครได้หรือเสียทั้งหมด

พท.แทงกั๊กรอดูเทียบเชิญ–กรอบหน้าที่

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประธาน สนช.ระบุจะเชิญพรรคการเมืองและคู่ขัดแย้งทางการเมือง เข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการปรองดองว่า การที่มีการเสนอความเห็นหรือตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อเชิญทุกฝ่ายมาหารือเรื่องปรองดองเป็นเรื่องที่ดี แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีการตั้งคณะกรรมการลักษณะนี้ขึ้นมาไม่รู้กี่ชุด แต่ไม่รู้ว่าได้แก้ปัญหาที่แท้จริงหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวเป็นอย่างไร ตั้งขึ้นมาทำอะไร ทำได้จริงเป็นรูปธรรมแค่ไหน แค่รวบรวมเสนอความเห็น หรือมีอำนาจตัดสินใจ ถ้าตั้งขึ้นมาลอยๆ อภิปรายกันไปมาหรือให้เพียงแค่ดูดี ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นขอดูรายละเอียดและจดหมายเชิญอย่างชัดเจนก่อน

ยินดีเข้าร่วมถ้าตั้งใจจริงแก้ปัญหา

นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า ในฐานะพรรคการ เมืองแน่นอนว่า พรรคเพื่อไทยยินดีที่จะปรองดอง อะไรที่ทำให้ประเทศเดินหน้า ลดความแตกแยกพรรคเห็นด้วย และจะทำเท่าที่ทำได้ แต่ต้องดูในเจตนาของกรรมาธิการชุดนี้ด้วยว่า ต้องตั้งใจจริงในการแก้ปัญหา ต้องฟังเสียงทุกฝ่าย ต้องฟังผู้สูญเสีย ผู้ได้รับผลกระทบ ต้องฟังว่าความจริงคืออะไร จะมีการเยียวยา คลี่คลายปัญหาด้านความรู้สึกอย่างไร เพราะการเยียวยาไม่ใช่การเอาเงินไปฟาดหัว แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องเกียรติยศศักดิ์ศรี ความยุติธรรม

“จตุพร” ซัดปาหี่แนะไปคุยใน รพ.บ้า

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวไม่แคล้วเป็นปรองดองลวงโลก ก่อนหน้านี้ทำมาแล้ว 2 ชุดคือชุด ศปป.ของทหาร และชุดของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีต สปช.ทำไปไกลมากแต่สุดท้ายเป็นแค่การปรับทุกข์เล่าสู่กันฟัง ไม่มีผลเชิงปฏิบัติ เพราะมีหน้าที่คุยแต่ไม่มีอำนาจ ให้เป็นยักษ์แต่ไม่ให้กระบอง วันนี้จะให้คุยกันใหม่ คุยกันอีกมันก็คนหน้าเดิมๆคุยไปก็เท่านั้น อายกันหมดแล้ว ชุดนี้จะมีน้ำยาอะไรไปนัดคุยกันในโรงพยาบาลบ้าน่าจะดีกว่า ปัญหาอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว จะทำจริงหรือเปล่า วันนี้ยังกล้าแม้แต่นิรโทษกรรมตัวเอง แล้วทำไมไม่กล้านิรโทษกรรมให้ประชาชนบ้าง แกนนำไม่จำเป็นการปรองดองไม่ต้องเริ่มตรงไหน ขอให้เริ่มตรงนี้ดีกว่า

กปปส.ชี้สมานฉันท์ต้องสมัครใจ

นายถาวร เสนเนียม รองประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ส่วนตัวเห็นด้วยว่าต้องมีกระบวนการปรองดอง โดยให้ฝ่ายที่ขัดแย้งเข้าร่วม แต่ในภาพรวมจำเป็นต้องหารือกับแกนนำ กปปส.ทั้งหมดก่อน เพราะยังไม่เห็นหนังสือเชิญ หรือต้นเรื่องว่าคืออะไร อย่างไร แต่อยากบอกว่าการจะสมานฉันท์ปรองดองใดๆได้นั้น ต้องเกิดจากจิตใจที่มีสำนึกหรือสมัครใจ หากคนไม่มีใจหรือไม่สมัครใจจะออกกฎหมายมาบังคับหรือรองรับ คงไม่สำเร็จ เพราะบางเรื่องมันปรองดองไม่ได้ เช่นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน คดีต่อชีวิตและเผา ที่สำคัญคือคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงหรือผิดมาตรา 112 สำหรับตนยอมไม่ได้

“บิ๊กตู่” ร่วมงานเลี้ยงปีใหม่นักข่าว

เมื่อเวลา 12.45 น. ที่บริเวณรอบห้องผู้สื่อข่าวประจำหลังเก่า (รังนกกระจอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ร่วมงานเลี้ยงฉลองวันปีใหม่ 2559 ของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ภายใต้แนวคิดงานวันเด็ก มีนักข่าวบางส่วนแต่งตัวย้อนวัยเด็กนักเรียนร่วมชิงรางวัล โดย พล.อ.ประยุทธ์หยอกล้อกับบรรดานักข่าวว่า เห็นแล้วไม่มีอารมณ์ แต่เห็นแล้วน่ารัก ก่อนนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน และเล่าเรื่องวัยเด็กให้นักข่าวฟังว่า ตนเริ่มเกเรบ้าง ปีนรั้วไปกินขนมตอนกลางคืนรอบโรงเรียน ปีนรั้วลำบากแต่เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต ทำให้เราเอาตัวรอดได้ ส่วนเรื่องแฟนคบทีละคน ต้องให้เกียรติ แต่เชื่อในบุพเพสันนิวาส ทุกคนมีชะตากรรม มีคู่อยู่แล้ว นักเรียนนายร้อยส่วนใหญ่มีแฟนตอนปี 3 ส่วนใหญ่เป็นครูเป็นหมอเพราะอยู่ในวงราชการพบกันบ่อย ส่วนแฟนคนแรกจำไม่ได้แล้ว เพราะแฟนไม่ใช่ภรรยา ปกติตนเป็นคนพูดเก่ง โรแมนติก คิดแต่สิ่งดีๆ มองต้นไม้ใบหญ้าก็เอามาเขียนเป็นกลอน ชอบเขียนหนังสือและชอบภาษาไทย

เผยไม่ชอบความขัดแย้ง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แม่เป็นครูชอบเข้มงวด สอนภาษาไทย ไม่เคยโดดเรียน ไม่เคยเข้าห้องผู้ปกครอง ไม่ชอบความขัดแย้ง เพราะไม่น่าจะแก้ปัญหาได้ง่าย ไม่เคยโดดเรียน ทุกวันเล่นบอลเป็นศูนย์หน้า ภรรยาที่มาเจอกันเพราะเรียนภาษาอังกฤษเพื่อไปต่างประเทศสัปดาห์ละครั้ง วันละ 1-2 ชั่วโมง อายุไล่เลี่ยกัน แต่งงานกันตอนอายุ 34 ปี สมัยเป็นร้อยเอก จะหวานแหววกันไม่ได้ ต้องอยู่ชายแดน วันนี้เปิดความลับหมดเลย ส่วนที่ตนมีอารมณ์ฉุนเฉียวเป็นตั้งแต่เป็นผู้บังคับหน่วย ถ้าดีด้วยก็จะเละเทะ แต่กับสื่ออาละวาดทุกวันเพราะสื่อยั่ว จากนั้นผู้สื่อข่าวนำกล้วยให้นายกฯรับประทาน เพื่อจะได้ทำงานราบรื่น พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า ปีนี้จะยากขึ้น เพราะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง แล้วกลับไปกล่าวถึงบุตรสาวว่าไม่อยากให้ไปไหนเพราะเป็นห่วงว่าจะลำบาก ภรรยาก็ลำบาก ส่วนแฟนของลูกสาว เขาบอกว่า ถ้ามีแฟนต้องหาให้ดีกว่าพ่อ แต่ไม่ดีกว่า ไม่มีก็ไม่เป็นไร ที่ผ่านมาก็มีคนมาจีบลูกสาวตน แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว ลูกแฝดเลี้ยงยาก ต้องเอาเหตุผลเข้าสู้ เด็กสมัยนี้เอาหัวใจมาก่อนความรู้สึก ต้องเอาเหตุผลและสมองมาด้วย เอาความรู้สึกอย่างเดียวไม่ได้ เป็นรักแรกพบไม่ดี

หวัง รธน.ผ่านประชามติ–ลต.ไร้รุนแรง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เนื่องในโอกาสปีใหม่นี้ ทุกคนมีเวลาพักผ่อน ส่วนตนมีเวลา แต่ไม่ได้หยุดคิดเพราะต้องเตรียมขับเคลื่อนงานในปี 2559 เพราะถ้าเริ่มไม่ได้ ต่อไปจะเดินหน้าไม่ได้ ขอความร่วมมือให้เป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก ส่วนตัวอยากให้ประชามติผ่านและเลือกตั้งโดยไม่มีความรุนแรง แต่หากอยากให้เป็นแบบเดิมก็แล้วแต่ แต่ไม่อยากให้ใส่ความกันมาก เพราะเราไม่ได้ทำการเมือง ที่ตัดสินใจเข้ามาเพราะคนจน ซึ่งต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่อย่างไร ไม่ใช่ใช้แต่เงิน วันนี้จะลำบากถ้าไม่ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ความมั่นคงเป็นบ่อเกิดของทุกอย่าง บ้านเมืองสงบ มีเรื่องความเชื่อมั่น ขอให้ชั่งน้ำหนักสิ่งที่ตนทำหรือหวังจากรัฐบาลอื่น

กำชับสื่ออย่าเสี้ยมให้คนทะเลาะ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ตนอยากอยู่กับสื่อทำเนียบฯ ถือว่าเป็นสมาชิกร่วมกัน แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้คุย อยากให้ทุกคนได้รู้ เราไม่สามารถได้อะไรทุกอย่าง และปีกว่าที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้หมด หมดหน้าที่กลับบ้านนอน ดูลูกหลานโตมา น่ากังวลว่าวันหน้าจะมีงานทำไหม สื่อน่ารักทุกคน ไม่ได้โกรธใครเลย อยากให้สร้างสังคมให้ปลอดภัย ไม่ได้อยากให้เขียนสนับสนุนตน แต่ขอให้นำเสนอสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำด้วยให้คนตัดสินใจ หนังสือพิมพ์เขียนให้อีกฝ่ายอยู่ข้างหน้า แต่เขียนให้ตนอยู่ข้างใน ใครพูดก่อนคนเห็นก็เชื่อไปแล้ว ต้องสร้างใหม่ให้คนมีเหตุผล ไม่ใช่เขียนให้ทะเลาะกัน ทำไมเราต้องทำให้เกิดความขัดแย้ง ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนมีความสุข ให้โอกาสและให้อภัยทุกคน และขอรวยอย่างพอเพียง เคยซื้อลอตเตอรี่หรือไม่ ถูกกันง่ายหรือไง ถ้าใครได้แบ่งหน่อย มีคนไม่ซื้อ มันก็เหมือน เดิมมาจองก็เหมือนเดิมนอมินี แก้แล้วก็เหมือนเดิม สังคมไม่ร่วมมือ ตอนนี้หาวิธีการอยู่ ให้โควตา 25 ล้านใบ ผู้พิการอีก 25 ล้านใบให้ทั่วไป ผู้พิการบอกยังไม่พอต้องไปไล่รื้อดู

เรียกทุกฝ่ายช่วยปฏิรูปอย่ามัวติ

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทาน ส.ค.ส. แก่ปวงชนชาวไทย โดยมีพรพระราชทานว่า “ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ” ขออัญเชิญมากล่าวย้ำเป็นกำลังใจ เป็นพลังให้กับทุกภาคส่วน ขอให้พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า น้อมนำไปเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตอย่างมีสติ และรู้เท่าทันการอยู่เสมอ ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาด้านการเมือง ต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก หากทุกคนเจตนาดีเข้ามาช่วยกันแสดงความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปดีกว่า อย่ามาติติงพูดถึงแต่เพียงเรื่องอำนาจ การใช้อำนาจระวังการสืบทอดอำนาจของตน เพราะทำให้ไม่เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วประชาชนก็ไม่พึงพอใจ การเลือกตั้งก็มีปัญหา จะกลับมาโทษตนอีกก็คงไม่ถูก ดังนั้นต้องทำอย่างไรให้ตัวเองพัฒนา ถ้าดีแก้ไข ทุกคนก็ให้อภัยหมด เราไม่ใช่ศัตรูกัน ท่านเป็นศัตรูเฉพาะเรื่องกฎหมาย เพราะท่านทำความผิดก็ต้องรับผิดชอบ

ท้ากล้าไหมให้ทหารร่วมแจงด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายคนยังเข้าใจว่าการปรองดองสมานฉันท์ คือการนิรโทษฯ ยกโทษให้ แต่จะต้องมาด้วยกฎหมาย โดยคณะทำงานฝ่ายกฎหมายว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะมาเป็นเหตุผลว่าทำอย่างไรให้มีการเลือกตั้ง แต่การผ่านรัฐธรรมนูญโดยต้องปรองดอง นิรโทษฯ เป็นคนละเรื่องกัน ทั้งนี้ทุกเรื่องที่ต้องแก้ไขด้วยกฎหมาย ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระมีหน้าที่ มีกฎหมายอยู่แล้ว ปล่อยให้ทำงานอย่างอิสระไม่ไปครอบงำ รัฐบาลไม่ไปสั่งการใดๆ ทุกคนมีสิทธิในการต่อสู้ด้วยกฎหมาย อย่าไปต่อสู้ด้วยสื่อ ทำให้สังคมปั่นป่วน บิดเบือน ถ้าคิดว่าพูดเรื่องจริง วันหลังก็ขอเชิญผู้แทนทางทหารไปชี้แจงด้วย ไม่ว่าจะเรื่องของการใช้ความรุนแรง การละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ไปชี้แจง สำคัญว่าท่านจะกล้าไหม มิเช่นนั้นท่านก็เล่นงานเจ้าหน้าที่อยู่ฝ่ายเดียว ต้องนึกถึงการกระทำของตนเองด้วย อย่าอ้างประชาชนอ้างประชาธิปไตยอย่างเดียว

ทำใจประชามติ รธน.อาจไม่ผ่าน

นายกฯกล่าวด้วยว่า ยังไม่มั่นใจเรื่องการประชามติ ถ้าทุกคนยังมองในแง่ของประชาธิปไตยอย่างเดียวมันไปไม่ได้ ยังไงก็ติดหมด ต้องมองว่าสิ่งที่เขียนไว้ สิ่งที่ทำไว้นี่เกิดประโยชน์กับใครประโยชน์กับตนหรือเปล่า ประโยชน์กับ คสช. หรือผลประโยชน์กับใครอื่นอีก เขียนกันไปแล้วก็สร้างความเข้าใจกันไปผิดๆถูกๆก็ทำให้เกิดปัญหาหมด ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน จะทำยังไงได้ ก็ว่ากันไปแล้วกัน

“บิ๊กตู่” ฮึ่มสวนยางชุมนุมข่มขู่ไม่ทำให้

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีชาวสวนยางพาราเตรียมเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลให้แก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ว่า ถ้าขึ้นราคาให้ใครจะเป็นคนจ่ายเงิน ตอนนี้กำลังเร่งให้ แต่ไม่ได้พูดออกมา ยืนยันว่าเข้าใจความลำบากของชาวสวนยาง แต่ตอนรายได้ดีก็ไม่บ่น ตอนนี้ขอให้ช่วยกันให้ความร่วมมือ เราใช้งบประมาณอย่างเดียวไม่ได้ หากใช้ส่วนนี้เกษตรกรอื่นจะตามมา ตอนนี้กำลังลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนข้อเสนอให้นำยางไปทำถนน พยุงราคายางและข้อเสนอของเกษตรกรที่ให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท รัฐบาลทำอยู่นำไปทำถนน แต่ราคาถนนสูงขึ้น 15% ถ้าอุดหนุนราคายางให้ได้ 60 บาท จะกลายเป็นอัดยายซื้อขนมยาย ค่ายางและค่าถนนจะแพงขึ้น เสียทั้ง 2 อย่าง

ขนม็อบประท้วงบนถนนโดนคดี

นายกฯกล่าวอีกว่า ไม่ขอบอกว่าตอนนี้กำลังทำอะไร ขอให้เป็นไปตามระบบ และใช้งบประมาณไปกว่า 2.5 แสนล้านบาทแล้ว ไม่อยากให้กลไกตลาดบิดเบือน แต่กำลังสร้างกลไกเพื่อนำไปสู่การผลิตให้ได้ ในอดีตเคยสั่งให้ลดการผลิต ลดการปลูกแต่ไม่สำเร็จ เกษตรกรจะยอมไหม พูดมานานพูดแล้วไม่มีใครเชื่อ ตนรู้ ใครพูดใครทำอยู่เพราะเชื่อนักการเมืองท้องถิ่นมากกว่า ที่ผ่านมา ส่งเสริมการปลูกยาง บุกรุกป่าเพื่อปลูกยางบนเขา เมื่อสั่งตัดก็หาว่าทำร้ายคนจน จึงต้องทำให้สมัครใจ ส่วนการชุมนุมประท้วง สั่งการไปแล้ว กระทรวงเกษตรฯพูดคุยกับตัวแทนเกษตรกรไปแล้ว ตนก็รักเกษตรกรทุกคน แต่ไม่มีเงินจะให้ทำอย่างไร ทุกเรื่องถ้าเรียกร้อง ประท้วงข่มขู่ตนไม่ทำให้ แต่จะทำในแบบของตน ไปประท้วงบนถนนก็โดนคดี ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย อย่าหาว่ารังแกคนจน

“บิ๊กป้อม” โวยลั่นอย่ามากดดัน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เราจะชี้แจงว่ารัฐบาลได้แก้ปัญหาทุกอย่างต้องเข้าใจ ถ้ามาอยากถามว่ามาแล้วได้อะไร ตอนนี้รัฐมนตรีได้ชี้แจงและลงพื้นที่แก้ปัญหาอยู่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงก็ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจ เมื่อราคาน้ำมันลงขนาดนี้ จะให้ราคายางสูงขึ้นได้อย่างไร ไม่น่าต้องคิดอะไรมาก ต้องมองว่าจะช่วยกันอย่างไร เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่จะมีผู้ชุมนุมหลายกลุ่มเข้ามาทั้ง สสส.และสวนยาง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ห่วง ไม่เข้ามาหรอก มาก็ไม่ได้อะไร ผิดกฎหมายด้วย มี พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ถ้ารัฐบาลไม่สนใจน่าต้องมา นี่รัฐบาลทำงานหามรุ่ง หามค่ำถ้าจะมากดดันแค่นี้กดดันจะตายอยู่แล้ว

สวนยางสงขลานัดชุมนุม 12 ม.ค.

นายชัยวุฒิ ผ่องแพ้ว อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานสมาพันธ์เกษตรกร จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า แกนนำชาวสวนยาง จ.สงขลาหารือแล้วมีข้อสรุปว่า จะนัดรวมตัวที่ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วันที่ 12 ม.ค. เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งลงมือแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้ เราก้าวข้ามไม่ได้เรียกร้องว่ายางต้องราคากิโลกรัมละ 60 บาท แต่ขอให้รัฐบาลออกมาตรการแก้ไขระยะสั้น และระยะยาว โดย 1.กลไกการตลาดในประเทศไทย อยู่ในมือพ่อค้าคนกลางกำหนดราคารับซื้อได้เอง 2.ขอร้องนายกฯใช้มาตรา 44 เพื่อให้ตรวจสต๊อกยางทั้งของรัฐ และเอกชนว่ามีปริมาณค้างสต๊อกเท่าใด ต้องมีตัวแทนชาวสวนยางร่วมตรวจสอบได้ 3.ขอให้รัฐบาลเร่งออกมติ ครม.สั่งการให้หน่วยงานของรัฐใช้น้ำยางพาราเป็นส่วนผสมของการทำถนนไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ 4.พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ต้องลงมาพื้นที่รับเรื่องแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง อย่ามัวแต่นั่งรอรายงานตัวเลขจากข้าราชการในห้องแอร์ นอกจากนี้ ขอให้สมาชิก สนช. 3 คน คือ นายอนุมัติ อาหมัด นายชูศักดิ์ ลิ่มสกุล และนายบัญญัติ จันทน์เสนะ นำความเดือดร้อนของชาวสวนยางไปหารือ ใช้กลไก กมธ.เกษตรฯและพาณิชย์ของ สนช.แก้ไข โดยขอให้ สนช.รับเป็นเจ้าภาพประชุมตัวแทน 4 ฝ่าย คือ 1.ฝ่ายรัฐบาล 2.ตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 3.ตัวแทนเกษตรกรทุกจังหวัดที่ปลูกยางพารา และ 4.กลุ่มตัวแทนนายทุนอุตสาหกรรมยางพารา

ผบ.ตร.ขู่ “ถาวร” ไม่เกรงใจถ้าล้ำเส้น

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศร่วมเคลื่อนไหวกับม็อบสวนยาง ว่านายถาวรเป็นนักกฎหมาย ย่อมรู้ว่าการนำเกษตรกรสวนยางออกมาชุมนุมวันที่ 12 ม.ค.ทำได้หรือไม่ เนื่องจากมี พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะแล้ว หากดำเนินการนอกกรอบของกฎหมาย ก็ต้องใช้กฎหมายดำเนินการ แม้จะรู้จักกับนายถาวร แต่ไม่จำเป็นต้องประสานหรือพูดคุย ได้กำชับให้ ผบช.ภ.8 และ 9 ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากนายถาวรไม่เกรงใจกฎหมาย กฎหมายก็ไม่เกรงใจเช่นกัน

“ปิยะสกล” ยันเดินหน้าไม่ล้ม สสส.

สำหรับความคืบหน้ากรณีคำสั่ง คสช.ให้กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 7 คน พ้นจากตำแหน่ง และมีความเคลื่อนไหวคัดค้านตามมานั้น นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ในฐานะรองประธานคนที่ 1 บอร์ด สสส. กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีการแช่แข็งโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. และไม่มีการล้มสสส.แน่นอน เนื่องจากโครงการต่างๆเป็นสิ่งดีมาก และในการประชุมบอร์ดครั้งต่อไป วันที่ 15 ม.ค.นี้ สามารถเปิดประชุมได้เพราะองค์ประกอบครบถ้วน แม้จะขาดบอร์ด 7 คนก็ตาม นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาบอร์ดแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่ง และจะรับรองระเบียบข้อบังคับที่บอร์ดให้ความเห็นชอบไปแล้ว ดังนั้นโครงการต่างๆที่รับทุนจาก สสส.หากดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบ ก็น่าจะดำเนินการต่อได้เลย สิ่งที่จะทำคือให้ สสส.เดินหน้าต่อไปด้วยดี ไม่ติดขัด สำหรับกรณีที่ นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตรองประธานคณะกรรมการ สสส.ระบุว่า มีขบวนการจ้องล้ม สสส.นั้น ตนไม่เห็นว่ามีและไม่เห็นภาพแบบนั้น ยืนยันว่าคณะกรรมการไม่เคยคิดล้มสสส.ส่วนที่จะมีความเคลื่อนไหวคัดค้านในวันที่ 11 ม.ค.นั้นไม่กังวล

“วิชัย” จี้ซ้ำสอบกลุ่มจ้องโค่น

นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตรองประธานคณะกรรมการ สสส. กล่าวถึงกรณี นพ.ปิยะสกล ย้ำว่าไม่มีกลุ่มใดมาจ้องล้ม สสส. และยืนยัน สสส. ยังดำเนินการต่อไปว่า ต้องพูดเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะกระบวนการจ้องล้ม สสส.ไม่ได้ทำเปิดเผย การไม่ให้ส่งเงินภาษีไปที่ สสส.โดยตรงมีข่าวและหลักฐานชัดเจนอยู่ในตัวร่างรัฐธรรมนูญ การจะให้หาหลักฐานกระบวนการจ้องล้ม สสส.ให้ ต้องถามว่าประชาชนไม่ได้มีกลไกสืบหาข้อมูลข้อเท็จจริงเชิงลึกมากมายขนาดนั้น จะไปสืบหาอย่างไร ประชาชนแจ้งเบาะแส แต่รัฐบาลผู้มีอำนาจมีกลไกในการสืบค้นควรต้องทำหน้าที่นี้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะมี คตร.และ ป.ป.ช.เพื่ออะไร และการแจ้งเบาะแสครั้งนี้ไม่ใช่เลื่อนลอย สำหรับกรณี คตร.ปลดล็อกอนุมัติวงเงินทั้งหมด ไม่ต้องขออนุมัติจาก คตร.ต้องมาดูรายละเอียดว่าปลดล็อกจริงหรือไม่ ต้องถาม คตร.ว่ามีอะไรปลดล็อกการทำงานของ สสส.บ้าง ส่วนการปลดผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คนจะเป็นเรื่องตัวบุคคลหรือไม่ต้องดูกันต่อไป

เสียงอ่อยหลังปลดล็อกเบิกจ่ายได้

นายคำรณ ชูเดชา เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์ เครือข่ายขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนซึ่งนัดหารือกันในวันที่ 11 ม.ค.ว่า เป็นการนัดหารือตัวแทนจากทุกเครือข่าย เพื่อกำหนดแนวทางและประเมินสถานการณ์ต่อไป แต่ล่าสุด คตร.แจ้งว่า กระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วทำให้เบิกจ่ายงบได้เหมือนเดิม ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในแนวทางที่ดีขึ้น

“ไพบูลย์” ปัดเอี่ยวรับเงิน บ.บุหรี่ทัวร์พม่า

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณี นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตรองประธานบอร์ด สสส. ระบุว่า มีบริษัทบุหรี่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ กมธ.ยกร่างฯ และร่วมเดินทางไปประเทศเมียนมาด้วยกันว่า เป็นหนึ่งคนที่เดินทางไปยืนยันว่าไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้เงินส่วนตัวกว่า 40,000 บาทต่อคน ไม่มีใครช่วย โดยไปกับบริษัทสวัสดี ฮอลิเดย์ จำกัด คงนำมาผูกกัน เพราะผู้ร่วมไปเป็นตัวแทนสถาบันพระปกเกล้า เขาเป็นคนหนึ่งในคณะอนุกรรมการและทำงานที่โรงงานยาสูบ อาจเข้าใจผิดเรื่องนี้ ยืนยันอีกครั้งไม่เกี่ยวกัน

19 ม.ค.ส่งแถลงแก้ค้ามนุษย์ให้สหรัฐฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับการส่งรายงาน หรือทริปรีพอร์ต เพื่อประเมินการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอธิบายต่อที่ประชุมถึงการดำเนินการเพิ่มเติมส่วนใดไปบ้าง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในเอกสารที่จะรายงานไปยังสหรัฐอเมริกา โดยวันที่ 11 ม.ค. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแถลงข่าวว่าทำอะไรเพิ่มเติมไปบ้าง ทั้งเรื่องประมง การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก การค้าประเวณี ส่วนการส่งทริปรีพอร์ตจะส่งให้สหรัฐฯในวันที่ 19 ม.ค. ถือเป็นรายงานครั้งแรกและจะส่งไปอีกครั้งในเดือน มี.ค.

ลุ้นทริปรีพอร์ตฉุดพ้นเทียร์ 3

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การจัดแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวจะเชิญผู้สื่อข่าวทั้งไทยและสื่อต่างประเทศเข้าร่วมรับฟัง และจัดบอร์ดนิทรรศการให้เจ้าหน้าที่คอยชี้แจง โดยจะแถลงข่าวเรื่องทริปรีพอร์ตและการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งทริปรีพอร์ตจะส่งถึงนายกฯเพื่อพิจารณาในวันที่ 13 ม.ค. ถือว่ามีความก้าวหน้าหลายเรื่อง มีการจับกุมผู้กระทำผิดในคดีใหญ่ๆได้มากกว่าปีที่ผ่านมา ภาพรวมดีขึ้นมาก หวังว่าจะหลุดจากเทียร์ 3 หากยังไม่หลุดจากเทียร์ 3 ต้องดูว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯจะใช้อำนาจทางบริหารขอยกเว้นการคว่ำบาตรหรือไม่ เพราะถ้ายังอยู่ในระดับเทียร์ 3 ต่ออีก การคว่ำบาตรอาจจะมีตามมา

ไฟ กทม.ผิดนายกฯรับผิดชอบอย่างไร

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะไม่ใช้มาตรา 44 สอบโครงการประดับไฟ 39.5 ล้านบาทของ กทม. โดยระบุว่า การเมืองแอบอยู่ข้างหลัง ว่า ตนและนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.ร่วมลงชื่อร้องเรียน สตง. และ ป.ป.ช. ตามหน้าที่ และเสียงเรียกร้องของคน กทม. เพราะราคาแพงมาก ไร้เหตุผลและส่อทุจริต แม้แต่ สตง. ก็เห็นข้อพิรุธนี้ จึงไม่มีการเมืองแอบอยู่ข้างหลังแน่ นายกฯระบุเช่นนี้เท่ากับถือหาง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวหาพวกตนไม่บริสุทธิ์ใจ นายกฯเคยพูดเองว่า ถ้าเรียกรับแม้แต่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ต้องถูกลงโทษ หากผลการสอบสวนของ สตง.หรือ ป.ป.ช.สรุปว่าทุจริตผิดจริงแล้ว นายกฯจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะรับผิดชอบอย่างไร ที่ คสช.ชอบใช้มาตรา 44 กับเด็กแว้น คนเมา ข้าราชการปลาซิวปลาสร้อย นายก อบต. หรือนายแพทย์เท่านั้น ถ้าคนทุจริตอยู่ในแม่น้ำ 5 สาย หรือเครือข่ายหลักสูตรพิเศษมีคอนเนกชั่นกับทหารคนนั้นคนนี้ กล้าใช้มาตรา 44 กับคนทุจริตเหล่านี้บ้างไหม ประชาชนฝากถามมา

“ปู” เปิดแปลงผักบ่นห่วงเกษตรกร

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดแปลงผักที่อยู่ข้างบ้าน ซึ่งใช้เวลาว่างหลังจากพ้นตำแหน่งนายกฯ ปลูกผักปลอดสารพิษชนิดต่างๆ อาทิ ผักคอสบัตเตอร์เฮด กรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก ร็อกเกต ให้สื่อมวลชนเข้าชม พร้อมอธิบายวิธีการปลูก และสาธิตการปรุงน้ำสลัดผักให้สื่อมวลชนดู ซึ่งเป็นการเปิดแปลงผักเป็นครั้งแรกให้สื่อมวลชนเข้าชมและพูดคุยกับสื่ออย่างกันเอง ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารมาสังเกตการณ์ ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ เป็นห่วงเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ชาวสวนยางพาราที่ประสบปัญหาอยู่ จึงขอฝากรัฐบาลให้การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

ยันไม่เบี้ยวเบิกความศาลคดีข้าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเริ่มนัดไต่สวนพยานนัดแรกในวันที่ 15 ม.ค.ว่า จะเดินทางไปศาลด้วยตัวเอง จะพยายามเดินทางไปฟังการสืบพยานโจทก์และจำเลยทุกนัด ยกเว้นกรณีติดภารกิจจำเป็นจริงๆ จะพิจารณาขออนุญาตไม่เดินทางไป ส่วนการเรียกค่าเสียหายในคดีความผิดทางละเมิดนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดว่าจะอนุญาตให้สืบพยานเพิ่มหรือไม่ตามที่ขอไป 18 ปาก ยืนยันว่าไม่ใช่การยื้อเวลาพิจารณาคดี แต่เนื่องจากคณะกรรมการจะปิดรอบการพิจารณาทุกสิ้นเดือน ข้อมูลมีรายละเอียดมาก เกี่ยวข้องกับหลายบุคคล จึงต้องขอสืบพยานเพิ่ม ส่วนที่คณะกรรมการระบุว่า สามารถส่งข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรได้นั้น ไม่ทราบว่าคณะกรรมการต้องการคำตอบอะไร ต้องเห็นคำถามก่อนจึงจะตอบในรายละเอียดได้

การันตีไม่เผ่นหนีไปต่างประเทศ

เมื่อถามว่า คดีการเรียกรับผิดทางละเมิดจะส่งผลกระทบต่อคดีอาญาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ขณะนี้คดีความรับผิดทางละเมิดยังไม่จบจึงไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แต่โดยหลักการแล้วเห็นว่าควรให้การพิจารณาคดีอาญาเสร็จสิ้นก่อนจึงจะพิจารณาการเรียกรับผิดทางแพ่ง หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมเยี่ยงประชาชนคนหนึ่งที่ควรได้รับ ส่วนจะขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศอีกหรือไม่นั้น คงแล้วแต่โอกาส แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การหนีคดี เพราะมีภารกิจต้องมาเบิกความต่อศาล ตลอดทั้งปี 59 คงต้องเดินทางมาศาลทั้งปี

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.5%
  • ไม่ชอบ
    53.2%
  • สนุก
    6.4%
  • ประหลาดใจ
    2.1%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    29.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement