ตลาดหุ้นทั่วโลกกอดคอดิ่งเหว - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ตลาดหุ้นทั่วโลกกอดคอดิ่งเหว

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ม.ค. 2559 07:01
2,562 ครั้ง


เตือนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

เศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนร่วงหนัก ซัดตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่ง หุ้นไทยทำนิวโลว์ในรอบกว่า 2 ปี ท่ามกลางการอ่อนค่าของเงินหยวนกดดันราคาทองคำ น้ำมัน ร่วงแรง ซีไอเอ็มบีแบงก์ผวาเกิดสงครามค่าเงิน ทำบาทแตะ 40 บาทต่อดอลลาร์ เตือนผู้นำเข้าส่งออกป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้น ตลาดเงิน ราคาน้ำมัน และราคาทองคำเกิดภาวะปั่นป่วนไปทั่วโลกหลังนักลงทุนกังวลกับสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศจีน โดยตลาดหุ้นจีนยังคงปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจนทางการต้องใช้มาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ หยุดการซื้อขายชั่วคราว เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์นี้ ขณะที่ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงอย่างหนักมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี มาอยู่ที่ 6.5646 หยวน/ดอลลาร์ ต่ำสุดนับแต่วันที่ 18 มี.ค.2554

ขณะที่สกุลเงินในประเทศเอเชียต่างปรับตัวอ่อนค่าลงแทบทั้งสิ้น ท่ามกลางความตรึงเครียดในตะวันออกกลางและคาบสมุทรเกาหลี หลังเกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ไฮโดรเจน โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำจุดต่ำสุดในรอบ 14 ปี อยู่ที่ 32.53 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่น้ำมันในตลาดไนเม็กซ์ของสหรัฐฯ ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 12 ปี กดราคาสินค้าเกษตรและโภคภัณฑ์ทั่วโลก

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวลงแรงกดดันให้ตลาดหุ้นทั้งเอเชียและทั่วโลกร่วงลงอย่างหนัก รวมทั้งตลาดหุ้นไทย ที่ปรับตัวลงแรงตลอดทั้งวันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติกดให้ดัชนีลงมาปิดตลาดที่ระดับต่ำสุดของวันที่ระดับ 1,224.83 จุด ลดลง 35.21 จุด หรือลดลง 2.79% ทำจุดต่ำสุด (นิวโลว์) ในรอบ 2 ปี มูลค่าซื้อขาย 45,952.68 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,499.82 ล้านบาท กองทุนในประเทศขายสุทธิ 2,266.94 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ ขายสุทธิ 689.14 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่เข้าซื้อสุทธิ 4,455.90 ล้านบาท

ขณะที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) หยุดการซื้อขายสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าชั่วคราวโดยแจ้งว่าตามที่ราคาซื้อขายของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ วันที่ 7 ม.ค.2559 เวลา 14.38 น. เปลี่ยนแปลงลดลงจากราคาที่ใช้ชำระราคาและส่งมอบล่าสุด คิดเป็น 10%

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สาเหตุที่หุ้นไทยปรับตัวลงแรง เป็นผลจากปัจจัยจากต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดหุ้นจีน ประกาศใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ หลังจากดัชนีร่วงกว่า 7% ได้ส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยรับรู้ข่าวลบจากต่างประเทศ ท่ามกลางปัจจัยในประเทศที่ยังมีทิศทางที่ดี โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ที่คาดว่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนน่าจะปรับดีขึ้นตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ ดังนั้น หากนักลงทุนมีความพร้อมในการลงทุนระยะยาว ยังสามารถทยอยซื้อหุ้นเพื่อการลงทุนหรือถือระยะยาวได้ แต่ในระยะสั้นให้ระมัดระวังลงทุน และรอจังหวะการลงทุนหลังสถานการณ์ต่างๆคลี่คลาย ส่วนตลาดหลักทรัพย์คงไม่มีมาตรการใดออกมาเพิ่มเติม

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นไทยปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะในช่วงท้ายตลาด มีแรงเทขายออกมาอย่างหนักในหุ้นขนาดใหญ่ หลังตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับตัวลง และดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าปรับตัวลงกว่า 400 จุด โดยการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันนั้นจะเป็นปัจจัยที่ถ่วงราคาหุ้นพลังงานและดัชนีหุ้นไทยมากเพราะหุ้นกลุ่มพลังงานของไทยมีน้ำหนักต่อการคำนวณดัชนีตลาดภาพรวมมากที่สุด

น.ส.รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์ตลาดการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเมื่อวันที่ 7 ม.ค.อ่อนค่ามาแตะที่ระดับ 36.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากที่รัฐบาลจีนทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เป็นการส่งสัญญาณให้ทั่วโลกเห็นว่าเศรษฐกิจจีนมีปัญหากว่าที่ตลาดประเมินไว้ นอกจากนี้ค่าเงินในภูมิภาคได้อ่อนค่าลงต่อเนื่องและมีความเป็นห่วงว่าในหลายประเทศอาจจะลงมาเล่นสงครามค่าเงิน ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทในไตรมาส 1 คาดว่าอ่อนค่าแตะที่ระดับ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถ้าสงครามค่าเงินเกิดขึ้น จะเป็นแรงกดดันให้ผู้ดำเนินนโยบายออกมาตรการให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเพื่อประคองเศรษฐกิจ และหากราคาน้ำมันกลับมาขึ้นแรงจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล เงินสำรองระหว่างประเทศลดลง และเงินทุนไหลออกมากขึ้น จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงที่ 40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดประเทศไทยวันที่ 7 ม.ค.2559 ผันผวนหนัก ปรับราคาขึ้นลงต่อเนื่องตลอดทั้งวันรวม 6 ครั้ง รวมตลอดทั้งวันปรับราคาขึ้นมาบาทละ 200 บาท โดยทองคำแท่งซื้อบาทละ 18,750 บาท ขายบาทละ 18,850 บาท ทองรูปพรรณซื้อบาทละ 18,480.04 บาท ขายบาทละ 19,250 บาท ขณะที่ราคาทองคำในตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 1,080 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ซึ่งไตรมาสแรกของปี 2559 นี้อาจมีโอกาสได้เห็นราคาทองคำในตลาดประเทศไทยทะลุบาทละ 20,000 บาทแน่นอน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    13.5%
  • ไม่ชอบ
    37.8%
  • สนุก
    2.7%
  • ประหลาดใจ
    13.5%
  • เสียใจ
    16.2%
  • ให้กำลังใจ
    16.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement