ตร.เป็นห่วง! เหยื่อแท็กซี่มหาภัยติดเอดส์ อาจถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ตร.เป็นห่วง! เหยื่อแท็กซี่มหาภัยติดเอดส์ อาจถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 18:49
21,141 ครั้ง


ตร.บุปผารามแจ้งเหยื่อที่เคยถูกแท็กซี่มหาภัยติดเชื้อเอชไอวี ทั้งผัวเมียลักหรือชิงทรัพย์ มาแจ้งอายัดตัวเพิ่ม เผยเจอภาพโทรศัพท์มือถือจำนวนมากที่อ้างว่าผู้โดยสารลืมไว้ ชี้อาจมีผู้เสียหายถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วย แต่ไม่กล้าแจ้งความ ...

จากกรณีตำรวจ สน.บุปผาราม สืบสวนแกะรอยจับกุมตัว นายแมน (นามสมมติ) อายุ 35 ปี อาชีพโชเฟอร์แท็กซี่ ชาว จ.นครสวรรค์ และ น.ส.จ๋า อายุ 36 ปี ชาว จ.เพชรบุรี ภรรยา ที่ร่วมกันก่อเหตุลวงเหยื่อสาวครูสอนภาษาลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 30 ปี เข้าไปลักทรัพย์ในโรงแรมช่วงคืนเคาต์ดาวน์ปีใหม่ 2559 เหตุเพราะผู้เสียหายดื่มฉลองจนเมาไม่ได้สติ แถมโชคร้ายเรียกรถแท็กซี่มหาภัยคันนี้ มาจากถนนข้าวสารมุ่งหน้ากลับบ้านพักย่านอรุณอัมรินทร์ โดยสูญของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือซัมซุง แกแล็กซี่ เอ 8 และเงินสด จำนวน 600 บาท ซึ่ง นายแมน ยอมรับว่าทั้งตนเองและภรรยาติดเชื้อเอชไอวี แต่ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหาย ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 ม.ค. พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนผัวเมีย ไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี แล้ว โดยแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป ซึ่งฐานความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกราว 7 ปี แต่สิ่งที่น่าสงสัย คือพบหลักฐานเป็นภาพโทรศัพท์มือถือ และภาพถ่ายกล้องดิจิตอลยี่ห้อคาสิโอ ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้เสียหายรายอื่นๆ ในโทรศัพท์ของผู้ต้องหาจำนวนมาก โดยโทรศัพท์นั้นมีทั้งไอโฟน ซัมซุง และแบล็กเบอร์รี่หลายรุ่น จำนวนนับสิบเครื่อง ซึ่งผู้ต้องหาที่เป็นคนขับแท็กซี่ อ้างว่าเป็นของผู้โดยสาร ที่ทำตกหล่นไว้บนรถจึงนำไปขายให้พรรคพวก และร้านค้าที่ตลาดเสือป่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดเข้ามาแจ้งความประสงค์ว่าเป็นเจ้าของ จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใดที่เคยลืม หรือทำโทรศัพท์ตกหล่นไว้บนรถแท็กซี่ให้เข้ามาแจ้งความอายัดตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติม เพราะถือเป็นภัยสังคม

“หากผู้เสียหายเพียงแค่ทำทรัพย์สินตกหล่นเอาไว้บนรถ และถูกยึดเอาไปขายก็ถือว่ายังโชคดี แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกังวลขณะนี้ คือ เกรงว่าอาจจะมีเหยื่อที่โดนล่วงละเมิดทางเพศ แล้วอับอายไม่กล้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็ขอให้เดินทางไปตรวจร่างกายด้วย เนื่องจากผู้ต้องหายอมรับว่าติดโรคร้ายมานาน 2-3 ปีแล้ว นอกจากนั้นฝ่ายสืบสวนยังพบภาพอาวุธปืนลูกโม่ไทยประดิษฐ์ขนาด .22 ในโทรศัพท์ ซึ่งถูกถ่ายในห้องพักบนเตียงนอนของผู้ต้องหาด้วย แต่ขณะนี้ค้นหาของกลางไม่พบ เมื่อทำการสอบเค้น เจ้าตัวอ้างว่าเป็นปืนเพื่อนยืมมาถ่ายเก็บไว้ดูเล่นเฉยๆ ซึ่งหากผู้ต้องหารายนี้เคยใช้ปืนกระบอกดังกล่าวก่อเหตุกับผู้โดยสารรายใด ก็จะสามารถแจ้งความดำเนินคดีข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด เพิ่มเติมโทษจำคุกให้เข็ดหลาบได้อีกหลายปี” พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ กล่าว. 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    19.3%
  • ไม่ชอบ
    47.6%
  • สนุก
    8.3%
  • ประหลาดใจ
    2.1%
  • เสียใจ
    17.9%
  • ให้กำลังใจ
    4.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement