เตือนอาจเกิด สังฆเภท! อัดกลุ่มค้านตั้งพระสังฆราช เป็นพวกมิจฉาทิฐิ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เตือนอาจเกิด สังฆเภท! อัดกลุ่มค้านตั้งพระสังฆราช เป็นพวกมิจฉาทิฐิ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 19:30
17,703 ครั้ง


มหาเถรฯ ยึดโบราณราชประเพณีเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระสังฆราช แต่ประชุม 11 ม.ค.นี้ยังไม่นำเรื่องเข้าหารือ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ อัดกลุ่มต้านมิจฉาทิฐิ ตีความ ก.ม.ข้างๆ คูๆ หากไม่หยุด อาจเป็นชนวนให้เกิดสังฆเภท...

เมื่อวันที่ 7 ม.ค.59 นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 หมวดสมเด็จพระสังฆราช มาตรา 7 ไม่ได้กำหนดระยะเวลา ในการให้มหาเถรสมาคมเสนอรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสสุงสุดโดยสมณศักดิ์ ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลา แต่ทางมหาเถรสมาคมจะดูเวลาตามความเหมาะสมตามโบราณราชประเพณีที่เคยประพฤติปฏิบัติกันมาในการเสนอรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะ เพื่อทูลเกล้าฯถวาย สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ก่อนๆ มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ และยืนยันว่าการเสนอรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะนั้น ต้องผ่านความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม เพื่อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งในการประชุมมหาเถรสมาคมวันที่ 11 ม.ค. ในวาระปกติ จะยังไม่มีการนำเรื่องนี้เข้าหารือ

ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่กลุ่มเครือข่ายปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช และเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา ยื่นหนังสือต่อ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เพื่อขอให้ชะลอการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ นั้น เห็นได้ชัดเจนว่า คณะบุคคลกลุ่มดังกล่าว เป็นกลุ่มเดิมที่แปลงร่างมาจากคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ซึ่งมีความคิดที่สุดโต่งด้านการเมือง พระพุทธศาสนา และค่อนข้างจะมีแนวโน้มไปในทางมิจฉาทิฐิ

"วันนี้ ชัดเจนว่าคณะบุคคลเดิมออกมาขัดขวางการทำหน้าที่เพื่อบริหารกิจการคณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม เริ่มต้นจากการใส่ข้อกล่าวหาพระมหาเถระผู้ใหญ่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไร้ข้อเท็จจริงและสร้างเรื่องขึ้น ท้ายสุดก็บอกว่าท่านมีมลทิน จึงไม่มีความชอบธรรมในการจะดำรงตำแหน่ง" 

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวอีกว่า หากบริสุทธิ์ใจ ไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง ทำไมกลุ่มบุคคลดังกล่าวถึงวินิจฉัย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ในมาตรา 7 แบบข้างๆ คูๆ เพราะในกรณีใครจะเป็นผู้ดำเนินการก่อน หลัง ระหว่าง มหาเถรสมาคมกับนายกรัฐมนตรีนั้น ในคราวที่สถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 ก็ปฏิบัติโดยเริ่มต้นจากมหาเถรสมาคม ก่อนจึงไปถึงรัฐบาล

"ขณะนี้พระสงฆ์ วงการสงฆ์และญาติโยมที่อยู่ข้างพระสงฆ์จำนวนมากในประเทศนี้อดทน อดกลั้น ยอมให้คนกลุ่มน้อยสำแดงเดช แสดงละครน้ำเน่า กันไปก่อน เพราะเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งเกิดเกินเลย เหิมเกริม กลุ่มพระสงฆ์ และญาติโยมดังกล่าวคงจะทนกันไม่ไหว ดังนั้น ขอให้หยุดสร้างความเสียหายให้กับคณะสงฆ์ หยุดใส่ร้ายป้ายสีพระมหาเถระผู้ใหญ่ที่คณะสงฆ์และชาวพุทธเคารพนับถือ และหยุดก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายในของคณะสงฆ์ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองได้แล้ว ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นชนวนนำไปสู่สังฆเภทครั้งใหญ่ได้" พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวในที่สุด.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    85.2%
  • ไม่ชอบ
    7.7%
  • สนุก
    0.1%
  • ประหลาดใจ
    0.1%
  • เสียใจ
    0.3%
  • ให้กำลังใจ
    6.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement