'ช็อปปิ้งเพื่อชาติ' หนุนดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. สูงสุดรอบ 7 เดือน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'ช็อปปิ้งเพื่อชาติ' หนุนดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. สูงสุดรอบ 7 เดือน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 15:21
682 ครั้ง


ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. อยู่ที่ 76.1 ฟื้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ดีที่สุดรอบ 7 เดือน ระบุ มาตรการช็อปปิ้งเพื่อชาติ ช่วยกระตุ้น ศก.

วันที่ 7 ม.ค. 59 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ธ.ค. 58 อยู่ที่ระดับ 76.1 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 65.1 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำอยู่ที่ 70.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 92.4

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และดีที่สุดในรอบ 7 เดือน โดยมีปัจจัยบวกจากจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ "ช็อปปิ้งเพื่อชาติ" และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่ม GDP ในปี 58 เป็น 2.8% จากเดิม 2.7% เนื่องจากเศรษฐกิจในไตรมาส 3/58 ขยายตัวสูงกว่าที่คาด และราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวลดลง

ส่วนปัจจัยลบ ได้แก่ ธปท. คาดการณ์ GDP ปี 59 ที่ 3.5% ลดลงจากประมาณการเดิมเล็กน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว, การส่งออกของไทยเดือน พ.ย. ติดลบ 7.4%, ราคาพืชผลทางการเกษตรยังอยู่ในะระดับต่ำ, เงินบาทปรับตัวอ่อนค่า, ผู้บริโภคกังวลสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลเชิงลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยการบริโภคของภาคประชาชนยังฟื้นตัวขึ้นไม่มากนักในช่วงนี้ เนื่องจากประชาชนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ดี คาดว่าการบริโภคน่าจะเริ่มฟื้นดีขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสแรกของปีนี้ เป็นต้นไป และจะฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงกลางไตรมาสที่ 2 หลังจากที่มีเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นในช่วงปลายปี 58 เป็นต้นไป ซึ่งไตรมาส 2 จะถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจไทย

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังคงให้มุมมองเดิมที่ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 3.5-4% เนื่องจากเชื่อว่าในปีนี้หลายประเทศทั่วโลกต่างดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในของแต่ละประเทศเอง ขณะที่ ในส่วนของประเทศไทยนั้น รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการปล่อยสินเชื่อผ่านธนาคารต่างๆ การเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อว่ารัฐบาลจะยังคงมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ประกอบกับแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวยังคงสดใส โดยไตรมาสที่ 1 เศรษฐกิจถูกเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยว และไตรมาสที่ 2 นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ผ่านกองทุนหมู่บ้าน งบตำบลจะพยุงเศรษฐกิจไว้

"เราคาดว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 และ 2 จะโตได้ 3-3.5% ส่วนไตรมาส 3 ที่จะมีการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐ และไตรมาส 4 เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้น การส่งออกน่าจะดีขึ้นช่วงปลายไตรมาส 3 เราจึงมองว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ควรจะโตประมาณ 3.5-4%"

อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงสูงจากภัยก่อการร้าย และปัญหาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกตกต่ำ ซึ่งจะดึงราคาพืชผลทางการเกษตรบางรายการให้ลดต่ำลงด้วย แต่หากรัฐบาลเยียวยาแก้ปัญหาภัยแล้ง เติมเงินให้เกษตรกรเพื่อนำมาใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เร็ว ก็มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ตามกรอบที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินไว้ที่ 3.5-4%

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    29.4%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    70.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement