โลกประณามโสมแดงทดสอบระเบิดไฮโดรเจน-กังขาใช่เอชบอมบ์จริงหรือ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

โลกประณามโสมแดงทดสอบระเบิดไฮโดรเจน-กังขาใช่เอชบอมบ์จริงหรือ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 00:45
8,059 ครั้ง


(ภาพ: AP)

นานาชาติแม้กระทั่งประเทศจีนออกมาประณามเกาหลีเหนือ ที่กล่าวอ้างว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญสงสัยว่า ระเบิดที่ถูกใช้ทดสอบเป็นระเบิดไฮโดรเจนจริงหรือไม่...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นานาชาติต่างออกมาประณามประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งกล่าวอ้างว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน หรือ เอช-บอมบ์ (H-bomb) ที่ฐานใต้ดินเมื่อวันพุธ (6 ม.ค.) แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแสดงความกังขาว่า ระเบิดที่รัฐบาลเปียงยางทดสอบนั้น มีขนาดใหญ่พอจะเป็นระเบิดไฮโดรเจนซึ่งรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูมากหรือไม่

เมื่อวันพุธ สถานีโทรทัศน์ของเกาหลีเหนือได้ประกาศข่าวซึ่งสร้างความตกตะลึงไปทั้งโลก คือ เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทะสอบระเบิดไฮโดรเจนครั้งแรกของประเทศแล้ว เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกันตามเวลาท้องถิ่น โดยในช่วงเวลาดังกล่าว หน่วยงานติดตามแผ่นดินไหวของทั้งญี่ปุ่น, จีน และเกาหลีใต้ต่างตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนเหมือนเกิดแผ่นดินไหวในบริเวณสถานที่ที่เกาหลีเหนือเคยใช้เป็นที่ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์มาก่อน โดยสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯตรวจวัดพบแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.1 ศูนย์กลางของการสั่นสะเทือนอยู่ห่างจากเมืองปุงกยี-รี ประมาณ 50 กม. และมีความลึกราว 10 กม.

แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นคล้ายกับเมื่อครั้งที่เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดปรมาณูในปี 2006, 2009 และ 2013 จึงเป็นไปได้ว่ามีการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เกิดขึ้นจริง ซึ่งทางการจีนและญี่ปุ่นกำลังพยายามตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีที่อาจรั่วไหลออกมา แต่อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะมีการยืนยันได้ว่า มีการทดสอบเกิดขึ้นจริงหรือไม่

สื่อเกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน (ภาพ: AFP)

คำกล่าวอ้างล่าสุดของเกาหลีเหนือเรียกเสียงประณามจากหลายประเทศและองค์กรระดับโลกหลายหน่วยงาน เช่น ญี่ปุ่นระบุว่าเรื่องนี้เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อความมั่นคงของพวกเขา ส่วนสหรัฐฯเตือนว่าพวกเขาอาจใช่มาตรฐานการตอบโต้ที่เหมาะสมต่อการยั่วยุใดๆ ของเกาหลีเหนือ ด้านรัสเซียเตือนว่าการกระทำนี้อาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศหลายข้อ หรือแม้แต่จีน มหามิตรของเกาหลีเหนือก็ออกมาประกาศต่อต้านการทดสอบครั้งนี้

ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป ระบุว่า การทดสอบรอบใหม่ของเกาหลีเหนือ หากเป็นเรื่องจริงก็จะเป็นการละเมิดพันธสัญญาระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ ที่ว่าจะไม่ผลิตหรือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เรื่องนี้ยังอาจเป็นภัยคุกคามต่อความสงบสุขและความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือทั้งภูมิภาค ส่วนองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต เรียกร้องให้เกาหลีเหนือวางมือจากอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ระบุว่า การทดสอบระเบิดไฮโดรเจนของเกาหลีเหนือ ขัดต่อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) อย่างชัดเจน และยูเอ็นเอสซีจะจัดประชุมฉุกเฉินในวันนี้ (6 ม.ค.)

อีกด้านหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานตั้งคำถามว่า แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นเป็นผลจากระเบิดไฮโดรเจนจริงหรือ เนื่องจากความรุนแรงของการสั่นสะเทือนเท่ากับการทดสอบระเบิดปรมาณูของเกาหลีเหนือเมื่อปี 2013 ทั้งที่จริงๆ ควรรุนแรงกว่า

นายบรูซ เบนเนตต์ จากองค์กร 'รีเสิร์ช แอนด์ เดเวลอปเมนต์ คอร์เปอเรชัน' (RAND Corporation) หน่วยงานเอ็นจีโอซึ่งทำงานวิจัยและวิเคราะห์นโยบายให้กับกองทัพสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความกังขาต่อการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนของรัฐบาลเปียงยาง "แรงระเบิดความจะรุนแรงกว่าที่พวกเขากล่าวอ้างราว 10 เท่า" จึงเป็นไปได้ว่าคิม จอง อึน โกหก หรือการทดสอบไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ขณะที่นายตู้ เหวินหลง ผู้เชี่ยวชาญจากกองทัพจีน บอกกับสถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี ว่า ข้อมูลที่ออกมาไม่สนับสนุนความคิดที่ว่า ระเบิดที่ถูกใช้ทดสอบเป็นระเบิดไฮโดรเจน ส่วนนาย อี ชอล-วู นักการเมืองเกาหลีใต้กล่าวว่า เขาได้รับข้อมูลคร่าวๆ จากหน่วยงานข่าวกรองของประเทศ ซึ่งระบุว่า แรงระเบิดอาจจะเบาเกินไปที่จะเป็นระเบิดไฮโดรเจน

อย่างไรก็ตาม นายจอห์น อีฟราร์ด อดีตเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ เตือนว่า ขนาดของการระเบิดที่เกิดขึ้น ยังรุนแรงพอที่จะทำลายเมืองทั้งเมือง และเขาคิดว่านี่เป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก ด้านนางปาร์ค กึน-เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริงในการทดสอบของเกาหลีเหนือ

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าเกิดอแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ในเกาหลีเหนือ โดยเชื่อว่าเป็นผลจากการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ ระเบิดปรมาณูเป็นระเบิดชนิดเดียวกับระเบิดที่สหรัฐฯ ใช้โจมตีเมืองฮิโรชิมา และเมืองนางาซากิ ของญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างแรงระเบิดจากปฏิกิริยาฟิชชั่น ซึ่งเป็นการชนกันระหว่างนิวตรอนกับอะตอมของนิวเคลียส จนแตกตัวเป็นนิวคลีไอ (nuclei) 2 ตัว และปลดปล่อยพลังงานออกมา ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ก็ผลิตไฟฟ้าจากปฏิกิริยาฟิชชั่นเช่นกัน

ส่วนระเบิดไฮโดรเจน ใช้ปฏิกิริยาฟิวชั่น ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่สร้างพลังงานแก่ดวงอาทิตย์ และดาวฤกษ์ต่างๆ เกิดจากการชนกันของนิวคลีไอจนรวมตัวกลายเป็นนิวเคลียสใหม่ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ปฏิกิริยาฟิวชั่นสร้างแรงระเบิดได้รุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูมาก

เมื่อเปรียบเทียบด้านพลังทำลาย ระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา เมื่อปี 1945 มีพลังทำลายเทียบเท่าระเบิด ทีเอ็นที หนัก 13,000 ตัน ขณะที่เมื่อครั้งสหรัฐฯ ทดสอบเทอร์โมนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกของโลก ที่หมู่เกาะมาร์แชล ในปี 1952 สร้างพลังทำลายเทียบเท่าระเบิดทีเอ็นที 10.1 ล้านตัน หรือสูงกว่าระเบิดที่ฮิโรชิมา 700 เท่า

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    7.0%
  • ไม่ชอบ
    82.0%
  • สนุก
    7.0%
  • ประหลาดใจ
    3.0%
  • เสียใจ
    1.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement