ถาวร สอนมวยรัฐ แก้ยางตกต่ำ วอน นายกฯ ใช้ 3 มาตรการหลัก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ถาวร สอนมวยรัฐ แก้ยางตกต่ำ วอน นายกฯ ใช้ 3 มาตรการหลัก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ม.ค. 2559 17:00
1,318 ครั้ง


"ถาวร" สอนมวยรัฐ มองข้ามเครื่องมือแก้ยางตกต่ำ แนะ ใช้ 3 มาตรการหลักไม่ผิดกฎ WTO เทียบ รบ. ใช้ช็อปช่วยชาติได้ต้องช่วยชาวสวนยางฯ ด้วย

วันที่ 6 ม.ค. นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึง แนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ ว่า ที่จริงรัฐบาลมีเครื่องมือในการแก้ไข แต่กลับมองข้าม มัวแต่โทษสถานการณ์ ขณะนี้ยางแผ่นดิบราคาเหลือเพียงประมาณ 30 บาท/กิโลกรัม น้ำยางสด ประมาณ 25 บาท/กิโลกรัม และมีแนวโน้มจะปรับต่ำลงไปอีก แม้รัฐจะอ้างเหตุผลเศรษฐกิจโลกที่ยังซบเซา ราคาน้ำมันที่ตกต่ำ อัตราการเจริญเติบโตของจีนมีปัญหา แต่โดยบทบาทและหน้าที่ของรัฐบาล ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี และรมว. เกษตรฯ ที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ต้องใช้ความรู้ความสามารถ  

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่รัฐไม่เคยคิดจะนำมาใช้อย่างจริงจัง คือ การอาศัยความร่วมมือของประเทศผู้ผลิตยางพารารายใหญ่สามประเทศ ซึ่งมีผลผลิตรวมกันมากกว่า 70% ของผลผลิตยางทั้งโลก โดยผลักดันให้ปัญหาราคายางตกต่ำเป็นปัญหาระดับภูมิภาค ถือเป็นความเดือดร้อนร่วมกันของเกษตรกรชาวสวนยางทั้งสามประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย และจะต้องแก้ไขปัญหาผ่านทางบริษัทร่วมทุนไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย (IRCo) ซึ่งดูแลโดยคณะกรรมการอำนวยการ (BoDs:Boards of Directors) และคณะกรรมการกำหนดกลยุทธ์ (CSMO) ที่มีตัวแทนทั้งสามประเทศเป็นกรรมการ โดยการควบคุมด้านนโยบายจากคณะกรรมการร่วมสภาไตรภาคียางพารา (ITRC)

นายถาวร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รัฐมนตรีร่วมของสามประเทศ ได้ตกลงร่วมกันที่บาหลี เรียกว่า ข้อตกลงบาหลี (Bali Declaration 2001) ได้รับการรับรองถูกต้องตามกฎหมายผ่านทางรัฐสภาของทั้งสามประเทศแล้ว ในสัดส่วนการร่วมทุน IRCo 4:3:2 (ไทย:อินโดนีเซีย:มาเลเซีย) มีสำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย และการตั้งบริษัทร่วมทุนนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นองค์กรบริหารจัดการราคายางพาราในตลาดโลก ให้อยู่ในระดับที่เกษตรกรผู้ผลิตได้รับผลตอบแทนคุ้มการลงทุน ราคามีเสถียรภาพ หากมีปัญหาราคายางตกต่ำ IRCo จะเข้าไปป้องกันแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำทันที และไม่ผิดกฎเกณฑ์ WTO โดยใช้ 3 มาตรการสำคัญ คือ 1. มาตรการการบริหารจัดการการผลิต 2. มาตรการการบริหารจัดการการส่งออก และ 3. กลยุทธ์ด้านการตลาด ไทยในฐานะเป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ที่สุดของโลก ควรจะเป็นผู้เริ่มต้นหาความร่วมมือโดยทันที เพื่อเรียกประชุมฉุกเฉินและเสนอให้มีการระดมทุนนำเงินเข้ามาซื้อยางฯ ดูดซับออกจากระบบตามมาตรการกลยุทธ์ด้านการตลาดทันที

นายถาวร กล่าวอีกว่า ช่วงนี้กำลังจะปิดกรีดอีกไม่กี่วันข้างหน้า ดังนั้นโอกาสที่จะผลักดันให้ราคาขยับขึ้นได้แน่นอน ข้อดีที่คาดว่า จะเกิดขึ้นทันทีหากใช้มาตรการข้างต้น คือ 1. ราคายางจะปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนยางฯ 2. เป็นการรับผิดชอบร่วมกันของสามประเทศ 3. เกิดความโปร่งใสในการดำเนินการมากกว่า 4. ประหยัดงบประมาณ 5. การดำเนินการภายใต้บริษัทร่วมทุนไม่ผิดกฎเกณฑ์ WTO จึงขอร้องรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งว่า จะมัวแต่โทษสถานการณ์ไม่ได้อีกแล้ว เพราะเป็นเรื่องของคนจนและเกษตรกรชาวสวนยาง 20 ล้านคน แต่รัฐบาลได้ช่วยคนรวยและคนชั้นกลางในโครงการช็อปช่วยชาติไปเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งโครงการนี้คนจนไม่ได้รับประโยชน์อะไร ตนจึงขอกราบวิงวอนนายกฯ อีกครั้งหนึ่ง อย่าปล่อยให้ชาวสวนยางฯ ทั่วประเทศทนไม่ได้กับราคาที่ตกต่ำเช่นนี้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    39.8%
  • ไม่ชอบ
    19.5%
  • สนุก
    17.2%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    1.6%
  • ให้กำลังใจ
    21.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement