ลุยลงทุน 1.5 ล้านล้านบาท - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ลุยลงทุน 1.5 ล้านล้านบาท

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ม.ค. 2559 06:15
406 ครั้ง


กกร.ลุ้น “จีดีพี” ขยายตัว 3.5%ส่งออกพุ่ง 2%

กกร.ประเมินปีนี้ จีดีพีขยายตัว 3-3.5% ส่งออกเติบโต 2% “ส.อ.ท.” คาด ยอดลงทุนจริงๆ ภาครัฐ–เอกชน ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ด้านสรรพากร ระบุ มาตรการจูงใจเอสเอ็มอีเข้าระบบ ฉุดรายได้ร่วง 1 หมื่นล้านบาท

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการ ค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุม กกร.ได้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะเติบโต 3-3.5% โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การใช้จ่ายของภาครัฐผ่านโครงการเมกะโปรเจกต์ และการกระจายงบประมาณของรัฐบาล ขณะที่การส่งออก คาดว่าสามารถขยายตัวได้เพียง 2% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะซบเซา โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน ที่คาดว่าจะเติบโตได้ไม่เกิน 7% และเศรษฐกิจสหภาพยุโรปก็ยังชะลอตัว ทำให้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาคการส่งออก รวมถึงภัยแล้งที่ส่งผลต่อภาคการเกษตร และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในระดับโลก

“ปัจจัยบวกที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ จะเป็นเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ที่คาดว่าค่าเงินบาทยังอ่อนค่าลงอีก ช่วยให้ผู้ส่งออกแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทได้ดีขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีที่ผ่านมาของภาครัฐ ในมาตรการซื้อสินค้าไม่เกิน 15,000 บาท สามารถหักลดหย่อนการคำนวณภาษีได้ ช่วยกระตุ้นยอดขายให้ผู้ประกอบการค้าปลีกเติบโต 15-20% เกิดเม็ดเงินสะพัด 10,000 ล้านบาท ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลมีนโยบายต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการอุปโภค บริโภคในประเทศ”
ขณะที่เหตุการณ์การตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน เบื้องต้นการค้าระหว่างไทย-อิหร่าน ยังไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากมีปริมาณน้อย แต่ในอนาคตภายหลังจากที่สหประชาชาติยกเลิกการคว่ำบาตรแล้ว จะมีปริมาณการค้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปีนี้คาดว่ายอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเป็นไปตามเป้าหมาย 450,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นการลงทุนทำธุรกิจจริง 30-40% หรือ 135,000-180,000 ล้านบาท และยังมีเม็ดเงินลงทุนจากโครงการที่ขอรับการส่งเสริมฯ ค้างท่อปี 2557-2558 อีก 2 ล้านล้านบาท คาดว่าจะลงทุนจริงในปีนี้ 50% หรือ 1 ล้านล้านบาท และมีเม็ดเงินลงทุนจาก
ภาครัฐในโครงการเมกะโปรเจกต์ ที่จะลงทุนจริง 20% จากวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 380,000 ล้านบาท

“ผมมั่นใจว่า กรณีดังกล่าว จะทำให้ในปีนี้มีเม็ดเงินลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกัน 1.5 ล้านล้านบาท เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 3%”

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การออกพระราชกำหนดยกเว้น และสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร ประมวลรัษฎากร พ.ศ.2558 ยืนยันไม่ใช่การนิรโทษกรรมภาษี แต่เป็นการยกเว้นการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง และจะยกเว้นภาษีจูงใจในปีแรก โดยเสียเพียง 10% ในปีที่ 2 ซึ่งประเมินว่า มาตรการนี้จะช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบภาษีเพิ่มมากขึ้น โดยหากเอสเอ็มอี 81% หรือ 340,000 ราย เข้าสู่ระบบภาษี จะทำให้รัฐเสียรายได้ 10,000 ล้านบาท จากมาตรการจูงใจยกเว้นภาษี แต่จะมีภาษีทางอ้อมกลับคืนมา เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งรายได้ที่สูญเสียไปถือว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับการวางรากฐานเอสเอ็มอีของประเทศ

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า มาตรการดังกล่าว เป็นจุดหักเหที่สำคัญของประเทศ ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ดีขึ้น ทำให้เอสเอ็มอีอยู่ในระบบสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น อีกทั้งภาครัฐมีฐานระบบผู้เสียภาษี.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    100.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement