สรท. ชี้ ส่งออกไทยปี 58 ติดลบ 5.5% คาด ปี 59 บวก 2% - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

สรท. ชี้ ส่งออกไทยปี 58 ติดลบ 5.5% คาด ปี 59 บวก 2%

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2559 18:50
267 ครั้ง


สรท. ชี้ ตัวเลขส่งออกปี 58 ติดลบ 5.5% ส่วนปี 59 คาดบวก 2% ต่ำกว่าเป้าที่รัฐบาลตั้ง เหตุปัจจัยเสี่ยงยังรุมเร้าไม่เลิก เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัว ...

วันที่ 5 ม.ค. 59 นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ส่งออกเดือน ธ.ค. 58 ว่า คาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 17,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 18,700 ล้านเหรียญฯ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกทั้งปี 58 อยู่ที่ 215,000 ล้านเหรียญฯ หรือเติบโตลดลงจากปีก่อน 5.5% โดยปัจจัยที่ทำให้การส่งออกในช่วงไตรมาส 4 ของปี 58 หดตัวมากกว่าที่คาดการณ์ มาจากการที่เศรษฐกิจจีนไม่ขยายตัวตามเป้าหมาย และการลดค่าอย่างต่อเนื่องของเงินหยวนในไตรมาส 3 ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนในภูมิภาคผันผวน การค้าชะลอตัวมากขึ้น และราคาน้ำมันดิบที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ราคาสินค้าเกษตร และสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำลง

สำหรับปี 59 สรท. คาดว่า มูลค่าการส่งออกจะกลับมาเป็นบวกได้ไม่เกิน 2% โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 219,000 ล้านเหรียญฯ หรือส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 18,200 ล้านเหรียญฯ จากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5% จากปี 58 คิดเป็นมูลค่า 225,000 ล้านเหรียญฯ หรือเฉลี่ยเดือนละ 18,800 ล้านเหรียญฯ เพราะมองว่า มีปัจจัยเสี่ยงที่เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดไว้ การเงินโลกผันผวน ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศขยายวงมากขึ้น และภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น

"ตัวเลขส่งออกปี 58 ที่ติดลบ 5.5% น่าจะลงไปถึงจุดต่ำสุดแล้ว สรท.จึงมองว่า ปีนี้ตัวเลขน่าจะกลับขึ้นมาได้บ้าง แต่จะให้โต 5% ตามเป้าที่รัฐบาลตั้งไว้ คงจะเป็นความท้าทายมากในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังประเมินว่า ปีนี้การส่งออกจะโตระดับเดิม คือ 215,000 ล้านเหรียญฯ เพราะไม่มั่นใจเศรษฐกิจโลกเช่นเดียวกัน" นายนพพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม สรท. พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลให้เดินหน้าผลักดันการส่งออกในปีนี้ให้เติบโต 5% ตามเป้าหมาย การที่รัฐบาลประกาศให้การค้าระหว่างประเทศเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจากนี้ไปทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพราะเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ และเป็นเป้าหมายของรัฐบาล ไม่ใช่เป็นเพียงเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น

นอกจากนี้ ต้องเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การค้าเข้ากับแผนปฏิรูปประเทศ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 โดยจะต้องกำหนดระยะเวลา เป้าหมาย และหน่วยงานผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน

นายนพพร กล่าวต่อว่า ความท้าทายของเศรษฐกิจไทยในปี 59 หลังจากเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แล้ว คือการทำอย่างไรให้อาเซียนไปด้วยกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างไป แล้วเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งไทยต้องแสดงบทบาทการเป็นผู้นำในการผลักดันการค้าร่วมกันของภูมิภาคนี้ให้ได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นห่วงว่า 10 ชาติในอาเซียนจะได้ประโยชน์น้อยกว่าชาตินอกอาเซียนอย่าง จีน ที่ใช้ประโยชน์จากนโยบาย 1 Belt 1 Road เป็นเส้นทางระบายสินค้าจากจีนเข้ามาแข่งในตลาดอาเซียน และจุดยืนเรื่องการเข้าร่วมความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์การค้าเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ที่ไทยต้องเป็นกลาง เพราะหากไม่เข้าร่วม แต่เพื่อนบ้านเข้าร่วมหมด จะทำให้เสียเปรียบได้ ส่วนนโยบายการลงทุนใหม่ ต้องแน่ใจว่าเด่นกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และสิทธิประโยชน์ที่ให้สามารถแข่งขันได้จริงหรือไม่

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    72.1%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    27.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement