มหัศจรรย์แห่งช่วงล่าง SUBARU LEVORG GT-S - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

มหัศจรรย์แห่งช่วงล่าง SUBARU LEVORG GT-S

โดย อาคม รวมสุวรรณ 6 ม.ค. 2559 10:30
8,643 ครั้ง


Subaru Levorg หรืออ่านเป็นภาษาไทยว่า เลอวอร์ค คือพี่น้องต่างสายพันธุ์ของ WRX รุ่นใหม่ล่าสุดโฉมเสือในรูปแบบสเตชั่นแวกอน 5 ประตู นี่คือรถแวนอเนกประสงค์ที่เติมเต็มพื้นที่การใช้งานผสมกับรูปแบบสปอร์ตที่มีเค้าโครงมาจาก WRX STi ซีดานบ้าพลังเมื่อมองจากสัดส่วนด้านหน้าไล่เรียงจากหน้ากระจัง ไฟหน้าและฝากระโปรงแบบมีสคูปดักอากาศ Subaru Levorg สานต่อความสามารถของรถแวน 5 ประตูทรงยาว ด้วยรายละเอียดของตัวถังแบบรถซีดานผสมกับสเตชั่นแวกอนที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา การถือกำเนิดเกิดขึ้นมาท่ามกลางคู่แข่งมากความสามารถ ซึ่งเป็นรถแวกอน 5 ประตูอย่าง BMW Series-3 Touring / Audi A4 Avan / Mazda-6 Wagon / Volvo V60 T5 หรือแม้แต่ Toyota Corolla Auris ทำให้วิศวกรของ Subaru มีงานล้นมือในการปรุงแต่ง Levorg ให้ออกมาเหนือกว่าบรรดาคู่แข่งทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อน ช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว เครื่องยนต์ ชุดส่งกำลังและรูปแบบอันปราดเปรียวสวยงามน่าขับใช้งาน ราคา 2,350,000 บาท ของ Levorg คาบเกี่ยวระหว่างรถแวนแนวหรูของยุโรปกับรถยุ่นสมรรถนะสูงด้วยระบบขับเคลื่อนทุกล้อที่ Subaru ยึดเป็นแนวทางในการสร้างรถยนต์ของตนเอง

สัดส่วนมิติของตัวถังสไตล์แวนบ้านๆ แฝงความสปอร์​ตบนเรือนร่างของ Subaru Levorg มีความยาว 4,690 มิลลิเมตร กว้าง 1,780 มิลลิเมตร และสูงถึง 1,490 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,650 มิลลิเมตร ความกว้างฐานล้อหน้า 1,530 มิลลิเมตร ความกว้างฐานล้อหลัง 1,540 มิลลิเมตร โดยมีชิ้นส่วนบางอย่างที่ใช้ร่วมกับ WRX STi เช่น ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ซีนอนกับไฟล้อมกรอบแบบ LED กระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยม แก้มข้างและฝากระโปรงหน้าแบบมีสคูปดักลม ส่วนสปอยเลอร์หน้าของ Subaru Levorg มีรูปแบบที่แปลกแยกแตกต่างไปจาก Subaru WRX STi แต่ก็ยังคล้ายกันอยู่มากทั้งช่องรับอากาศและตำแหน่งของไฟตัดหมอก ไฟหรี่กลางวันใน Levorg ไม่ได้ใช้ไฟหรี่แบบหลอด LED แต่ใช้ไฟหรี่แบบหลอดธรรมดาสามัญ ส่วนไฟตัดหมอกนั้น ทั้ง WRX STi และ Levorg นั้นเหมือนกันทั้งสองรุ่น เสาหน้ามีองศาที่ลาดเอนมากกว่าปกติเพื่อความลู่ลมและความสวยงามปราดเปรียว แนวของกระจกมองข้างติดตั้งอยู่กับบานประตูหน้าแบบรถสปอร์ต กระจกมองข้างพร้อมเลนส์ไฟเลี้ยวในตัวออกแบบมาเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยมุมมองให้กว้างมากยิ่งขึ้น รูปลักษณ์ด้านหน้าที่เหมือนกับ WRX จนแยกจากกันแทบไม่ออกสร้างความสับสนให้กับนักเลง Subaru อยู่เหมือนกัน หากไม่เห็นตัวรถทั้งคันโดยเห็นเพียงแค่ส่วนหน้าก็จะนึกว่าเจ้า Levorg เป็น WRX รุ่นซีดานยังไงยังงั้น

Subaru คาดหวังว่าโมเดล Levorg จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ใหม่แบบเดียวกับที่แวกอนในอดีตของแบรนด์หมู่ดาวเคยประสบกับความสำเร็จอย่างโมเดล Outback และ Impreza Wagon ตลาดรถทั่วโลก (ยกเว้นประเทศไทย) ยอมรับกับแนวทางของรถยนต์แบบอเนกประสงค์สเตชั่นแวกอน 5 ประตูที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าซีดาน 4 ประตู ทรงด้านข้างของ Levorg ค่อนข้างลงตัวแม้จะเป็นรถแวน เสาหน้าที่ลาดเอนด้วยองศาที่ลงตัวสมบูรณ์แบบ แนวหลังคาแบบมีซันรูฟค่อยๆ ลดระดับลงไปยังส่วนท้ายอย่างสวยงาม กรอบกระจกสีดำตัดด้วยขอบสีเงิน เสาหน้าและเสากลางบางเฉียบสื่อให้เห็นถึงความตั้งอกตั้งใจในการออกแบบ ชายล่างของบานประตูข้างมีลักษณะคล้ายกับสเกิ้ตยื่นออกมาเล็กน้อยคล้ายกับแนวบันไดกาบข้าง มือจับประตูโทนสีเดียวกับตัวรถในรุ่น GT-S ในส่วนของเสาท้ายที่ทำออกมาให้สวยได้อย่างยากลำบากเมื่อทำตัวเป็นรถแวน แต่ Subaru Levorg มีส่วนท้ายที่กลมกลืนลื่นไหล แนวเส้นด้านข้างตัวรถลากจากแก้มข้างผ่านแนวมือจับประตูไปจนถึงขอบของไฟท้าย ฝาถังเชื้อเพลิงวางตำแหน่งตรงข้ามกับรถญี่ปุ่นทั่วไป รวมถึงเสาอากาศของระบบโทรศัพท์ที่คล้ายกับกระโดงปลาฉลาม รถ Subaru Levorg ยัดล้ออะลูมินั่มอัลลอยลายใหม่ล่าสุดขอบ 18 นิ้ว เป็นล้ออัลลอยสีเงินตัดกับสีดำ ห่อรัดด้วยยางรันแฟลตแก้มแข็งโป๊กของ Bridgestone รุ่นพิมพ์นิยม Potenza RE050 ไซส์ 225/45R18 ดัชนีความเร็ว 91W ไม่ต้องพกพายางอะไหล่ติดรถซึ่งช่วยลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 10 กิโลกรัม ยาง Potenza RE050 มีขนาดเท่ากันทั้งหน้าและหลังเนื่องจากมันใช้ระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อนั่นเอง

บั้นท้ายคล้ายกับการนำเอาเจ้า Outback มาย่อสัดส่วนให้มีความลงตัว ไฟท้ายแบบใหม่กับฝาท้ายที่ใช้กระจกทรงโค้งสอดรับกับฝาท้ายที่เปิดออกได้ด้วยมุมกว้างสุดๆ ฝาท้ายแบบกลไกการเปิดด้วยมือค่อนข้างขัดแย้งกับราคาค่าตัว 2.35 ล้าน ซึ่งควรจะเป็นฝาท้ายแบบไฟฟ้าได้แล้ว สปอยเลอร์หลังหรือกันชนหลังมีรูปทรงที่เชื่อมต่อกับแนวของไฟท้ายและฝาท้ายจากการออกแบบที่ดี กระจกบังลมบานฝาท้ายติดตั้งใบปัดน้ำฝนมาให้เหมือนกับ Outback ส่วนตำแหน่งของไฟเบรกดวงที่ 3 ยกขึ้นไปแปะติดไว้กับชิ้นงานสปอยเลอร์ที่หุ้มกรอบฝาท้ายส่วนบนสุด ท่อระบายท้ายแบบคู่ฝั่งละท่อพร้อมชิ้นงานพลาสติกกันกระแทกสีดำกับแถบไฟสะท้อนแสงสีแดง กล้องมองหลังพร้อมกับระนาบเส้นสีเขียว - เหลืองและแดงแสดงผลผ่านจอมัลติฟังก์ชั่น ป้องกันการถอยเข้าไปใกล้หรือชนกับวัตถุกีดขวาง ช่วยทำให้การขับถอยหลังใน Levorg มีความปลอดภัย ไม่ถอยไปเฉี่ยวชนเข้ากับกระถางต้นไม้ หมาแมวหรือเด็กเล็กที่อาจเดินอยู่ในบริเวณส่วนท้ายขณะที่คุณกำลังถอยหลัง

ภายในห้องโดยสารของ Subaru Levorg ยังคงแนวอนุรักษนิยมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น มันคือแนวทางในการตกแต่งห้องโดยสารจากแบรนด์หมู่ดาวที่ไม่เหมือนใครและยากที่จะมีใครทำออกมาได้เหมือน แดชบอร์ดทำจากวัสดุพวกยางเนื้อนิ่มห่อด้วยหนังสังเคราะห์เย็บเดินตะเข็บโชว์ความละเอียดประณีตด้วยด้ายสีฟ้า เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตทำจากหนังแท้เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้าเชื่อมโยงกับงานคอนโซลที่สง่างามและมีขนาดที่กำลังดี ไม่ใหญ่โตราวกับเคาน์เตอร์บาร์เหมือนคอนโซลของ Honda แดชบอร์ดเดินเส้นตัดด้วยชิ้นงานพลาสติกสีเงินสลับขาวด้วยลวดลายแบบคาร์บอนเคฟล่าห์

จอภาพแบบสองโซนแยกบน-ล่างด้วยจอขนาดเล็กที่ด้านบน เป็นจอมัลติฟังก์ชั่นที่คอยแจ้งเตือนข้อมูลของการขับขี่ เช่น นาฬิกาดิจิตอลแบบเข็ม ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อุณหภูมิภายนอก อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลิตรต่อกิโลเมตร เชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง การใช้คันเร่ง หน่วยของการบูสจากเทอร์โบแบบ twin scroll turbocharger กับอุณหภูมิของระบบหล่อเย็น ระบบปรับอุณหภูมิในห้องโดยสาร สัญญาณเตือนรัดเข็มขัดนิรภัยในทุกตำแหน่ง รวมถึงกราฟแสดงผลการทำงานของเครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง วัสดุพวกพลาสติกและหนังที่ใช้ประดับประดาภายในของเจ้า Levorg ค่าตัว 2.35 ล้านบาทอยู่ในระดับกลางๆ โดยมีงานตัดเย็บเบาะ คอนโซลและซุ้มเกียร์รวมกับแผงประตูที่พยายามสื่อให้เห็นถึงความหรูหราในสไตล์ปลาดิบ

เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้าแต่เบาะคนนั่งยังคงใช้การปรับด้วยมือแบบแมนนวล สำหรับเบาะของ Levorg มีรูปแบบที่นั่งได้สบายก้นโดยเฉพาะการนั่งยาวๆ ข้ามจังหวัด ตำแหน่งของเบาะคู่หน้าค่อนข้างสูงเกินไปนิดแต่ความสูงที่มากกว่าปกติช่วยทำให้มองเห็นได้รอบตัวจากความโปร่งโล่งของห้องโดยสาร กระจกบังลมบานข้างรวมไปถึงกระจกบานฝาท้ายและเสาหน้า-กลาง-หลังมีขนาดที่กำลังดีไม่ใหญ่โตจนเข้าไปบดบังการมอง สิ่งที่เปลี่ยนไปของภายในรถรุ่นนี้คือโทนสีตอนกลางคืน ซึ่งปกติ Subaru จะใช้โทนสีส้ม-แดงทั้งในส่วนของไฟหน้าปัดมาตรวัดและไฟบริเวณแผงควบคุมระบบปรับอากาศ พอมาเป็นรถรุ่น Levorg โทนสีของแสงไฟภายในเปลี่ยนมาเป็นโทนสีฟ้านวลตาที่ไม่ส่งผลต่อการมองเห็นในเวลากลางคืน

คันเกียร์ออโต CVT Sport Lineartronic มีหัวเกียร์ที่ใหญ่โตเพื่อการยึดจับที่ถนัดไม้ถนัดมือ ถุงหุ้มคันเกียร์หนังแท้เย็บด้วยด้ายสีฟ้าสื่อให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบของงานตกแต่งภายใน ซุ้มเกียร์ออโตล้อมกรอบด้วยงานอัลลอยสีเงิน ถัดมาเป็นสวิตช์เบรกมือไฟฟ้า ปุ่มกดยกเลิกโหมด Auto Start/Stop และปุ่มสวิตช์สั่งงานโหมด up & down hill start assist สวิตช์อุ่นเบาะซ้ายและขวา ช่องวางแก้วน้ำสองตำแหน่งและช่องเชื่อมต่อ USB AUX ทั้งบริเวณใต้แผงควบคุมอุณหภูมิและที่ใต้พนักเท้าแขน เรียกว่าให้ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์จากภายนอกกันเยอะสะใจไปตามๆ กัน

พวงมาลัยแบบสปอร์ตมีขนาดรอบวงที่กำลังพอดิบพอดีไม่ใหญ่โตเป็นพวงมาลัยรถบรรทุกหรือเล็กราวกับพวงมาลัยรถกะป๊อ ทรงของพวงมาลัยเป็นแบบสามก้านฐานตัด หุ้มด้วยฟองน้ำนุ่มๆ เย็บปิดด้วยงานหนังแท้เดินตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้าเหมือนเดิม พวงมาลัยของเจ้า Levorg มีให้เพียบทั้งแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift ทำจากพลาสติกสีดำและมีขนาดที่เล็กจิ๋ว ก้านวงพวงมาลัยทั้งซ้ายและขวาละลานตาด้วยสวิตช์ปรับตั้งค่าต่างๆ ราวกับคันบังคับของอากาศยาน ไล่เรียงตั้งแต่สวิตช์รับหรือวางโทรศัพท์ไร้สาย สวิตช์ควบคุมปรับตั้งระบบตั้งความเร็วอัตโนมัติ cruise control โหมดการสั่งงานผ่านเครื่องเสียง ปุ่มปรับโหมดการขับเคลื่อน SI-DRIVE ระบบสั่งงานด้วยเสียง ส่วนมาตรวัดโทนสีฟ้ายังคงสไตล์เดิมๆ ของ Subaru ที่คุ้นเคย มาครบทั้งมาตรวัดรอบเครื่องยนต์และมาตรวัดความเร็วแบบเข็มอนาล็อกที่อ่านค่าได้ง่าย กึ่งกลางมาตรวัดทั้งสองยังมีจอแสดงผลขนาดเล็ก MID - multi information display คอยแจ้งเตือนข้อมูลที่สำคัญผ่านจอภาพขนาดเล็กตรงหน้าคนขับ การแสดงผลข้อมูลเริ่มจากจอ MID ด้านบนที่แสดงสเกลการใช้พลังงานจากเครื่องยนต์รวมกับตำแหน่งของการปิด-เปิดบานประตูฝาท้าย ระบบ SI-DRIVE ส่วนจอด้านล่างแสดงข้อมูลตัวเลขระยะทางทริปมิเตอร์ A/B ตำแหน่งของเกียร์ออโต ฯลฯ

จากการทำตัวเป็นรถสปอร์ตอเนกประสงค์แนวแวกอน ทำให้การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารส่วนท้ายมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ เบาะผู้โดยสารตอนหลังของ Subaru Levorg สามารถปรับพับได้หลากหลายรูปแบบทั้งแบบ 40/60 หรือพับทั้งหมดให้ราบลงกับพื้นเพื่อเพิ่มพื้นที่การขนสัมภาระชิ้นโตหรือจักรยาน พื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายของเจ้านี่มีสัดส่วนความสูง 770 มิลลิเมตร กว้างมากถึง 1,080 มิลลิเมตรและลึกถึง 1,070 มิลลิเมตร มากพอที่จะขนกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ รถจักรยานเสือหมอบแบบฟูลไซส์หรือถุง Golf ได้ไม่ต่ำกว่า 4-5 ใบ จากความจุของห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย ฝาท้ายของ Levorg ยังใช้การออกแบบที่ชาญฉลาดโดยสามารถเปิดออกด้วยมุมที่สูงมากถึง 1,806 มิลลิเมตร ทำให้การยกสัมภาระชิ้นใหญ่เข้าหรือออกมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น สิ่งที่กลายเป็นรองรถคู่แข่งที่มีราคาใกล้เคียงกันหรือถูกกว่าเจ้า Levorg ก็คือการเปิดหรือปิดฝาท้ายด้วยมือแทนที่จะใช้ไฟฟ้าซึ่งค่อนข้างขัดแย้งกับราคาค่าตัวอยู่พอสมควร

หัวใจของการขับเคลื่อน Subaru Levorg GT-S คือเครื่องยนต์ขนาดกะทัดรัดที่ให้แรงบิดดีและประหยัดเชื้อเพลิง เครื่องยนต์สูบนอนคือเอกลักษณ์ของ Subaru กับแนวคิดลดปริมาตรความจุแต่ยังคงประสิทธิภาพในด้านอัตราเร่งและการส่งถ่ายแรงบิดที่ดี Levorg วางเครื่องยนต์เบนซินแบบสูบนอน Boxer ขนาดความจุ 1.6 ลิตร 1,600 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน twin scroll turbocharger กับอินเตอร์คูลเลอร์ที่ช่วยลดอุณหภูมิของไอดีก่อนประจุอัดเข้าไปยังห้องเผาไหม้ ระบบอัดอากาศในเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรของ Subaru Levorg
ใช้เทอร์โบที่มีโข่งไอเสีย Turbine Housing เป็นลักษณะ 2 ช่อง ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทอร์โบแบบ twin scroll เพื่อให้เทอร์โบสามารถตอบสนองได้เต็มศักยภาพและทำงานได้เร็วกว่าเทอร์โบแบบ Single scroll แม้เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ในรอบที่ไม่สูงหรือแรงดันของไอเสียที่ใช้ในการหมุนเทอร์ไบน์ยังไม่สูงมากนัก เครื่องยนต์แบบ 4 สูบไม่ว่าจะเป็นสูบเรียงหรือสูบนอน จะใช้ไอเสียจากสูบที่ 2 และ 3 มาเป่าช่องแรกที่โข่งไอเสีย คือช่องซึ่งใกล้กับกันรุนตัวหลัง โดยไอเสียจะวิ่งผ่านรูในโข่งซึ่งถูกรีดให้แคบลงเพื่อเพิ่มความเร็วของอากาศ (คล้ายกับการบีบปลายสายยางขณะฉีดน้ำในปริมาณเท่าเดิมจะได้แรงดันน้ำที่เพิ่มขึ้นจากการใช้นิ้วบีบปลายสายยาง) ไปชนที่ส่วนฐานของเทอร์ไบน์ส่วนที่อยู่ใกล้ Diameter ของแกนเทอร์โบ ส่วนช่องที่ 2 รับไอเสียจากสูบที่ 1 และ 4 คือช่องที่อยู่ในโข่งไอเสียฝั่งที่ใกล้กับ Downpipe จะถูกแรงดันไอเสียเป่าไปยังส่วนกลางและส่วนยอดของกังหันเทอร์ไบน์ เพื่อป้องกันไอเสียหมุนวน หลักการทำงานของเทอร์โบแบบ twin scroll turbocharger ทำให้แรงดันจากไอเสียสามารถสร้างพลังงานมากพอสำหรับการบูสที่รอบต่ำ เทอร์โบชนิดนี้สามารถทำงานในรอบต่ำได้เร็วกว่าเทอร์โบแบบ Single โดยบูสได้เร็วกว่า 300-500 รอบโดยประมาณ

เครื่องยนต์ 1.6L DIT รหัส FB16 บล็อก 4 กระบอกสูบ DOHC 4 วาว์ลต่อสูบ - 16 วาล์ว ความกว้างกระบอกสูบ 78.8 มิลลิเมตร ช่วงชัก 82.0 มิลลิเมตร ปริมาตรความจุ 1,599 ซีซี อัตราส่วนกำลังอัด 10.6 : 1 ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ Direct Injection พร้อมระบบวาล์วแปรผัน AVCS โดยแปรผันวาว์ลทั้งฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย ระบบอัดอากาศใช้เทอร์โบ Twin-Scroll พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ บูสสูงสุด 1 บาร์ เครื่อง FB16 ให้กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์ หรือ 170 แรงม้า ที่ 4,800-5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร หรือ 25.5 กิโลกรัม/เมตร ในย่าน 1,800-4,800 รอบต่อนาที ระบบ Auto start-stop ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อย Co2 ขณะจอดนิ่งอยู่กับที่ เครื่องยนต์ FB16 ยังสามารถเติมน้ำมันเบนซินออคเทน 91 ได้อีกด้วย

ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ เจ้า Subaru Levorg GT-S ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบลูกรอกสายพาน CVT Lineartronic ชุดสายพานโลหะยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น เกียร์ออโต 6 สปีด CVT Lineartronic ของ Levorg ติดตั้งฟังก์ชั่น SI-Drive โดยผู้ขับสามารถล็อกอัตราทดครบทุกจังหวะ ส่งกำลังแรงบิดจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ลงไปยังล้อขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อด้วยระบบขับเคลื่อนอันลือลั่นของ Subaru ที่เรียกว่า Symmetrical AWD พร้อมกลไก Active Torque Split อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.5 วินาที ความเร็วสูงสุดเคลมมาจากโรงงานที่ตัวเลขความเร็วท็อปสปีด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 16 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยก๊าซ Co2 133 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร มาตรฐานมลพิษ EURO-5

ชุดบังคับเลี้ยวหรือพวงมาลัยของ Subaru Levorg GT-S เป็นแบบแร็คแอนพีเนียนพร้อมกลไกมอเตอร์ไฟฟ้า EPAS ช่วยผ่อนแรงหมุนและปรับน้ำหนักไปตามความเร็ว รัศมีวงเลี้ยงแคบสุด 5.4 เมตร ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Subaru Levorg GT-S ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลงเหล็ก ส่วนด้านหลังเป็นแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมเหล็กกันโคลง ล้อและยาง เนื่องจากทำตัวเป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ ล้อและยางจึงมีขนาดเท่ากันหมดทุกล้อไม่ได้ยัดล้อยัดยางมาให้แบบหน้าเล็กหลังใหญ่เหมือนกับรถขับเคลื่อนล้อหลังทั่วไป Subaru Levorg GT-S ใส่ล้ออะลูมินั่มอัลลอยขนาด 18x7.5" พร้อมยางรันแฟลต Bridgestone Potenza RE050 ไซส์ 225/45R18 ดัชนีความเร็ว 91W โดยไม่มีล้อยางอะไหล่ติดมาให้ เนื่องจากยาง Potenza RE050 ซึ่งเป็นยางแบบรันแฟลตนั้นสามารถวิ่งที่ความเร็วต่ำไม่เกิน 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ไกลเป็นร้อยกิโลเมตรเมื่อลมยางรั่วออกมาจนหมด

โครงสร้างตัวถังของ Subaru Levorg มีชื่อว่า Ring-Shaped Reinforcement Frames ใช้โครงสร้างเหล็กกล้าขึ้นรูปแชสซีดามและเสริมความแกร่งเหมือนชุดเกราะสำหรับปกป้องผู้โดยสารหากเกิดการชนปะทะ ทั้งหมดทั้งปวงในโครงสร้างของ Levorg ขึ้นตรงกับความปลอดภัย ด้วยโครงสร้างหลักที่สามารถรับและกระจายแรงออกไปทุกทิศทุกทางเมื่อเกิดอุบัติเหตุ Ring-Shaped Reinforcement Frames สร้างขึ้นเพื่อความแข็งแกร่งทั้งในส่วนของเสา หลังคา ห้องโดยสาร ประตูและพื้น การออกแบบในลักษณะดังกล่าวจะช่วยเบี่ยงเบนแรงปะทะการกระจายพลังงานที่ส่งผลกระทบต่ออาการบาดเจ็บรุนแรงออกไปจากผู้โดยสารเมื่อเกิดการชน โดยใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงสูงและถูกจัดวางในตำแหน่งที่ช่วยทำให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โครงรถยังมีการเสริมความแข็งเพื่อรับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นขณะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง โครงสร้างโดยรวมยังคงมีน้ำหนักเบาเพื่อไม่ทำให้มันส่งผลไปถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ตัวเล็ก Subaru ใช้การออกแบบให้พวงมาลัย เครื่องยนต์และเพลากลางยุบตัวเมื่อเกิดการชนปะทะอย่างรุนแรง ป้องกันการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนปะทะ รถรุ่น Levorg เองก็ยังคงกรอบแนวคิดของระบบความปลอดภัยที่ก้าวล้ำไม่แตกต่างจากรถคู่แข่ง

เพื่อบรรลุความเป็นเลิศในด้านความปลอดภัย วิศวกรของแบรนด์หมู่ดาวต้องใช้แนวความคิดนอกกรอบพร้อมการทดสอบในด้านการชนทุกแง่มุมเพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น สำหรับรถยนต์ Subaru ที่ออกขายในปัจจุบัน ในกรณีที่เกิดการชนปะทะ อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานเช่น ถุงลมนิรภัยด้านหน้า รวมทั้งด้านข้างยังมีม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมนิรภัยที่หัวเข่า พร้อมเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ pretensioners ช่วยลดอาการบาดเจ็บที่บริเวณหน้าอก ระบบห้ามล้อแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ คาร์ลิปเปอร์อะลูมิเนียมที่แข็งแกร่งน้ำหนักเบา ระบบเบรก Antilock - ABS รวมถึงตัวจัดการกับระบบช่วยเบรกแบบไฟฟ้า ชุดเสริมแรงเบรกที่จะแบ่งสันปันส่วนกระจายหรือเฉลี่ยแรงเบรกจากล้อหน้าและล้อหลังแบบอิสระ กลไกการเพิ่มความดันในระบบเบรกด้านหลังเมื่อรถมีการโหลดสัมภาระ ระบบเพิ่มเสถียรภาพของตัวรถ หรือ Vehicle Dynamics Control System ผ่องถ่ายความเป็น Dynamics ด้วยระบบควบคุมการทรงตัวที่วิเคราะห์สถานการณ์ผ่านเซ็นเซอร์ ทำหน้าที่ระวังป้องกันไม่ให้เกิดเสียอาการหรือสูญเสียการทรงตัวที่ดี ด้วยการลดแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อน หรือสั่งเบรกในล้อที่กำลังสูญเสียการยึดเกาะ

พร่ำกันยาวเหยียดกับรายละเอียดของตัวรถ Subaru Levorg GT-S ก็มาถึงช่วงเวลาของการขับทดสอบเพื่อซึมซับรับรู้ความสามารถของตัวรถ เจ้า Levorg มีเบาะที่นั่งนิ่มสบายก้น ตำแหน่งท่านั่งสูงโด่งราวกับครอสโอเวอร์รุ่น XV ทำให้การนั่งอยู่ในเบาะคนขับที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถเก๋งทั่วไป มีทัศนวิสัยที่ดี การออกแบบห้องโดยสารให้มีความโปร่งโล่ง รีดเสาหน้าและเสากลางให้เล็กลงรวมถึงกระจกบังลมทุกบานที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ให้ความรู้สึกกว้างและมองได้รอบทิศทางแม้แต่ตำแหน่งของเสาหลังก็ยังมีการจัดการที่ดีพอทำให้เสาท้ายไม่เข้ามาบดบังมุมมองด้านข้างและด้านหลังเหมือนกับแวกอนหรือครอสโอเวอร์รุ่นอื่นๆ กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ เสียงเครื่องเบนซินสูบนอน FB16 เบาจนแทบจะไม่ได้ยิน แรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์เทอร์โบตัวเล็กทั้งในรอบเดินเบาและรอบต่ำขณะเคลื่อนตัวไปตามสภาพการจราจรของกรุงเทพฯ น้อยมากจนแทบจะไม่รู้สึก ขนาดที่พอดิบพอดีไม่ยาวมากจนเกินไปกับระบบรองรับที่เซตค่ามาแบบกลางๆ ออกแนวหนึบนุ่มเมื่อวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบซึ่งมีอยู่มากในกรุงเทพฯ ความสามารถของเครื่องยนต์และชุดเกียร์ CVT Lineartronic ทำงานร่วมกันได้เนียนหูเนียนตา ความรู้สึกนุ่มนวลเกิดขึ้นทันทีที่ขับออกจากโชว์รูมย่านสุขาภิบาล 2 แถบเสรีไทยไปจนถึงถนนเกษตรนวมินทร์มีแต่ความสบายเนื้อสบายตัว ไม่อึดอัดกระชับตัวเหมือนกับสปอร์ตซีดานรุ่น WRX แถมยังพลิ้วไหวไปตามสายลมด้วยความเนียนของระบบส่งกำลังและความราบเรียบจากการทำงานของเครื่อง 1.6 ลิตร

ตัวเลขแรงม้าของ Subaru Levorg GT-S ไม่ใช่จุดเด่นที่จะมาสร้างยอดขายเนื่องจากใช้เครื่องตัวเล็กแค่ 1.6 ลิตร พร้อมชุดอัดอากาศเสริมแรงบิดในย่านกลางๆ พอให้ขับได้อย่างไหลลื่นไม่อืดเป็นเรือบรรทุกข้าว เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีเมื่อขับใช้งานในเมือง แรงบิด 25.5 กิโลกรัมเมตร หรือ 250 นิวตันเมตร กับน้ำหนักตัว 1551 กิโลกรัม สมน้ำสมเนื้อกันดีไม่ได้แรงพุ่งกระชากหลังติดเบาะทุกเกียร์เหมือน WRX ที่วางเครื่อง 2 ลิตร เมื่อกดคันเร่งลงไปมันจะไต่ระดับความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีคำว่าชักช้าเสียเวลา เทอร์โบที่เริ่มต้นบรรเลงการทำงานบูสอากาศเข้าท่อร่วมไอดีในย่าน 2,000 รอบเป็นต้นไปกลายมาเป็นความกระฉับกระเฉงเมื่อขับเจ้า Levorg GT-S ออกทางไกล สิ่งที่น่าประทับใจนอกจากความโปร่งโล่งของห้องโดยสารและทัศนวิสัยมุมมองที่กระจ่างตาแล้ว มันยังมอบอารมณ์ของการควบคุมแบบ Subaru ทุกกระเบียดนิ้ว ไล่เรียงกันตั้งแต่ความกระชับของช่วงล่างแบบไม่แข็งโป๊กหรืออ่อนปวกเปียกจนเกินไป ออกมาในแบบพอดิบพอดีไม่มีขาดหรือเกิน ทำให้การขับเจ้า Levorg GT-S ไปบนทางแบบไฮเวย์มีความสุนทรีย์สูง

เครื่องยนต์สูบนอนตัวเล็กกะทัดรัดถูกวางร่นจนไปชิดกับผนังห้องเครื่องยิ่งทำให้ตัวเลขการกระจายน้ำหนักถูกต้องตามหลักวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูง ผลลัพธ์ที่ได้คือความมาดมั่นบนถนน อาการทั้งหมดทั้งปวงออกมาในแบบหนึบและนุ่มนวลชวนฝันจนแปลกใจ เจ้า Levorg มีช่วงล่างที่ปรับตั้งมาเป็นอย่างดี ผสมผสานกันระหว่างการยึดเกาะและความโอนอ่อนผ่อนคลายทำให้ขับได้สบายไม่มีอาการวอกแวกโผล่มาให้เห็น ที่ย่านความเร็วเดินทางช่วงแยกวังมะนาวต่อเนื่องไปจนถึงถนนเลี่ยงเมืองชะอำและหัวหินไปโผล่แถวๆ แยกปราณบุรี Subaru Levorg GT-S มอบความเนียนหลังพวงมาลัยพร้อมการขับที่ดีเยี่ยมไร้ข้อตำหนิติติงจนผมลืมแวะทานข้าวแกงในแถบเขาย้อยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เครื่อง FB16 DIT มีซุ่มเสียงในย่านสูงๆ ที่เร้าใจใช้ได้ แต่การเก็บเสียงที่ดีของ Levorg ทำให้เสียงเครื่องยนต์ลอดเข้ามาให้พอได้ยินเท่านั้น ยางรันแฟลต Potenza RE050 มีเสียงดังหึ่งๆ ไปตลอดทางจากแก้มที่แข็งราวกับหิน เสียงหึ่งจะเริ่มดังมากขึ้นเมื่อความเร็วสูงขึ้น กริ้บของยางที่สดใหม่กับอุณหภูมิพื้นผิวถนนที่ร้อนระอุส่งถ่ายการยึดเกาะที่ดี ร่องและดอกยางแบบสปอร์ตช่วยทำให้การวิ่งด้วยความเร็วสูงใน Levorg มอบความมั่นใจให้คุณจนต้องเพิ่มความเร็วขึ้นอีกนิดเมื่อพบเจอกับถนนโล่งๆ เอกลักษณ์ของเครื่องสูบนอนสำแดงเดชออกมาให้เห็นเมื่อคันเร่งถูกจมลงไปจนมิดชิดติดกับพรมปูพื้น

Subaru Levorg ไม่ใช่รถที่มีเครื่องยนต์ยั่วยวนชวนให้คุณกระแทกคันเร่งตลอดเวลาเหมือน BRZ หรือ WRX STi แต่ก็มีความเร้าใจพอให้ได้สัมผัสเมื่อขับเร็วๆ เกียร์ CVT Lineartronic แม้จะน่าเบื่อแต่ก็ให้ความนวลเนียนปราศจากรอยต่อของเกียร์ชนิดลื่นไหล แป้น Paddle Shift ในโหมดแมนนวลเมื่อผลักคันเกียร์ไปทางขวาสุดแล้วชิฟอัตราทดผ่านแป้นเปลี่ยนเกียร์ให้ความรู้สึกคล้ายเกียร์ธรรมดาอยู่บ้างในบางจังหวะ การทำงานที่แม่นยำและคาดการณ์ได้ของชุดเกียร์มีการออกแบบอัตราทดที่ครอบคลุมในทุกย่านความเร็วให้เข้ากับจริตจก้านของเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร แรงบิดขนาดนี้อาจไม่ทำให้รู้สึกถึงความแรงแต่มันก็ห้อได้ดั่งใจนึกหากคุณคิดจะไปเร็วขึ้นมาแบบทันทีทันใด

องคาพยพทั้งหมดของ Subaru Levorg ออกมาในแบบนวลนุ่มและกระชับในบางจังหวะเมื่อพบเจอเข้ากับโค้งยาวๆ สิ่งที่โดดเด่นโดนใจนอกจากช่วงล่างเจ๋งๆ ของมันก็คือพวงมาลัยสุดติ่งวงเล็ก หนังที่ใช้ห่อหุ้มนอกจากจะเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้าโชว์ความประณีตบรรจงแล้วยังมีขนาดรอบวงที่พอดิบพอดีไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปทำให้การยึดจับมั่นคงถนัดมืออย่างที่สุด มอเตอร์ไฟฟ้าที่คอยปรับน้ำหนักความหนืดของพวงมาลัยนั้นทำงานขึ้นตรงกับความเร็วและดูเหมือนวิศวกรของ Subaru จะตั้งอกตั้งใจเป็นพิเศษในการปรับเซตค่ามาให้จากโรงงาน ในย่านความเร็วต่ำ พวงมาลัยไฟฟ้ามีน้ำหนักที่เบาสบายมือเหมาะกับสุภาพสตรีที่ชอบขับใช้งานในเมืองด้วยน้ำหนักของพวงมาลัยที่ไม่เบาหรือหนักมากจนทำให้การถอยเข้าออกหรือการเลี้ยวกลับลำต้องออกแรงมากกว่าปกติ

ความแม่นยำและมั่นคงโผล่เข้ามาเมื่อความเร็วเริ่มสูงขึ้น น้ำหนักที่เคยเบาสบายมือแปรเปลี่ยนมาให้ความรู้สึกถึงความคมและน้ำหนักที่ตึงไม้ตึงมือเหมาะกับการโลดโผนโจนทะยานในย่านความเร็วสูง พวงมาลัยไฟฟ้าของ Levorg สื่อสารกับสภาพถนนผ่านยางรันแฟลตแก้มแข็งได้ดี เมื่อผมเริ่มคุ้นเคยกับองค์ประกอบของตัวรถมากยิ่งขึ้นและเริ่มขับเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทดสอบการวิ่งในย่านความเร็วสูงรวมถึงการขยับองศาของพวงมาลัยแต่งองค์ทรงเครื่องก่อนทะยานเข้าสู่ทางโค้ง ฐานล้อที่เหมาะเจาะบวกกับการกระจายน้ำหนักบนระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อของแบรนด์หมู่ดาวทำให้การห้อเจ้า Levorg ด้วยสปีดที่สูงกว่าปกติกลายเป็นเรื่องปกติสามัญ ตำแหน่งของเครื่องสูบนอนที่วางได้ต่ำกว่าเครื่องสูบเรียงยิ่งทำให้รถแวนรุ่นนี้มีการขับที่ดีจนน่าแปลกใจ ส่วนผสมของช่วงล่างหลังจากควบมาได้เกือบๆ 300 กิโลเมตรออกมาในแบบผสม ทำให้รู้สึกได้ถึงความนวลคล้ายกับระบบรองรับของรถ Lexus ผสานกับความหนึบแน่นแบบช่วงล่างของ BMW Series-3 เป็นส่วนผสมที่ออกมาในแบบไดนามิกซึ่งมีประสิทธิภาพในการวิ่งมากพอจนทำให้ผมนึกอยากได้ขึ้นมาอยู่เหมือนกันถ้าไม่ติดที่ราคามหาโหดแรงถึง 2.35 ล้านบาทของเจ้าหมอนี่

Subaru มุ่งมั่นในการพัฒนาของระบบการขับเคลื่อนสี่แบบสมมาตร (Symmetrical AWD) เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้รับการผลักดันจากทางบริษัทแม่ Fuji heavy industry มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมที่ทาง Subaru ต้องการที่จะกลับไปสู่พื้นฐานในการสร้างรถยนต์ที่จะทำให้ผู้คนได้เพลิดเพลินกับความเชื่อมั่นในการควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบ Symmetrical AWD มีความเหมาะสมกับทุกรูปแบบของรถยนต์จากแบรนด์หมู่ดาวที่สามารถตอบสนองให้กับเจ้าของด้วยความเหนือชั้นในด้านประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อ พร้อมสมรรถนะในการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น บริษัท Subaru ได้เริ่มผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1972 จากนั้นเป็นต้นมา Subaru ได้เปิดตัวนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปรับปรุงในแต่ละครั้งมีความสมบูรณ์แบบที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตรที่สามารถปรับการกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างต่อเนื่องและอิสระ ด้วยแนวความคิดข้างต้นนี้จึงทำให้ Subaru สามารถแสดงศักยภาพที่ทำให้ตัวรถที่วางระบบนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งบนท้องถนน ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงแค่การจัดการที่ดีกว่าในสภาวะท้องถนนที่สุดขั้ว แต่เป็นเรื่องของการเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ทั้งในระดับปกติที่ทำให้การขับใช้งานในชีวิตประจำวันมีความง่ายขึ้น ปลอดภัยและสะดวกสำหรับผู้ขับขี่ทุกคน

วิศวกรของค่ายหมู่ดาวทำการพัฒนาระบบส่งกำลัง หรือ Power-train ที่เหมาะสมกับรูปแบบของตัวรถที่เน้นความสบายมากเป็นพิเศษแม้จะเป็นแค่เกียร์ CVT แต่ทำออกมาให้ใช้งานได้ดีราวกับเกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์จากระบบล็อกอัพที่จัดมาให้ รวมถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสมรรถนะในด้านการขับพร้อมกับความปลอดภัยท่ามกลางสภาพผิวถนนที่อาจเปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทาง ระบบ Symmetrical AWD คือความสมบูรณ์แบบของระบบขับเคลื่อนใน Subaru Levorg ทำไม Subaru ถึงไม่ใช้ระบบส่งกำลังจากล้อหน้าหรือล้อหลังเหมือนรถทั่วไป ทั้งสองแบบมีข้อดีในสภาวะที่แตกต่างกัน แต่โดยหลักการนั้น การกระจายแรงขับเคลื่อนไปยังล้อทั้งสี่แทนที่จะเป็นแค่สองล้อ จะทำให้ได้ความรู้สึกที่มั่นคงในการควบคุมและปลอดภัยในทุกสถานการณ์ เหตุผลสำคัญก็คือ มีการผสมผสานกันระหว่างการจัดวางเครื่องยนต์ลูกสูบนอนที่มีจุดศูนย์ถ่วงสั้นและต่ำ กับระบบส่งกำลังตามแนวยาวตรงตลอดเส้นกึ่งกลางของรถยนต์ลากตั้งแต่เกียร์-เพลากลางมาจนถึงเฟืองขับหลัง ทำให้เกิดเสถียรภาพขณะที่เลี้ยวหรือลัดเลาะหักพวงมาลัยไปตามทางโค้ง

ระบบ AWD เป็นศูนย์กลางในการควบคุมแรงบิดทั้งหมดจากเครื่องยนต์ผ่านคอมพิวเตอร์ประมวลผล ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่อง เกียร์และช่วงล่างตลอดจนเพลาขับของทุกล้ออยู่ในความสมดุล ให้ความแม่นยำและตอบสนองต่อการขับขี่ไม่ว่าจะเป็นการหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง รวมถึงการวิ่งด้วยความเร็วเดินทางในสภาพถนนที่เปียกลื่นเมื่อเกิดฝนตก และเมื่อต้องขับขี่ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย ระบบแชสซีและกันสะเทือนของ Levorg ออกแบบมาเพื่อทำให้เกิดความสมดุลและความแม่นยำตามมาตรฐาน ชุดขับเคลื่อนทุกล้อของ Subaru มีการตอบสนองที่เหนือกว่าระบบ AWD ในรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อทั่วไป ส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้ระบบ Symmetrical AWD ของ Subaru มีความเสถียรสูงสุดคือเฟืองท้ายที่มีระบบ LSD โดยระบบกลไกเฟืองทดกำลังที่สลับซับซ้อน ออกแบบมาเพื่อการทดกำลัง ECU ของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จะคอยควบคุมการกระจายแรงบิดและจำกัดการลื่นไถลของยาง สมองกลส่วนกลางที่คอยสอดส่องจะเฝ้าระวังแบบล่วงหน้าและสั่งให้แรงบิดกระจายไปยังล้อที่ขาดกำลังหรือหยุดการส่งกำลังไปที่ล้อด้านที่หมุนฟรีทิ้งอย่างฉับพลัน มันขึ้นอยู่กับพื้นผิวถนนและสภาพทางที่มีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละเส้นทาง การปรับค่ากระจายแรงบิดไปตามความเป็นจริงขณะขับขี่นี้ ทำให้ Subaru Levorg ใช้แรงฉุดและความมั่นคงของระบบ AWD ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งไม่ได้ใช้สำหรับเฉพาะสภาพการณ์ที่ลื่นไถลเท่านั้น

Subaru Levorg GT-S แม้จะมีราคาที่แพงแสบตับแต่มันก็มีเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่ตอบสนองได้ดี ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนเหนือชั้นกว่าคู่แข่งทุกยี่ห้อที่มีราคาใกล้เคียงกัน พวงมาลัยดีเลิศประเสริฐศรีหาดีกว่านี้คงต้องควักกันถึง 3.3 ล้านบาทกับ Mercedes Benz C300 Bluetec Hybrid Estate หรือ 4.4 ล้านบาทเพื่อแลกกับรถที่เหนือกว่าอย่าง BMW 320d Touring M-Sport วันแรกของปี พ.ศ. 2559 ในช่วงใกล้ค่ำ ผมใช้เวลาช่วงสุดท้ายกับ Levorg GT-S บนเส้นทางที่ลัดเลาะจากอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดมุ่งหน้าไปยังทางบายพาสที่จะมาโผล่ยังอำเภอชะอำ ทางค่อนข้างเปิดโล่งและไร้รถราในวันหยุดยาวแบบนี้ การใช้ความเร็วเดินทางที่ถูกกฎหมายใน Subaru Levorg คือความสุขทางอารมณ์อย่างแท้จริง กระจกบังลมรอบตัวรวมถึงซันรูฟหลังคาที่ถูกเปิดออกจนโล่ง ทัศนียภาพของทุ่งนาสีเขียวสลับกับแนวของหุบเขาท่ีทอดตัวเรียงราย ไม่จำเป็นต้องขับให้เร็วจนพลาดกับบรรยากาศในช่วงเย็นพร้อมวิวสองข้างทางที่ไม่อาจพบเห็นได้ในเมือง รถ Subaru แม้จะมีหน้าตาท่าทางเรียบๆ แต่สภาพการขับขี่นั้นขอบอกว่าเหลือร้ายไม่ธรรมดา มันเป็นรถแวกอนที่มีการควบคุมดีมากคันหนึ่งของวงการรถบ้านหรูๆ วิ่งในฝนหนักได้ดีอย่างเหลือเชื่อ พวงมาลัยและช่วงล่างเริดมากจนผมคิดไม่ถึงว่าจะทำออกมาได้ดีขนาดนี้ เครื่องยนต์สูบนอนเอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ เกียร์ CVT แบบใหม่ที่ปรับอัตราทดด้วยตัวคุณเองได้ แชสซีและส่วนผสมอันลงตัวของระบบขับเคลื่อนทุกล้อ Symmetrical AWD ผลักดันให้มันโดดเด่นมากในด้านการควบคุม หากไม่สนใจเรื่องของราคาค่าตัวที่แรงจนสะดุ้ง สมรรถนะของ Levorg ที่มีดีในหลายด้านจะยังคงครองใจคนบ้ารถแบบผมไปอีกนาน.

SUBARU LEVORG GT-S SPECIFICATIONS
ENGINE Type.................................Horizontally-opposed, 4-cylinder, 4-stroke, turbocharged, petrol engine DOHC 16-valve
Bore/Stroke (mm) ..........................78.8 / 82
Capacity (cc) ..................................1,600
Compression ratio...........................11.0:1
Fuel system.....................................Petrol Direct Injection
Fuel tank capacity (lit.)...................60

PERFORMANCE
Max. output ...................................125 kW 170 PS 4,800-5,600 rpm
Max. torque ....................................250 Nm 25.5 kg-m 1,800-4,800 rpm
Max. speed .....................................210km/h
Acceleration 0-100km/h..................8.9 sec.

Fuel consumption*5Urban (lit./100 km)8.5
Extra-urban (lit./100 km)6.3
Combined (lit./100 km)7.1
CO2 emissions*5Urban (g/km)197
Extra-urban (g/km)146
Combined (g/km)164

DRIVETRAIN
All-Wheel Drive type.......................Active Torque Split AWD system

DIMENSIONS & WEIGHT
Overall length (mm)4,690
Overall width (mm)1,780
Overall height (mm) 1,490
Wheelbase (mm) 2,650
Track Front (mm) 1,530
Track Rear (mm)1,540

Minimum road clearance (at kerb weight)(mm)135
Cargo volume*6(lit.) 1,446
Seating capacity (persons) 5
Kerb weight (kg) 1,551

TRANSMISSION
Gear ratio
D range (Sport Lineartronic)3.581 - 0.570
1st3.560
2nd2.255
3rd1.655
4th1.201
5th0.887
6th0.616
Reverse3.667
Final drive axle ratio 3.900

CHASSIS
Steering.......................................Rack and Pinion
Suspension (4-wheel independent)
Front............................................MacPherson strut type
Rear.............................................Double wishbone type
Minimum turning circle at tyre (radius) (m)5.4
Brakes
Front.............................................Ventilated disc brakes
Rear...............................................Ventilated disc brakes
Tyre & wheel
Tyre size.........................................225/45R18 Bridgestone Potenza RE050
wheel size......................................18x7.5"J*5

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    89.5%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    5.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    5.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement