มาดูกับมาดาม : ‘Spotlight’ พลังของสื่อ...สะเทือนกันทั้งวงการ! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

มาดูกับมาดาม : ‘Spotlight’ พลังของสื่อ...สะเทือนกันทั้งวงการ!

โดย มาดามอองทัวร์ 5 ม.ค. 2559 14:10
1,554 ครั้ง


‘Spotlight’ ภาพยนตร์สุดดราม่าแห่งปี...เรื่องราวการทำงานของสื่อมวลชน ตีแผ่คดีล่วงละเมิดในเด็ก ภายใต้ความกดดันจากเกมการเมืองแห่งคริสตจักร และ ‘ศรัทธา’ ในจรรยาบรรณของสื่อมวลชน...

“I know there’s the thing you cannot tell people.
But I also know there’s a story here people will hear about it.”
“ผมรู้ว่ามีบางเรื่องที่คุณไม่อยากบอกใคร
แต่ผมก็รู้ด้วยว่ามันมีเรื่องที่นี่ ที่ผู้คนต้องได้รู้”
ไมค์ เรเซนเดส (Mike Rezendes นำแสดงโดย Mark Ruffalo)

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รัก เริ่มต้นสัปดาห์การทำงานของปี 2016 มาดามเลยมีภาพยนตร์คุณภาพ ตัวเต็งทั้งจากเวทีออสการ์และลูกโลกทองคำมานำเสนอ รับรองว่าจะได้ “สะเทือน” กันทุกหย่อมหญ้าเชียวล่ะค่ะ เพราะภาพยนตร์มีเนื้อหาโจมตี “คริสตจักร” กับข้อกล่าวหานักบวชกระทำการล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก โดยทีมข่าว ‘Spotlight’ จากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ‘Boston Globe’ จนได้รับรางวัลพูลิเซอร์ (The Pulitzer Prize รางวัลใหญ่แห่งวงการวรรณกรรมและสื่อมวลชน โดย Columbia University) ในปี 2003 สาขาบริการสาธารณะ

ตัวอย่างภาพยนตร์ Spotlight (2015)

สำหรับวงการสื่อสารมวลชนในสหรัฐอเมริกา...รางวัลพูลิเซอร์ ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างมากค่ะ เรื่องราวของเขาและเธอในภาพยนตร์เรื่องนี้ เลยน่าสนใจขึ้นไม่น้อย ว่าต้องผ่านอุปสรรคและความยากลำบากอะไรมาบ้าง กว่าจะมาถึงจุดนี้...

บรรยากาศตึงเครียดในสำนักข่าว Michael Keaton กับ Mark Ruffalo

การเล่าเรื่องและบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาก จนแทบไม่รู้เลยว่ามาจากเรื่องจริง

การสร้างภาพยนตร์จากเรื่องจริง นับเป็นเทรนด์มาแรงอย่างหนึ่งในวงการฮอลลีวูดช่วงสิบปีหลัง ซึ่งโดยมาก เรื่องที่ฮือฮาก็มักเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ หรือเกิดจากเหตุการณ์จริง และ ‘Spotlight’ ก็เช่นกัน แต่แปลกใหม่สักหน่อยค่ะ เพราะตีแผ่ดราม่าและการทำงานของสื่อมวลชน ซึ่งต้องต่อสู้กับตัวเองและแรงกดดันรอบข้าง รวมไปถึง “จรรยาบรรณ” ของนักข่าวอย่างหนัก เพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานชิ้นโบแดง

ฟังดูเหมือนเป็นหนังซีเรียส ไม่น่าดู แถมหนังก็มีกลิ่นอายของสารคดีอยู่มาก เนื่องจากถูกสร้างมาจากเรื่องจริง แต่ขอบอกเลยว่าวิธีการเล่าเรื่องของผู้กำกับ “ทอม แมคคาร์ธี” (Tom McCarthy) ซึ่งเคยฝากผลงานบทภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดังอย่าง UP (2009) นั้น ไม่ธรรมดาทีเดียว เพราะการเล่าเรื่องน่าติดตามมาก ไม่แพ้หนังสืบสวนสอบสวนชั้นนำเรื่องไหน

นอกจากวิธีการเล่าที่ลำดับและเรียงร้อยเรื่องราวเป็นอย่างดีแล้ว บทภาพยนตร์ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ...โดยเฉพาะบทพูดสะเทือนอารมณ์ของคนข่าว ที่ต้องการค้นหาหลักฐานและข้อมูลเปิดโปงความชั่วช้าและเสื่อมโทรมของศาสนาให้ผู้คนได้รับรู้ รวมไปถึงบทพูดสร้างแรงบันดาลใจของคนทำงานข่าว ที่พยายาม “ผลักดัน” และ “เกื้อหนุน” ซึ่งกันและกัน ให้มีแรงและพลังจะขับเคลื่อนสังคมต่อไป

การทำงานเคร่งเครียดของคนข่าว Rachel McAdams, Mark Ruffalo, Brian d’Arcy James

การต่อสู้กันอย่างหนักระหว่างความกดดันจากคริสตจักรและจรรยาบรรณของคนข่าว

แน่นอนว่าเนื้อหารุนแรง พาดพิงสถาบันดีงามอย่างศาสนา ถือเป็นประเด็นเปราะบาง ซึ่งนักข่าวทุกคนทราบกันดี และเรื่องนี้ก็อาจก่อสภาวะอึดอัดให้แก่คนในสำนักพิมพ์กันเองได้ การสืบสวนเพื่อเปิดโปงคดีล่วงละเมิดในเด็กจากทีม ‘Spotlight’ เลยถูกเก็บเป็นความลับสุดยอด มีแค่คนในทีมเท่านั้นที่รู้ว่ากำลังทำอะไร

และแม้ว่าพวกเขาจะต้องรับศึกหนักทั้งจากผู้ที่มีศรัทธาสูงต่อศาสนา หรือจากศาสนจักรเอง ซึ่งพยายามปกปิดและต่อต้านอย่างสุดกำลัง ไม่ให้เรื่องแปดเปื้อนทำให้ภาพลักษณ์ของสถาบันเสื่อมเสีย แต่พวกเขาก็ไม่ย่อท้อ บากบั่นและพากเพียรจนได้หลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวคนผิดไว้ไม่หลุด

สำหรับหนัง...จุดนี้ถือเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของตัวละคร ที่ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานาจนบรรลุเป้าหมาย แต่สำหรับคนดู (โดยเฉพาะมาดาม ในฐานะเฟืองตัวเล็กๆ ในวงการสื่อ)...สะเทือนใจมาก ทั้งกับความจริงที่เกิดขึ้น และความจริงในวงการสื่อ กับพลังของเราที่อาจทำให้สังคมยกระดับหรือขับเคลื่อนต่อไปได้

แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือแรงบันดาลใจดีๆ จากเจตนาอันดีงาม จะตีแผ่ปัญหาเพื่อแก้ปัญหาของพวกเขา (ทีม Spotlight) ที่ทำให้วงการสื่อมวลชนสั่นสะเทือน และแม้ว่าผลของมันจะไม่เปรี้ยงปร้าง หรือทำให้สังคมเปลี่ยนไปได้ แต่ก็ทำให้ใครต่อใครรู้สึกตัวไม่น้อย ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะช่วยจุดไฟเล็กๆ ซึ่งอาจอ่อนแรงหรือมอดดับไปแล้วของคนข่าวให้ลุกขึ้นสู้ เพื่อยกระดับขับเคลื่อนสังคมให้ดีกว่าเดิม

กลุ่มนักแสดงนำของเรื่อง (จากซ้ายไปขวา) Michael Keaton, Liev Schreiber, Mark Ruffalo, Rachel McAdams, John Slattery, Brian d’Arcy James

โดดเด่นด้วยนักแสดงชั้นนำ ตัวเต็งรางวัลใหญ่หลายสาขา

นอกจากจะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงบนเวทีลูกโลกทองคำ (The Gloden Globes) ในสาขาบทภาพยนตร์ ผู้กำกับและภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Drama) แล้ว เหล่าทัพนักแสดงของเรื่องก็ได้รับการกล่าวขานถึงไม่แพ้กัน เพราะสวมบทบาทนักข่าวทีมสืบสวนที่เกาะไม่ปล่อยได้ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น “Mark Ruffalo” ในบท “Mike Rezendes” นักเขียนสกู๊ปมือทอง, “Michael Keaton” ในบท “Robby” หัวหน้าทีมขาลุย ร่วมด้วย “Rachel McAdams” ในบท “Sacha Pfeiffer” นักข่าวสาวมือขุด และนักวิเคราะห์ข้อมูลตัวฉกาจ

ขอบอกเลยว่าไม่น่าพลาด โดยเฉพาะคนในวงการสื่อสารมวลชน เผื่อจะช่วยจุดไฟในใจให้ “ฮึกเหิม” และ “โหมกระหน่ำ” ส่วนใครที่ไม่ได้ทำงานข่าว ก็ควรมาชมเช่นกันค่ะ เพราะอาจสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้สั่นสะเทือนใครต่อใครได้บ้าง...

จนกว่าจะพบกันใหม่
และสวัสดีปีใหม่อีกครั้งค่ะ

มาดามอองทัวร์
@MadamAutuer

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement