อย่านึกว่าแน่! เจอด่านไม่ยอมเป่าติดคุก 1 ปี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

อย่านึกว่าแน่! เจอด่านไม่ยอมเป่าติดคุก 1 ปี

โดย ทนายเจมส์ 5 ม.ค. 2559 05:30
3,257 ครั้ง


สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙ ขอให้ร่ำรวยๆ และเดินทางปลอดภัยกันทุกคนนะครับ ช่วงนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุข เป็นช่วงเวลาที่ญาติสนิท มิตรสหายต่างได้พบปะสังสรรค์กัน ซึ่งมักจะมีเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาร่วมด้วย หลายท่านคงเห็นข่าวผู้ขับขี่รถไม่ยอมเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ โดยเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอำนาจตามกฎหมายบังคับให้เป่าได้ หรือใช้วิธีเจรจาถ่วงเวลารอให้ระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเจือจางลงแล้วค่อยเป่า หรือบางท่านมักดื่มนมเปรี้ยวก่อนขับรถ โดยเชื่อว่านมเปรี้ยวสามารถช่วยลดระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดได้ และทำให้ผลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดจากเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ ไม่เกิน ๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้กำหนดวิธีจัดการกับนักดื่ม ดังนี้ 

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ วางหลักว่า “ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ (๑) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ, (๒) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ฯลฯ” และตามมาตรา ๔๓ ตรี วางหลักว่า “ในกรณีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดรถและสั่งให้มีการทดสอบตามมาตรา ๑๔๒ ด้วย”

จากหลักกฎหมายข้างต้น เห็นได้ว่าตามมาตรา ๔๓ ตรี ใช้คำว่า ในกรณีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ หรือขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดรถและสั่งให้มีการทดสอบตามมาตรา ๑๔๒ ด้วย

จึงถือได้ว่าตามมาตรา ๔๓ ตรี ได้ให้อำนาจการตัดสินใจหรือให้เป็นดุลยพินิจของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาว่า จะสั่งให้ผู้ขับขี่รถหยุดรถและสั่งให้มีการทดสอบตามมาตรา ๑๔๒ ก็ได้

เมื่อเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ขับขี่รถหยุดรถแล้ว จะสั่งให้มีการทดสอบตามมาตรา ๑๔๒
ตามลำดับขั้นตอน ตามมาตรา ๑๔๒ วางหลักว่า “เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถในเมื่อรถนั้นมีสภาพไม่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖

(๒) เห็นว่าผู้ขับขี่หรือบุคคลใดในรถนั้นได้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ

ในกรณีที่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) ให้เจ้าพนักงานจราจรพนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ดังกล่าวว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะขับหรือเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่

ในกรณีที่ผู้ขับขี่ตามวรรคสองไม่ยอมให้ทดสอบ ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้ดำเนินการทดสอบได้ภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นแห่งกรณี

เพื่อให้การทดสอบเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว หากผู้นั้นยอมให้ทดสอบและผลการทดสอบปรากฏว่าไม่ได้ฝ่าฝืน มาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) ก็ให้ปล่อยตัวไปทันที


ในกรณีที่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น หากผู้นั้นยังไม่ยอมให้ทดสอบตามวรรคสามโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๒) การทดสอบตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง”

ดังนั้น แม้ว่าผู้ขับขี่รถจะไม่ยอมเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ หรือใช้วิธีเจรจาถ่วงเวลารอให้ระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเจือจางลง หรือในกรณีที่ดื่มนมเปรี้ยวก่อนขับรถ จนทำให้ผลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดจากเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ ไม่เกิน ๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๔๓ (๒) ก็ตาม แต่เชื่อว่าสติสัมปชัญญะไม่เหมือนเดิมแน่นอน หากผู้ขับขี่ไม่ผ่านการทดสอบหรือไม่ยอมให้ความร่วมมือในการทดสอบ กรณีดังกล่าวถือได้ว่ามีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น

หากผู้นั้นไม่ยอมให้ทดสอบโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๒) คือ ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น มีโทษปรับครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท และยังต้องถูกส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๑๖๐ ตรี วางหลักว่า “ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๒) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่” ซึ่งแนวคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในช่วงหลังๆ สำหรับโทษจำคุกศาลมักจะไม่รอลงอาญานะครับ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์งดขับขี่รถ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนสร้างความเสียหายต่อตนเอง ครอบครัว และผู้อื่นครับ

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK 

ทนายเจมส์

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    90.9%
  • ไม่ชอบ
    9.1%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement