Star Topic : New Year, New You ทำอะไรกันดีปี 59 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

Star Topic : New Year, New You ทำอะไรกันดีปี 59

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2559 07:30
6,522 ครั้ง


สวัสดีจ้า!! แฟนๆ "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" ทุกคน ขอฝากเนื้อฝากตัวกับคอลัมน์น้องใหม่ "Star Topic" ที่มาพูดคุยกับคนดังบันเทิงถึงประเด็นร้อนๆ ที่เกิดขึ้น หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลต่างๆ ในบ้านเรา เอาล่ะ!! เรื่องเม้าท์มอยดีๆ เราจะรอช้าทำไม ประเดิมที่เรื่องราวดีๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่กันดีกว่าว่าคนดังทั้งหลายมีความตั้งใจทำอะไรใหม่ๆ ในปีลิง 2559 กันบ้าง จะเป็นเรื่องโปรเจกต์ผลงานใหม่ ธุรกิจใหม่ เรียนให้จบ หรืออยากปรับปรุงนิสัยตัวเองให้เป็นคนใหม่ยังไงบ้าง พื้นที่ต่อไปนี้...พวกเขาจะมาเล่าให้คุณฟังจ้า!!

เปอร์ สุวิกรม อัมระนันทน์ : ตั้งใจทำรายการ "Perspective" โฉมใหม่-เตรียมโปรเจกต์รายการใหม่รับปีวอก

เปอร์ สุวิกรม

"สำหรับปี 2559 รายการ Perspective ที่ผมรับผิดชอบดูแลทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังก็มีการเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ที่ทำให้ดูทันสมัยและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม และเปลี่ยนแปลงเวลาให้เร็วขึ้นประมาณ 1 ชม. เพื่อคุณผู้ชมจะได้นอนเร็วขึ้น โดยเปลี่ยนแปลงจากเวลาเดิม 22.40 น. เป็นเวลา 21.45 น. ทุกวันอาทิตย์ ทางโมเดิร์นไนน์ทีวีและ MCOT HD ครับ จุดเด่นของรายการคือมีมุมมองที่หลากหลาย นำเสนอผ่านบุคคลที่ได้พิสูจน์โดยใช้เวลาเป็นตัวแปรในการพิสูจน์มุมมองที่แตกต่างในอดีต ว่าวันนี้เขาสามารถทำให้คุณเชื่อได้ว่าสิ่งที่เขามองต่าง มันสามารถเกิดขึ้นจริงและเป็นไปอย่างที่เขาพูดได้ครับ เป็นรายการที่สร้างกำลังใจ เป็นแรงบันดาลใจ เป็นแบบอย่างให้กับคุณผู้ชมที่อยู่ทางบ้านมีพลังในการขับเคลื่อนต่อไปครับ

นอกจากนี้เป็นรายการที่ให้ความรู้ในเชิงมุมมองที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน ก็อยากตั้งใจทำให้สิ่งเหล่านี้กระจายไปสู่วงกว้างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะว่ารายการส่วนนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นจากผมเพียงลำพัง มันเกิดจากการร่วมมือกันเยอะมาก อย่างบอดี้สแลมก็มาช่วยแต่งเพลง ทีมงานที่อุทิศเวลาในการทำงาน คนที่ช่วยเหลือประชาสัมพันธ์ให้คนดูอีกมากมายที่ได้จากสิ่งที่เรานำเสนอไปแล้วบอกต่อ ยิ่งทำให้รายการแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วปีหน้าบอดี้สแลมจะมาออกรายการด้วย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา แต่เราเก็บบรรยากาศตรงนี้มาให้ชมกันเป็นเทปแรกของปี 2559 ที่เราเปลี่ยนโฉม คือวันที่ 10 ม.ค. เพื่อให้ทุกคนได้รับพลังเต็มที่ตั้งแต่ต้นปีครับ

นอกจากนี้ ยังมีแพลนอีกครับแต่อุบไว้ก่อน เรามีเป้าหมายว่าจะร่วมมือกับทางเจเอสแอลหรือพาร์ตเนอร์ที่ร่วมกับเราในการนำเสนอรายการอีก 2 รายการ ต้องติดตามกันครับว่าจะเป็นอะไร อยู่ที่ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่แค่นั้นเอง เราควบคุมอนาคตไม่ได้ แต่จะพยายามทำให้มันเกิดขึ้นภายในปี 2559 ครับ แน่นอนว่าจะเป็นรายการที่เน้นสาระอยู่ แต่ความบันเทิงจะหนักมาก และมีประโยชน์ต่อสังคมด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายึดเหนี่ยวมาโดยตลอดครับ และมีศิลปินดารามาร่วมงานด้วย เป็นพระเอกขวัญใจมหาชนครับ รู้จักกันทั้งประเทศครับ"

นัท มีเรีย : ทุ่มเวลาให้กับงานผู้จัดละครใหม่ 3 เรื่อง

นัท มีเรีย

"สำหรับนัทก็น่าจะงานผู้จัดแหละค่ะ เพราะว่างานผู้จัดค่อนข้างเป็นงานใหม่สำหรับนัท ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นเนอะ แต่ว่าวันนี้พอตัวเองมารับหน้าที่ตรงนี้ก็จะทำให้ดีที่สุดค่ะ เพราะปีหน้าน่าจะยาวทั้งปีเลยเพราะมีละคร 3 เรื่องด้วยกันค่ะ เป็น 3 เรื่อง 3 ตอนเลย ก็ค่อนข้างหนักเหมือนกัน แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดนะคะเพราะเริ่มสนุกกับงานนี้ มันเป็นประสบการณ์ใหม่ เราได้ลองได้ทำในสิ่งที่เคยเห็นเขาทำ แต่เราไม่ได้คลุกคลีหรือสัมผัสจริงๆ พอมาลองทำก็เป็นอะไรที่ท้าทาย ได้ประสบการณ์ที่ดีเหมือนกัน มีการแก้ปัญหา ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์กับคน มันเป็นเรื่องของความรู้สึก จิตใจ ต้องเข้มแข็งต้องดูแลค่อนข้างเยอะเหมือนกัน แต่ว่าสนุกนะคะ ชอบ กดดันไหมก็นิดนึงแต่ไม่มากนะ ทำเป็นธรรมชาติค่ะ นัทโชคดีที่มีทีมงานที่ดีมีคุณภาพและเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ทำอะไรก็ได้อย่างที่ต้องการ แต่อาจจะมีบ้างที่อยากได้ตรงนี้แล้วมันไม่ได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องมีอะไรสำรองแก้ไข ต้องแก้เหตุการณ์เฉพาะหน้า มันมีเรื่องมาทดสอบเราอยู่ตลอดเวลาค่ะ เป็นอะไรที่ปกติอยู่แล้ว

ส่วนแพลนงานละครใหม่ก็มองๆ อยู่แต่ว่ายังไม่สรุปเพราะยังเพิ่งเริ่มจริงๆ 3 เรื่องนี้ก็หนักอยู่นะคะ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มอง ก็พยายามจะดูอยู่ว่ามีอะไร ต้องดูว่าอันไหนเหมาะกับเราจริงๆ ดูแล้วมีความเป็นไปได้ ดูสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยค่ะ ความคาดหวังก็ไม่ได้คาดหวังจนเกินไป อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ เราแค่ทำให้ดีแล้วหวังว่าคนจะชอบและติดตามค่ะ ก็อยากให้ลองชมผลงานชิ้นแรกของนัทในฐานะผู้จัด และนักแสดงที่ไม่ได้มารวมตัวกันได้ง่ายๆ ค่ะ ติดตามได้ทางช่องทรูโฟร์ยู ทีวีดิจิตอลช่อง 24 ค่ะ อยากให้ติดตามและเป็นกำลังใจด้วยค่ะ ส่วนโปรแกรมอื่นนี่ยังไม่มีอะไรเลยค่ะ เพราะตอนนี้งานเยอะจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นเลย พอเราทำงานก็อยากทำให้มันดีค่ะ เราพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่แล้วค่ะ"

เบลล่า ราณี แคมเปน : มุ่งมั่นเรียนจบปริญญาโท-ทำงานละคร 2 เรื่องให้ดีที่สุด

เบลล่า ราณี

"ก็อยากจะเปลี่ยนตัวเองจากคนจบการศึกษาปริญญาตรีเป็นปริญญาโทแล้วค่ะ เรียนมาปีนิดๆ แล้วค่ะ ปี 2559 ก็จะเรียนจบแล้ว เรียนปริญญาโทด้านวารสารศาสตร์ค่ะ สาขาบริหารสื่อ น่าจะจบประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย. ค่ะ ตั้งใจว่าจะเรียนจบให้พร้อมกับเพื่อนตามเกณฑ์ค่ะ ตอนนี้ก็สอบประมวลไปแล้ว รอผลอยู่ค่ะ ถ้าผ่านก็ทำเล่มได้เลย ตอนนี้ก็เริ่มทำไปก่อนแล้ว แต่ต้องส่งหัวข้อผ่านก่อนค่ะ ก็ต้องแบ่งเวลาดีๆ ค่ะ อาจจะหิ้วงานไปทำที่โน่นที่นี่ ถ้าเห็นเบลแบกหนังสือแบกคอมพิวเตอร์ไปก็ไม่ต้องแปลกใจนะคะ (ยิ้ม) ตั้งใจว่าต้องจบภายในปีนี้เพื่อเป็นของขวัญให้พ่อแม่และตัวเองด้วยค่ะ

นอกจากนี้เบลก็อยากตั้งใจเรื่องละครค่ะ เพราะจะเปิดกล้องละคร 2 เรื่องเลย ซึ่งเป็น 2 บทบาทที่แตกต่างกันสิ้นเชิง อย่างละคร "เพลิงบุญ" จะเป็นตัวแทนเมียหลวง บทจะแซ่บๆ เล่นกับพี่เจนี่ (เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ) พี่ป้อง (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) ซึ่งแต่ละคนก็ฝีมือดีอยู่แล้ว เบลก็ตั้งใจว่าจะไปศึกษาเพิ่มเติมจะได้ไม่แพ้พี่ๆ ค่ะ อีกเรื่องนึงก็คือละคร "บุพเพสันนิวาส" ก็จะเล่นเป็นตัวละคร 2 แบบ คือตัวนึงจะร้ายมากแบบฆ่าคนได้ ส่วนอีกตัวจะเป็นผู้หญิงอ้วนเนิร์ดคนหนึ่งที่ต้องไปอยู่ในร่างของผู้หญิงที่สวยมากแต่ว่านิสัยไม่ดีมากๆ ซึ่งก็ยากมากเหมือนกัน ก็ขอพี่หน่อง (อรุโณชา ภาณุพันธ์) ว่าไปเวิร์กช็อปด้วยนะคะ ต้องเตรียมตัวเยอะ เตรียมพร้อมค่ะเพราะ 2 เรื่องนี้ก็ถ่ายพร้อมกัน คือด้วยบทที่ต่างกันมาก ฉะนั้นแอ็กติ้งจะเป็นคนละอย่างกัน บุพเพสันนิวาสจะร้ายแบบคอเมดี้มากกว่า เพลิงบุญก็จะเป็นดราม่าค่ะ คาดหวังมาก เต็มที่กับทั้งสองเรื่องค่ะ ก็ฝากแฟนๆ ติดตามด้วย รวมถึงละคร "ปดิวรัดา" และ "วิมานเมขลา" ได้ดูกันในปีนี้แน่นอนค่ะ"

เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข : ปรับปรุงตัวเองให้ขยันขึ้น พัฒนาฝีมือการถ่ายรูปและเล่นกีตาร์แบบมืออาชีพ

เจมส์ จิรายุ

"อยากปรับเปลี่ยนนิสัยตัวเองเรื่องขี้เกียจครับ อยากเป็นคนขยัน ตื่นนอนมาแล้วพับผ้าเหมือนกับรีดไว้เลย อยากเก็บโน่นเก็บนี่ อยากให้ตัวเองมีความขยันและอดทนในการทำอะไรยาวๆ น่ะครับ ที่ผ่านมาบางทีเรามีข้ออ้างในชีวิตค่อนข้างเยอะครับ ทำงานเหนื่อยๆ กลับบ้านมาก็ไม่อยากทำแล้ว บางทีไม่เอาบ้าง คือมันไม่ได้เหนื่อยหรอกครับ เราคิดไปเองว่ามันเหนื่อย เราไหวครับ แต่บางทีก็ขี้เกียจไปหน่อยนึง ถ้าเราฟิตอีกนิดนึงก็คงจะมีอะไรหน่อยครับ ส่วนโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่อยากทำยังไม่มี มีแต่เรื่องเดิมที่อยากทำให้สำเร็จมากกว่าคือเรื่องถ่ายรูปครับ อยากถ่ายรูปให้มันดีขึ้นครับทั้งในเรื่องวิธีการถ่าย มุมมองภาพ อยากมีการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้นครับ และมีเรื่องของดนตรี จริงๆ ก็อยากให้มันสำเร็จให้ได้ คือการเรียนรู้วิธีการเล่นดนตรี วิธีการเล่นกีตาร์ร้องเพลงให้มันเป็นมืออาชีพจริงๆ ครับ ซึ่งบทเรียนมันมีเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นคนรอบๆ ข้างด้วย ในอินเทอร์เน็ตด้วยครับ อยากฝึกฝนด้วยตัวเองมากกว่าตอนเวลาผมว่างๆ ครับ ก็ฝากให้ทุกคนที่คิดอยากทำอะไรใหม่ๆ หรืออยากทำอะไรให้สำเร็จ ก็ขอให้ทุกคนตั้งใจและร่วมทำด้วยกันครับ"

เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ : วางแผนระเบียบชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น อยากเปิดธุรกิจแต่ขอผ่อนบ้านให้พ่อแม่ก่อน

เต้ย พงศกร

"ปี 2559 ก็อยากทำให้ตัวเองมีความรับผิดชอบมากขึ้นครับ มีการวางแผนระเบียบชีวิตให้มันดีขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าเราอาจจะยังโตไม่พอ ปีใหม่เราก็ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น วางแผนระเบียบชีวิต การใช้ระบบชีวิต เพราะต้องมีสิ่งต่างๆ เข้ามามากขึ้น งานก็เข้ามาเยอะขึ้น ต้องวางแผนให้ดีขึ้น ตั้งใจว่าจะผ่อนบ้านให้หมดเพราะซื้อบ้านเอาไว้ ต้องตั้งใจทำงานให้มากขึ้นกว่าเดิม พยายามผ่อนบ้านให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ เรื่องความรับผิดชอบที่ผ่านมาอาจจะมีมุมอะไรที่ผิดพลาด พ่อแม่ต้องคอยสอน เพราะพ่อแม่เขาอาบน้ำร้อนมาก่อนครับ เรื่องของการวางธุรกิจเราก็ต้องปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ว่าจะทำอะไร เพราะว่าเราก็ต้องหาอาชีพที่มันมั่นคงอีกอาชีพนึงไว้เลี้ยงครอบครัวต่างหาก ส่วนงานส่วนนี้ก็เลี้ยงได้ ไม่ใช่ว่าเลี้ยงไม่ได้ครับ ธุรกิจที่อยากทำก็คือค้าขายไม่ก็เปิดสตูดิโอเป็นของตัวเอง แต่ยังไงก็ต้องไปศึกษาก่อนเพราะว่าเราก็ยังไม่รู้ว่าอะไรที่มันดีไม่ดี ถูกต้อง ขาดทุน กำไร เพราะเราไม่มีประสบการณ์มาก่อนทางด้านนี้ครับ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อยากให้ค้าขายมากกว่าครับ เพราะคุณพ่อคุณแม่มีประสบการณ์ด้านค้าขายมาเยอะพอสมควรครับ

ส่วนเรื่องสตูดิโอที่อยากทำเพราะว่าผมคิดว่าวงการแฟชั่นมันไม่มีที่สิ้นสุด หนังสือนิตยสารมากขึ้น หรือการฟิตติ้งละครก็ต้องมาใช้สตูดิโอ ผมคิดว่าก็ต้องมาใช้สตูดิโอ ทำสตูดิโอที่สะดวก ทุกคนมาง่าย มีที่จอดรถ มีอาหาร ผมคิดว่าคนก็ต้องมาใช้อยู่แล้วครับ แต่ตอนนี้ก็อยากทำงานตรงนี้ให้เต็มที่ก่อนครับ อันนี้แค่เป็นความคิดเฉยๆ ต้องหาทุนก่อนครับ ตอนนี้ยังผ่อนบ้านไม่หมดเลย ถ้าให้สร้างหนี้อีกก็ไม่เอาครับ"

กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล : หลายความตั้งใจในปี 59 ทั้งเรียนจบปริญญาโท ผ่อนบ้าน ซื้อรถให้แม่ เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมกับการประกวดรายการ Sing Your Face Off 

กรีน อัษฎาพร

"อยากเรียนปริญญาโทให้จบค่ะเพราะใกล้จะจบแล้ว ซึ่งตอนนี้เรียนด้านบริหารธุรกิจ ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็เหลือเทอมเดียวแล้วค่ะ เหลือทำสารนิพนธ์และก็มีเรียนด้านการเงินค่ะ ก็ตั้งใจว่าจะจบ 2 ปีตามเกณฑ์ หวังว่าอยากให้จบ ถ้าจบก็ประมาณเดือน พ.ค. รับปริญญาประมาณเดือน ต.ค.ค่ะ ถามว่าจะเรียนต่อหลังจบปริญญาโทไหมไม่รู้เลยค่ะ เดี๋ยวรอจบก่อนแล้วดูอีกที อยากไปเทคคอร์สแต่ก็ต้องดูสถานการณ์ด้วยค่ะ อาจจะหยุดพักสักแป๊บนึงเพราะเราเรียนมาตลอดไม่ได้หยุดเลยค่ะ และก็มีรายการ Sing Your Face Off ซีซั่น 2 อยากทำออกมาให้ดี อยากให้คนเห็นความสามารถของเราหลากหลายด้านค่ะ ซึ่งมาประกวดรายการนี้เหมือนเราขึ้นเวทีอีกรอบเลยเพราะเป็นการแข่งขัน มีการโหวตให้คะแนนด้วยค่ะว่าคนชอบหรือไม่ชอบเรา แล้วเราต้องทำให้เหมือน ต้องเต้นต้องมีเพอร์ฟอร์มที่ดีบนเวทีค่ะ ก็เตรียมตัวด้วยการออกกำลังกายให้แข็งแรงเพราะเดี๋ยวต้องมีเต้นแบบหนักมาก ล่าสุดก็เพิ่งไปหล่อหน้ามาเพื่อเป็นแบบหน้าในการทำเป็นคนอื่นค่ะ น่าจะเริ่มถ่ายต้นปีค่ะ ประมาณปลายเดือน ม.ค. น่าจะออกอากาศประมาณเดือน มี.ค. ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ

และก็อยากผ่อนบ้านให้แม่จนหมดเพราะผ่อนมาหลายปีแล้ว ดอกเบี้ยค่อนข้างสูงและไม่คงที่ ก็เลยอยากผ่อนหมดซะทีค่ะ ถ้ามีโอกาสอีกก็จะซื้อรถดีๆ ให้แม่ขับ ซึ่งทำให้เราต้องตื่นตัวตลอดเวลา แล้วบ้านหลังนี้ผ่อนมาหลายปีแล้วค่ะ 10 กว่าปีแล้วค่ะ คือปกติต้องผ่อน 30 ปี ราคาประมาณ 3-4 ล้านค่ะ แล้วมันไม่ได้โปะไง เราก็ผ่อนตามปกติค่ะ แต่ปีหน้าก็คงผ่อนไม่หมดหรอกค่ะ แต่ก็อยากให้ลดลงบ้างเพราะดอกค่อนข้างสูงมาก แม่ก็ค่อนข้างเครียดเรื่องผ่อนบ้าน แล้วก็เล่นหุ้นด้วย แต่เศรษฐกิจช่วงนี้ไม่คงที่เลย มันค่อนข้างตกต่ำเลยค่อนข้างเครียดเรื่องนี้ค่ะ ส่วนเรื่องรถที่อยากจะซื้อให้แม่เพราะรถแม่ใช้มา 7-8 ปีแล้ว ก็ยังดีอยู่ แต่ก็อยากซื้อรถเบนซ์ให้เป็นของขวัญให้คุณแม่ค่ะเพราะตอนนี้เบนซ์ลงมาตลาดล่างแล้วไงคะ และมันมีราคาที่เราสามารถซื้อได้ จะให้ซื้อเบนซ์ 5 ล้านคงไม่ไหวค่ะ เอาเงินไปผ่อนบ้านดีกว่าค่ะ"

อานัส ฬาพานิช : เปิดร้านอาหารและกาแฟกับเพื่อน กิจการเล็กๆ เพื่อพ่อแม่

อานัส ฬาพานิช

"ผมอยากทำร้านอาหารกับเพื่อนแบบเล็กๆ น่ารักๆ นั่งชิลๆ กินกาแฟกินข้าวกัน ว่าจะไปดูที่แถวๆ มีนบุรีซึ่งเป็นที่ของที่บ้าน ก็หุ้นกับพ่อ แต่ว่ายังไม่แน่นอนครับ ขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ว่ามีประมาณไหน แต่ตั้งใจไว้ว่าจะหารครึ่งกับเพื่อนสนิทอีกคนนึงสมัยเรียนที่ ร.ร.เทพศิรินทร์ ด้วยกัน ร้านก็จะเป็นร้านแบบร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่น มีอาหารหลายอย่าง มีกาแฟ เครื่องดื่ม ขายอาหารหลายอย่างแต่ไม่เยอะมาก แต่หุ้นกับเพื่อนคนนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะเพื่อนคนนี้ไม่มีทางมีปัญหาเพราะรู้จักกันมาเป็นสิบปี เรื่องร้านถ้ามีเงินและมีเวลาก็คิดว่าจะทำให้เสร็จภายในปีนี้ คาดว่าน่าจะเปิดก่อนปีใหม่ครับ คือช่วงต้นปีนี้คงยังไม่ได้ทำ เพราะละคร "สารวัตรเถื่อน" จะออนแอร์ คงจะเริ่มต้นทำประมาณเดือน เม.ย.-พ.ค. กว่าจะเสร็จก็คงเดือน ต.ค. หรือช่วงสิ้นปีครับ ซึ่งเราก็ไม่ต้องเสียอะไรเพราะเป็นที่ของที่บ้านผมเอง ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าที่ เราก็เสียค่าอย่างอื่น เราก็ทำแค่พอเลี้ยงคนที่บ้าน ให้คุณพ่อคุณแม่มีอะไรได้ทำบ้าง ให้ท่านมานั่งดูร้านเพราะท่านก็เกษียณแล้ว เราก็อยากทำอะไรให้ที่บ้านด้วยครับ"

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    56.5%
  • ไม่ชอบ
    4.3%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    39.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement