ขับเร็ว เลยป้าย โบกไม่จอด! สัมผัสใจโชเฟอร์ 'รถเมล์ฟรี' วิ่งหนีประชาชน? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ขับเร็ว เลยป้าย โบกไม่จอด! สัมผัสใจโชเฟอร์ 'รถเมล์ฟรี' วิ่งหนีประชาชน?

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2559 05:30
103,627 ครั้ง


"รถเมล์ฟรี วิ่งหนีประชาชน"

"ไม่มีท่านเราอด ไม่มีรถท่านเดิน"

"รถคันนี้ร่วมโครงการ ขวาตลอดไม่จอดสักป้าย"

"รถเมล์ฟรี...กูก็นึกว่าดี เสือกขับหนี ประชาชน"

สารพัดนามเรียกขาน 'รถเมล์ฟรี' ของ ขสมก. ที่พบเจอได้ในสื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้ต้องตระหนักว่า การคมนาคมของประเทศไทยยังคงมีปัญหาอยู่บางจุด เรื่องรถเมล์ก็เช่นกัน ถือว่าเป็นเรื่องสุดแสนจะทุกข์ใจของประชาชนเมืองกรุงก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นโบกรถแล้วไม่จอดบ้าง จอดเลยป้ายบ้าง ขับเร็วบ้าง จนเป็นที่มาของประโยคที่ว่า ‘รถเมล์ฟรี วิ่งหนีประชาชน’

วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้นั่งจับเข่าคุยซักถามทุกคำถามที่ประชาชนอยากรู้ กับ พนักงานขับรถเมล์ฟรี ทำไมรถเมล์ฟรีไม่จอดป้าย ทำไมรถเมล์ฟรีขับเร็ว ทำไมรถเมล์ฟรีไม่รับผู้โดยสาร ทำไม…? เรื่องราวเหตุผลของเขาจะเป็นอย่างไร ไปร่วมฟังคำตอบของเขากัน…

นายจรัญ อินจันทร์ พนักงานขับรถ ขสมก. สาย 179

นายจรัญ อินจันทร์ พนักงานขับรถ ขสมก. สาย 179 ชายวัย 50 ปี ผู้เลือกการขับรถเมล์เป็นงานแรกที่เขาจับและยึดอาชีพนี้มาโดยตลอดระยะเวลา 23 ปี ขอเปิดใจแบบหมดเปลือก เล่าเรื่องราวชีวิตคนขับรถเมล์ฟรีให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า ชีวิตประจำวันของเขาจะต้องตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ เพื่อมาเข้างานตอนตีห้าที่อู่รถพระราม 9 เมื่อมาถึงต้องเดินไปดูตารางเวรรถว่าจะได้ขับรถอะไร แต่ตัวเขาเองนั้นจะได้ขับรถเมล์ฟรีอยู่เป็นประจำ เนื่องจากผู้ที่ขับรถเมล์ฟรี คือ คนที่ถูกเลือกแล้วว่ามีวินัยและมีความรับผิดชอบมาก โดยนายจรัญ จะขับรถวันละ 4 รอบ หรือ 8 ขา รวมทั้งหมด 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งบางวันอาจจะมีสภาพการจราจรติดขัด หากเกินเวลาเลิกงานบ่ายสอง เขาก็จะได้เงินค่าล่วงเวลาอีกด้วย

ไขปมปัญหา ขับรถเมล์ฟรี เงินน้อย จริงหรือ?

การขับรถเมล์ฟรีได้เงินน้อยจริงหรือไม่นั้น นายจรัญ แจกแจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า คนขับรถเมล์ฟรีจะได้เบี้ยเลี้ยงมากกว่าคนที่ขับรถเมล์ธรรมดา โดยจะได้เบี้ยเลี้ยงพิเศษรถฟรี 20 บาทต่อวัน และเบี้ยเลี้ยงการขับรถเมล์ 50 บาทต่อวัน วันไหนไม่ได้ขับจะไม่ได้ รวมเบี้ยเลี้ยงแล้วจะได้วันละ 70 บาท ซึ่งหากขับรถเมล์ฟรี จะได้เบี้ยเลี้ยงแน่นอนวันละ 70 บาท ส่วนถ้าขับรถเมล์เสียเงิน จะได้เบี้ยเลี้ยงการขับรถเมล์ 50 บาทต่อวัน และได้เปอร์เซ็นต์ค่าตั๋ว ใบละ 10 สตางค์ ซึ่งจำนวนผู้โดยสารในแต่ละวันไม่แน่นอน

ขับรถวันละ 4 รอบ หรือ 8 ขา รวมทั้งหมด 8 ชั่วโมง

สำหรับรายได้ต่อเดือนนั้น โชเฟอร์รถเมล์ฟรีสาย 179 เผยว่า เงินเดือนๆ แรกที่ได้รับนั้น 4,160 บาท ส่วนปัจจุบันเขาได้รับเงินเดือน 34,000 บาท ไม่รวมค่าเบี้ยเลี้ยงและเปอร์เซ็นต์ค่าตั๋ว แต่หากเป็นพนักงานขับรถที่เข้ามาใหม่ๆ จะได้เดือนละ 10,150 บาท

“การที่ให้ผมมาขับรถเมล์ฟรี ผมรู้สึกเฉยๆ นะ เราต้องทำงานบริการประชาชน เพราะว่าผมอยู่มา 20 กว่าปี ตรงนี้เป็นงานบริการ ถ้าใจไม่รักก็อยู่มาไม่ได้ถึง 20 กว่าปี และผมก็ไม่เคยเกี่ยงว่าไม่อยากขับรถฟรี เพราะเขาจะจัดตารางไว้แล้วว่าใครขับรถอะไร มาถึงก็ต้องรู้แล้วว่าใครขับรถอะไร จะไม่มีใครมาเกี่ยงกัน เหมือนว่าหัวหน้าเขาจะดูว่าคนไหนมีความรับผิดชอบจะมอบหมายให้ไปขับรถฟรี เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น” โชเฟอร์รถเมล์ฟรี สาย 179 กล่าว

ตอบข้อข้องใจประชาชน จากปากคนขับรถเมล์ฟรี

การที่รถเมล์ไม่เข้าป้าย จอดเลยป้าย จอดเลนขวา แท้จริงแล้วมีสาเหตุมาจากอะไรนั้น นายจรัญ ตัวแทนผู้ขับรถเมล์ฟรี นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนให้คำตอบกับทีมข่าวฯ ว่า การที่รถเมล์ฟรีไม่เข้าป้ายนั้น รถเมล์ฟรีส่วนใหญ่จะเข้าป้ายตลอดเพราะขับอยู่เลนซ้าย ยกเว้นว่า อาจจะมองเห็นแล้วว่าไม่มีผู้โดยสาร หรือสภาพการจราจรกำลังคล่องตัวจึงขับเร็วและทำให้เข้าป้ายไม่ทัน โดยเฉพาะช่วงกลางคืนซึ่งมองไม่เห็นว่ามีผู้โดยสาร จึงอาจจะไม่ได้จอดทุกป้าย และบางทีขับมาเลนซ้ายแต่ไม่เห็นผู้โดยสาร กระทั่ง กำลังจะขับผ่านป้าย ได้มีผู้โดยสารโผล่มาจากไหนไม่รู้จึงทำให้เบรกรถไม่ทันขับเลยป้ายนั้นไป

ขับรถเมล์มา 23 ปี ด้วยใจบริการ ไม่เคยเกี่ยงการขับรถฟรี

ส่วนเรื่องการจอดเลยป้ายนั้นเป็นไปได้หลายสาเหตุ เช่น ผู้โดยสารโบกรถเมล์ หรือ ผู้โดยสารกดกริ่งจะลงป้ายหน้าอย่างกระชั้นชิด ทำให้คนขับเบรกไม่ทันต้องค่อยๆชะลอรถ หากเบรกทันทีทันใดอาจเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้โดยสารบนรถได้

นอกจากนี้ บางสถานการณ์ จะมีรถตู้ รถแท็กซี่ จอดอยู่เลนซ้ายขวางป้ายรถเมล์ ทำให้คนขับรถเมล์จะต้องหักออกขวาซึ่งอาจจะทำให้จอดเลยป้ายบ้าง หรือต้องรอจอดรับผู้โดยสารอยู่เลนกลางบ้างแล้วแต่สถานการณ์ในตอนนั้น ขณะที่ ในบางครั้งผู้โดยสารเองมักจะยืนรออยู่นอกป้ายรถเมล์ เช่น ยืนรอก่อนถึงป้าย และรถเมล์บางคันเข้าป้ายเป็นคันแรก จึงต้องจอดเลยผู้โดยสารไปเพื่อไปอยู่ตรงป้ายรถเมล์หน้าสุด

“อยากบอกผู้ใช้บริการว่า คนขับรถเมล์ฟรีอยากรับผู้โดยสารทุกคน แต่บางทีมันไม่เห็น หรือมีเหตุการณ์อื่นๆ ซึงมันสุดวิสัย จริงๆแล้วคนขับรถเมล์ต้องรับผู้โดยสารทุกคน เพราะมันเป็นหน้าที่ งานบริการยังไงก็ต้องรับผู้โดยสารเป็นหลัก พูดจริงๆ คือ ผู้โดยสารเป็นเทวดาเลยนะ (หัวเราะ)” นายจรัญ กล่าวอย่างจริงใจ

คนขับรถเมล์ฟรีอยากรับผู้โดยสารทุกคน

ขสมก. ลงดาบหนัก! เงินเดือนไม่ขึ้น

ด้าน นายเทียม เขียวเข็ม หัวหน้างานธุรการปฏิบัติการเดินรถ สาย 34 กล่าวกับทีมข่าวฯ เรื่องการร้องเรียนว่า ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ขับรถยนต์ส่วนบุคคลที่โทรมาร้องเรียนกับทางขนส่งฯ ว่ารถเมล์ขับรถกีดขวางทางจราจร ขับรถหวาดเสียว ส่วนถ้าเป็นผู้โดยสารจะร้องเรียนไปยัง 1348 สายด่วน ขสมก. โดยทางสายด่วนจะส่งเรื่องมาให้ทางสายรถเมล์ และจะมีเบอร์โทรติดต่อกลับผู้ร้องเรียน เมื่อโทรกลับไปถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เพื่อที่จะเอาคำพูดของผู้ร้องเรียนมาสอบสวนกับพนักงานว่าจริงเท็จแค่ไหน ถ้าหากพนักงานไม่ยอมรับไม่ผิดจะขอเชิญตัวผู้ร้องเรียนมายืนยันกับพนักงาน

และบางกรณีเมื่อโทรกลับไปผู้ร้องเรียนได้บอกว่าไม่ติดใจเอาความและขอยุติเรื่อง หรือผู้ร้องเรียนบางคนโดนประตูรถเมล์หนีบ ซึ่งคนขับและกระเป๋าต้องพาผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล เพราะรถเมล์มีประกันอยู่แล้ว หรือบางกรณีพยายามบอกให้ผู้โดยสารไปหาหมอ แต่ผู้โดยสารบอกไม่เป็นอะไร แต่วันรุ่งขึ้นเกิดอาการเจ็บป่วยต้องไปหาหมอ โดยผู้โดยสารสามารถนำใบเสร็จมาเบิกค่ารักษาพยาบาลกับทางสายรถเมล์ได้ เพราะได้ทำประกันชั้น 3 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบเหตุ

นายเทียม เขียวเข็ม หัวหน้างานธุรการปฏิบัติการเดินรถ สาย 34

“บทลงโทษของขนส่งฯ คือ เรียกไปเสียค่าปรับทันที แต่ทาง ขสมก. จะดำเนินการตามขั้นตอน ตั้งแต่ตักเตือน จนกระทั่งขั้นสูงสุด ซึ่งถือว่าลงโทษหนักกว่าขนส่งฯ คือ ตัดเงิน ไม่ให้ขั้นเงินเดือนหรือเงินเดือนไม่ขึ้น จะโหดกว่าขนส่งฯเยอะมาก” นายเทียม กล่าว

‘รถเมล์ฟรี วิ่งหนีผู้โดยสาร’ คิดอย่างไรกับประโยคนี้ ?

สำหรับประโยคสุดฮิตที่ประชาชนต่างขนานนามว่า ‘รถเมล์ฟรี วิ่งหนีประชาชน’ คนขับรถเมล์ฟรี เขาคิดเห็นหรือรู้สึกอย่างไรกับประโยคนี้ ?

“ผมรู้สึกไม่ดีนะ และคิดว่าความจริงแล้วไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะโดยทั่วไปแล้วรถเมล์จะวิ่งตามกฎจราจร ซ้ายตลอดจอดทุกป้าย ส่วนกรณีที่บอกว่ารถเมล์ฟรีวิ่งหนีผู้โดยสารนั้น ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่ นอกเสียจากเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ในป้ายมีรถจอดบังอยู่ ผู้โดยสารไม่ยกมือโบก หรือคนขับไม่เห็น ปิดประตูแล้วหักหัวรถออกจากป้าย พอออกขวาก็ไม่เห็นซ้ายแล้ว คงไม่ได้อยากจะวิ่งหนีประชาชนเพราะงานเราเป็นงานที่ให้บริการประชาชนอยู่แล้ว” โชเฟอร์รถเมล์ฟรี สาย 179 กล่าววอนเห็นใจ

นอกจากจะได้นั่งพูดคุยกับพนักงานขับรถเมล์แล้วนั้น ทีมข่าวฯ ยังได้มีโอกาสปรึกษาหารือถึงเรื่องปัญหารถเมล์ฟรี กับผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หัวเรือใหญ่ผู้กุมกำลังพลคนรถเมล์ว่าพฤติกรรมที่ประชาชนร้องเรียนมานั้น จริงเท็จเพียงใด และจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร วันนี้ ผอ.ขสมก. มีคำตอบมาให้

รู้สึกไม่ดีที่คนตั้งฉายาให้ว่า รถเมล์ฟรี วิ่งหนีประชาชน ทั้งๆที่ผมไม่เคยทำเช่นนั้น

รถเมล์ไม่จอดป้าย ผู้ใช้บริการสุดงง

นางปราณี ศุกระศร ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวถึงกรณีรถเมล์ไม่จอดป้ายนั้น มีปัจจัยหลักมาจากปัญหาจราจร หากสังเกตจะพบว่า บริเวณป้ายรถเมล์จะมียานพาหนะประเภทต่างๆ จอดแช่ ไม่ว่าจะเป็น รถแท็กซี่ รถตู้ หรือรถยนต์ส่วนบุคคลที่เข้ามาแอบจอดเพื่อรอรับคน

ขณะที่ปัจจัยรองมีส่วนมาจากพฤติกรรมของพนักงานขับรถ ซึ่งกรณีเช่นนี้อาจจะใกล้ช่วงเวลาเลิกงาน หรือทำงานจนใกล้ครบ 8 ชั่วโมง พนักงานขับรถเหล่านี้จึงต้องเร่งทำเวลาให้เร็วขึ้น ซึ่งทาง ขสมก. ได้พยายามกวดขันให้พนักงานขับรถจอดทุกป้าย โดยใช้มาตรการ “ซ้ายตลอด จอดทุกป้าย”

“พนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารต้องทำงานกับผู้ใช้บริการเป็นจำนวนนับพันคนต่อวัน จึงอาจทำให้พนักงานเกิดความเครียด ความเหนื่อยล้าขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งในจุดนี้ ทาง ขสมก. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะทันทีที่มีประชาชนส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามา พร้อมทั้งระบุตัวบุคคลที่กระทำความผิด ทาง ขสมก.ก็จะเรียกพนักงานคนนั้นๆ มาสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย” ผอ.ขสมก. กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

นางปราณี ศุกระศร ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

กระเป๋ารถเมล์เหวี่ยง วีน โหด

นางปราณี ศุกระศร ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวถึงการอบรมบ่มเพาะแก่พนักงานให้มีจิตบริการสาธารณะว่า ก่อนที่พนักงานทุกคนจะเริ่มปฏิบัติงาน ทางหัวหน้างานจะอบรมมารยาทการให้บริการ โดยเน้นย้ำในส่วนของพนักงานเก็บค่าโดยสารว่า จะต้องกล่าวสวัสดี และขอบคุณแก่ผู้โดยสารด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเสมอ ส่วนพนักงานขับรถจะต้องขับรถโดยสารด้วยความไม่ประมาท และต้องจอดให้ผู้โดยสารขึ้น-ลงทุกป้าย

“เราไม่ปฏิเสธว่า อาจจะมีพนักงานบางคนที่แสดงพฤติกรรมกับผู้โดยสารไม่ดีนัก แต่สิ่งที่เราทำมาโดยตลอด คือ การแก้ไข” ปราณี ผอ.ขสมก. กล่าวอย่างมุ่งมั่น

ด้วยความที่ชีวิตของพนักงานแต่ละคนอาจต้องพบเจอกับอุปสรรคในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ปัญหาทางสังคม ปัญหาการเงิน แต่พวกเขาเหล่านี้จะต้องแบกเอาความเครียดที่ผูกติดอยู่ในสมองและจิตใจไปทำงานด้วย ซึ่งคนทุกคนไม่สามารถถอดความคิดร้ายๆ ออกไปได้ จึงเป็นเหตุให้พนักงานมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมบ้างในบางครั้ง

ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

“แม้ว่าทาง ขสมก.จะจ่ายเงินเดือน และมอบสวัสดิการที่ดีให้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะเหลือกินเหลือใช้ เพราะด้วยความที่อาชีพพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสาร ไม่ใช่อาชีพที่จะมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ พนักงานหลายต่อหลายคนมีภาระทางครอบครัวและภาระทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นลูกติดยา หรือบางคนเป็นหนี้เป็นสินมากมาย” ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพกล่าว

ขสมก. เงินเดือน เงินดี จริงหรือ?

ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กล่าวถึงรายได้จากการขับรถโดยสารสาธารณะว่า “เงินเดือนของพนักงานขับรถโดยสารที่เข้ามาทำงานใหม่ และไม่มีประสบการณ์ จะอยู่ที่ 9,000 บาท ขณะที่ พนักงานขับรถที่ทำงานมานาน จะมีเงินเดือนตั้งแต่ 30,000-40,000 บาท อีกทั้ง ยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ พร้อมกันนั้น ทางขสมก.ได้จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้แก่พนักงานทุกวัน เพื่อให้พนักงานมีเงินติดกระเป๋าออกไปทำงาน”

นางปราณี กล่าวเพิ่มเติมไว้อีกว่า พนักงานขับรถจะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงประจำวันอีกวันละ 50 บาท และยังได้รับส่วนแบ่งเป็นเปอเซ็นต์จากค่าโดยสารที่สามารถเก็บได้อีกด้วย โดย 1 เดือน ทางขสมก.จะจ่ายเงินเปอเซ็นต์จากค่าโดยสาร 2 งวด อยู่ที่งวดละ 2,000 บาท ดังนั้น 1 เดือน พนักงานขับรถจะได้รับเปอร์เซ็นอยู่ที่ 4,000-5,000 บาท และในทุกๆ ปีจะมีการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี

คณะทำงานของขสมก. ร่วมให้ข้อมูลกับทีมข่าวฯ

ทีมข่าวถาม ผอ.ขสมก. อีกว่า สำหรับคนขับรถเมล์ฟรีก็จะไม่ได้ส่วนแบ่งรายได้จากการเก็บค่าโดยสาร เช่นนั้นหรือ? นางปราณี ศุกระศร ผอ.ขสมก. ตอบคำถามนี้ว่า ทาง ขสมก. แก้ปัญหานี้ โดยใช้วิธีผลัดเปลี่ยนพนักงานขับรถทุกคนให้มาเข้าเวรขับรถเมล์ฟรี ดังนั้น จะไม่มีพนักงานขับรถโดยสารคนใดที่จะต้องขับรถเมล์ฟรีไปตลอด

รถหมดระยะ ปัญหาที่คนกรุงไลฟ์สไตล์โหนรถเมล์ต้องเจอ!

จากการลงพื้นที่ของทีมข่าว พบว่า รถเมล์บางสายไม่รับผู้โดยสาร โดยให้เหตุผลที่ว่า “รถหมดระยะ” ซึ่งสร้างความมึนงงให้แก่ผู้โดยสารที่รอขึ้นรถอย่างมาก ผู้สื่อข่าวถามถึงประโยคคาใจคนกรุงกับ ผอ.ขสมก. เธอให้คำตอบว่า อาจมาจากการปรับการเดินรถบางช่วงเวลา ซึ่งอาจได้รับปัญหามาจากการจราจรติดขัด หรือรถโดยสารสาธารณะไม่สามารถหมุนรถกลับมาให้บริการได้ทัน ซึ่งจะเกิดขึ้นบางครั้งบางคราวเท่านั้น ดังนั้น “รถหมดระยะ” ก็คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

“หากไม่แจ้งผู้โดยสารว่า รถหมดระยะ อาจทำให้พนักงานขับรถไม่สามารถขับรถวนกลับไปรับผู้โดยสารที่อยู่ต้นทางได้ทัน ผนวกกับเส้นทางที่ต้องขับต่อไป อาจมีจราจรติดขัดอย่างหนัก และอาจทำให้เสียเวลา ซึ่งในส่วนของผู้โดยสารก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยนั่งรถเมล์สายอื่นๆ ที่ไปในเส้นทางเดียวกัน” ปราณี ศุกระศร ผอ.ขสมก. ชี้คำตอบข้องใจ

อู่พระราม 9


มาตรการคุมเข้มโชเฟอร์เกเร

ทีมข่าวถาม ผอ.ขสมก.ถึงมาตรการควบคุมพนักงานขับรถให้มีประสิทธิภาพ ได้รับคำตอบว่า “การอบรมเท่านั้นที่จะทำได้ อีกทั้ง ทาง ขสมก.ยังมีระเบียบข้อบังคับทางวินัยที่ถูกบัญญัติไว้เป็นอย่างดีแล้ว เพราะฉะนั้น ทันทีที่พนักงานคนใดคนหนึ่งไม่ทำตามกฎระเบียบ ผลลัพธ์ก็คือ คุณต้องถูกลงโทษทางวินัย”

นอกจากนี้ ทาง ขสมก.ยังมีการคัดเลือกพนักงานดีเด่นประจำปี โดยมอบรางวัล พร้อมออกหนังสือชมเชยจาก ขสมก.เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ตั้งใจทำงาน

นางปราณี กล่าวถึง 10 อันดับรถเมล์บริการยอดแย่แห่งปี 2558 เสียงดังฟังชัดว่า “เราต้องเรียกพนักงานขับรถประจำเส้นทางนั้นๆ มาคาดโทษ พร้อมกำชับว่า หากคุณปล่อยปละละเลยในการทำงาน สุดท้ายโทษที่คุณต้องเจอ คือ พักงาน หรือพักรถ ดังนั้น คุณจะไม่มีรถออกไปทำงาน และไม่มีรายได้

คนขับรถเมล์ฟรีจะได้เบี้ยเลี้ยงพิเศษรถฟรี 20 บาทต่อวัน และเบี้ยเลี้ยงการขับรถเมล์ 50 บาทต่อวัน

อย่างไรก็ตาม หากผู้โดยสารพบพนักงานขับรถหรือพนักงานเก็บค่าโดยสารแสดงพฤติกรรมที่ไม่สมควร สามารถแจ้งเข้ามาทาง ขสมก. ได้ทันที โดยโทรเข้ามาที่ 1348 พร้อมระบุให้ชัดเจนว่า รถเมล์สายอะไร หมายเลขข้างรถคืออะไร ป้ายใด วันเวลาใด หากผู้ร้องเรียนระบุมาครบถ้วน จะสามารถรู้ได้ทันทีว่า พนักงานผู้กระทำผิดเป็นใคร

เรื่องราวของรายงานพิเศษชิ้นนี้จบลงแต่เพียงบรรทัดสุดท้าย หากแต่เรื่องราวในชีวิตจริงยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ทุกวงสังคมทุกอาชีพล้วนมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่าชีวิตคุณจะเจอคนแบบไหนเท่านั้นเอง.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    16.0%
  • ไม่ชอบ
    37.2%
  • สนุก
    3.7%
  • ประหลาดใจ
    1.9%
  • เสียใจ
    3.8%
  • ให้กำลังใจ
    37.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement