ปล่อยมาร์ค-เทือก พ้นข้อหา คดีสลายม็อบนปช. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ปล่อยมาร์ค-เทือก พ้นข้อหา คดีสลายม็อบนปช.

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ธ.ค. 2558 06:30
5,790 ครั้ง


ป.ป.ช.ลงมติแบบทิ้งทวน โยนให้ดีเอสไอชี้ขาดทหาร บิ๊กตุ้ยสอนวิธีเป็นผู้นำที่ดี

“บิ๊กตู่” โชว์ลีลาโชเฟอร์ตุ๊กตุ๊กกิตติมศักดิ์ ทำเสียวพา “น้องแนท” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 ทัวร์รอบตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนถก ครม.ส่งท้ายปีเก่า อุบไต๋หมากเด็ดแม้ รธน.ไม่ผ่านประชามติ แต่มีเลือกตั้งแน่หาข้อตกลงกันไม่ได้เดี๋ยวจัดการเอง ออกลีลาปรับ ครม.บอกยังอยู่ครบ สั่งการบ้าน รมต.ไปทำเอามาส่งหลังปีใหม่ ขอบคุณโหร คมช.ให้อยู่อีก 10 ปี “บิ๊กตุ้ย” สอนน้องต้องเป็นผู้นำที่ดี เตือนระวังพังเพราะคนรอบข้าง อะไรที่กดทับไว้มากมันจะระเบิด ลั่นอย่าใช้กฎหมายรังแกตระกูล “ชินวัตร” “วัฒนา” เหน็บผู้นำไม่มีธรรม-หลงคำยกยอ ป.ป.ช.ทิ้งทุ่นปิดคดีสลายชุมนุม นปช.ปี 53 โยนดีเอสไอชี้ขาดทหารกระชับพื้นที่ ปล่อย “มาร์ค-เทือก” พ้นมลทิน ศาลแพ่งยก “อภิสิทธิ์” ฟ้อง “สุกำพล” คดีหนีทหาร

หลังมีกระแสเชียร์อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. อยู่เป็นนายกฯต่อไปอีก 10 ปี และเสียงคัดค้านจากฝ่ายการเมือง ให้ยึดตามโรดแม็ปรีบร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดการ เลือกตั้งตามกำหนด ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ประกาศชัดแม้ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติ แต่จะจัดให้มีการเลือกตั้งแน่

“น้องแนท” ชวนนายกฯเคาต์ดาวน์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ธ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นการประชุม ครม.นัดสุดท้ายก่อนสิ้นปี 2558 โดยก่อนประชุมนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่อง-เที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำคณะ น.ส.อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ หรือ “น้องแนท” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 ที่คว้ารางวัลชนะเลิศชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ชุด “ตุ๊กตุ๊กไทยแลนด์” จากเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2015 เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดโครงการ “ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ Thailand Countdown 2016” ระหว่างวันที่ 29-31 ธ.ค.ที่ถนนมหาราช เขตพระนคร พร้อมกับนำรถตุ๊กตุ๊กมาร่วมประชาสัมพันธ์การจัดงานด้วย

ทำเสียวขับตุ๊กตุ๊กพาขึ้นตึกไทยฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯได้ขึ้นขับรถตุ๊กตุ๊กโดยมีน้องแนทนั่งด้านหลัง ขับวนจากหน้าตึกบัญชาการ 1 ขึ้นไปยังหน้าตึกไทยคู่ฟ้า แล้ววนอ้อมสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้ากลับมาที่ตึกบัญชาการ 1 ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยต้องรีบวิ่งเข้ามาดูแล พร้อมกันนักข่าวออกห่าง เนื่องจากนายกฯไม่เคยขับรถตุ๊กตุ๊กมาก่อน พร้อมกับวิ่งประกบรถไปตลอด ขณะที่บรรดาช่างภาพวิ่งตามไปบันทึกภาพ โดยนายกฯกล่าวว่า ไม่เคยขับตุ๊กตุ๊กมาก่อน แต่อยากลอง ยอมรับว่าขับยาก จึงเข้าใจว่าทำไมคนขับตุ๊กตุ๊กถึงหงุดหงิดรถกระชาก ก็อยากให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯไปพัฒนาเรื่องเครื่องยนต์ ขณะที่น้องแนทกล่าวว่า ตื่นเต้นที่ผู้นำระดับประเทศขับรถให้ ทีแรกไม่คิดว่านายกฯจะขับ และขณะที่นั่งก็เสียวจับราวอยู่ตลอด ผู้สื่อข่าวถามว่าระหว่างประกวดนางงามกับนั่งรถตุ๊กตุ๊กครั้งนี้ อันไหนตื่นเต้นกว่ากัน น้องแนทตอบว่า อันนี้หวาดเสียวมากกว่า

ครม.ส่งท้ายปีเอาใจ ปชช.ชั้นล่าง

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ครม.ว่า การประชุม ครม.นัดส่งท้ายปี เพื่อขับเคลื่อนงานต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ก่อนการเลือกตั้งปี 60 โดยต้องเร่งและจัดสรรงบ ประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อไม่ให้เป็นภาระด้านงบประมาณ จะมีการอนุมัติงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนระดับล่าง ผ่านโครงการต่างๆ ในส่วนที่ยังเบิกจ่ายจบประมาณไม่แล้วเสร็จ เพราะมีขั้นตอนยุ่งยากในการพิจารณาจัดซื้อจัดจ้าง บาง โครงการยังมีเม็ดเงินเหลืออยู่ก็จะปรับแก้ให้เป็นไปตามแผน จากการลงพื้นที่คิดว่าปัญหาจะแก้ไขได้ เมื่อถามว่าปีใหม่อยากได้อะไรเป็นของขวัญ นายกฯตอบว่า ไม่อยากได้อะไร อยากให้ประเทศชาติปลอดภัย เมื่อถามว่าปีใหม่จะไปร่วมงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Thailand Countdown 2016 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่รู้ มีเชิญมา 150 งาน

แม้ รธน.ไม่ผ่านแต่มีเลือกตั้งแน่

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม. เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า วันนี้ได้ทบทวนเรื่องกฎหมาย กระบวนการปฏิรูปประเทศ และการร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลยืนยันอีกครั้งว่า พยายามทำทุกอย่างให้มีการเลือกตั้งให้ได้ และตนอยากให้รัฐธรรมนูญผ่าน ซึ่งการทำประชามติ จะผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าประชามติไม่ผ่าน ต้องดูว่าทำอย่างไรให้มีการเลือกตั้งให้ได้ ขณะนี้มีวิธีแล้ว แต่ไม่บอก ดังนั้นอย่ามากดดัน อย่ามาโยนความรับผิดชอบให้ตน เพราะมี กรธ.อยู่แล้ว เขาก็ตั้งใจอยู่ เพราะถ้าพูดคำว่าสิทธิเสรีภาพ มันก็จบที่เดิมรัฐธรรมนูญยังมาเหมือนเดิม ประเภทที่ว่าผิดจากตรงนั้นก็ไม่ผ่านหมด เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศ

หาข้อตกลงไม่ได้เดี๋ยวจัดการเอง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า จะให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. โดนตำหนิทุกวันอย่างนี้ไม่ได้ เขาก็ตั้งใจทำให้ประเทศชาติปลอดภัย ถ้าทุกคนมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย อย่างไรมันก็เป็นอย่างนั้น จะให้เป็นที่พอใจของทุกคนไม่ได้ ต้องสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่เขียนแต่ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านไม่ผ่าน แล้วนายกฯต้องรับผิดชอบ วันนี้ตนรับผิดชอบทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะยืนอยู่ตรงนี้ ส่วนจะรับผิดชอบอย่างไร จะให้มีเลือกตั้งหรือไม่มีเลยมันก็เรื่องของตน ถ้าท่านหาข้อตกลงตรงนั้นไม่ได้เดี๋ยวจัดการเอง ถ้าไม่ผ่านแล้วจะเอาตนไปขึ้นตะแลงแกงหรือ ไม่ได้นึกถึงเรื่องของอำนาจอย่าไปเถียงกันมาก เมื่อถามว่าที่ระบุว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านแต่ต้องมีเลือกตั้ง แล้วการเลือกตั้งจะยังเป็นปี 60 เช่นเดิมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ทำไมใจร้อน ผมไม่ได้สนใจ เดี๋ยวรู้เอง อย่ามาถามผมตอนนี้ ถ้ามาถามตอนนี้ก็ตีกันตอนนี้ ทุกอย่างอยู่ในหัวหมดแล้ว ผมไม่ยอมปล่อยประเทศย่อยสลายไปต่อหน้า”

ส่ง ขรก.เอี่ยวโกงให้กระทรวงคัดกรอง

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงบัญชีรายชื่อข้าราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตลอตใหม่ ว่า มันจะเป็นจะตายกันหรือไง เดี๋ยวเขาตรวจสอบแล้วส่งขึ้นมา ตอนนี้ยังไม่เห็น ต้องคัดกรองส่งไปยังกระทรวงตรวจสอบข้อเท็จจริงกันก่อน ไม่ใช่จะไปเล่นงานเขา ให้โอกาสเขาสิ ไม่ใช่ว่าเป็นคนข้างนี้แล้วจะลงโทษก่อน คนไทยด้วยกันต้องให้โอกาสเขา ถ้าต้องลงโทษก็ต้องเข้ากระบวนการตรวจสอบ หาหลักฐานให้เรียบร้อยแล้วให้กระทรวงเขาลงโทษได้ ถ้าเป็นข้าราชการนอกจากโทษอาญายังมีโทษทางวินัย ถ้ายังไม่พอก็ส่งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือจะไปฟ้องศาลอาญา ศาลแพ่ง ไม่ต้องเร่งรัด

กั๊กปรับ ครม.ลีลาบอกยังอยู่ครบ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมยังไม่ได้บอกว่าจะเปลี่ยนหรือจะปรับ ครม.ยังอยู่ครบ ปีใหม่ก็ให้เขาพักผ่อนไม่เคยพูดว่าจะปรับ” เมื่อถามย้ำว่าผลสอบอุทยานราชภักดิ์จะมีส่วนในการตัดสินใจปรับหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า รอฟังการแถลงสิ เมื่อถามว่านายกฯบอกว่าหมอดูอีทีทำนายไว้แล้วใครจะเป็นนายกฯคนต่อไป นายกฯตอบว่า ก็เอามาจากสื่อนั้นแหละสื่อไม่เห็นกันหรือ เมื่อถามต่อว่ามีแต่โหรวารินทร์ (บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช.) บอกจะเป็นนายกฯไปอีก 10 ปี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็ต้องขอบคุณ”

“บิ๊กตุ้ย” สอนน้องลักษณะผู้นำที่ดี

ช่วงสายวันเดียวกัน ที่สวนทวดจีบ ธัญญะคลอง 4 จ.ปทุมธานี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทหารสูงสุดและอดีต ผบ.ทบ. เปิดให้ข้าราชการ นักการเมือง พ่อค้า นักธุรกิจ เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2559 โดยมี พล.อ.ปราการ ชลยุทธ รองเสนาธิการทหาร พร้อมคณะนายทหารจากกองบัญชาการกองทัพไทยและกองทัพบกเข้าร่วมอวยพร โดย พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวถึงการทำงานในรอบปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ว่า บ้านเมืองมีความเรียบร้อยเพราะกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ การเป็นผู้นำรัฐบาลต้องมีหลักประกอบไปด้วย 1.ความซื่อสัตย์ 2.คุณธรรม และ 3.เมตตาธรรม หากมีครบทั้ง 3 ข้อ จะเป็นผู้นำที่มีความรุ่งเรือง คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผู้นำจะต้องแผ่บารมี ให้อภัยกับคนที่ควรให้อภัย ไม่ใช่จ้องแต่จะจองล้างจองผลาญ ไปกดเขาไว้ตลอด สิ่งที่ต้องทำคือการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความยุติธรรม

เตือนระวังพังเพราะคนรอบข้าง

อดีต ผบ.ทหารสูงสุดกล่าวอีกว่า ผู้นำควรระวังเรื่องข้อมูลข่าวสาร เพราะมีแต่คนรอบข้างคอยให้แต่ข่าวดี ในทางตรงข้ามประชาชนส่วนใหญ่ยังเดือดร้อนอยู่ ซึ่งพวกเขายังมีความอดทนนับว่ารัฐบาลยังโชคดีอยู่ ทุกยุคทุกสมัยผู้นำมักจะเสียเพราะคนใกล้ชิด นี่แหละเป็นสัจธรรมส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น ถ้าไม่เป็นแบบนั้นก็เยี่ยมมาก นายกฯต้องหูตากว้าง ต้องมีสายข่าวที่ตรวจสอบชัด ขอยกตัวอย่างพื้นที่ท่องเที่ยวที่ตนทราบมา ยังมีการเรียกเก็บส่วยเยอะ แถมมากขึ้นด้วย ผู้ประกอบการจะไปไม่รอดอยู่แล้วก็ต้องจ่าย ไม่จ่ายจะไม่มีกิน สิ่งนี้แหละที่ต้องลงมาดู นี่แค่ตัวอย่างเดียว ยังมีปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร รัฐบาลควรเร่งแก้ไข เป็นเรื่องที่น่า หนักใจและน่าเห็นใจ ต้องค่อยๆแก้ไป เม็ดเงินที่รัฐบาลลงทุนไป ควรกระจายลงไป สมัยมี ส.ส.เม็ดเงินยังสามารถกระจายลงไปถึงประชาชน แต่ตอนนี้ไม่มี เงินที่ลงไปกระจุกเพียงแค่จุดเดียว ฉะนั้นรัฐบาลควรเข้าไปตรวจสอบได้เลย รับรองว่าเจอแน่

อะไรที่กดทับไว้มากมันจะระเบิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปีหน้าประเมินว่าจะเกิดวิกฤติอะไรหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ตอบว่า ถ้าใช้หลักการที่บอกไปคงไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าไม่ยึดหลักการและยังกดไว้เช่นนี้ คิดว่าเหนื่อย ส่วนทิศทางการเมืองเป็นอย่างไร บอกเลยว่าดูไม่ออก ส่วนรัฐบาลจะดูออกหรือไม่ คิดว่าเมื่อมีสายข่าวเยอะแล้วก็ต้องใช้ให้ถูก จะได้ข้อเท็จจริง ส่วนคะแนนความพึงพอใจรัฐบาลที่สำรวจโดยสำนัก งานสถิติแห่งชาติ อยู่ในระดับร้อยละ 99.5 เรื่องนี้พูดไม่ได้ พูดไปก็อันตราย ขอให้พิสูจน์ความจริงกันไป เพียงแต่ขอให้ใช้คนที่ไม่เคยใช้ และขอให้หูตากว้างขึ้นแล้วจะรู้เองว่าเป็นอย่างไร เข้าใจว่าผลที่ออกมาอย่างนั้นเป็นการยกระดับความน่าเชื่อ ซึ่งรัฐบาลเองก็ตั้งใจทำงาน แต่สถานการณ์บางอย่างยังไม่เอื้ออำนวย แต่ที่เป็นห่วงคืออะไรที่ไปกดทับไว้มากๆ ถ้าถึงเวลาเดี๋ยวมันจะระเบิดออกมา สำหรับบทบาทกองทัพภาพรวมถือว่าดี แต่อย่าไปยึดหลักเล่นพรรคเล่นพวก ใครเป็นเด็กใคร สมัยตนเป็น ผบ.ทบ.ทำไว้เป็นตัวอย่างแล้ว พิจารณานายทหารทุกรุ่น ดูทุกสิ่งและให้ความยุติธรรมทุกกองทัพภาค ไม่ทราบว่าในกองทัพยังเป็นแบบนั้นหรือเปล่า

ปชป.สวน “เสรี” อคติปาร์ตี้ลิสต์

วันเดียวกัน นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ระบุว่า ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเป็นต้นเหตุสำคัญทำลายประเทศ เป็นคนชั่วร้ายที่แอบแฝงเข้ามาเป็น ส.ส. ว่า ตนเป็นทั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขต จ.เพชรบูรณ์ มาก่อน เป็นมาทั้งสองระบบ เช่นเดียวกับอดีต ส.ส.อีกหลายคนที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนว่าเป็นนักการเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริต ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง หลายสมัย หรือเป็นนายกฯ กล่าวตำหนิจิกด่านักการเมืองก็หวังเอาใจผู้มีอำนาจใน คสช. จึงขอให้นายเสรีระบุชื่อนักการเมืองเลวให้ชัดเจน ดีกว่าการเหมารวม เพราะคนเลวมีในทุกอาชีพ ทั้งนักการเมืองจากการเลือกตั้งและจากการแต่งตั้ง

“รัชดา” ท้าลั่น สปท.ลงสนามแข่งกัน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าไม่เข้าใจนักการเมืองแต่งตั้งบางคน ทำไมถึงรังเกียจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หากจะร่างรัฐธรรมนูญโดยตั้งแง่ว่า ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ คือจุดกำเนิดความเลวร้ายของสภาฯ ถือเป็นความคิดที่คับแคบ ไม่แยกแยะ ขอสนับสนุนให้มี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ต่อไป เพื่อเปิดโอกาสให้คนเก่ง คนดี ที่อาจไม่มีฐานเสียงในระบบเขต ไม่มีเงินมากมาย ไม่โด่งดังแบบดารา มีโอกาสเข้ามาทำงานในสภา ถาม สนช. สปท. และอดีต สปช. ที่มีคุณวุฒิและวัยวุฒิ คุณสมบัติดีพร้อม ทำไมไม่มาลงการเมืองบ้าง ปล่อยให้คนไม่ดีบางส่วนมาเป็น ส.ส.ทำไม ส่วนหนึ่งอาจเพราะการลงเลือกตั้งไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ด้วยการสรรหาหยิบยื่นที่นั่งในสภาให้ซึ่งก็คล้ายกับปาร์ตี้ลิสต์ ท่านจึงได้รับโอกาสดีทำงานเพื่อบ้านเมือง ดังนั้นระบบที่เปิดโอกาสให้คนดีๆเข้ามาต้องรักษาไว้ ส่วนคนที่ทำให้ระบบพังต้องให้เสียงประชาชนจัดการ

“วัฒนา” เฉ่งยับ กรธ.ฟอกผิด คสช.

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า ที่ผ่านมามีเหตุการณ์หลายอย่างเป็นสัญญาณว่า สังคมไทยกำลังเข้าสู่ภาวะวิปริต เริ่มจากการคัดค้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาลที่แล้ว ที่เรียกว่า พ.ร.บ.สุดซอย ด้วยข้ออ้างเป็นการล้างผิดให้คนโกงนำไปสู่การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ แต่วันนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ คสช.แต่งตั้งให้มาร่างรัฐธรรมนูญ กำลังเสนอให้นิรโทษกรรม คสช.และรัฐบาล ต่อการกระทำทุกอย่าง รวมถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบในการจับกุมคุมขังผู้มีความเห็นต่าง หรือคดีทุจริตที่เกิดขึ้นหลังจากยึดอำนาจ แต่กลับไม่มีกลุ่มคนที่เคยรังเกียจการออกฎหมายนิรโทษกรรม ออกมาคัดค้านว่าล้างผิดให้คนโกงเลย หลังการยึดอำนาจเรามีนายกฯและ ครม.ที่อ้างเป็นคนดี มีคุณธรรม เข้ามากอบกู้วิกฤติบ้านเมือง แต่กลับปิดกั้นการตรวจสอบ จับกุมคนที่พยายามตรวจสอบโครงการที่มีข้อกล่าวหาทุจริต ส่วนการชุมนุมหน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกา กลับไม่มีประเด็นทางการเมือง จึงไม่เป็นความผิด

เหน็บผู้นำไม่มีธรรม–หลงคำยกยอ

นายวัฒนากล่าวต่อว่า หนักกว่านั้นคือการที่โฆษกรัฐบาลแสดงอาการสำรากใส่สื่อและนักการเมือง ว่า โอหัง ในประเด็นยกเลิกโครงการ 30 บาท โดยไม่ดูว่าการนำเสนอของสื่อมาจากการเสนอของ รมว.สาธารณสุข เราได้เห็นการสำรวจความนิยมรัฐบาลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ได้คะแนนพึงพอใจร้อยละ 99.5 เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางการเมืองของโลก ควรเรียกกินเนสส์บุ๊กมาบันทึก ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติ เราได้เห็นสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งของเผด็จการ ให้ร้ายระบอบประชาธิปไตย ถึงขนาดต้องหาวิธีป้องกันเผด็จการเสียงข้างมากที่มาจากประชาชน แต่กลับเห็นดีเห็นงามกับเผด็จการที่ได้อำนาจจากการใช้อาวุธ เป็นพฤติกรรมของบรรดาผู้ได้ดิบได้ดีจากการใช้กำลังคนและอาวุธเกินกว่า 3 คน ยึดอำนาจประชาชน ซึ่งในสมัยพุทธกาลเรียกว่า สังคมวิปริต เนื่องจากผู้บริหารประเทศไม่ประกอบด้วยธรรม หลงคำยกยอปอปั้น คำประจบสอพลอ ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนชั่วช้า หลงแต่งตั้งให้เป็นใหญ่เป็นโต เข้าตำรา “ผู้ดีเดินตรอกขี้คอกเดินถนน” หรือเป็นเพราะน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 พัดพาคนเหล่านี้มารวมกัน

“ชัยสิทธิ์” ตอก กรธ.ประชาชนไม่ได้โง่

ขณะที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทหารสูงสุดและอดีต ผบ.ทบ. กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มีเพียงฉบับเดียว ร่างกันมาหลายฉบับแล้ว ฉะนั้น กรธ.ควรไปคัดเลือกข้อดีของฉบับต่างๆมา ว่าอันใดเป็นประชาธิปไตย มีความยุติธรรม แทบจะไม่ต้องร่างกันใหม่เลย แค่ไปเอาข้อดีมา ส่วนของเสียก็ตัดออกไป ถ้า กรธ.จ้องเอาเงื่อนไขต่างๆไปผูกมัดสร้างเงื่อนไขแล้ว อย่าลืมว่าประชาชนเดี๋ยวนี้เขาไม่ได้โง่ รู้ทันเกมหมดแล้ว บางทีที่เขาอดทนอยู่ก็อยากให้บ้านเมืองปรองดองสามัคคี ส่วนการเลือกตั้งแม้อยากให้มี แต่ก็น่าจะเหนื่อยอยู่ เมื่อถามถึงการขับเคลื่อนของพรรคเพื่อไทยในอนาคต

พล.อ.ชัยสิทธิ์ตอบว่า ไม่รู้เรื่องการเมือง ไม่ใช่นักการเมือง แต่คิดว่าคนในตระกูลชินวัตรเขาก็ทำดีในหน้าที่ มิหนำซ้ำยังเคยเป็นนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ก็ทำตามนโยบาย ตนก็ใช้นามสกุลนี้เลยถูกเพ่งเล็ง แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นด้วยเกียรติ และศักดิ์ศรีก็ต้องต่อสู้ เพื่อให้ความจริงปรากฏ

ลั่นอย่าใช้ ก.ม.รังแกตระกูล “ชินวัตร”

เมื่อถามถึงการตรวจสอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯควรได้ความยุติธรรม พล.อ.ชัยสิทธิ์ตอบว่า ถ้าทำตามนโยบายแล้วมีความผิดพลาด ก็ต้องเป็นเรื่องของกฎหมาย แต่คิดว่าอย่าใช้กฎหมายมารังแกแต่ตระกูลชินวัตรอย่างเดียว รัฐบาลเก่าๆที่ทำผิดพลาดเสียหายมากๆ ตนไม่เห็นว่าจะโดนลงโทษเลย ฉะนั้นความเป็นธรรมต้องมี อย่าให้คนรู้สึกว่าพวกนั้นโดนอย่างเดียว แต่อีกพวกไม่โดนเลย ดังนั้นตราบใดที่บ้านเมืองไม่มีความยุติธรรมเกิดขึ้น บ้านเมืองก็จะไม่เป็นสุข

สื่อสภางดตั้งฉายาฝ่ายนิติบัญญัติ

อีกเรื่อง สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ออกแถลงการณ์งดตั้งฉายาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และฝ่ายนิติบัญญัติประจำปี 2558 โดยระบุเหตุผลว่า สื่อมวลชนประจำรัฐสภามีมติเสียงข้างมากงดตั้งฉายาแก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฝ่ายนิติบัญญัติประจำปี 2558 แม้ว่าเมื่อปี 2550 สื่อมวลชนประจำรัฐสภา จะเคยตั้งฉายาฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2549 เพื่อสะท้อนถึงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองขณะนั้นไม่ได้ขัดแย้งรุนแรงเหมือนในปัจจุบัน ดังนั้นสื่อมวลชนประจำรัฐสภาจึงประชุมหารือร่วมกัน และมีมติเสียงข้างมาก เห็นควรให้งดการตั้งฉายาออกไปก่อน เพื่อไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำฉายาที่สื่อมวลชนตั้งขึ้นด้วยความสุจริต ไปเป็นเครื่องมือเพื่อขยายผลทางการเมือง ทั้งนี้สื่อมวลชนประจำรัฐสภายังยืนยันทำหน้าที่ติดตามและตรวจสอบการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ภายใต้กรอบจรรยาบรรณของสื่อมวลชนต่อไป

เพจเสื้อแดงตั้งฉายาแสบๆคันๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล และสื่อมวลชนประจำรัฐสภาออกแถลงการณ์งดกิจกรรมตั้งฉายาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประจำปี แต่ปรากฏว่าตามหน้าเพจเฟซบุ๊กของกลุ่มการเมืองต่างๆ อาทิ หยุดดัดจริตประเทศไทย ถือโอกาสนี้ตั้งฉายาให้รัฐมนตรีและผู้นำรัฐบาลแบบแสบๆคันๆ

ผบ.ทบ.สั่งหนุนภารกิจรัฐบาล–คสช.

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้เป็นประธานประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางปรับพันธกิจกองกำลังชายแดนของกองทัพบก ให้สอดรับกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ความสัมพันธ์ที่ดีกับมิตรประเทศที่ต่างสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจการค้าและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งยังให้ทุกหน่วยคงการฝึกทางทหารทั้งระดับกองทัพภาคถึงกองพัน เพื่อให้มีความพร้อมปฏิบัติภารกิจด้านการทหาร และภารกิจสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินที่กองทัพต้องสนับสนุนรัฐบาลและคสช.ให้เดินหน้าตามโรดแม็ปด้วยความสงบเรียบร้อย

นายกฯ แจกการบ้าน รมต.ช่วงปีใหม่

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ช่วงเช้าก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นตัวแทน ครม. มอบดอกไม้และกล่าวอวยพรปีใหม่ 2559 กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ขอให้เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขอบคุณกำลังใจที่ ครม.ให้มา และขอส่งกำลังใจตอบแทนกลับคืน ขอให้ช่วยกันเร่งรัดงานให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะปี 59 จะต้องสัมฤทธิผล โดยตั้งเป้าเป็นระยะ 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อให้เห็นดัชนีชี้วัดทุกกลุ่มงาน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม กีฬา และพลังงาน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เขียนเอกสาร 1 แผ่นด้วยลายมือ และให้ถ่ายเอกสารแจกรัฐมนตรีทุกคนไปเป็นการบ้านช่วงวันหยุดปีใหม่ ให้ไปดูว่านโยบายแต่ละกระทรวงได้รับไปขับเคลื่อนกับสิ่งที่นายกฯมีรายละเอียดตรงกันหรือไม่ แล้วมาคุยกัน

มอบ “วิษณุ” ดันกฎหมายขับเคลื่อน ปท.

พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้เร่งรัดให้นำกฎหมายที่ออกมาแล้วเป็นจำนวนมาก มาช่วยบริหารราชการแผ่นดิน ไร้ข้อจำกัดต่อการแข่งขันขีดความสามารถของประเทศที่เข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมถึงกฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์ ในการดูแลข้าราชการให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ ฝ่ายการเมืองไม่สามารถบีบบังคับให้ทำผิดหลักเกณฑ์ แต่ไม่ใช่การถือหางจนทำให้เกิดความรู้สึกขัดขวางการบริหารงานของฝ่ายการเมือง จึงมอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบภาพรวมกฎหมายปี 59 ที่จะขับเคลื่อนเป็นรูปร่างให้ได้

“บิ๊กป้อม” ขอคนไทยรักกันลดขัดแย้ง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวอวยพรปีใหม่แก่คนไทยว่า อยากให้คนไทยทุกคนมีความรักกัน ลดปัญหาความขัดแย้ง ทำอย่างไรให้เกิดความรัก ความเข้าใจกันในการสร้างประเทศในอนาคตให้เจริญรุ่งเรือง ให้ร่วมมือกันให้ดี ขอให้โชคดีในปีใหม่และตลอดไป โดยเฉพาะนักข่าวรักกันไว้ และอย่าไปตีคนอื่นมาก ชอบสร้างประเด็นที่คิดขึ้นเอง

สอนให้รู้ถ้าไม่มี ก.ม.ก็อย่าอยู่เลย

ต่อมาช่วงค่ำที่ตึกสันติไมตรี พล.อ.ประยุทธ์เปิดโอกาสให้ข้าราชการระดับสูงกระทรวงต่างๆ เข้าอวยพรปีใหม่ พร้อมกล่าวว่า การเจอกันครั้งนี้ถือเป็นชะตากรรมร่วมกัน ขอบคุณแทนประชาชน และขอโทษหากแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ที่ไม่คุ้นเคยกับการเป็นทหารของตน แต่ขอให้รู้ว่าไม่มีอะไรกับข้าราชการ ไม่ได้เกลียดชังท่าน ไม่ได้มองว่าอยู่ข้างนั้นข้างนี้ ไม่ใช่ศัตรูกับใคร แต่ใครจะคิดว่าตนเป็นศัตรูก็ไม่เป็นไรจะอดทนเต็มที่ วันนี้ต้องสอนให้ประชาชนรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน กฎหมายมีไว้ให้คนอยู่ร่วมกัน กฎหมายต้องเป็นตัวเริ่มต้นทุกอย่าง ทั้งปรองดอง ปฏิรูป ถ้าไม่มีกฎหมายก็อย่าอยู่เลย ใช้มาตรา 44 ยุบกฤษฎีกาไปเลย ยุบหน่วยงานเกี่ยวกับกฎหมายทิ้งให้หมด เราต้องเข้าใจกฎหมายของประเทศ ถ้า การปรองดองจะต้องยกเลิกการดำเนินคดี ด้วยการนิรโทษกรรมทั้งหมดมันไม่ได้ กฎหมายคือกฎหมาย ยังมีวิธีการอีกตั้งเยอะแยะ ทั้งสู้คดี ลดโทษ พักโทษ อภัยโทษตามห้วงเวลาสำคัญ

ศาลแพ่งยก “มาร์ค” ฟ้อง “บิ๊กโอ๋”

ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เป็นโจทก์ฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ปลดออกจากราชการ ศาลพิจารณาเห็นว่าเหตุที่จำเลยปลดโจทก์ออกจากราชการ เนื่องจากขาดการตรวจเลือกทหารแล้วนำใบสำคัญ (ใบ สด.9) แทนฉบับที่ชำรุดสูญหายอันเป็นเท็จมาแสดงต่อสัสดีจังหวัดนครนายก ทำให้สัสดีจังหวัดนครนายกไม่ทราบความจริงว่าโจทก์ครบเวลาที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหาร จึงไม่ได้ระบุสถานะว่าเป็นผู้ขาดการเกณฑ์ทหาร เป็นเหตุให้สัสดีจังหวัดนครนายกออกใบสำคัญ สด.3 (ใบขึ้นทะเบียนกองประจำการ) ให้แก่โจทก์ อีกทั้งโจทก์ไม่มีใบ สด.41 เป็นเอกสารแสดงว่าได้รับการผ่อนผันกรณีศึกษาที่ต่างประเทศ โจทก์จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติที่จะบรรจุเข้ารับราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตรได้ การสมัครและบรรจุโจทก์เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร กับการแต่งตั้งโจทก์เป็นนายทหารสัญญาบัตรฯ ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหมเป็นการไม่ชอบ คำสั่งของจำเลยจึงเป็นคำสั่งที่ชอบแล้ว ไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งของจำเลย

ป.ป.ช.ทิ้งทวนถกคดีสลาย นปช.ปี 53

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงมติที่ประชุม ป.ป.ช. กรณีคำร้องการไต่สวนถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. กับพวกปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สั่งใช้กำลังทหาร ตำรวจ สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ช่วงวันที่ 10 เม.ย. ถึง 19 พ.ค.2553 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ว่าจากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า ขณะเกิดเหตุมีการสั่งใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธปืนเข้าขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. อยู่ในช่วงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช.มิใช่การชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ มีผู้มีอาวุธปืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม จึงมีเหตุจำเป็นที่ ศอฉ.ต้องขอพื้นที่คืน โดยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่นำอาวุธติดตัวหากมีความจำเป็นสามารถนำมาใช้เพื่อระงับยับยั้งได้ตามสถานการณ์หรือป้องกันตนเองได้ตามหลักสากล

โยนดีเอสไอชี้ขาดทหารกระชับพื้นที่

นายสรรเสริญกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบดังกล่าวได้ หากภายหลังสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้อาวุธปืนโดยไม่สุจริต เกินสมควรแก่เหตุ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอันเป็นความรับผิดเฉพาะตัว เช่นเดียวกับนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ต้องรับผิด ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่ารู้ว่าเจ้าหน้าที่ภายใต้บังคับบัญชาใช้กำลังบังคับและอาวุธปืนโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วไม่ดำเนินการยับยั้งป้องกัน ซึ่งคดีการเสียชีวิตและบาดเจ็บของประชาชนในการสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.ปี 53 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับดำเนินการเป็นคดีพิเศษด้วย จึงมีมติให้ส่งเรื่องดังกล่าว ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการต่อไป ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 89/2

ปล่อย “มาร์ค–เทือก” พ้นมลทิน

นายสรรเสริญกล่าวว่า ส่วนประเด็นการกล่าวหานายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และ พล.อ.อนุพงษ์ จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า หลังเกิดเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแล้ว ศอฉ.ได้ทบทวนปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยไม่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าผลักดันผู้ชุมนุมอีก แต่ใช้มาตรการตั้งด่านตรวจ หรือจุดสกัดปิดล้อมวงนอกไว้โดยรอบ การปฏิบัติในวันที่ 14 พ.ค.53 เป็นการตั้งด่านอยู่กับที่ทุกแห่ง แต่ในวันที่ 19 พ.ค.53 เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนกำลังเข้าไปควบคุมพื้นที่สวนลุมพินี ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยประกาศให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ก่อน ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวน ยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามกับพวก ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยมีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนหรือเป็นผู้ก่อหรือใช้ให้มีการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผลแต่อย่างใด ที่ประชุม ป.ป.ช.จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป

ฝากขังผัด 3 ผู้ต้องหาขอนแก่นโมเดล

วันเดียวกัน ที่ศาลทหารกรุงเทพ พนักงานสอบสวนพร้อมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำตัวนายวีรชัย ชาบุญมี ผู้ต้องหาคดีวางแผนก่อเหตุไม่สงบหรือขอนแก่นโมเดล มาตรา 112 มาศาลทหารเพื่อขออำนาจศาลฝากขังผัดที่ 3 จากนั้นเวลา 10.30 น.ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังนายวีรชัย เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.58-10 ม.ค.59 ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้นำตัวนายวีรชัย กลับไปควบคุมตัวต่อ ที่เรือนจำชั่วคราวถนนนครไชยศรี

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    64.6%
  • ไม่ชอบ
    27.5%
  • สนุก
    0.8%
  • ประหลาดใจ
    4.9%
  • เสียใจ
    1.7%
  • ให้กำลังใจ
    0.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement