บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฉบับรวบรัด! ที่สุด 10 ข่าวดัง สะท้านวงการวิทยาศาสตร์โลก EP.2

ต่อจากวานนี้ (30 ธ.ค.58) รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ได้จัดอันดับข่าวดังสะท้านวงการวิทยาศาสตร์โลก ประจำปี พ.ศ.2558 จากอันดับที่ 10 มาถึงอันดับที่ 6 แล้ว ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอเชื้อเชิญ​บรรดาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ มาติดตามข่าวดังวงการวิทยาศาสตร์แบบรวบรัด ย่นย่อ เข้าใจแบบง่าย ในอันดับที่ 5 จนถึง อันดับที่ 1 ต่อไป...

เราไปติดตามกันได้เลยครับ    

อันดับที่ 5 การค้นพบใหม่ “สมาร์ทยีน” ของปลาหมึก

ความสำเร็จครั้งแรก การถอดรหัสยีนของ ปลาหมึก ไขปริศนาความฉลาดผิดปกติของปลาหมึก

กลางเดือนสิงหาคม คณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโอกินาวา มหาวิทยาลัยชิคาโก และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ เบิร์คลีย์ รายงานความสำเร็จการถอดรหัสยีนของ ปลาหมึก ที่สมบูรณ์เป็นครั้งแรกในวารสาร Nature จากการศึกษารหัสยีน หรือ จีโนม (Genome) ของปลาหมึก

คณะนักวิทยาศาสตร์ พบการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มของยีนบางกลุ่ม ซึ่งอาจเรียกรวมเป็น "สมาร์ทยีน" ที่ทำงานร่วมกันมีผลทำให้ ปลาหมึก แสดงพฤติกรรม บอกระดับความฉลาด ที่น่าทึ่ง เช่น การรู้จักใช้เครื่องมือและการเล่น ซึ่งโดยปกติ เป็นพฤติกรรมของสัตว์ชนิดสูงกว่า จำพวกสัตว์บก และนก

อันดับที่ 4 หลุมดำกับคลื่นความโน้มถ่วง

ปลายเดือนมิถุนายน รายงานการค้นพบระบบหลุมดำยักษ์สามดวง สร้างความหวังในการค้นหาคลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational wave) ปริศนาสำคัญจากทฤษฎีของไอน์สไตน์

คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ นำโดย Roger Deanne จาก University of Cape Town ตีพิมพ์รายงานในวารสาร Nature การศึกษาระบบหลุมดำยักษ์สามดวง

โดยมี สองดวง ที่โคจรใกล้ชิดกันมาก เป็นหลุมดำยักษ์คู่ที่กำลังวิ่งวนเข้าหากัน ด้วยความเร็วมากกว่าเสียงบนโลก 300 เท่า เพื่อรวมเป็นซุปเปอร์หลุมดำยักษ์ดวงเดียว และตามทฤษฎีสัมพันธภาพภาคทั่วไปของไอน์สไตน์ ลักษณะการวิ่งวนเข้าหากันของสองหลุมดำยักษ์ น่าจะทำให้เกิด คลื่นความโน้มถ่วงที่น่าจะตรวจจับได้ ซึ่งยังเป็นปริศนาสำคัญ จากทฤษฎีของไอน์สไตน์ ท้าทายนักวิทยาศาสตร์อยู่ในปัจจุบัน ระบบหลุมดำยักษ์สามดวงนี้ อยู่ห่างจากโลกประมาณสี่พันล้านปีแสง ในกาแล็กซีอื่นของกาแล็กซีทางช้างเผือก

การศึกษาระบบสามหลุมดำยักษ์ อาศัยระบบกล้องโทรทรรศน์ วิทยุหลายแห่งในสี่ทวีป ทำงานร่วมกัน และคาดหวังว่า ระบบกล้องโทรทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ที่กำลังอยู่ในระหว่างการวางแผน หรือก่อสร้าง จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ช่วยค้นหา คลื่นความโน้มถ่วงของไอน์สไตน์ ได้สำเร็จ

อันดับที่ 3 ดาวชาละวัน ดาวตะเภาแก้ว ดาวตะเภาทอง

กลางเดือนธันวาคม ข่าวใหญ่สำหรับวงการดาราศาสตร์ไทยและคนไทย การตั้งชื่อสามัญเป็นครั้งแรก อย่างเป็นทางการของดาวสามดวง เป็นชื่อภาษาไทย คือดาวชาละวัน ดาวตะเภาแก้ว และดาวตะเภาทอง

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2558 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union หรือ IAU) ประกาศผลการคัดเลือกชื่อสามัญของ ดาวฤกษ์นอกระบบสุริยะ จำนวน 20 ดวง

โดยมีหนึ่งดวงที่มีชื่อสามัญ เป็นชื่อไทย คือ ดาว 47 หมีใหญ่ (47 Ursae Majoris) และชื่อไทย คือ ดาวชาละวัน นับเป็นชื่อสามัญสากลของดาวฤกษ์ดวงแรก ที่มีชื่อเป็น ภาษาไทย ขณะเดียวกันก็มีการประกาศรับรองชื่อดาวอีกสองดวงเป็นภาษาไทยด้วยคือ ดาวตะเภาแก้ว และดาวตะเภาทอง เป็นชื่อของดาวเคราะห์บริวารสองดวงของดาวชาละวัน ดาว 47 Ursae Majoris หรือ ดาวชาละวัน มีดาวเคราะห์บริวารที่ค้นพบแล้วสามดวงชื่อ ดาวหมีใหญ่ บี, ซี และ ดี แต่ในวรรณคดีไทย เรื่องไกรทอง มีตัวละครที่เป็นนาง เพียงสองตัวคือ นางตะเภาแก้ว และนางตะเภาทอง จึงมีชื่อดาวเคราะห์เพียงสองดวงเป็นชื่อไทยคือ ดาวหมีใหญ่ บี. ชื่อดาวตะเภาทอง และดาวหมีใหญ่ ซี. ชื่อ ดาวตะเภาแก้ว

สมาคมดาราศาสตร์ไทยเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวดการตั้งชื่อดาวฤกษ์ 20 ดวง ผลจากการประกวด มี 2 ชื่อ คือ ชาละวัน โดย นายสุภาภัทร อุดมรัตน์นุภาพ และ ตะเภาแก้ว โดย ด.ญ.ศกลวรรณ ตระการรังสี สมาคมดาราศาสตร์ไทย จึงมีมติเพิ่มอีกหนึ่งชื่อคือ ตะเภาทอง ด้วย และเสนอไปทางสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล ให้ใช้ชื่อ ชาละวัน เป็นดาวฤกษ์ ตะเภาแก้ว ตะเภาทอง เป็นชื่อของดาวเคราะห์ ดาวชาละวัน เป็นดาวอยู่ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ ซึ่งมีดาวสว่าง 7 ดวงเรียงกันเป็นรูปคล้ายกระบวยตักน้ำ ซึ่งคนไทยรู้จักกันดี เรียกเป็น กลุ่มดาวจระเข้ ดาวชาละวันเป็นดาวฤกษ์ เห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่แสงสว่างริบหรี่ ส่วนดาวตะเภาแก้ว และตะเภาทองมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพราะเป็นดาวเคราะห์

อันดับที่ 2 คนเปลี่ยนหัวคน

กลางเดือนเมษายน นักวิทยาศาสตร์อิตาลี เซอร์จิโอ คานาเวอร์โร (Sergio Canavero) ประกาศเปิดตัวอาสาสมัคร ที่จะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนศีรษะเป็นคนแรกของโลก

เซอร์จิโอ คานาเวอร์โร ได้ประกาศเมื่อปี ค.ศ.2013 ว่า เขาได้พัฒนาวิธีการทางการแพทย์ จนกระทั่งมั่นใจว่า จะสามารถผ่าตัดเปลี่ยนหัวของคนจากคนหนึ่ง (เช่น ที่พิการทางร่างกาย) ไปต่อเข้ากับร่างของคนอีกคนหนึ่ง (เช่น ที่เสียชีวิตด้วยเหตุบางอย่าง แต่ร่างกายยังปกติสมบูรณ์) ได้สำเร็จ และพร้อมจะ "ลงมือ" เปลี่ยนหัวคนได้ภายในปี ค.ศ.2017

หลังการประกาศเมื่อปี ค.ศ.2013 ก็มีผู้สนใจอาสาสมัครเป็นจำนวนประมาณหนึ่งพันคน จนกระทั่งถึงกลางเดือนเมษายนปี ค.ศ.2015 หรือ พ.ศ.2558 เรื่องคนเปลี่ยนหัวคน ก็เป็นข่าวดังทั่วโลก เมื่อ เซอร์จิโอ คานาเวอร์โร ได้แถลงข่าวประกาศอย่างเป็นทางการว่า ได้คัดเลือกอาสาสมัครคนแรกแล้ว เป็นชายหนุ่มชาวรัสเซีย ชื่อ วาเลอรี สปิริโดนอฟ (Valerly Spiridonov) อายุ 30 ปี เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่ป่วยเป็นอัมพาตในการประกาศเปิดตัวอาสาสมัครคนแรก

เซอร์จิโอ คานาเวอร์โร ก็ประกาศย้ำว่า พร้อมจะดำเนินการผ่าตัดเปลี่ยนหัวคน ภายในปี ค.ศ.2017 สำหรับความเห็นของวงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ส่วนใหญ่เชื่อว่า การผ่าตัดเปลี่ยนหัวคน สามารถทำได้ แต่ปัญหาใหญ่คือ การไม่ยอมรับของร่างกายจากคนสองคน ที่มาตัดต่อเป็นคนเดียวกัน

และก็มาถึง อันดับที่ 1 ที่สุดข่าวดังวงการวิทยาศาสตร์โลก ประจำปี พ.ศ.2558 ก็คือ

ยานนิวฮอไรซันส์ สำรวจดาวพลูโต

เดือนกรกฎาคม ข่าวใหญ่ที่สุดของโลก และในระบบสุริยะ คือ การเดินทางของยานนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) ไปถึงดาวพลูโต ดาวที่เคยเป็นดาวเคราะห์ของระบบสุริยะเพียงดวงเดียว (จาก 9 ดวง) ที่ไม่เคยถูกสำรวจอย่างตั้งใจ (ของมนุษย์) มาก่อน

ยานนิวฮอไรซันส์ ใช้เวลาเดินทางจากโลก (เดือนมกราคม ค.ศ.2006) เป็นเวลาประมาณเก้าปีครึ่ง จึงเข้าใกล้ (ถึง) ดาวพลูโตมากที่สุด ในวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ.2015

จากนั้น ก็เดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ของดาวพลูโตทั้ง 5 ดวง คือ ชารอน (Charon), ไฮดรา (Hydra), นิกซ์ (Nix), เคอร์บีรอส (Kerberose) และ สตีกซ์ (Styx) ต่อจากนั้น ยานนิวฮอไรซันส์ก็เดินทางต่อ เพื่อไปสำรวจวัตถุในแถบคอยเปอร์ (Kuiper object) บางดวง จนกระทั่งถึงประมาณ ปี ค.ศ.2026 ซึ่งยานนิวฮอไรซันส์ จะสื่อสารกับโลกไม่ได้ เพราะหมดพลังงาน

แต่ยานนิวฮอไรซันส์จะเดินทางต่อไป มุ่งหน้าออกนอกระบบสุริยะในที่สุด จากการสำรวจดาวพลูโต ของยานนิวฮอไรซันส์ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และข้อมูลใหม่มากมายเกี่ยวกับดาวพลูโต และดวงจันทร์ของดาวพลูโต เช่น ขนาดของดาวพลูโตที่แท้จริง ใหญ่กว่าที่เคยเข้าใจกันมา ที่สำคัญดาวพลูโต มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางจริงๆ 2,370 กิโลเมตร มากกว่าของดาวอีริส (Eris) ประมาณ 44 กิโลเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดาวพลูโตถูกปลดจากการเป็น "ดาวเคราะห์" ของระบบสุริยะ มาเป็น "ดาวเคราะห์แคระ" ที่มีดาวอีริส เป็น "จ่าฝูง" เมื่อปี ค.ศ.2006

โดยลักษณะเด่นของดาวพลูโตที่ยานนิวฮอไรซันส์ จับได้ตั้งแต่ก่อนถึงดาวพลูโตคือ แถบที่ราบสว่างเป็นรูปหัวใจ ซึ่งได้รับการตั้งชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการ โดยทีมงานของนิวฮอไรซันส์ เป็น Tombaugh Regio (แถบทอมโบ) ตามชื่อของ ไคลด์ ทอมโบ (Clyde Tombaugh) ผู้ค้นพบดาวพลูโต เมื่อปี ค.ศ.1930