ฉบับรวบรัด! ที่สุด 10 ข่าวดัง สะท้านวงการวิทยาศาสตร์โลก EP.1 - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ฉบับรวบรัด! ที่สุด 10 ข่าวดัง สะท้านวงการวิทยาศาสตร์โลก EP.1

ในรอบปี พ.ศ.2558 ผ่านมา วงการวิทยาศาสตร์ค้นพบอะไรให้กับชาวโลก อะไรคือแง่มุมใหม่ๆ สำหรับการพัฒนาไปข้างหน้า และอะไรคือความสูญเสีย ทุกแง่มุมเหล่านี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ของเรา จัดการรวบรัด ตัดตอน และย่นย่อให้เป็นเรื่องที่สุดแสนจะเข้าใจง่ายและเพลิดเพลิน มาเสิร์ฟให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ได้อ่านเพียงลัดนิ้ว

โดยคอลัมนิสต์ขาประจำ กูรูวงการวิทยาศาสตร์ไทยและเทศ ของทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์เรา รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ในวันนี้ เราจะขอเชื้อเชิญให้ อ.ชัยวัฒน์ ได้เริ่มต้นข่าวดังสะท้านวงการวิทยาศาสตร์โลก ที่อันดับ 10 ถึงอันดับ 6 เพื่อเรียกน้ำย่อย ส่วนอันดับที่ 5 ถึง อันดับ 1 นั้น แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ทุกท่าน สามารถติดตามอ่านได้ในวันส่งท้ายปี พ.ศ.2558 ในวันพรุ่งนี้ (31 ธ.ค.) ต่อไป...

งั้นเราไปเริ่มติดตามกันได้เลย!

จากใจ อ.ชัยวัฒน์​…พ.ศ.2558 มีข่าวใหญ่ ข่าวสำคัญวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย ข่าวใหญ่ที่สุด คือ การเดินทางของยานนิวฮอไรซันส์สำรวจดาวพลูโต บนโลกมีข่าวสำคัญชวนพิศวงเสมือนเป็นข่าวในแดนสนธยา คือการตัดต่อเปลี่ยนหัวคน และข่าวอื่นๆ ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านต่างๆ ทั้งวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ และการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ปี 2558 เป็นปี มีข่าวเกี่ยวกับคนไทย และ "ความเป็นไทยของข่าว" ซึ่งในการจัดทำ 10 ยอดข่าววิทยาศาสตร์ เป็นการจัดโดยใช้เกณฑ์เดียวกัน ทั้งในข่าวระดับโลกและในประเทศไทย ทำให้ในจำนวน 10 ยอดข่าวของทุกปี ที่ส่วนตัวผมได้จัดทำมาอย่างต่อเนื่องกว่าสิบปีแล้วมีข่าวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ไทย หรือที่เป็น "ไทย" น้อย ในการจัดอันดับความสำคัญของข่าวทั้ง 10 ข่าว

ก็ดังเช่นปีก่อนๆ คือ 3 ข่าวแรก ผู้เขียน จัดอันดับความสำคัญของข่าวอย่างตั้งใจ ส่วนข่าวที่ 4 ถึง 10 ผู้เขียน ก็ได้พยายามจัดอันดับความสำคัญเช่นกัน แต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญ อย่างไม่เคร่งครัดนัก

เราไปเริ่มต้นกันที่!

อันดับที่ 10 การจากไปของ “A Beautiful Mind ” : จอห์น แนช

วันที่ 23 พฤษภาคม โลกสูญเสียนักคณิตศาสตร์คนสำคัญของโลก คือ จอห์น แนช (John Nash) จากอุบัติเหตุรถยนต์ในนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา

จอห์น แนช เป็นนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะ ที่มีปัญหาทางด้านจิตเกิดอาการจิตหลอนเกี่ยวกับโครงการลับของรัฐบาลสหรัฐฯ และเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว แต่ความเป็นอัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์ของ จอห์น แนช นั้น เป็นที่ยอมรับทั่วโลกวิทยาศาสตร์ ผลงานคณิตศาสตร์ของเขา ที่จะอยู่คู่กับคณิตศาสตร์โลกตลอดไป คือ "Nash Equilibrium" (การสมดุลแนช) จากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ที่มีความยาวเพียง 27 หน้า และถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางทางด้านเศรษฐศาสตร์และอื่นๆ

เรื่องราวชีวิตของจอห์น แนช เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก จากภาพยนตร์ชีวประวัติของเขา เรื่อง "A Beautiful Mind" ออกฉายปี ค.ศ.2001 และทำให้ "A Beautiful Mind" เป็นสมญาชื่อของเขา จอห์น แนช ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี ค.ศ.1994 แต่ความใฝ่ฝันสูงสุดของจอห์น แนช คือ การได้รับการยอมรับทางด้านคณิตศาสตร์ และในที่สุด ความฝันของเขาก็เป็นจริง เมื่อเขาได้รับ รางวัลอะเบล (Abel Prize) ประจำปี ค.ศ.2015 เป็นรางวัลใหม่ในโลกวิทยาศาสตร์ เปรียบได้กับรางวัลโนเบลทางด้านคณิตศาสตร์ และการจากไปของจอห์น แนช พร้อมกับภรรยาชื่อ อะลิเซีย ก็เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเพิ่งเดินทางกลับจากการรับรางวัลอะเบล ที่ ประเทศนอร์เวย์

ทั้งนี้ จอห์น แนช เกิดวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ.1928 ถึงแก่กรรมวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ.2015 ขณะมีอายุ 86 ปี

อันดับที่ 9 หลักฐานใหม่ มีน้ำบนพื้นผิวดาวอังคาร

เดือนกันยายน องค์การนาซา แถลงการค้นพบข้อมูลใหม่ มีน้ำบนพื้นผิวดาวอังคาร ในปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ตลอดเวลา

ข้อมูลใหม่จากยานอวกาศ MRO (Mars Reconnaissance Orbiter) ของนาซาที่โคจรสำรวจดาวอังคาร พบร่องรอยหลักฐานของแร่ธาตุ และเกลือบนพื้นผิวดาวอังคาร ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่า บนดาวอังคารในปัจจุบัน มีน้ำในสภาพของเหลว อยู่บนดาวอังคารบางพื้นที่และไหลอยู่บนพื้นผิวดาวอังคารได้ แต่ไม่ใช่ตลอดเวลา ซึ่งจะตรวจพบแล้วโดยยานสำรวจดาวอังคารหลายลำ ในสภาวะปกติของดาวอังคารปัจจุบัน น้ำในสภาพของเหลวจะรวมตัวกัน หรือไหลอยู่บนพื้นผิวดาวอังคารไม่ได้ เพราะบรรยากาศของดาวอังคาร มีความหนาแน่นน้อยเกินไป น้ำ ที่อยู่ใต้ดินบนดาวอังคาร เมื่อขึ้นมาอยู่บนพื้นดิน ก็จะระเหยหายไปกับบรรยากาศทันที แต่หลักฐานใหม่แสดงว่า ในบางภาวะของสภาพอากาศ น้ำจากใต้ดินดาวอังคาร สามารถจะไหลขึ้นมาอยู่บนพื้นผิว และคงสภาพเป็นน้ำเหลว อยู่ได้เป็นเวลายาวนาน พอที่จะทิ้งร่องรอยหลักฐานที่ถูกตรวจพบ อย่างแน่นอน

การค้นพบใหม่เกี่ยวกับน้ำบนดาวอังคาร มีความสำคัญต่ออนาคตการสำรวจดาวอังคาร เพราะแสดงว่าบนดาวอังคารมีน้ำเป็นปริมาณมากอยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคาร และอยู่บนดาวอังคารได้อีกด้วย

อันดับที่ 8 เข็มทิศชีวิต กับอายุสั้น-ยาว และโรคหัวใจ

ผลการวิจัยวิเคราะห์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ สรุปชัดเจนว่า การตั้งเป้าหมายชีวิต มีความสำคัญต่อการยืนยาวหรือสั้นของอายุ และอาการโรคหัวใจ

ต้นเดือนธันวาคม รายงานการวิจัย โดยคณะวิจัยที่ MT. SINAI ST. LUKE ’S – Roosevelt Hospital นิวยอร์ก ตีพิมพ์ในวารสาร Psychosomatic Medicine : Journal of Behavioral Medicine สรุปผลการวิเคราะห์โดยเทคนิค Meta-analysis รายงานการศึกษาขนาดใหญ่ 10 รายงาน เกี่ยวข้องกับตัวอย่างสำหรับศึกษาจำนวนมากกว่า 136,000 คน จากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีเป้าหมายชีวิตที่ดี กับสุขภาพโดยรวม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยืนยาว หรือสั้นของอายุ และโรคหัวใจ อายุเฉลี่ยของตัวอย่างการศึกษา คือ 67 ปี ช่วงเวลาการติดตามสุขภาพของตัวอย่างเฉลี่ย คือ 7 ปี ในช่วงเวลาของตัวอย่างที่ศึกษา ตัวอย่างมากกว่า 14,500 เสียชีวิต จากสาเหตุต่างๆ ในขณะที่จำนวนมากกว่า 4,000 คน แสดงอาการโรคหัวใจ ผลการวิจัยพบว่า คนมีเป้าหมายชีวิต หรือเข็มทิศชีวิตที่มั่นคง มีอายุยืนยาวกว่าคนไม่มีเข็มทิศชีวิต ประมาณ 1 ใน 5 และมีความเสี่ยงต่ออาการโรคหัวใจอย่างชัดเจนด้วย ผลการศึกษาวิจัยนี้ ตอกย้ำความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งของสุขภาพกาย กับสุขภาพจิต หรือร่างกายกับจิตใจ

อันดับที่ 7 มนุษย์ออกจากแอฟริกาเร็วกว่าที่คิด

ฟอสซิลฟันของมนุษย์โบราณ ค้นพบใหม่ในประเทศจีน เป็นหลักฐานแสดงว่า มนุษย์โฮโมเซเปียนส์ เดินทางออกจากแอฟริกา มาอยู่ในเอเชีย เร็วกว่าที่เคยคิดกัน

รายงานการค้นพบ ฟอสซิลฟัน จำนวน 47 ซี่ ของคนอย่างน้อย 13 คน ในถ้ำที่จังหวัดฮูหนานประเทศจีนตอนใต้ ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เป็นหลักฐานใหม่ เปลี่ยนประวัติศาสตร์การเดินทางออกมาจากแอฟริกาของมนุษย์โฮโมเซเปียนส์ ว่า เกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยคิดกัน ระหว่าง 30,000 ถึง 70,000 ปี ตามทฤษฎี Out of Africa หรือทฤษฎีแม่อีฟ

มนุษย์โฮโมเซเปียนส์ มีต้นกำเนิดอยู่ในแอฟริกา เมื่อประมาณ 150,000 ถึง 200,000 ปี ก่อน แล้วเมื่อประมาณ 50,000 ปีก่อน พวกเขาจำนวนหนึ่ง เดินทางอพยพออกมาจากแอฟริกา เข้ามาสู่ เอเชีย แล้วจึงแพร่กระจายไปสู่ออสเตรเลีย ยุโรป แต่ตามหลักฐานใหม่ พวกเขาออกมาจากแอฟริกา แล้วเข้ามาอยู่ในเอเชีย คือ ตอนใต้ของจีนอยู่นานหลายหมื่นปี ก่อนจะเดินทางต่อไป

สาเหตุการพักอยู่ในจีนนานหลายหมื่นปี อาจเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็นกว่าของยุโรป ทำให้การอพยพต่อไปอยู่ในแนวทางตะวันออกของเอเชีย มากกว่าที่จะขึ้นสู่ทางเหนือ คือยุโรป และอาจเกี่ยวข้องกับมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล ที่เป็นเจ้าถิ่นเก่าในยุโรป

อันดับที่ 6 แช่แข็งมนุษย์ไทย คนแรก

กลางเดือนเมษายน รายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ และเป็นข่าวดังในประเทศไทย คือ การแช่แข็งร่างของคนไทยคนแรก เป็นเด็กหญิงอายุ 2 ขวบ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในสมอง

การแช่แข็งร่างของมนุษย์ ซึ่งหวังจะปลุกให้ตื่นในอนาคต เมื่อการแพทย์ก้าวหน้าที่จะรักษาโรค จริงๆ แล้ว การแช่แข็งร่างกายเอาไว้ มิใช่เรื่องใหม่ มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง จนกระทั่งเกิดเป็นศาสตร์ใหม่ เรียก "Cryonics " หรือ "Cryogenics" ที่ใช้ "ความเย็น" เป็นปัจจัยรักษาเซลล์ เนื้อเยื่อ ร่างกายของมนุษย์ และสิ่งอื่นๆ ให้คงสภาพเดิมอยู่ได้เป็นเวลายาวนานหลายสิบปี หรือเป็นร้อยปี

โดยการแช่แข็งร่างของมนุษย์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อประมาณ 50 ปีมาแล้ว แต่คนไทยคนแรก ที่ร่างกายถูกแช่แข็งเอาไว้ ชื่อ "น้องไอนส์" ลูกสาวของ นพ.สหธรณ์ เนาวรัตน์พงษ์ ที่เสียชีวิต เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2558 โดยขณะนั้น มีอายุเพียง 2 ขวบ

ปัจจุบัน ร่างของเธอถูกแช่แข็ง (ที่อุณหภูมิ - 196 องศาเซลเซียส) อยู่ที่มูลนิธิ ALCOR (Life Extension Foundation) ในสหรัฐอเมริกา เป็นลำดับที่ 134

โดยบิดาของ "น้องไอนส์" ยินดีเปิดเผยเรื่องการแช่แข็งบุตรสาว ด้วยเจตนาจะให้เป็นประโยชน์ด้านการแพทย์ และได้ร่วมสนับสนุนการจัดตั้ง กองทุนวิจัยรหัสพันธุกรรมเพื่อรักษาโรคมะเร็งในเด็ก (ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของ น้องไอนส์) ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนความหวังจะให้น้องไอนส์ ฟื้นคืนชีพจริงๆ ในอนาคตนั้น บิดาของน้องไอนส์ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ ย่อมตระหนักในความเป็นไปได้หรือไม่ในทางวิทยาศาสตร์ แต่ในความเป็นมนุษย์ ย่อมมีความหวังได้เสมอ ไม่ว่าจะน้อยนิดเพียงใดก็ตาม


advertisement