วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.เชียงใหม่รวบแก๊งเขมร ขโมยไอโฟน 6 นักท่องเที่ยว 13 เครื่อง

ตร.เชียงใหม่รวบแก๊งเขมร ขโมยไอโฟน 6 นักท่องเที่ยว 13 เครื่อง

  • Share:

ตร.เชียงใหม่ รวบแก๊งฉกทรัพย์นักท่องเที่ยวได้ผู้ต้องหา 5 ราย พร้อมของกลาง ไอโฟน 6-ไอแพด รวม 13 เครื่อง และทรัพย์สินอีกหลายรายการ โดยใช้ Find my iPhone หาตำแหน่งจนเจอตัว รับสารภาพก่อเหตุตามถนนคนเดิน กำลังจะกลับ กทม.ก็มาถูกจับก่อน

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.58 ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ธีรพล อินทรลิบ รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.วีระยุทธ ประสพโชคชัย ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่, พ.ต.ท.บัณฑิต จิตต์ภาคภูมิ รอง ผกก.สส. นำโดย พ.ต.ท.นิติพันธ์ สังขกร สว.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่, พ.ต.ต.ฐณศกณ ประมาณ สว.สส., ร.ต.อ.จารุวัฒน์ ใจสุบรรณ์ รอง สว.สส., ร.ต.อ.วิทยา ใจคำ รอง สว.สส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.ทท. นำโดย พ.ต.ท.ยุทธสิทธิ์ บุญกล่ำ รอง ผกก.4 บก.ทท. ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว Mr.Somnang Chan อายุ 36 ปี สัญชาติกัมพูชา Mr.Vannak Chan อายุ 19 ปี สัญชาติกัมพูชา Miss Ousa Chan อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา Miss Sreyka Chan อายุ 21 ปี สัญชาติกัมพูชา Miss Sokchan Hou อายุ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา

ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร” พร้อมของกลางในคดี เครื่องเล่น iPad สีขาว 1 เครื่อง กระเป๋าหนังสีน้ำเงินกรมท่า จำนวน 1 ใบ โทรศัพท์ไอโฟน 6 สีทอง จำนวน 1 เครื่อง กระเป๋าสะพายสีแดง 1 ใบ กระเป๋าใส่เงินสีลาย 1 ใบ บัตรประจำตัวประชาชน น.ส.วีรินทร์ ภากุลเดช 1 ใบ ใบอนุญาตขับขี่ น.ส.วีรินทร์ ภากุลเดช 1 ใบ บัตรเอทีเอ็ม และการ์ดชนิดต่างๆ จำนวน 21 ใบ กระเป๋าสะพายสีชมพู 1 ใบ โทรศัพท์ไอโฟน 6 สีเงิน จำนวน 13 เครื่อง มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเย็นวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.2558 มีถนนคนเดิน บนถนนราชดำเนิน อ.เมืองเชียงใหม่ ปรากฏว่าได้มีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ ล้วงกระเป๋าลักทรัพย์นักท่องเที่ยวบนถนนคนเดินหลายราย และผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ต.สมคิด ภูสด ร้อยเวรฯ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะบริเวณย่านถนนราชดำเนิน มีผู้เสียหายทั้งชาวไทยและชาวจีนถูกล้วงกระเป๋าทั้งหมด 15 ราย โดยเฉพาะผู้เสียหาย นายซิน เล่ย สัญชาติจีน ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ตนได้มาเดินเที่ยวบริเวณถนนคนเดินวันอาทิตย์ บนถนนราชดำเนินจากหน้าวัดพระสิงห์ไปถึงประตูท่าแพ โดยได้นำทรัพย์สินเป็นแท็บเล็ต ไอแพดสีขาว เคสหนังสีเทา โดยได้ใส่ไว้ในกระเป๋าเป้สะพายไว้ด้านหลังและมาทราบอีกครั้งพบว่า เครื่องเล่นไอแพดของตนได้หายไป

หลังจากรับแจ้งแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ติดตามโดยใช้แอพพลิเคชั่น Find my iPhone ปรากฏว่า ไอแพดเครื่องดังกล่าวปรากฏที่ตั้งอยู่บริเวณร้านชุมแพเนื้อกะทะ ถนนอัษฎาธร ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรุดไปตรวจสอบ ต่อมาพบกลุ่มผู้ต้องสงสัย จำนวน 5 คน กำลังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ จึงสั่งให้เครื่องไอแพดส่งสัญญาณเสียงปรากฏว่าเครื่องดังกล่าวอยู่ในกระเป๋าสีน้ำเงิน ที่วางไว้ที่ตักของผู้ถูกจับที่ 1 จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งได้แจ้ง ยศ ชื่อ ชื่อสกุล ตำแหน่งและสังกัดให้ทราบแล้ว เนื่องจากผู้ถูกจับที่ 2-4 ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จึงได้ให้ผู้ถูกจับที่ 1 ซึ่งสามารถพูดคุยสื่อสารภาษาไทยได้ดีเป็นล่ามแปลให้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอทำการตรวจค้นกระเป๋าจากผู้ถูกจับที่ 1 ก่อนการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ทราบจนเป็นที่พอใจแล้ว ปรากฏว่าพบไอแพด (ของกลางลำดับที่ 1) ซุกซ่อนอยู่ด้านใน

เมื่อสอบถามที่มา ผู้ถูกจับที่ 1 พยายามบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม จนในที่สุดได้รับสารภาพว่าเครื่องเล่นไอแพดดังกล่าว ตนกับพวกรวม 5 คน ได้ไปก่อเหตุลักทรัพย์มาจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบริเวณถนนคนเดินวันอาทิตย์ จากนั้นได้ตรวจกระเป๋าสะพายสีแดง ซึ่งผู้ถูกจับที่ 4 สะพายอยู่ พบโทรศัพท์ไอโฟน 6 สีทอง อยู่ในกระเป๋า เมื่อตรวจสอบพบว่ามีเลขอีมี่ตรงกับทรัพย์สินของ น.ส.พิมล โตจรัส อายุ 23 ปี ชาวบ้าน ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2558

ตามประจำวัน สภ.เมืองเชียงใหม่ ลำดับที่ 15 เวลา 21.30 น. ซึ่งผู้ถูกจับที่ 4 รับว่าโทรศัพท์เครี่องดังกล่าวได้มาจากการก่อเหตุลักทรัพย์ในงานถนนคนเดินวันอาทิตย์จริง ต่อมาได้ตรวจค้นกระเป๋าสะพายสีชมพู จากผู้ถูกจับที่ 3 พบของกลางเป็นกระเป๋าใส่เงินสีลาย เมื่อตรวจสอบพบบัตรประจำตัวประชาชนของ น.ส.วีรินทร์ ภากุลเดช อายุ 26 ปี ชาวบ้าน แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร,ใบอนุญาตขับขี่ บัตรเอทีเอ็ม และบัตรชนิดต่างๆ ที่ น.ส.วีรินทร์ ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2558

ตามประจำวัน สภ.เมืองเชียงใหม่ ลำดับที่ 23 เวลา 23.05 น. และตรวจพบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 สีเงิน อยู่ในกระเป๋าดังกล่าวด้วย เมื่อตรวจสอบพบว่า มีเลขอีมี่ตรงกับของ น.ส.วรางรัตน์ ก้องเกียรตินที ซึ่งได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่

ตามประจำวัน สภ.เมืองเชียงใหม่ วันที่ 20 ธ.ค.2558 ลำดับที่ 22 เวลา 23.00 น. เมื่อสอบถามผู้ถูกจับที่ 3 ได้รับสารภาพว่า ได้ลักทรัพย์สินดังกล่าวมาจากผู้เสียหายบริเวณถนนคนเดินวันอาทิตย์จริง โดยผู้ถูกจับทั้ง 5 ราย ได้รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้ร่วมกันลักทรัพย์จริงโดยแบ่งหน้าที่กันทำ โดยผู้ถูกจับที่ 1 รับว่าได้พาผู้ถูกจับที่ 2, 3, 4, 5 มาจากกรุงเทพฯ แล้วมาที่ถนนคนเดินวันอาทิตย์ โดยผู้ถูกจับที่ 2, 3, 4, 5 จะทำหน้าที่ล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วก็จะกระจายกันเก็บไว้ โดยเดินทางไปด้วยกันเป็นกลุ่ม มีผู้ถูกจับที่ 1 คอยคุมเชิงด้านหลังสุด ส่วนที่เหลือจะคอยล้วงเอาทรัพย์สินและเบียดตัวเข้าไปไม่ให้ผู้เสียหายรู้ตัว โดยจะเลือกก่อเหตุบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่พักของผู้ถูกจับทั้ง 5 ราย บริเวณห้องพักที่ 324 ลายไทยเกสท์เฮาส์ ถ.คชสาร ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อนำกระเป๋าใส่เสื้อของผู้ถูกจับทั้ง 5 ราย มาตรวจค้นโดยละเอียด พบทรัพย์สินหลายรายการที่คาดว่าได้มาจากการกระทำผิด

ทั้งนี้ ผู้ถูกจับที่ 2-4 รับสารภาพว่า ได้เดินทางมาจากประเทศกัมพูชา โดยโทรศัพท์ติดต่อผู้ถูกจับที่ 1 และผ่านด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2558 แล้วพักอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยพักที่โรงแรมนาซ่า เขตคลองตัน เป็นเวลา 2 คืน แล้วผู้ถูกจับที่ 1 ได้พาเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ วันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.2558 และเข้าพักที่โรงแรมลายไทยเกสท์เฮาส์ ถ.คชสาร ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้นในช่วงกลางคืนซึ่งมีงานถนนคนเดินวันอาทิตย์ ผู้ถูกจับที่ 1 ได้พาผู้ถูกจับที่ 2-4 ไปก่อเหตุล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว เมื่อได้ทรัพย์สินมาจำนวนหนึ่งแล้วได้แยกกันเก็บ แล้วพากันมานั่งรับประทานอาหารในร้านชุมแพเนื้อกะทะ เลขที่ 1 ถ.อัษฎาธร ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนจะถูกจับกุม โดยผู้ถูกจับทั้ง 5 คนยังรับสารภาพอีกว่า เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วตั้งใจจะขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ทันที จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเสียก่อน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้