Thairath Logo
กีฬา

รู้ผลสอบก่อนสิ้นปี คดีทุจริตราชภักดิ์

Share :
line-share-logo
โฆษกกห.ยัน แจงสังคมได้ ‘จ่านิว’พบตร. อ้างรับหมาย

“จ่านิว-สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์” ทำใจถึง เดินทางไปพบตำรวจรถไฟ ขอหมายเรียกที่เจ้าตัวยังไม่ได้รับ พร้อมรายชื่อผู้ที่ถูกออกหมายเรียกอีก 10 ราย ในข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน จากกรณีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ โฆษกกลาโหมระบุผลตรวจสอบสามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ก่อนปีใหม่ แหล่งข่าวทหารออกโรงโต้เลขาฯ นปช. ไม่มีคอนกรีตร้าว รวมทั้งกรณีต้นปาล์มตามที่ออกมาแฉ ด้านตำรวจบอกไม่มีหมายจับเพิ่มมือโพสต์ผังอุทยานฯอันเป็นเท็จ

กรณีตรวจสอบการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงเป็นที่จับจ้องของประชาชนทั้งประเทศ ขณะที่หลายหน่วยงานออกมายืนยันการก่อสร้างโครงการดังกล่าวเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีแกนนำกลุ่ม นปช. และกลุ่มประชาธิปไตยศึกษาต่างออกมาเคลื่อนไหว รวมทั้งมีผู้โพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ จนถูกทหารคุมตัวส่งให้ตำรวจดำเนินคดีแล้ว 2 ราย อยู่ระหว่างการเตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เผยความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฯว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ เชิญภาคเอกชนและบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหล่อและการจัดสร้าง ได้รับความร่วมมือรวมทั้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สัปดาห์หน้าคณะกรรมการฯจะเร่งรัดตรวจสอบและพิจารณาข้อมูลทั้งหมด เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและความเชื่อมโยงในประเด็นต่างๆให้เสร็จสิ้น คาดว่าสามารถนำเรียน รมว.กลาโหม ก่อนเปิดเผยต่อสาธารณะได้ภายในสิ้นปี

พล.ต.คงชีพกล่าวต่ออีกว่า สำหรับการตรวจสอบในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นในลักษณะคู่ขนานกับการทำงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงกลาโหม ถือว่าเป็นประโยชน์มาก ช่วยเสริมและขยายความกระจ่างชัดของข้อเท็จจริงทุกประเด็นให้สังคมได้รับทราบ โดยเฉพาะรายละเอียดการใช้งบประมาณที่เกี่ยวข้อง ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อประเด็นต่างๆ ตามช่องทางที่รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมกำหนด

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาให้ข้อมูลพบรอยร้าวพื้นที่คอนกรีตหลายจุดเป็นทางยาวรอบอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทางหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่อุทยานราชภักดิ์พบว่าไม่เป็นความจริง และออกมายืนยันไม่พบรอยร้าวบริเวณพื้นคอนกรีต หากมีรอยร้าวจริงรถยนต์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวจะไม่สามารถเข้ามาจอดได้ การก่อสร้างเทคอนกรีตรอบพื้นที่อุทยานฯที่ผ่านมา ดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการโดยทหารช่างและบริษัทเอกชน ขณะนี้อุทยานราชภักดิ์ยังคงเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ รวมทั้งมีหน่วยงาน ต่างๆเข้ามาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่หากมีข้อสงสัยสามารถตรวจสอบได้

แหล่งข่าวจากกองทัพบกรายเดิมยังยืนยันต่ออีกว่า กรณีนายณัฐวุฒิตั้งข้อสังเกตต้นปาล์มที่อยู่ด้านหลังไม่ได้ติดรายชื่อผู้ร่วมกิจกรรมบริจาคเงินเข้ากองทุนอุทยานราชภักดิ์ ขอชี้แจงว่าการปลูกต้นปาล์ม ทางสวนนงนุชเป็นผู้บริจาคต้นปาล์มมาให้ฟรีจริง ส่วนการจัดกิจกรรมปลูกต้นปาล์มนั้นจัดให้ปลูกเฉพาะโซนที่อยู่แถวหน้าตามที่นายณัฐวุฒิเห็นรายชื่อผู้ร่วมบริจาค ส่วนต้นปาล์มที่อยู่ด้านหลังไม่ได้จัดกิจกรรม เป็นการนำมาปลูกเพื่อประดับพื้นที่เท่านั้น

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี กก.1 บก.รฟ. ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนักศึกษาและพวก 11 ราย นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ในข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน ขัดประกาศคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 3/2558 หลังนัดหมายที่สถานีรถไฟธนบุรี นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อจัดกิจกรรมส่องแสงหากลโกง ก่อนถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติในค่ายทหารนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.20 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี กก.1 บก.รฟ. เพื่อขอรับหมายเรียก เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่ได้รับหมายเรียก พร้อมขอทราบรายชื่อผู้ถูกออกหมายเรียกในคดีนี้ที่เหลือทั้งหมด ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา อายุ 31 ปี น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว อายุ 22 ปี น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ อายุ 22 ปี นายธเนตร อนันตวงษ์ อายุ 25 ปี นายกิตติธัช สุมาลย์นพ อายุ 33 ปี นายวิศรุต อนุกูลการย์ อายุ 23 ปี นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ อายุ 29 ปี นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 23 ปี น.ส.กรกนก คำตา อายุ 22 ปี นายวิจิตร หันหาบุญ อายุ 26 ปี ภายหลังนายสิรวิชญ์กล่าวว่าเตรียมนัดหมายผู้ถูกออกหมายเรียกทั้งหมดมาหารือในช่วงเย็นวันนี้ก่อนแจ้งให้ทราบถึงแนวทางการปฏิบัติต่อไป

สำหรับรายชื่อผู้ออกหมายเรียกทั้ง 11 ราย ตรวจสอบพบทั้งหมดเป็นผู้อยู่บนขบวนรถไฟ 255 ที่มุ่งหน้าไปอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติที่ บก.ควบคุมส่วนหน้า พล.ร.9 พุทธมณฑล ทั้งหมดเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.มาตั้งแต่ปี 57 ทำให้หลายคนมีคดีค้างเก่าติดตัว อาทิ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายอานนท์ นำภา อยู่ระหว่างศาลทหารอนุมัติปล่อยตัวชั่วคราว ในข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน ขัดประกาศ คสช. ฉบับที่ 3/2558 ม.116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้งคู่เป็นแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ จัดกิจกรรมเลือกตั้งที่ (ลัก) รัก หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ ขณะที่ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ เป็น 2 ใน 14 กลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่หรือเอ็นดีเอ็ม ถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ข้อหาชุมนุม เกิน 5 คน ขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 3/2558 ขณะไปรวมตัวทำกิจกรรมชุมนุมต้าน คสช.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อมาทั้งหมดปฏิเสธไม่ขอประกันตัว จนในที่สุดศาลทหารต้องมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ผัดที่ 2 ทำให้ต้องปล่อยตัวทั้งหมดในที่สุด ทั้งคู่ยังมีหมายจับของ สน.ปทุมวัน ในคดีชุมนุมหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 58 ส่วนนายกิตติธัช สุมาลย์นพ หรือแชมป์แซนด์วิช เคยถูกทหาร ม.พัน 1 รอ. อุ้มไปปรับทัศนคติ ขณะไปจัดกิจกรรมนั่งกินแซนด์วิช ที่ลานน้ำพุ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เป็นต้น

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.กองแผนงานคดีอาชญากรรม บช.สยศ. เผยความคืบหน้าการติดตามตัวผู้โพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ว่าขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่ม ส่วนกระแสข่าวนายธเนตร มีความผิดปกติทางจิตนั้น ขณะรับตัวผู้ต้องหาจากทหาร แพทย์จาก รพ.ตร. ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ อยากฝากถึงประชาชนว่า อย่าตื่นตระหนกและวิตกกับการกดไลค์ กดแชร์ เพราะพนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจรวบรวมพยานหลักฐาน โดยดูที่การกระทำและเจตนาเป็นหลัก หากประชาชนกดไลค์ กดแชร์ ข้อความหมิ่นสถาบันฯ และกระทบต่อความมั่นคงถือว่าเป็นการเผยแพร่ซ้ำจะเข้าข่ายการกระทำความผิดทันที

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ส่งหนังสือถึง ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะ ประธานกรรมการควบคุมการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้พิจารณาว่าสมควรต้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำลักษณะฝ่าฝืนประกาศ ระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการเรี่ยไรเงินในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์หรือไม่ โดยให้พิจารณาว่า 1.เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดำเนินการขอรับเงินบริจาคในโครงการอุทยานราชภักดิ์ควรถูกดำเนินการทางวินัยหรือไม่อย่างไร 2.หน่วยงานของรัฐคือมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 40 แห่ง ที่ลงมติเห็นชอบบริจาคเงินแห่งละ 100,000 บาท นั้น เป็นการประชุมที่ขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการเรี่ยไรเงินหรือไม่ 3.เงินบริจาคของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 40 แห่ง เป็นเงินที่นำมาจากงบประมาณหรือไม่ การใช้เงินดังกล่าวมาจากแผนงานใดของงบประมาณปี 58 ทำได้โดยชอบหรือไม่ หากไม่ชอบจะถือเป็นความเสียหายทางละเมิดที่ต้องหาผู้รับผิดชอบ

4.มีเหตุผลใดที่ต้องรอผลสอบจากคณะกรรมการอื่นตามความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม รอง นายกฯ 5.การที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ใช้สถานะ ผบ.ทบ.มีหนังสือขอบริจาคเงินไปถึงบุคคลหรือหน่วยงานของรัฐ ไม่ได้ขออนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรจะขัดต่อระเบียบหรือไม่ 6.การดำเนินทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องพิจารณาเป็นราย กรณีหรือรายครั้งหรือไม่ 7.การพิจารณาบทลงโทษจะต้องพิจารณาเป็นรายกรณีหรือรายครั้งหรือไม่ 8.หากการขอบริจาคเข้าข่ายผิดระเบียบการเรี่ยไรควรมีการพิจารณาต่อไปว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนเท่าใดและต้องดำเนินการทางวินัยหรือกฎหมายด้วยหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม...