ข่าว
100 year

ประยุทธ์เอาจริง คาดโทษ! ขรก.ทำเกียร์ว่าง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์28 พ.ย. 2558 04:58 น.
SHARE

เรือแป๊ะเป็นแพขนานยนต์สั่งล่าอีก7รายคดีป่วนเมือง โจกนปช.แห่แก้ต่างพัลวัน

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะถกหัวส่วนราชการ สั่งรวบยอดคุมเข้มความปลอดภัยทุกพื้นที่ยาวไปจนหมดอายุรัฐบาล คสช. ลั่นให้ตามรวบขบวนการป่วนให้ครบแก๊ง “บิ๊กป้อม” บอกยอมตกเป็นเป้าพร้อมนายกฯแต่ไม่อยู่นิ่ง “บิ๊กต๊อก” แจงคุมขัง 2 ผู้ต้องหาใน มทบ.11 มั่นใจมาตรฐานสูงกว่าเรือนจำทั่วไป ตำรวจตามแกะรอยกลุ่มมือโพสต์หมิ่นหลบอยู่ต่างประเทศ แกนนำ นปช. กังขาจับอดีต ตชด.ตั้งข้อหา ม.112-พ.ร.บ.คอมพ์ เย้ยแค่คนแก่ไร้ศักยภาพซ่องสุมกำลัง-อาวุธประทุษร้าย “ณัฐวุฒิ” จี้รัฐบาลนำตัวผู้ต้องหาแถลงข่าวสร้างความกระจ่าง “มีชัย” ย้ำชัดกติกาใหม่ให้เลือก ส.ว.ทางอ้อมจากกลุ่มองค์กรทางสังคม เปิดกว้างไม่จำเป็นต้องมีปริญญา ชักใบแดงไล่คนโกง ห้ามลงสมัคร ส.ส.ตลอดชีวิต บ้านเลขที่ 109-111 หายห่วงได้ลงสนามเลือกตั้งชัวร์

จากกรณีที่มีการจับกุม จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ อดีต ตชด.และนายณัฐพล ณวรรณ์เล 2 ผู้ต้องหาคดีผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่เตรียมวางแผนก่อกวนงานสำคัญ โดยพุ่งเป้าประทุษร้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.สั่งฝ่ายความมั่นคงระดมทหาร-ตร.คุมเข้มช่วงงานสำคัญทุกพื้นที่ยาวไปจนพ้นอายุรัฐบาลชุดนี้

“บิ๊กตู่” สั่งคุมเข้มช่วงงานสำคัญ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 พ.ย.ที่สำนัก งบประมาณ กระทรวงการคลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเป็นประธานคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าว่า เรื่องของความมั่นคงได้สั่งการให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะจะมีนักท่องเที่ยวมาไทยมากขึ้นให้ดูทั้งเรื่องการจราจร จุดที่แออัด ดูในเรื่องของเส้นทางการบิน ปรับแผนสำคัญทุกคนต้องช่วยกันระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุ ฝากตำรวจ-ทหาร อย่างเดียวไม่ได้ คงไปไม่รอด เพราะคนจำนวนมาก ตำรวจ ทหารก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ สั่งให้เปิดช่องทางแจ้งเหตุ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่จะมีกิจกรรมสำคัญๆได้สั่งให้เพิ่มสายตรวจ ชุดเคลื่อนที่เร็ว มีทั้งเจ้าหน้าที่ ตำรวจและทหาร ดังนั้น อย่าตื่นตระหนกก็แล้วกัน โดยเฉพาะพื้นที่จราจรติดขัด พื้นที่ที่มีความเสี่ยง เส้นทางสำคัญๆ และติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม

ลั่นพวกป่วนจับขึ้นศาลลูกเดียว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เหมือนช่วงที่ผ่านมามีการตรวจสอบพบความเคลื่อนไหวป่วนกรุง โดยให้เป็นเรื่องของกระทรวงยุติธรรมเพราะใครก็ปฏิเสธได้ทั้งนั้น แต่กฎหมายหลักฐานว่าอย่างไรใครก็ปฏิเสธไม่ได้ หากวันนี้สารภาพ วันหน้าปฏิเสธอีกต้องปล่อยให้เป็นกระบวนการยุติธรรมไม่อย่างนั้นจะถูกกล่าวหาว่า จับแล้วปล่อย ดังนั้นต้องนำเข้ากระบวนการของศาล ไม่ใช่ไปกลับคำให้การถึงจะต้องมีอาชีพทนายความ และขอฝากคนในอาชีพนี้ว่า สิ่งใดที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หากแก้ให้เขามากๆมองแต่เรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างเดียว คนเหล่านี้ได้ใจตลอด เคยตัว แล้วมีแต่ จะแรงขึ้นๆอยู่กับกฎหมายใช้ช่องว่างของกฎหมายเอามาเรียนรู้ กระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายเลย จึงต้องสร้างการเรียนรู้ให้มากขึ้น

ย้ำต้องตามรวบตัวให้ได้ทั้งหมด

เมื่อถามว่า การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านความมั่นคง จะให้ยาวไปถึงช่วงเทศกาลปีใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ดูแลไปตลอดในช่วงที่รัฐบาลผมยังอยู่ ในเมื่ออยู่กันเงียบๆไม่ได้ แล้วมีเหตุการณ์ อย่างนี้ขึ้นมาก็ต้องดูแลกันใหม่มากขึ้น สร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่น ก็อย่าไปบั่นทอนความเชื่อมั่นไม่ใช่ไปบอกว่าทหารออกมาตำรวจออกมาเยอะๆ สร้างความตื่นตระหนก สร้างความเสียหาย แล้วเวลาพวกมันทำประเทศเสียหายหรือไม่ ผมพยายามทำไม่ให้เสียหายแต่ก็พยายามจะกลับไปที่เก่า แล้วคนที่ถูกจับมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องหรือยัง ซึ่งทางตำรวจได้รายงานผมมาแล้ว แถลงข่าวไปแล้ว ในเมื่อเป็นหน้าที่ที่ผมมอบนโยบายไป คนรับผิดชอบก็ไปทำงานมา รายงานหัวหน้าไม่ใช่ว่าผมต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ผมเองก็ต้องรู้ทุกเรื่องเพื่อเอาไว้ตอบสื่อ ตอนนี้ก็กำลังสอบสวนต่อออกหมายจับ 9 คน หนีได้ 7 คน ที่เหลือตามจับอยู่ ต้องตามจับให้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งสิ้น ก็ตามจับอยู่”

“ประวิตร” ไม่หวั่นปัดเพิ่ม รปภ.

ที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายหลังจากที่มีการออกหมายจับกลุ่มบุคคลวางแผนประทุษร้ายว่า มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ได้มีความเข้มข้นขึ้นแต่อย่างใด เพราะตนไม่ได้ทำอะไรใครมีหน้าที่ทำงานให้กับประเทศและประชาชน ดังนั้น จะไปขัดแย้งกับใครและจะมีใครมาทำอะไรตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย อีกทั้งตนไม่ใช่แกนหลักของรัฐบาลเป็นเพียงแค่รองนายกรัฐมนตรี คนที่ตัดสินใจคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.แต่ตนเป็นเพียงผู้รับผิดชอบร่วมกับนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ที่มาบอกว่าตนตกเป็นเป้าหมายพร้อมนายกฯก็ไม่เป็นอะไรเพราะเป้าก็เคลื่อนที่ไปมาไม่ได้อยู่กับที่

“จตุพร” เย้ยจับ ตชด.แก่สิ้นสภาพ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลผ่านยูทูบ ถึงกรณีการจับกุม จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ อดีต ตชด.และนายณัฐพล ณวรรณ์เล เป็นผู้ต้องหากรณีวางแผนป่วนเมือง โดยเชื่อมโยงกับกลุ่ม นปช.ว่า จ.ส.ต.ประธิน และนายณัฐพล ถูกอุ้มจากบ้านพักไปเก็บตัวที่ค่ายทหาร ก่อนงานซ้อมปั่นเพื่อพ่อที่ จ.ขอนแก่น 2 วัน และเมื่อถึงงานซ้อมปั่นเพื่อพ่อ 22 พ.ย.กลับไม่มีเหตุการณ์ป่วนเกิดขึ้น ที่ตำรวจระบุว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นกลุ่มขอนแก่นโมเดล มีแนวคิดก่อการร้าย ซ่องสุมกำลังพลและอาวุธ พร้อมยึดค่ายทหารและตำรวจนั้น ภริยาของ จ.ส.ต.ประธิน บอกว่า สามีมีสภาพคนแก่ สิ้นหวัง ตกงานอยู่บ้าน ไม่มีศักยภาพซ่องสุมกำลังทำขอนแก่นโมเดล ส่วนนายณัฐพลไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กมานานแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนจึงไม่มีพฤติกรรมป่วนหรือประทุษร้ายได้แต่อย่างใด

กังขายัดข้อหา ม.112-พ.ร.บ.คอมพ์

นายจตุพรกล่าวว่า ขอถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เชื่อหรือว่า ทั้งสองคนสะสมอาวุธ กำลังคน วางแผนยึดค่ายทหาร ตำรวจ เพื่อก่อเหตุรุนแรง ถ้าเป็นจริงแล้วเหตุใดไปตั้งความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การแถลงข่าวของตำรวจเอาง่ายเข้าไว้ โยงผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนพันกับเหตุการณ์ขอนแก่นโมเดลให้เป็นเรื่องใหญ่โต พร้อมปฏิเสธว่า ไม่ใช่การสร้างเรื่องกลบข่าวอุทยานราชภักดิ์ ยืนยันว่า ตนไม่รู้เรื่องเหตุการณ์ขอนแก่นโมเดล และ นปช.ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย อยากเรียน พล.อ.ประยุทธ์ว่า การชุมนุมของ นปช.มีคนมาร่วมหลายแสนคน ตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ขอบอกว่าถ้าค่ายทหารขอนแก่นหรือทั้งประเทศ ถูกตำรวจเกษียณยึดค่ายได้ อย่ามีค่ายทหารเลย คนพวกนี้จะไปยึดโรงพยาบาลบ้ายังไม่มีปัญญาเลย

“เต้น” จี้นำผู้ต้องหาแถลงข่าว

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า การจับกุมตัวกลุ่มคนที่เตรียมก่อเหตุวุ่นวายและปองร้ายบุคคลสำคัญมีหลักฐานชัดเจน แต่ขณะนี้ไม่มีใครทราบว่า หลักฐานที่อ้างคืออะไร เมื่อพิจารณาตัวตนของผู้ต้องหายิ่งน่าสงสัยว่า คนพวกนี้มีศักยภาพเพียงพอก่อการหรือไม่ ถ้าจะให้ชัดรัฐบาลต้องนำตัวผู้ถูกจับกุมมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน สังคมจะได้ใช้วิจารณญาณว่า คือนักล่าที่มีคนระดับนายกฯเป็นเหยื่อ หรือเป็นเหยื่อที่ถูกล่า เพื่อแก้ปัญหาการเมืองให้ผู้มีอำนาจ เพราะอยู่ๆรัฐบาลก็เปิดเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วชี้ว่าเกี่ยวข้องกับ นปช. ยังนึกไม่ออกว่า นปช.ไปเกี่ยวข้องในเรื่องที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดได้อย่างไร ถ้าเป้าหมายเรื่องนี้อยู่ที่การเบี่ยงเบนประเด็นทุจริตอุทยานราชภักดิ์ มั่นใจว่าไม่สำเร็จ เพราะกรณีนี้ยังขาดน้ำหนักให้สังคมเชื่อ

“เหวง” โวยแค่ป้ายสีกลบข่าวฉาวโฉ่

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คนที่ถูกจับกุมถูกกล่าวหาว่าวางแผนลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตร นั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เห็นได้ว่ารอบตัวนายกฯและรองนายกฯมีการอารักขาอย่างเข้มงวดแทบจะกล่าวได้ว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ดูศักยภาพแล้วเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะไปลอบสังหาร เรื่องนี้เป็นความพยายามที่จะใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดงที่มีอยู่เป็นแสนเป็นล้านตั้งใจสร้างเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมจากเรื่องอุทยานราชภักดิ์ที่ฉาวโฉ่ขึ้นทุกที ไม่เกี่ยวข้องกับ นปช.เลยเพราะนโยบาย นปช.ดำเนินการโดยสันติวิธีปราศจากอาวุธ ใครที่ดำเนินการรุนแรงเราปฏิเสธหมด และเท่าที่ติดตามจากสื่อทราบว่าบางคนที่ถูกจับกุมเป็นคนสติไม่ดีด้วยซ้ำจะไปวางแผนลอบสังหารได้อย่างไร

เผยขังใน มทบ.11 สบายกว่า

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กรณีการควบคุมตัว จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ และนายณัฐพล ณ วรรณ์เล 2 ผู้ต้องหา ม.112 และเป็นสมาชิกเครือข่ายขอนแก่นโมเดล ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11นั้น ตนไม่ได้สั่งการหรือเพิ่มมาตรการอะไรพิเศษ ที่ผ่านมาย้ำตลอดว่า เรือนจำชั่วคราวเป็นเรือนจำกรมราชทัณฑ์ จะไปอยู่ในค่ายทหารหรือตำรวจก็เป็นเรือนจำราชทัณฑ์ มีมาตรฐานเหมือนเรือนจำถาวรทั่วไปอยู่แล้ว จริงๆต้องบอกว่าเรือนจำ มทบ.11 ทั้งด้านสถานที่และการดูแลสูงกว่าเรือนจำถาวรด้วยซ้ำ เพราะเรือนจำถาวรต้องอยู่รวมกันกับผู้ต้องขังจำนวนมาก ที่นอน ที่กิน ห้องน้ำ มันติดขัดไปหมด แต่เราไม่ได้ทำให้สิทธิเขาในเรือนจำถาวรลดลง แต่ในเรือนจำชั่วคราวมันทำให้เกิดความสะดวก มีห้องน้ำในตัวด้วย มาตรฐานสูงกว่าเรือนจำถาวร แต่สิ่งที่เปิดเรือนจำชั่วคราว มทบ.11 เพราะต้องการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการสอบสวนคดีสำคัญๆเท่านั้น

ซัดทอดผู้บงการอยู่ต่างประเทศ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม บช.สยศ. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายขอนแก่นโมเดลพร้อมอาวุธร้ายแรงเตรียมวางแผนการป่วนช่วงเทศกาลสำคัญว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ อายุ 60 ปี และนายณัฐพล ณ วรรณ์เล อายุ 26 ปี ตามความผิดมาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 9 ราย ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาหลบหนีอีก 7 ราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งส่งเอกสารไปตามด่านตรวจคนเข้าเมืองด่านต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามจับตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาที่จับกุมได้ 2 รายดังกล่าว จากการสอบสวนเริ่มมีการให้การซัดทอดไปยังกลุ่มบุคคลที่โพสต์ข้อความกล่าวอ้างหมิ่นสถาบันฯทางโซเชียล-มีเดีย ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ หากพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 9 รายก็จะออกหมายจับเพิ่มเติม

“มีชัย” ย้ำชัดเลือก ส.ว.ทางอ้อม

อีกเรื่องเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญเมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวก่อนการประชุมกรธ.ว่า กรธ.ยืนยันในหลักการให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากองค์กรนิติบุคคล และกลุ่มสังคม แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่า จะมีกลไกการเลือก ส.ว.อย่างไร เพื่อให้ได้ ส.ว.ที่เหมาะสมกับสังคมไทย และป้องกันการล็อบบี้การเลือก ส.ว. ส่วนอำนาจและหน้าที่ของ ส.ว.จะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญในอดีตกำหนด โดยไม่ให้ ส.ว.มีอำนาจถอดถอน จะให้อำนาจถอดถอนบุคคลไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญแทน หากเป็นกรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำขัดรัฐธรรมนูญ ถูกกล่าวหาในคดีถอดถอน จะให้เป็นหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณา ขณะเดียวกัน กรธ.มีความคิดว่า จะปรับปรุงการพิจารณากฎหมายของวุฒิสภาให้รวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่ ส.ว.ต้องพิจารณากฎหมายที่ส่งมาจากสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระ ทำให้เกิดความล่าช้า จึงควรหาทางลดขั้นตอนในส่วนนี้ อาจกำหนดกรอบเวลาให้ ส.ว.พิจารณารับหลักการวาระ 1 และพิจารณารายมาตรา วาระ 2 โดยรวดเร็วมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาการพิจารณาของ ส.ว.มีขั้นตอนยาว ซ้ำซ้อนค่อนข้างมาก

ยังไม่เคาะคดีโกงไร้อายุความ

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนแนวคิดเรื่องการให้คดีทุจริตไม่มีอายุความนั้น กรธ.ยังไม่ได้พิจารณาแต่อยู่ระหว่างการหารือกับศาลฎีกาเกี่ยวกับกระบวนการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อหาข้อสรุปว่า ควรให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายได้พร้อมกัน หรือจะให้อุทธรณ์ได้เฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง และขั้นตอนหลังจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ มีมติรับคำร้องจะมีกระบวนการพิจารณาคดีอย่างไร เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากอะไรถึง กรธ.ในการประชุมแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่ 25 พ.ย.หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่ฝากอะไรเป็นพิเศษ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ให้หนังสือมาอ่านหนึ่งเล่ม มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศและปัญหากับดักในระบอบประชาธิปไตย ตนยังไม่มีเวลาอ่านจบเล่ม แต่มอบให้ กรธ.ไปศึกษาแล้ว ยืนยันว่าการร่างรัฐธรรมนูญจะทันตามกรอบที่กำหนดไว้แน่นอน

เปิดกว้าง ส.ว.ไม่ต้องจบ ป.ตรี

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า กรธ.ได้วางหลักการให้ ส.ว.มี 200 คน มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มสังคมต่างๆ 20 กลุ่ม เฉลี่ยกลุ่มละ 10 ที่นั่ง อาทิ กลุ่มแรงงาน กลุ่มสื่อสารมวลชน กลุ่มสิทธิสตรี กลุ่มผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดกลุ่มสังคมรูปแบบใดให้เกิดความลงตัวและครอบคลุมมากที่สุด ไม่ให้เกิดการตกหล่น กรธ.กำลังวางกลไกให้กลุ่มสังคมลงทะเบียนเพื่อยืนยันความเป็นสังคมของแต่ละกลุ่มให้ง่ายต่อการเลือกตั้งทางอ้อม ส่วนคุณสมบัติ ส.ว. เบื้องต้นอาจไม่มีการกำหนดระดับการศึกษาของ ส.ว.ว่าต้องจบปริญญาตรีเหมือนที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มสังคมที่หลากหลาย

ห้ามคนโกงสมัคร ส.ส.ตลอดชีพ

ต่อมาเวลา 13.30 น. มีการประชุม กรธ. มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาในหมวดรัฐสภา ภายหลังการประชุมนายนรชิต สิงหเสรี โฆษก กรธ.แถลงว่า ที่ประชุมพิจารณาหมวดรัฐสภา เรื่องการประกาศผลเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 30 วัน และต้องได้ ส.ส.เกินร้อยละ 90 หรือร้อยละ 95 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกตำแหน่งประธานและรองประธานผู้แทนราษฎร แต่หากเสียง ส.ส.ไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กำหนด กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่และประกาศรับรองผล ส.ส.ให้ได้ภายใน 15 วัน ส่วนลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.นั้น เบื้องต้น กรธ. กำหนดข้อห้ามคือ บุคคลที่ถูกจำคุกจริงในคดีอาญา ยกเว้นคดีหมิ่นประมาทหรือคดีลหุโทษ ส่วนคดีทุจริตที่ถูกศาลตัดสินถึงที่สุดและผู้ที่ได้รับโทษดังกล่าว แต่ได้รับยกเว้นโทษตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินจะไม่สามารถมาลงสมัคร ส.ส.ได้ ส่วนกรณีนักการเมืองบ้านเลขที่ 109 และ 111 ที่พ้นโทษทางการเมืองมาแล้วลงสมัคร ส.ส.ได้ แต่ในส่วนผู้ที่ถูกถอดถอนนั้น กรธ.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณายังไม่ได้ข้อยุติ

“ชวน” ชี้ปัญหาอยู่ที่คนไม่ใช่ รธน.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของ กรธ.ว่า ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เช่นกัน แต่ยังไม่ทราบว่าหน้าตาจะออกมาอย่างไร ยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองไม่ได้เกี่ยวกับตัวบทรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องพฤติกรรมของคนที่เป็นผู้ก่อปัญหามากกว่า ดังนั้น ขออย่าไปหลงทางแม้แต่ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันก็ไม่ได้เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญเพราะเป็นเรื่องของคนทั้งสิ้น คนใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันคอร์รัปชันก็มีไม่คอร์รัปชันก็มี ฉะนั้นปัญหาเรื่องคนเป็นจึงเป็นเรื่องสำคัญ

จวก “เสรี” ชงลดจำนวน ส.ส.

นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเมือง สปท.ที่เสนอให้มี ส.ส.ระบบเขตเพียงอย่างเดียวจำนวน 400 คนว่า ตนติดใจเดิมที่เคยมี 500 คน ทั้งที่จำนวนประชากรมีเพิ่มมากขึ้น เดิมสัดส่วน ส.ส. 1 คนต่อประชาชน 1.5 แสนคน การจำกัดจำนวนให้ลดลงจากเดิมถึง 100 คน ไม่ตอบโจทย์ในการดูแลพื้นที่และเป็นปากเสียงให้ประชาชน ไม่แปลกใจเพราะคนที่เคยเป็น ส.ส.มาจากการเลือกตั้งจะคิดถึงการดูแลทุกข์สุขของประชาชนเป็นหลัก แต่คนที่เข้าสู่ตำแหน่งด้วยวิธีพิเศษไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่เคยคิดถึงเรื่องดังกล่าว ถามว่า การชงเรื่องให้มี ส.ส.แค่ 400 คน สอดรับกับการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อทำลายพรรคการ เมืองใหญ่ เอื้อพรรคเล็กในการจัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาลในอนาคตใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นถือว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองในอนาคตหรือไม่

นายกฯคาดโทษ ขรก.เกียร์ว่าง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2559 (ปีงบประมาณ) ซึ่งครั้งนี้มี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายนายกฯเข้าร่วมประชุมด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ขอให้ทุกภาคส่วนเร่งรัดการทำงานและจะมีการประเมินตามกรอบระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณต้องเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะงบฯของจังหวัด ที่กระทรวงมหาดไทยดูแล มี ผวจ.และนายอำเภอเป็นกำลังหลักที่จะช่วยทำงานในภาพกว้างให้เกิดผลสัมฤทธิ์คุ้มค่า เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น หากดำเนินการไปแล้วไม่มีความคืบหน้าต้องมีการลงโทษ

เร่งเครื่องขอเป็นแพขนานยนต์

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลวันนี้เสมือนนำเรือข้ามแม่น้ำ 5 สาย ไม่ใช่เรือแป๊ะ เพราะความหมายของเรือแป๊ะถ้าเป็นเรือจ้างเรือแจวต้องมีคนรับจ้างพายเรือข้ามฟากต้องตามใจคนพาย อยู่ดีๆจะบอกว่าไม่ขอไปเส้นโน้นขออ้อมไปอีกเส้นหนึ่งเขาไม่ไปหรอกเพราะจะตายเปล่าๆเรียกว่าตามใจแป๊ะแจวเรือจ้าง ตนไม่ใช่เรือจ้างที่พาพวกท่านไปส่งแต่เป็นแพขนานยนต์ ต้องไปให้เร็วไปด้วยกันทั้งหมดเอาประชารัฐไปด้วยเพราะแค่เรือแป๊ะมันไม่พอ ถ้าทุกคนแยกเรือกันไป ติเรือทั้งโกลน ติโขนยังไม่ทรงเครื่อง มันก็ไปไม่ได้ เคยอ่านนิทานอีสปไหม ติเรือทั้งโกลนขณะที่ยังสร้างไม่เสร็จจะติไปทำไม

เมื่อถามว่า แพขนานยนต์จะแตกก่อนปี 60 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “อยู่ที่เธอ ไม่ได้อยู่ที่ฉัน ฉันต่อแพแล้ว ถ้าจะทำแพแตกก็เป็นเรื่องของท่านก็จมน้ำกันไป ผมว่ายน้ำเป็นอยู่แล้ว ถ้าไม่ไปด้วยกันก็ตายหมด นอกจากว่ายน้ำไม่เป็นยังเหยียบกันตาย มันแย่งทะเลาะกันเอาเปรียบกัน ต่างคนต่างอยากอยู่ตรงกลาง อย่าลืมต้องค้ำถ่อทุกด้าน อย่างเท่าเทียมกัน สื่อต้องสอนคนอย่างนี้ให้เด็กเข้าใจ อย่าเขียนคำศัพท์สวิงสวายจะไม่รู้เรื่อง

เตือนระวังทุกอย่างพังก่อนปี 60

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีการนำประเด็นอุทยานราชภักดิ์มาทำลายศรัทธาประชาชนที่มีต่อรัฐบาลด้วยว่า จะไปขยายความให้เขาทำไม เรื่องนี้มาขยายกันอยู่ได้ ตนไม่ได้ช่วยหรือเข้าข้างใคร ถ้ายังขยายความแบบนี้ กระบวนการยุติธรรมเสียหาย พูดเรื่องความรับผิดชอบกันอยู่นั่น วันนี้ประเทศติดไปทุกอย่าง มัวแต่อยู่ในความขัดแย้ง การทำทุกอย่างมันต้องมีปัญหา เราเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะทหาร ตำรวจ ประชาชน มีปัญหาทั้งนั้น ให้กลไกที่มีทำไป ทำไมต้องมาแบ่งฝ่าย ตนไม่ใช่ฝ่ายใคร แต่คือฝ่ายคน 70 กว่าล้านคน ยกเว้นคนไม่ดี ตนไม่ใช่ศัตรูใคร วันนี้ต้องการให้ตีกันอีก ต้องการให้มีผู้ชนะ ผู้แพ้หรืออย่างไร แต่คนแพ้ทั้งหมดคือประเทศ และประชาชน จะอยู่ไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้น ถ้าทุกอย่างล้มก่อนปี 60 ก็ช่วยไม่ได้ ตนพอแล้ว ไปหาใครมาทำก็แล้วกัน ไม่ได้ต้องการสร้างคะแนนนิยมรัฐบาลหรือ คสช. สิ่งที่ทำอาจช้าบ้าง เร็วบ้าง แต่กลับเอาเรื่องแบบนี้มาขยายความเพื่ออะไร

แจงมะกัน ม.112 ใช้ปกป้องสถาบัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย วิจารณ์บทลงโทษมาตรา 112 จำคุกผู้ต้องหาหมิ่น ประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ในงานเสวนาสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า เรื่องของเขา ตนยังถามว่าตนทำดีอย่างนี้แล้วจะว่าอย่างไร พอถามรัฐบาลประชาธิปไตยทำให้อย่างนี้ไหมก็เงียบ จะมาเร่งอะไรหนักหนาให้เลือกตั้งทุกวันๆ ทั้งที่เวลาโรดแม็ปยังมีอยู่ เมื่อถามว่า ได้อธิบายให้ต่างชาติเข้าใจมาตรา 112 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนพูดคงไม่เข้าใจ มันเป็นกฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนกับทุกประเทศ แต่นี้เพื่อสถาบัน เพราะสถาบันฟ้องร้องใครไม่ได้ ดังนั้น มีมาตรา 112 เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ คนไทยต้องปกป้อง พวกที่ไปฟ้องสิทธิมนุษยชนทำผิดกฎหมายหรือเปล่า กฎหมายอัยการศึก มาตรา 44 ทำผิดหรือเปล่าในเมื่อเป็นกฎหมายพิเศษช่วงนี้ต้องปฏิบัติไม่เคยปิดกั้นจะพูดอะไรก็พูดไป แต่จะพูดด่ารัฐบาลไม่ได้ เดิมบอกเป็นประชาธิปไตยแต่ทำอะไรก็ได้ไม่เคารพกฎหมาย แล้วจะปฏิรูปกันไหม อย่างนั้นก็เชิญทำกันไป

กางโรดแม็ปทำงานปี 60

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่รัฐบาล และ คสช.จะทำให้ได้ภายในเดือน ก.ค. 60 ตามโรดเเม็ปคือ 1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การศึกษา การสร้างงาน นวัตกรรม สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มการวิจัยและพัฒนา 2.การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทยในวงรอบ 20 ปีรองรับการนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 3.เรื่องกฎหมาย ระบบราชการและกระบวนการยุติธรรม ต้องชัดเจนเพื่อให้ความเป็นธรรมดูแลผู้มีรายได้น้อย ไม่ให้เกิดช่องว่าง 4.การลดความเหลื่อมล้ำเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุข 5.เรื่องความมั่นคง และการลดความเหลื่อมล้ำเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ การจัดสรรที่ทำกิน 6.เรื่องการท่องเที่ยว การกีฬา วัฒนธรรม จะเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเป็น package ร่วมมือกับต่างประเทศ ทั้งทางบก เรือ อากาศ

อย่าตื่นตระหนกสถานการณ์โลก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนความเชื่อมโยงแม่น้ำ 5 สาย ได้พูดคุยกันเป็นระยะ เพื่อหารือพิจารณาแนวทางให้ตรงกัน โดยเฉพาะการปฏิรูปให้แนวทางว่า ต้องคำนึงถึงยุทธศาสตร์ 20 ปี และทุก 5 ปีต้องมีการประเมินผล วันนี้เรากำลังทำถึงเดือน ก.ค.ปี 60 แล้วที่เหลือก็ส่งต่อรัฐบาลหน้า ต้องวาดอนาคตให้คนในชาติ และให้ต่างชาติไว้วางใจ เชื่อมั่นในการลงทุน ส่วนเรื่องความมั่นคง วันนี้สถานการณ์โลกมีความอ่อนไหวในทุกมิติ สิ่งที่เราต้องเตรียมการให้พร้อมคือ การเฝ้าระวัง จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ อย่าตื่นตระหนก เป็นเจ้าภาพที่ดี เจ้าบ้านที่ดีในการรับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไฮซีซั่น ทำอย่างไรเราจะขจัดคนไม่ดีคนที่มุ่งร้ายต่างๆ ที่ยังคงมีอยู่บ้างในปัจจุบันให้หมดไปจากประเทศไทยโดยเร็ว ทุกเรื่องรัฐบาลห่วงใย ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน บาดเจ็บหรือสูญเสียทั้งสิ้น

“ชายหมู” ปิดปากถูกขับพ้น ปชป.

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. กล่าวถึงกระแสข่าวถูกคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติอย่างไม่เป็นทางการขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคว่า “ผมไม่ขอตอบคำถามนี้ครับ” เมื่อถามว่า ข่าวนี้ทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ตอบว่า “ท่านไม่เห็นผมทำงานหรือครับ”

ขวาง พณ.ประมูลข้าวเสียทิ้ง

วันเดียวกัน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีที่สมาคมเซอร์เวย์เยอร์ทักท้วงกระทรวงพาณิชย์เปิดประมูลข้าวเสีย เนื่องจากมีข้าวคุณภาพดีปะปนอยู่เกินกว่า 50% และนำไปประมูลขายราคาถูกให้ภาคอุตสาหกรรมนั้น เห็นว่าหากเอาข้าวดีๆไปขายปะปนกับข้าวเสื่อมสภาพจะได้เงินน้อยมาก และส่วนต่างของความเสียหายตามสัญญาจ้างเซอร์เวย์เยอร์อาจจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจึงทักท้วงให้ระงับตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่ดูเหมือนกระทรวงพาณิชย์จะไม่ฟังข้อท้วงติงคงเป็นเพราะข้าราชการมีคำสั่ง คสช.ตาม ม.44 เป็นเกราะป้องกัน ถ้ามีข้าวดีแอบปะปนไปขายถูกๆรวมกับข้าวเสื่อมสภาพใครจะได้ประโยชน์ พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่าทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือไม่ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าระบายข้าวโดยวิธีเช่นนี้รัฐจะได้เงินน้อยแน่นอน ในที่สุดจะโยนความเสียหายมาให้โครงการรับจำนำข้าวแบบยกเข่งเพื่อกล่าวหารัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช่หรือไม่ จะมีพวกเสวยสุขมีขบวนการทุจริตได้ประโยชน์จากการระบายแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน และควรยกเลิกคำสั่ง ม. 44 โดยเร็ว มิฉะนั้นนายกฯอาจถูกกล่าวหาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาเรือแป๊ะนายกฯเปรียบรัฐบาลนายกฯเปรียบ รบ.เหมือนแพขนานยนต์ประชารัฐการเลือกตั้ง ปี 60ร่างรัฐธรรมนูญแม่น้ำ 5 สายบิ๊กตู่การเบิกจ่ายงบประมาณบทลงโทษทุจริตงบประมาณรัฐการขอความร่วมมือจากส่วนราชการการจัดทำงบประมาณผลการดำเนินงานราชการการกระตุ้นเศรษฐกิจการประชุม กรธ.มีชัย ฤชุพันธุ์การร่างรัฐธรรมนูญเลือกตั้งทางอ้อมความคืบหน้าที่มา ส.ว.การเลือก ส.ว.สูตรการเลือก ส.ว.สูตรการคัดเลือก ส.ว.อำนาจถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญกรธ.ลอบทำร้ายประวิตร เป้าลอบทำร้ายประวิตร วงษ์สุวรรณรมว.กลาโหมไม่หวั่นถูกลอบทำร้ายทำงานเพื่อชาติรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงคสช.บุญทรงจำนำข้าวประมูลข้าวเสียภาคอุตสาหกรรมบุญทรง เตริยาภิรมย์นายกฯอดีตรมว.พาณิชย์สมาคมเซอร์เวย์เยอร์พาณิชย์ม.44ยกเลิกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยกเข่งข่าวทีมข่าวหน้า1ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้