กีฬา
100 year

หมายจับ‘ม.112’ พลตรี-3ตร. ถอดยศเสธ.โจ้

ไทยรัฐฉบับพิมพ์26 พ.ย. 2558 06:06 น.
SHARE

‘ศรีวราห์’แพลมมีระดับบิ๊กอีก กรณี‘ผู้การกองปราบ’ยังไม่มี ‘วิชา’ยันปปช.ทำคดีอุทยานได้

ศาลทหารอนุมัติหมายจับ “เสธ.โต” แล้ว 2 ข้อหา โดนทั้ง 112 และ 123 ส่วนอดีต ผกก. 2 บก.ป. รอง ผกก. และ สว.ทล.โดนด้วยความ ผิดมาตรา112 รวมศาลทหารออกหมายจับวันเดียว 6 หมาย ผู้ต้องหา 5 คน “ศรีวราห์” แย้มมีเจ้าหน้าที่ตำแหน่งใหญ่โดนคดีอีก “จักรทิพย์” ยัน ย้าย ผบช.ส.มาช่วยงานสำคัญไม่เกี่ยวคดี 112 หึ่ง เตรียมย้าย ผบก.ป.เข้ากรุ โยก “ประเสริฐ พัฒนาดี” มา รรก.ผบก.ป. แทน เลขาฯ ปปง.แถลง ตรวจสอบเส้นทางการเงินแก๊งเอี๊ยด-หยอง พบเงินหมุนเวียนช่วงเทศกาลสำคัญกว่า 30 ล้านบาท ตรงกับข้อมูลไปไถเงินนักธุรกิจ ด้านคดีทุจริตอุทยานราชภักดิ์ ให้รองปลัดกลาโหมสรรหาคณะกรรมการสอบสวนตามคำสั่ง “ประวิตร” ส่วน “วิชา มหาคุณ” ยัน ป.ป.ช.มีอำนาจสอบคดี ล่าสุดถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชฯ “ผู้การโจ้”

กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. สืบสวนคลี่คลายคดีกลุ่มคนแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงไปกระทำการอันมิบังควร ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จับกุมนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง อายุ 53 ปี ป่วยเสียชีวิตในเรือนจำ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา สว.กก.1 บก.ปอท. หรือสารวัตรเอี๊ยด อายุ 44 ปี ผูกคอตายภายในเรือนจำ และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ อายุ 39 ปีคนสนิทหมอหยอง ต่อมาคณะทำงานออกหมายจับ พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือผู้การโจ้ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 ความผิดตามมาตรา 112 เช่นเดียวกัน เบื้องต้นเชื่อว่า หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ล่าสุดมีคำสั่งย้าย พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส.ไปช่วยราชการ ศปก.ตร. นอกจากนี้ ยังมีการเปิดประเด็นการทุจริตการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่กองทัพบกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วแถลงว่า ไม่พบการทุจริต แต่กระแสสังคมยังเคลือบแคลง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จึงประกาศตั้งคณะทำงานมาตรวจสอบอีกครั้ง

คุมตัว “อาท” ฝากขังผัด 4

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 พ.ย.ที่ศาลทหารกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารคุมตัวนายจิรวงศ์ หรืออาท วัฒนเทวาศิลป์ คนสนิทของนายสุริยัน หรือหมอหยอง สุจริตพลวงศ์ จากเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 มายังศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขออำนาจศาลทหารฝากขังผัดที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.ถึงวันที่ 7 ธ.ค.2558 ระหว่างถูกควบคุมมายังศาลทหารนายจิรวงศ์มีสีหน้าเรียบเฉยเดินก้มหน้าตลอดทาง ก่อนเข้าไปในศาลทหารกรุงเทพ ถูกแจ้งข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แอบอ้างมีความใกล้ชิดกับสถาบันเบื้องสูง และเรียกรับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนรวม 13 คดี กระทั่งถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาศาลทหารอนุมัติให้ฝากขังนายจิรวงศ์ต่อเป็นผัดที่ 4 และให้นำตัวไปควบคุมต่อที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 ต่อไป

ออกหมายจับ “เสธ.โต” ม.112

ต่อมาพนักงานสอบสวนชุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. นำสำนวนการสอบสวนเดินทางไปขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่ศาลทหารกรุงเทพ ต่อมาศาลทหารอนุมัติหมายจับอดีตนายทหารและนายตำรวจ ข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จำนวน 3 นาย ประกอบด้วย 1.หมายจับเลขที่ 46/2558 และ 47/2558 ให้จับกุม พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ เสธ.โต อดีตคนสนิท พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123 ว่าด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทําให้ผู้อื่นเชื่อว่า มีตําแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตําแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 พันถึง 2 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

อดีต ผกก.2 กับรอง ผกก.ก็ไม่รอด

2.หมายจับเลขที่ 48/2558 ให้จับกุม พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีต ผกก.2 บก.ป. ความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาต มาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และ 3.หมายจับเลขที่ 49/2558 ให้จับกุม พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา รอง ผกก.2 บก.ป. ความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และความผิดตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123 ว่าด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทําให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 2 พันบาทถึง 2 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

แฉพฤติกรรมแอบอ้างเบื้องสูง

รายงานข่าวแจ้งว่า การออกหมายจับอดีตนายทหารและตำรวจทั้ง 3 นายนั้น มาจากการชุดสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูงพบข้อมูลสำคัญ รวมทั้งพฤติการณ์เรื่องของการแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ส่วนของ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ ชุดสืบสวนสอบสวนพบข้อมูลว่า มีการกระทำความผิดร่วมกับ พ.อ.คชาชาต บุญดี ผู้ต้องหาในคดี 112 ที่ถูกหมายจับก่อนหน้านี้และอยู่ระหว่างการหลบหนีการจับกุม ไปดำเนินการขอเงินหน่วยงานเอกชนจำนวน 40 ล้านบาทมาทำเสื้อสำหรับกิจกรรมสำคัญ ขณะที่ พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีต ผกก.2 บก.ป.มีพฤติกรรมแอบอ้างเบื้องสูงกระทำความผิดร่วมกับ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ไปขอเบอร์โทรศัพท์วีไอพีจากบริษัทโทรศัพท์เอกชนส่วน พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา รอง ผกก.2 บก.ป. ชุดสืบสวนสอบสวนพบพฤติกรรมดำเนินการแอบอ้างเบื้องสูงกระทำการเรียกรับค่าหัวคิวส่วนแบ่งโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมสำคัญทางโทรทัศน์ จากผู้ประกอบการภาคเอกชนหลายแห่ง

หมายจับเพิ่มอดีต ส.ว.ทล.และคนสนิทเอี๊ยด

ล่าสุดชุดคณะพนักงานสอบสวนชุดของ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.นำสำนวนการสอบสวนเดินทางไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับ พ.ต.ท.จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ สว.ส.ทล.2 กก.1.บก.ทล อดีตนายตำรวจสังกัด บช.ก. ฐานความผิดหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 123 นอกจากนี้ยังขอออก หมายจับนายศุกร์โข ตามเสรี คนสนิทของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด อดีตสารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ในฐานความผิดครอบครองอาวุธปืน ที่นาย ทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองด้วย รวมวันนี้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับเครือข่ายสารวัตรเอี๊ยดเพิ่ม 6 หมายจับรวมผู้ต้องหา 5 คน

เตรียมโยก ผบก.ป.เข้ากรุ ศปก.ตร.

มีรายงานด้วยว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง จะเดินทางไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพอนุมัติหมายจับกุมอดีตนายตำรวจยศ พล.ต.ต. 1 นาย นายตำรวจยศ พ.ต.ท.ที่ยังอยู่ในราชการ 1 นายและพลเรือน 1 คน ความผิดตาม พ.ร.บ.การสื่อสาร ซึ่งมีส่วนพัวพันคดีของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภาหรือสารวัตรเอี๊ยด และมีรายงานว่า ในวันที่ 26 พ.ย.จะมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.บก.ป. นรต.รุ่น 41 มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร. แล้วโยก พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี รรท.ผบก.ปคบ.นรต.รุ่น 36 มารักษาราชการ ผบก.ป.

“ศรีวราห์” รับมีหมายจับ ตร.ระดับสูงอีก

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ความคืบหน้าในการดำเนินการคดีหมิ่นเบื้องสูง มีการเร่งรัดตามพยานหลักฐาน เมื่อวานมีการออกหมายจับเพิ่มนายจิรวงษ์ หรืออาท วัฒนเทวาศิลป์ ข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 112 รวบรวมจากพยานหลักฐานที่มี เป็น 1 ในความผิด 7 สำนวนหลัง ที่ยังไม่ได้ส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ เป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ ส่วนกรณีของนายตำรวจสังกัด บก.ป.อยู่ระหว่างการขออนุมัติศาลออกหมายจับ ตามความเห็นของตนพบว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอจึงขออนุมัติศาล ส่วนศาลจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นอีกกรณีหนึ่ง และยังขออนุมัติศาลออกหมายจับอีกหลายคน ส่วนจะเป็นใครบ้างจำไม่ได้ เป็นบุคคลที่ถูกหมายจับไปบ้างแล้วบางคน และบางคนมีตำแหน่งสูงกว่าที่ถูกออกหมายจับแล้วก็มี รอให้หมายจับออกก่อน จะไปก้าวล่วงอำนาจศาลคงไม่ได้ ต้องให้ศาลพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก่อน

ยังไม่มีชื่อ ผบช.ส.และ ผบก.ป.

“สำหรับในขบวนการดังกล่าวนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง เป็นผู้สั่งการสูงสุดในขบวนการนี้ ส่วนจะมีผู้ร่วมขบวนการกี่คนยังตอบไม่ได้ต้องขึ้นอยู่กับหลักฐาน ถ้าหลักฐานเชื่อมไปถึงใครอีกต้องดำเนินการต่อ สำหรับเรื่องนี้มีคำสั่งให้ดำเนินการตามกบิลบ้านกบิลเมือง ตรงไปตรงมาชัดเจนไม่แกล้งใครและไม่ช่วยใคร ผมต้องดำเนินการถึงที่สุดเพราะถ้าไม่อย่างนั้นถือว่าละเว้น จะต้องดำเนินการจนสิ้นกระแสตามกฎหมายบ้านเมือง สำหรับนายตำรวจที่ถูกคำสั่งโยกย้ายเมื่อวันที่ 24 พ.ย.หลักฐานในสำนวนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ส่วนกรณี ผบก.ป.หลักฐานในสำนวนก็ยังไม่มีเช่นกัน” รอง ผบ.ตร.กล่าว

ตำรวจยังตามจับ “คชาชาต” อยู่

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ตนในฐานะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทราบว่ามีการกล่าวโทษ ไม่ใช่แจ้งความ ไม่ใช่ร้องทุกข์ คำว่ากล่าวโทษกับร้องทุกข์ไม่เหมือนกันในกฎหมาย ทราบว่าเขามากล่าวโทษตามหนังสือพิมพ์ คงต้องสอบหนังสือพิมพ์ว่าเอามาอย่างไร ถ้าไม่มีมูลก็ยุติ เรื่องนี้ตนไม่ใช่ผู้รับผิดชอบ เพียงแต่ทราบในฐานะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น ส่วนกรณี พ.อ.คชาชาต บุญดี ยังติดตามตัวกันอยู่ เพียงแต่ยังไม่พบตัว เรื่องนี้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการ แต่จะได้ตัวหรือไม่คงไม่มีส่วนสำคัญในสำนวน เพราะไม่ใช่เอกสารหรือวัตถุพยาน เพราะถ้าจับตัวมาแล้วเขารับสารภาพก็เป็นประโยชน์ต่อเขา ถ้าให้การปฏิเสธก็เป็นโทษของเขา ถึงอย่างไรตนไม่ฟังคำให้การของผู้ต้องหาแน่ เราดูจากพยานหลักฐาน พยานหลักฐานมีความสมบูรณ์ตามสมควร ศาลจึงอนุมัติหมายจับ

“จักรทิพย์” ย้าย ผบช.ส.ช่วยงานสำคัญ

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.การถึงกรณีมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส.มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร.ว่า เนื่องจากตนมีงานเฉพาะที่จะให้ พล.ต.ท.รอยมาช่วย เป็นภารกิจต่อเนื่องด้านความมั่นคง เกรงว่าถ้าอยู่ในตำแหน่งเดิมอาจจะทำให้ขาดช่วงไม่ต่อเนื่องเพราะต้องรับผิดชอบงานหลัก เรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคดี 112 และไม่ใช่การลงโทษเป็นเรื่องความไว้ใจ อย่าไปวิตก ส่วนกระแสข่าวการโยกย้าย ผบก.ป.ตนยังไม่ทราบ ไม่รู้ไปเอาข่าวมาจากไหน การให้ พล.ต.ท.รอยมาช่วยราชการครั้งนี้ ไม่น่าจะทำให้เกิดความระส่ำระสายแต่อย่างใด เป็นเรื่องการบริหารงานบุคคลภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนที่เป็น พล.ต.ท.รอย เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษและงานสืบสวน ส่วนที่ต้องให้มาช่วยในช่วงนี้เนื่องจากมีงานเข้ามาพอดี และถ้าไม่จำเป็นจริงๆตนคงไม่เรียกมาช่วย

ปปง.พบเงินแก๊งเอี๊ยด 30 ล้านบาท

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยองกับพวก ผู้ต้องหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ขณะนี้ ปปง.กำลังดำเนินการตรวจสอบและมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายดังกล่าวแล้ว พบจำนวนทรัพย์สินกว่า 10 รายการรวมเป็นเงินกว่า 30 ล้านบาท ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เครือข่ายนี้ใช้วิธีการเข้าไปแอบอ้างรับเงินบริจาคจากภาคเอกชนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ก่อนจะนำมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว ส่วนข้อมูลที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งมาให้ ปปง.ตรวจสอบนั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกราย ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังไม่สามารถระบุได้ว่า มีการเรียกรับเงินทั้งหมดกี่โครงการ แต่จากการตรวจสอบพบว่า เครือข่ายนี้เริ่มตั้งแต่โครงการปั่นเพื่อแม่ และไม่พบว่ามีการโอนเงินออกไปยังต่างประเทศ

มอบรองปลัด กห.หากรรมการสอบอุทยาน

ส่วนคดีตรวจสอบคดีทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ แหล่งข่าวจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเผยว่า หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การจัดสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ ล่าสุด พล.อ.ปรีชา มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงกลาโหม 3 นาย ประกอบด้วย พล.ร.อ.อุทัย รัตตะรังสี พล.อ.ชาญชัย ช้างมงคล พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ เป็นผู้คัดเลือกบุคคลที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมให้นำรายชื่อดังกล่าวเสนอ พล.อ.ประวิตร คัดเลือกอีกครั้ง เนื่องจาก พล.อ.ปรีชา เคยเป็นคณะกรรมการโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ สมัยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.อ.พอพล มณีจันทร์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เคยเป็นคณะกรรมการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์สมัยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากองทัพบก คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้

ป.ป.ช.ชี้มีอิสระสอบคดีราชภักดิ์

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงปัญหาความไม่โปร่งใสการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า อย่าเพิ่งกล่าวหากันไปรุนแรง เรื่องการแสดงความจงรักภักดีเป็นความบริสุทธิ์ แต่อาจมีการแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการ จึงต้องแยกให้ออกว่า อะไรคือความบริสุทธิ์และการเข้ามาหากิน อย่างไร ก็ตาม เบื้องต้น ป.ป.ช.ยังไม่ได้ประเมินผลสอบของกองทัพ อยู่ระหว่างขอข้อมูลส่วนนี้ เช่น การเรียกเก็บค่าหัวคิวโรงหล่อ ซึ่ง ป.ป.ช.ต้องขอข้อมูลมาให้หมด และดูว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องดูภาพรวมทั้งหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความชำนาญของ ป.ป.ช.อยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริง ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ระบุว่า มีการหักค่าหัวคิวโรงหล่อนส่อเป็นการทุจริตหรือไม่ นายวิชาตอบว่า ให้ไปถาม พล.อ.อุดมเดช ที่เป็นคนพูดเรื่องนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้รายละเอียดต้องรอข้อมูลจากทุกฝ่าย ส่วนเรื่องงบการก่อสร้างยังไม่ชัดเจนว่าเป็นงบประมาณแผ่นดินหรือไม่ ต้องแยกแยะให้ชัดเจนก่อน ยืนยันว่า ป.ป.ช.มีอิสระในการทำงาน ส่วนที่มีบางฝ่ายปรามาสว่า ป.ป.ช.ไม่กล้าตรวจสอบโครงการนี้ก็ไม่เป็นไร ทุกเรื่องก็เป็นแบบนี้ แต่ ป.ป.ช.ทำลุล่วงไปทุกคดี

“มาร์ค” แนะสอบประเด็นคาใจ

ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า หน่วยงานที่มีหน้าที่ทั้งต้นสังกัดและ ป.ป.ช.คงต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจน เพราะทางการยอมรับว่ายังไม่จบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบได้ กองทัพตั้งกรรมการตรวจสอบอยู่ จึงต้องทำอย่างตรงไปตรงมาและต้องจับประเด็นที่ทำให้เกิดความค้างคาใจ เพราะมีการยอมรับว่า เรียกรับผลประโยชน์จริง ดังนั้นต้องมุ่งให้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับใครอย่างไร ส่วนกรณีที่ สตง.จะตรวจสอบหรือไม่ อำนาจหน้าที่ของ สตง.ต้องดูว่าเกี่ยวพันกับเงินแผ่นดินหรือไม่ แต่ในแง่ของหน่วยงานอื่นต้องยอมรับว่ามีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ เมื่อเกิดการเรียกรับผลประโยชน์ต้องทำให้โปร่งใสชัดเจน ส่วนตัวเห็นว่าสังคมสงสัยกับการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ฐานะอดีต ผบ.ทบ. ที่ยอมรับว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ จึงควรทำให้ชัดเจนว่าเมื่อทราบเรื่องแล้วดำเนินการอย่างไร และเหตุใดจึงใช้วิธีการนั้น ถ้าปล่อยไว้ให้เป็นที่เคลือบแคลงต่อสังคมก็จะไม่เป็นเรื่องดี เพราะจะกระทบต่อความเชื่อถือสะสมไปจนเกิดปัญหา เรื่องนี้คงไม่ใช่การขยายผลเหมือนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุ แต่เป็นเรื่องของความจริงที่สังคมสงสัย จึงต้องหาคำตอบและดำเนินการตามกระบวนการจึงจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น

ถอดยศ “คชาชาต บุญดี” แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 พ.ย.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พ.อ.คชาชาต บุญดี ออกจากยศทหารตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.58 ในวันที่มีคำสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร กับประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุชาติ พรมใหม่ออกหมายจับเสธโตผิด ม.112ศาลทหาร2 นายตำรวจกองปราบมาตรา 112อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกไพโรจน์ โรจนขจรธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขาอดีตผู้กำกับ2รองผู้กำกับ2คดีหมิ่นหมิ่นเบื้องสูงแอบอ้างเบื้องสูงกทม.คดี 112อาทจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ฝากขังมาตรา112ม.112ทุจริตราชภักดิ์อดีตตำรวจพลเรือนทหารหลักฐานเชื่อมโยงศรีวราห์ รังสิพราหมณกุลรอง ผบ.ตร.คชาชาต บุญดีข่าวทีมข่าวหน้า1ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้