ข่าว
100 year

ขาล วอก มะเส็ง กุน! ต้องอ่าน ที่สุดที่ 'แก้ชง' ต้องไป! (ตอนที่ 1)

ไทยรัฐออนไลน์20 พ.ย. 2558 06:05 น.
SHARE

ถ้าคุณสนใจเรื่องฮวงจุ้ย เรื่องความเชื่อ สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ และของกินที่หลากหลาย 'มาเก๊า' น่าจะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไม่แพงมากมาย (ค่าเงิน 1 ดอลล่าร์ฮ่องกงเท่ากับ 5 บาทไทยโดยประมาณ) เป็นประเทศที่ไม่ใหญ่ แต่น่าสนใจ 

ตามเรามาจุดประสงค์แรกในการเดินทางไปทริปนี้ มีหลายประการ ไหว้พระ ท่องเที่ยว และเก็บเรื่องใหญ่ กระทั่งเรื่องเล่าน่ารักเล็กๆ น้อยๆ แต่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง

ก่อนลงเครื่อง

'มาเก๊า' กับ 'ไทย' ใช้พระอาทิตย์ดวงเดียวกัน! 

มาเก๊า, ประเทศที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีความร้อน ทันทีที่ก้าวเท้าลงเครื่องเรารู้สึกแบบนั้น เพราะแม้จะมีลมเย็นๆ วิ่งผ่านร่าง แต่รวมๆ แล้วพูดได้ว่าแดดที่นี่ร้อนเทียบเท่ากับแดดที่ประเทศไทยเราเดินทางไปถึงราวๆ เที่ยงวัน สภาพอากาศอยู่บนความคาดหวังว่าอากาศจะไม่เหมือนกับบ้านเรา

มาเก๊าน่าจะเย็นๆ เหมือนเปิดเซ็นทรัลแอร์ 25 องศา 

แต่ทว่าพระอาทิตย์ที่ 'มาเก๊า' ก็เปล่งรัศมี ไม่ปรานี SPF (Sun Protection Factor) ที่ฉาบอยู่บนหน้าและร่างแต่อย่างใด เขาบอกว่าหลังจากเดือนธันวาคมไปอากาศน่าจะเย็นขึ้นกว่านี้นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ชอบอากาศหนาว

สนามบินมาเก๊า คล้ายกับสนามบินภูเก็ตคือเล็กๆ ไม่ใหญ่ ผู้คนก็ไม่ขวักไขว่มาก แยกกันทำธุรส่วนตัวแล้วเดินขึ้นรถสู่เป้าหมาย วัด pou tai sim un 

รู้จักมาเก๊า จากปากเค้า

ระหว่างเดินทางไกด์ร่างเล็กเล่ารากของ 'มาเก๊า' ให้พวกเราฟังว่า ชาวประมงมณฑลฝูเจี้ยน และชาวนาจากมณฑลกวางตุ้งเป็นกลุ่มแรกๆ ที่มาตั้งถิ่นฐานที่นี่ เมื่อก่อนใช้ชื่อว่า เอ้าเหมิน (Ou Mun) หรือ “ประตูแห่งการค้าขาย” ด้วยทำเลเมืองตั้งอยู่ ณ ปากแม่น้ำจูเจียงหรือแม่น้ำไข่มุก หรือแม่น้ำเพิร์ลทางตอนใต้ของมณฑลกวางเจา อดีตเมืองท่าเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม และจะมีเรือบรรทุกไหมเพื่อที่จะนำไปส่ง ที่กรุงโรม

แม้ว่าหลังจากจีน (ขณะนั้น) ไม่ได้เป็นศูนย์กลางการค้าของโลก แต่กวางเจายังคงรุ่งเรือง ดังนั้นผู้ประกอบการในท้องถิ่นจึงยินดีต้อนรับพ่อค้าและนักสำรวจชาวโปรตุ เกส ในปี ค.ศ. 1513 และเริ่มหาจุดค้าขาย ที่เหมาะสม

40 ปีถัดมา ชาวโปรตุเกสเดินทางมาในพื้นที่เรียกว่า อาม่าเก๊า “สถานที่ของอาม่า” เพื่อเป็นเกียรติกับเทพธิดาแห่งชาวเรือ ซึ่งมีวัดตั้งอยู่ ณ ทางเข้าท่าเรือ ด้านใน ชาวโปรตุเกสนำชื่อดังกล่าวไปใช้ซึ่งค่อยๆ เปลี่ยนเป็น 'มาเก๊า' จากที่ได้รับอนุญาตจากขุนนางจีนในกวางตุ้ง ชาวโปรตุเกสได้ก่อตั้งเมืองขึ้นมา ภายในระยะเวลาอันสั้น ก็ได้กลายเป็นคลังสินค้าสำหรับการค้าระหว่างจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และยุโรป

หลังจากสงครามฝิ่นในปี ค.ศ. 1841 อังกฤษได้ก่อตั้งฮ่องกงขึ้นมา และพ่อค้าต่างชาติส่วนมากย้ายออกไปจากมาเก๊า ก็กลายเป็นเมืองที่มีเสน่ห์แบบโบราณและเป็นเมืองที่เงียบๆ ที่ไม่มีการพัฒนาใดๆ แต่ทว่าที่นี่ยังคงเป็นเมืองที่มีหลากหลายวัฒนธรรมที่มีความเป็นอยู่แบบสบายๆ และมีการใช้อาคารในประวัติศาสตร์ทุกวันที่กลายเป็นสถานที่ที่นักเดินทาง นักเขียน และศิลปินจากนานาประเทศชอบแวะมาเยี่ยมชม

ในอดีตมาเก๊าได้พัฒนาอุตสาหกรรม เช่น สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ และของเล่น ขณะที่ทุกวันนี้มาเก๊าได้สร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลกที่มีโรงแรม รีสอร์ต สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านอาหาร และบ่อนกาสิโนให้เลือกมากมาย เศรษฐกิจมาเก๊าก็เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของฮ่องกงและมณฑลกวางตุ้งอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเขตปากแม่น้ำเพิร์ล ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน “เสือน้อย” แห่งทวีปเอเชีย 

ตัวเลขระบุว่าปี 2015 ระหว่างเดือนมกราคม-กันยายนที่ผ่านมา 10 อันดับนักท่องเที่ยวได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อเมริกา อินเดีย และประเทศไทยอันดับสิบ รวมๆ แล้วเข้ามาท่องเที่ยวมาเก๊ากว่า 2 ล้านคน

ประเทศท่องเที่ยวกำลังโตวันโตคืนที่สะท้อนออกมา ไม่แปลกว่าปัจจุบันไม่ว่าจะมองออกไป ซ้าย ขวา หน้า หลัง จะเจอแต่สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อเกาะสู่เกาะในภูมิภาคนี้อย่างมากมาย แม้ตอนนี้มาเก๊าจะคล้ายๆ เมืองเหล็กเส้น เมืองกำแพงซีเมนต์ ที่ยังประกอบร่างไม่เสร็จ แต่ลองหลับตานึกภาพว่า หากทุกสิ่งประกอบเสร็จ

เชื่อว่า 'มาเก๊า' จะเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวจะได้รับความนิยมมหาศาลจากชาวโลกมากิน ดื่ม เที่ยวอย่างแน่นอน

ที่อยู่อาศัยของคนมาเก๊าสไตล์
พิพิธภัณฑ์บ้านไทปา
ตู้เย็นสมัยโบราณในพิพิธภัณฑ์ไทปา
พระโพธิสัตว์สร้างจากไม้ในวัด Pou Tai Sim Un


สถานีต่อไปวัดวา อร่ามตา!

รถจอดพอๆ กับคำอธิบายประวัติ 'มาเก๊า' จบ มองจากด้านหน้าบริเวณวัดแห่งนี้ดูจะใหญ่โต สวนทางกับความอัตคัดพื้นที่ใช้สอยเพราะ 'มาเก๊า' แทบไม่มีบ้านเดี่ยวเลย ส่วนใหญ่ผู้คนจะอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ คอนโดฯ ห้องชุดซะมากกว่า แน่นอนว่าราคาพื้นที่ห้องเล็กๆ ไม่กี่ตารางวาก็สูงลิบ เรียกได้ว่าซื้อบ้านเดี่ยวชานเมืองในไทยหรูๆ ได้หลายหลังเลยทีเดียว

เกร็ดแรกเล็กๆ ของวัดนี้ก็ทำเอาเราอมยิ้ม เพราะด้านหน้ามีศาลพระภูมิพระพรหมเอราวัณที่มีคนอัญเชิญมาจากประเทศไทย ยกมืออธิษฐานให้คุ้มครองเราตลอดทริปแล้วเดินขึ้นบันไดตามทาง ด้านบนก็จะพบกับองค์ศากยมุนีทำด้วยไม้ทั้งองค์ที่ใหญ่ที่สุดในมาเก๊า ขอพรเสร็จสรรพ เดินลงมาจะเจอโถงเจ้าแม่กวนอินพันมือ อธิษฐานขอพรตามที่ตั้งใจ ไกด์แนะนำให้เราพักกินอาหารเที่ยงที่นี่ ใครที่ชอบอาหารเจก็ไม่ควรพลาดรสชาติและหน้าตาดี แถมราคาไม่แพงมาก ไม่นานหมอช้าง ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดังเดินทางมาสมทบ

ที่ทำการเทศบาล หน้าโบสถ์ Carmel Church ที่เกาะไทปา คนนิยมมาจดทะเบียนที่นี่

เราเดินทางขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้าไป พิพิธภัณฑ์ Taipa House เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่มีความสวยงาม โอบล้อมด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นสวยงาม โดยอาคารสไตล์โปรตุเกส 5 หลังสีเขียวขาวคลาสสิก ซึ่งมีชื่อเรียกต่างกัน ได้แก่ Macanese House, House of Islands, House of Portugal Regions, Exhibition Gallery และ Reception House แต่ละหลังจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ วิถีชีวิตของชาวมาเก๊า และชาวโปรตุเกสที่น่าสนใจ

เป็นการจำลองภาพชีวิตในอดีตให้เห็นและสัมผัสกันได้เต็มความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงภาพถ่ายแห่งความทรงจำ ของเกาะไทปาและโคโลอาน ในส่วนของ Exhibition Gallery จะจัดแสดงนิทรรศการทางศิลปะ และภาพภ่ายหมุนเวียนให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตลอดทั้งปี  

น่าเสียดายอยู่นิดๆ ที่เราไปตอนฤดูแดดแรงราวกับไฟในเตาถ่าน จึงไม่เห็นทะเลบัวที่ด้านหน้า นอกจากสวยแล้ว ถือว่าพวกเขายังเก็บรักษาความสวยงามของของโบราณได้ดีแบบน่าอิจฉามากจริงๆ 

วัด Lin Fong
บรรยากาศวัดดัง Lin Fong

อรุณสวัสดิ์ 5 วัดมาเก๊าศักดิ์สิทธิ์ 'แก้ชง' ที่ดีที่สุดห้ามพลาด!

ตื่นเช้ามาเจอ หมอช้าง ทศพร แต่เช้าตรู่ (มาเก๊าเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) แบบเต็มวัน ทำให้เรารู้ว่าวันนี้เป็นการทัวร์วัดแก้ชง ชงปี 2559 ได้แก่ ปีขาล และปีร่วมชงได้แก่ ปีวอก, มะเส็งและ กุน กับกูรูอย่างแท้จริง

วัด Lin Fong เป็นจุดหมายที่มีความหมาย และควรต้องไปโดยเฉพาะคนที่ต้องการแก้ชง เสริมสิริมงคง เอกสารบอกว่า Lin Fong เป็นวัด 1 ใน 3 ที่เก่าแก่ที่สุดใน 'มาเก๊า' ตามประวัติสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงราวปี ค.ศ. 1592 วัด Lin Fong เป็นวัดลัทธิเต๋าแห่งเดียวในมาเก๊า และเป็นวัดเดียวที่มีโรงเรียนอยู่ภายในวัด

คนขับรถบัสจอดเทียบฟุตปาทแคบๆ เดินข้ามฟากถนนไม่นานจะพบกับวัดแห่งนี้ ถ้าเทียบกับวัดเมื่อวาน Lin Fong โอ่อ่า กว้างขวางมากกว่า ด้านหน้าเป็นลานกว้างสะอาดตา หมอช้างเดินอาดๆ นำหน้า ยิ้มอธิบายว่า วัดแห่งนี้ผู้คนนิยมมาขอพรให้สุขภาพดี ปลอดจากโรคภัย โดยมีการบนบานเพื่อให้หายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย

'วัดแห่งนี้มีเทพที่ชื่อ 'กิมฮัว' เชื่อว่าเป็นเทพอำนวยพรให้แม่และเด็กผู้คนจึงนิยมมาขอพรให้คลอดบุตรง่ายและสุขภาพแข็งแรง และเทพ 'อี้เล่งไตไต' และ 'หลั่นหลงไตไตผู้คนนิยมมาขอพรให้สุขภาพดีปลอดจากโรคภัย...'

หมอช้าง บอกวิธีการไหว้ที่หลายคนสับสนอยู่ว่าให้บูชาด้วยเทียน 1 คู่ ปักซ้ายขวา ธูปใหญ่ 3 ดอก ธูปเล็ก 3 ดอก กระดาษเงินกระดาษทอง หลายคนไหว้ขอพรแล้วเดินตามหมอช้างเพราะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของประวัติ ความเชื่อ และตำแหน่งการฮวงจุ้ยที่นี่อย่างมากมาย 

เราเหลือบไปเห็นธูปที่มีลักษณะใหญ่เหมือนกับขด 'ยากันยุง' หลากหลายไซส์ ถามได้ความว่า คนที่นี่มีความเชื่อว่า ยิ่งธูปจุดได้ยาวนานเท่าไหร่ พรที่ขอก็ยิ่งสัมฤทธิผลมากเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ธูปยักษ์หลายขดจุดบูชาได้หลายวันยังไหม้ไม่หมด เพราะขนาดใหญ่กว่าจานดำ PSI ที่นี่เปิดให้เข้ามาสักการะ 07.00-17.00 น.

เดินฟัง เดินเก็บภาพบรรยากาศพักใหญ่ ถึงเวลาไปต่อ วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kun Lam)  

วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kun Lam)

วัดแห่งนี้ เปิดเวลา 07.00-17.30 น. แต่ถ้าไปก็แนะนำให้ไปเช้าๆ หน่อย เพราะคนจะไม่มาก วัดเจ้าแม่กวนอิมถือเป็น 1 ใน 3 วัดที่เก่าแก่สุดในมาเก๊าอีกเช่นกัน

เป็นหนึ่งในวัดใหญ่ที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้กันเป็นจำนวนมาก สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ไฮไลต์ของที่นี่คือมีเจ้าแม่กวนอิมที่ประดิษฐานภายในแต่งเครื่องทรงอาภรณ์ ด้วยชุดที่เราไม่ค่อยเห็นที่ไหน เป็นชุดเจ้าสาวโบราณทำจากผ้าไหม แม้จะดูแปลกตากับรูปลักษณะและเครื่องแต่งกาย แต่ก็ถือว่างดงามตามแบบฉบับท้องถิ่นเช่นกัน

ที่วัดแห่งนี้ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องเงินทอง และโชคลาภ โชคดีวันที่พวกเราไป ทางวัดเปิดให้พวกเราไปสักการะใกล้ๆ ซึ่งปกติแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย วิธีบูชาในวิหารเจ้าแม่กวนอิม บูชาด้วยเทียน 1 คู่ ปักซ้าย-ขวา ธูปใหญ่ 3 ดอก ปักตรงกลาง จุดธูปเล็กทั้งกำ ปักกระถางละ 3 ดอก ทุกกระถางออกไปจนถึงหน้าวัด

2 วันที่ผ่านมานี่ มีแว่บหนึ่งในความคิดว่า ถ้าเปิดธุรกิจขายธูปที่นี้คงดี-เพราะมาเก๊าถือว่าเป็นเมืองที่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และฮวงจุ้ย แน่นอนว่าองค์ประกอบที่สำคัญในการสักการะก็คือธูปนั่นเอง ไกด์บอกเราว่า ชีวิตประจำวันของคนมาเก๊าใช้ธูปเยอะ แทบทุกบ้านจะจุดธูปไหว้พระก่อนออกจากบ้าน

คิดดูว่าปีหนึ่งๆ คนทั้งเกาะจะใช้ธูปมหาศาลสักแค่ไหน แค่คิดก็ใบหน้าเปื้อนยิ้มแล้ว

เรือขอพร

สถานีต่อไป วัดอาม่า (A-Ma) เป็นอีกหนึ่งวัดที่หมอช้าง และคนมาเก๊าภูมิใจเสนอ เพราะเป็น 1 ใน 3 วัดที่ขลังและเก่าแก่สุดของที่นี่ วัดนี้เป็นวัดที่ได้รับความนิยมมากกราบไหว้กันมากที่สุด ไม่ต้องอาศัยเอกสารบอก เพราะลงรถไปก็จะเจอกับกองทัพนักท่องเที่ยวกันอย่างมากมาย คุยกันเสียงดัง

จุดธูปกันคันเต็มท้องฟ้า จริงๆ ที่เห็นเขาพูดดังๆ ไม่ได้มีเรื่องกัน แต่มันเป็นเอกลักษณ์ของคนที่นี่ ไกด์สาวไขข้อสงสัย

วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงตั้งแต่ปี ค.ศ.1488 ที่สำคัญที่นี่ยังไม่ได้รับการบันทึกจาก UNESCO ให้เป็นหนึ่งในมรดกอีกด้วย

ไฮไลต์ที่ไม่อยากให้พลาดก็คือ องค์อาม่า หรือเจ้าแม่ทับทิมเป็นองค์ประธาน ผู้คนยุบยับที่เราเห็นก็นิยมมาขอเพื่อเป็นสิริมงึลให้กับตัวเองและครอบครัว โดยบูชาด้วยธูปเทียนขด-เทียน หรือเทียนดอกบัวคู่เพื่อขอพรเรื่องคู่ครอง-คนรัก 

หมอช้างแนะนำให้เราใช้ธูปแท่งใหญ่ ด้านข้างสลักมังกรสวยงามเพื่อเวลาอธิษฐานจะเพิ่มความเป็นสิริมงคล ขอพรเสร็จสรรพ ก็จุดธูปเล็กอีก 15 ดอก ปักกระถางละ 3 พร้อมกับเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสร็จสรรพพาเดินไปที่หินแกะสลักรูปเรือสำเภาโบราณ เชื่อกันว่าหากพกธนบัตรและพับเป็นรูปคล้ายๆ เรือ แล้วนำไปลูบกับภาพจำลองเรือแกะสลักบนหิวแล้วจะมีโชค เงินทองไหลมาเทมา

หมอช้างนำพับแบงก์ดอลลาร์ฮ่องกง ทบไปมาให้คล้ายเรือสำเภา หลังจากนั้นก็นำธนบัตรค่อยๆ ลูบและอธิษฐานเพื่อขอพรให้มีโชคภาพเงินทองมั่งมีตลอดไป หลังจากนั้นก็เอาแบงก์พับใส่กระเป๋าสตางค์ เพื่อเป็นสิริมงคลและสร้างกำลังใจ แต่พกของดีแล้วนั่งเฉยๆ อธิษฐานไปก็ไลฟ์บอย ถ้าคุณไม่ลงมือทำ

สถานีต่อไป เปาปุ้นจิ้น และเทพไท้ส่วยเอี๊ย 60 องค์สุดยอดการแก้ชง

วัดเปากง (Pau Kung) คือที่ต่อไป เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ในทริปนี้ อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนนึกว่าการทัวร์วัดทั้งหมดที่เล่ามันคงจะใช้เวลาทั้งวัน ที่จริงก็ไม่ได้นานขนาดนั้น เพราะมาเก๊าเป็นเกาะเล็กมีพื้นที่เพียง 29.9 ตร.กม. ประกอบด้วยคาบสมุทรมาเก๊า 9.3 ตร.กม. เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ เกาะไทปา 7.4 ตร.กม.เกาะโคโลอาน 7.6 ตร.กม. และพื้นที่พัฒนาโคไท 5.6 ตร.กม.นับรถจากจุดหนึ่งไปจุดที่ต้องการไม่กี่นานที แม้ตอนนี้รถจะติดไปบ้างเพราะการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างที่บอกไป 

วัดนี้มีเทพประธานของศาลชื่อว่า 'เทพเปากง' หรือ 'เปาปุ้นจิ้น' ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดีเป็นเทพแหน่งความยุติธรรม ผู้คนส่วนใหญ่ที่มาพรจากเทพเปากงให้ช่วยปัดเป่าคนปองร้าย หรือศัตรู นอกจากนี้อีกหนึ่งทีเด็ดก็คือที่นี่มีหอเทพไท้ส่วยเอี๊ย 60 องค์ สำหรับผู้ที่ต้องการปีชง

นอกจากเทพเปากง ที่มีเรื่องเล่าว่าคนที่เอาเทพอยู่นี้มาบูชาคนแรกเจริญรุ่งเรือง จนคนในหมู่บ้านเห็นอิทธิฤทธิ์ป่วยไข้จึงขอมาสักการะบ้าง ปรากฏว่าหายเป็นปลิดทิ้งหลังจากนั้นเขาก็นำสร้างสถานที่ให้เทพเปากงอยู่ พร้อมกับเปิดให้ชาวบ้านมาสักการะขอพร ดังนั้นคนในวัดนี้ที่เป็นคนดูแลก็รับสืบทอดมาอีกต่อหนึ่ง หมอช้างแนะนำวัดนี้เป็นพิเศษ เพราะโดยปกติการไหว้แก้ชงที่เราเห็นๆ เป็นไท้ส่วยเอี๊ยกลางๆ แต่ที่นี่ทุกคนจะมีไท้ส่วยเอี๊ยประจำดวงของตัวเองอยู่ทุกคน

เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย

ดังนั้นจึงขอพร แก้ชงได้อย่างตรงเทพที่ดูแลเรามากที่สุด 

วิธีบูชาเทพ ให้เดินไปบอกเจ้าหน้าที่ศาล เขาก็จะเตรียมของให้เรา หลังจากนั้นเขาจะนำเราไปจุดเทียนคู่ ปักกระถางซ้าย-ขวา จุดธูปใหญ่ 3 ดอก ปักกระถางเดียว จุดธูปเล็ก 9 ดอก ปักกระถางเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะสวดให้ เราก็ยกกระดาษเงินกระดาษทองพร้อมกับบอกชื่อตัวเอง เจ้าหน้าที่จะนำกระดาษเงิน-ทอง (จำนวนเท่าไหร่ก็ซื้อตามใจ) แล้วบอกชื่อตัวเอง เสร็จเขาก็จะนำกระดาษเงิน-ทองไปตั้งให้ที่เทพวันเกิด แล้วนำกระดาษไปเผา 

เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีคนมามากมาย โชคดีเช่นเคย เราไม่ได้ไปวัดหยุด แต่แม้จะไม่ใช่วันหยุดคนก็เยอะพอควร ที่สำคัญที่นี่เพดานเตี้ยๆ ดังนั้นควันมหาศาลที่ออกมาจากธูปจะแสบตามากๆ แต่ถึงอย่างไรก็ถ้าจะไปแก้ชงและขอพร ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เวลาเปิดปิดก็ 07.00-18.00 น.


วัด Sam Kai Vui Kun แถมอีกหนึ่งวัดที่น่าแนะนำไม่ควรพลาด วัดนี้เรียกอีกชื่อว่า 'วัดกวนไท' หรือที่คนไทยเรียกว่าวัดเทพเจ้ากวนอู สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพกวนอู ได้รับการบันทึกจาก Unesco ให้เป็น 1 ในมรดกโลก เทพเจ้ากวนอูเป็นเทพแห่งความซื่อสัตย์ จึงชื่นชอบและได้รับการเคารพในฐานะเทพอุปถัมภ์และเทพผู้คุ้มครองของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ตำรวจ นักการเมือง และผู้นำประเทศนิยมมากราบไหว้เพราะเชื่อว่าสามารถปกป้องสิ่งชั่วร้ายต่างๆ และช่วยเสริมบารมีในการปกครองและคัมครองบริวาร

วิธีบูชา หมอช้างบอกให้เติมน้ำมัน อธิษฐานพร้อมกับบอกชื่อ นามสกุล เคาะภาชนะโลหะ 3 ครั้ง ตีกลอง 3 ครั้ง เคาะระฆังอีก 3 ครั้ง (ข้อนี้แล้วแต่ใครจะทำ) บูชาด้วยเทียน 1 คู่ ซ้าย-ขวา ธูปใหญ่ปัก 4 กระถาง กระถางละ 3 ดอก ธูปเล็กปัก 14 กระถาง กระถางละ 3 ดอก กระดาษเงิน-ทอง เวลาเปิด-ปิดก็ 08.00-18.00 น.

เจ้าแม่กวนอิม ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดในมาเก๊า

ทิ้งท้ายตอนแรกด้วย ศูนย์ส่งเสริมศาสนา 'เจ้าแม่กวนอิม' หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทอง' สูงกว่า 20 เมตร สร้างด้วยทองคำสัมฤทธิ์ทั้งองค์ประดิษฐานบนดอกบัว 16 กลีบสูง 7 เมตร ภายใต้ฐานะดอกบัวแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นที่ 1 ประกอบด้วยห้องสำหรับประชุมหรือจัดเลี้ยงและเคาน์เตอร์ของที่ระลึก ชั้น 2 เป็นห้องนั่งสมาธิ และห้องสมุดเล็กๆ ที่รวมคำสอนพุทธศาสนา องค์เจ้าแม่กวนอิมรูปนี้มีความพิเศษคือมีพระพักตร์เป็นพระแม่มารี แต่อาภรณ์เป็นเจ้าแม่กวนอิม 

ไกด์บอกเหตุผลว่าทางการโปรตุเกสสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่มาเก๊า ในโอกาสที่ส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับจีน นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าหากใครมาไหว้องค์เจ้าแม่กวนอิมสามารถหาสัญลักษณ์ infinity หรือเลข 8 ที่ซ่อนอยู่ทั้ง 3 แห่ง พบแล้วจะมีโชคแบบไม่สิ้นสุด

เราเดินหาอยู่นาน ที่สุดแล้วเมื่อพ้นความพยายาม ความสำเร็จก็ตามมา หมอช้างพาเดินไปด้านหลังเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นทะเลกว้างสุดลูกตา และบอกว่าตรงนี้เป็นจุด
ฮวงจุ้ยที่ดีมหาศาล เพราะด้านหน้าเป็นทะเล ซ้าย-ขวาเป็นสะพาน ไกลๆ ออกไปเป็นภูเขา สายลมพัดอ่อนๆ ตลอดเวลา ทำให้โชคลาภและความมงคลจะวิ่งวนอยู่ข้างในตรงนี้ ส่วนเวลาเปิดปิดก็ 10.00-18.00 น.

เป็นการไหว้พระที่อิ่มใจมากมาย ไม่ต้องถาม มองหน้าก็รู้ว่าทุกคนรู้สึกแบบนั้น แม้จะไม่ได้ยินเสียงอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าจำไม่ผิดมีเสียงจากลม คล้ายเป็นคำพูดที่ฟังแล้วอุ่นหัวใจ ขอให้สมหวังทุกคน 

ตอนต่อไปเราจะพาไปหาที่เที่ยว ที่กิน ที่มาเก๊า รับประกันคุณจะชอบอย่างแน่นอน.

แก้ชง

ที่มาภาพส่วนหนึ่ง : @mr_sumeth ขอบคุณการท่องเที่ยวมาเก๊า http://th.macautourism.gov.mo/index.php และ https://www.facebook.com/th.macautourism

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้ชงหมอช้างท่องเที่ยวมาเก๊าหมอช้างแก้ชง59วิธีแก้ชง59ไหว้พระแก้ชงเดือนไหนชง59ปี59ปีไหนชงบ้างปีไหนชง59เที่ยวมาเก๊าหมอช้างมาเก๊าหมอดูมาเก๊าหมอช้างทศพรทัวร์วัดมาเก๊าวัด pou tai sim unพิพิธภัณฑ์ Taipa HouseMacanese Houseวัด Lin Fongวัดเจ้าแม่กวนอิมรวมเรื่องมาเก๊ามาเก๊าไปยังไงมาเก๊าใช้เงินอะไรวัดอาม่าประวัติมาเก๊าวัดเปากงPau Kungเปาปุ้นจิ้น'วัดแก้ชงแก้ชงปี59วัด Sam Kai Vui Kunเจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทองเจ้าแม่กวนอิมมาเก๊าข่าวไลฟ์สไตล์ข่าวไทยรัฐออนไลน์ข่าวไทยรัฐข่าวท่องเที่ยวมาเก๊าไทยรัฐรูปมาเก๊าสถานทีสำคัญมาเก๊าปีชง59

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้