วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ชะตามูรินโญ? 'สิงห์บลู' เปิดรังดวลเดือด 'หงส์แดง'

โจเซ มูรินโญ กุนซือเก้าอี้ร้อนของเชลซี จะอยู่หรือไปอาจขึ้นอยู่กับเกมนี้ เมื่อจะนำทัพ “สิงห์บลู” เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่นำโดย เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือคนใหม่ชาวเยอรมัน ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ คืนนี้ (เสาร์ 31 ต.ค.) เกมนี้มูรินโญจะส่งเอเด็น อาซาร์, ออสการ์ และวิลเลียน เป็นสามประสานปั้นเกมรุก โดยมี ดีเอโก คอสตา ยืนหน้าเป้า ส่วนหงส์แดงอาจจะได้คริสเตียน เบนเตเก กองหน้าทีมชาติเบลเยียม ลงล่าตาข่าย เริ่มเตะ 19.45 น. ถ่ายสดทางซีทีเอช สเตเดียม 4 ขณะที่ จ่าฝูง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ มีโอกาสเก็บ 3 แต้มสูง ในการเปิดบ้านรับมือ “นกขมิ้น” นอริช ซึ่งนัดนี้ แมนฯซิตี้จะใช้เควิน เดอ บรอยน์ และราฮีม สเตอร์ลิง เป็นตัวอันตรายในแนวรุก เริ่มเตะ 4 ทุ่มตรง ยิงสดทางสเตเดียม 5 ส่วน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เจองานหนักไม่ใช่น้อย เมื่อต้องบุกไปเยือน “หงส์ขาว” สวอนซี สดทางสเตเดียม 3 เริ่ม 4 ทุ่มเช่นกัน

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 คืนนี้ (เสาร์ที่ 31 ต.ค.) มีเกมดวลแข้งรวมทั้งสิ้น 7 คู่ โดยคู่เอกบิ๊กแมตช์จะเป็นเกมระหว่าง “สิงห์บลู” เชลซี แชมป์เก่า จะเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เริ่มเตะเวลา 19.45 น. โดยจะถ่ายทอดสดให้ชมทางซีทีเอช สเตเดียม 4

เกมชนช้างนัดนี้อาจจะเป็นแมตช์ตัดสินชี้ชะตาอนาคตของโจเซ มูรินโญ กุนซือเชลซี จะได้อยู่คุมทีมต่อไปหรือจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันในแมตช์นี้ว่าจะออกมาเช่นไร ถ้าทีมสิงห์บลูแพ้คาบ้าน โอกาสที่มูรินโญจะโดนเด้งก็มีสูงเลยทีเดียว

สำหรับความพร้อมของเชลซีในเกมนี้ กุนซือโจเซ มูรินโญ จะต้องเช็กความฟิตของดีเอโก คอสตา กองหน้าทีมชาติสเปน ที่เจ็บมาจากเกมลีกคัพรอบ 4 ที่พ่ายสโต๊กในการดวลจุดโทษ อย่างไรก็ตาม คอสตามีโอกาสลงล่าตาข่ายในเกมนี้อยู่ที่ 50-50 แต่หากลงไม่ได้ คาดว่าโลอิก เรมี หัวหอกชาวฝรั่งเศส จะได้ลงล่าตาข่ายแทน ส่วนทางฝั่ง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ซึ่งเพิ่งคว้าชัยนัดแรกภายใต้การคุมทัพของเจอร์เกน คลอปป์ กุนซือคนใหม่ หลังเปิดรังเอาชนะบอร์นมัธ 1-0 ในเกมลีกคัพ รอบ 4 จะไม่มีแดนนี สเตอร์ริดจ์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ที่สลัดอาการเดี้ยงไม่ทันแน่ แต่อาจจะได้คริสเตียน เบนเตเก กลับมาลงยิงประตู พร้อมทั้งมีโรแบร์โต ฟีร์มิโน และคูตินโญ ช่วยกันปั้นเกมรุก สำหรับแนวโน้มเกมนี้คาดว่าเกมจะออกมาสูสีคู่คี่ ผลัดกันรุกผลัดกันรับ และน่าจะจบลงด้วยผลเสมอ

ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ ทีมจ่าฝูงมีโอกาสสูงที่จะเก็บเพิ่มอีก 3 คะแนน เมื่อจะเปิดบ้านรับมือ “นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ (เริ่มเตะ 22.00 น. ยิงสดทางสเตเดียม 5) เกมนี้แมนฯซิตี้ จะส่งเควิน เดอ บรอยน์ และราฮีม สเตอร์ลิง เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุก ส่วนโปรแกรมคู่อื่นๆที่น่าสนใจ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล จะบุกเยือนสวอนซี เริ่ม 4 ทุ่มตรง ยิงสดทางสเตเดียม 3, นิวคาสเซิล-สโต๊ก (สดทางสเตเดียม 2), วัตฟอร์ต-เวสต์แฮม (สดทางสเตเดียม 4) เริ่ม 22.00 น. ทั้งสองคู่