กีฬา
100 year

ตามรอย "ธรรมศาลา-อโรคยาศาล" อนุสรณ์แห่ง...พระเจ้าชัยวรมันที่ 7

ไทยรัฐฉบับพิมพ์31 ต.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

อโรคยาศาล.

เป็นครั้งแรกของการเที่ยวอีสานที่รู้สึกว่าคุ้มค่ามากที่สุด เพราะได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความสุขไปพร้อมๆในทริปเดียว กับการเดินทางที่มีชื่อว่า “ท่องเมืองปราสาทสองยุค เรียนรู้แหล่งศึกษากับเพ ลา เพลิน”

ออกจากดอนเมือง 12.25 น. ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ที่มีเที่ยวบินไปบุรีรัมย์วันละเที่ยวหลับยังไม่ทันถึงตื่นเครื่องก็เตรียมร่อนลงเสียแล้ว

ทีมสื่อมวลชนกับทริปท่องเมืองปราสาทสองยุค.

บ่ายโมงเศษ เราก็มาถึงบุรีรัมย์ คุณเอ๋...พรทิพย์ อัษฎาธร เจ้าของเพ ลา เพลิน ศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอีสาน ที่เจ้าตัวบอกว่า เพ ลา เพลิน มาจากภาษาอังกฤษสองคำ คือ Play + Learn = Plearn หรือ เพลิน หมายถึงให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทุกคนโดยเฉพาะเด็กๆจะได้เข้ามาเรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน

ก่อนที่จะพูดคุยกันมากมาย คุณเอ๋ แนะนำให้รองท้องด้วยเมนูเด็ด “บั้นท้ายสวรรค์” ที่ร้านเป็ดย่างคูเมืองต้นตำรับ กินพร้อมกับส้มตำและอาหารอีสานรสชาติแบบบ้านๆ แซ่บอีหลี...อย่าบอกใคร

อิ่มหมีพีมันกันแล้ว...ก็ได้เวลาเดินทางสู่เพ ลา เพลิน เพื่อนั่งรถรางชมอุทยานไม้ดอกแห่งแรกและแห่งเดียวในอีสานใต้ ที่ชื่อว่า “The Flora @เพ ลา เพลิน”

โรงอนุบาลไฮเดรนเยีย.

ต้องบอกว่า ความตั้งใจของไฮโซบุรีรัมย์คนนี้ไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะการเนรมิตผืนดินที่แห้งแล้งกว่า 200 ไร่ ให้เป็นทั้งแปลงเกษตรสาธิต โรงเก็บต้นอ่อนของดอกไม้จากฮอลแลนด์อย่างไฮเดรนเยีย และลิลลี่ ที่กำลังจะเบ่งบานในช่วงหนาวนี้ รับ “เทศกาลไฮเดรนเยีย เมื่อความรักเปลี่ยนสี” ในเดือน ธ.ค. นอกจากนี้ยังมีไร่องุ่น สตรอเบอรี่ เสาวรส ที่มีการจัดการแบบออร์แกนิก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยจากสารพิษ นอกจากนี้ยังมีโรงเรือนอีก 6 โรงที่เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และที่จัดแสดงนิทรรศการที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงจริงๆที่สำคัญ คุณเอ๋ บอกว่า ปีนี้ ทุ่มเงินถึง 7 ล้านบาทสั่งซื้อหัวทิวลิป 1 แสนหัว พร้อมวัสดุปลูก เพื่อเนรมิตทุ่งทิวลิปแห่งแรกของอีสานไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงคริสต์มาสนี้ด้วย

ตะบองเพชรสีสดใส.

หลังเพลิดเพลินกับแลนด์มาร์กอีสานที่ คุณเอ๋ ตั้งเป้าให้ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้พัฒนาไปสู่จุดนั้นให้ได้แล้ว ก็ได้เวลาเข้าพักที่โรงแรมซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ทุกห้องมีไอเดียสร้างสรรค์ให้เป็นประเทศต่างๆทั้งยุโรปและเอเชีย ซึ่งก็มาจากของแต่งบ้านและของสะสมที่เจ้าของโรงแรมเก็บสะสมมาตลอดนำมาประดับตกแต่งตามทางเดินและห้องพักให้มีสไตล์ที่หลากหลายเป็นไอเดียเก๋ๆอีกอย่างหนึ่ง

อาจารย์วันดี เธียรสวัสดิ์กิจ

รุ่งขึ้น เรามีนัดกับ อาจารย์วันดี เธียรสวัสดิ์กิจ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ที่จะพาพวกเราไปสัมผัสกับร่องรอยประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะปราสาทหินที่ถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีปราสาทหินมากที่สุดในประเทศไทย คือ มากกว่า 60 ปราสาท จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองปราสาทหิน และที่น่าทึ่งอีกอย่าง ที่นี่มีภูเขาไฟที่เกิดจากรอยเลื่อนของเปลือกโลกมากที่สุดคือ 6 ลูกด้วย

เริ่มสนุกละ...บุรีรัมย์ ที่เคยเป็นแค่เมืองผ่าน เมืองที่ใครๆมาแล้วก็ผ่านเลยไป กลายเป็นเมืองต้องห้ามพลาด สำหรับการท่องเที่ยว ไม่ต้องพูดถึงสนามฟุตบอลที่เป็นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด เพราะจริงๆแล้ว ตัวของบุรีรัมย์เองก็มีมนต์เสน่ห์ที่ชวนให้ไปสัมผัสอยู่ไม่น้อย

มุมถ่ายรูปสุดคลาสสิก.

ที่น่าสนใจที่สุด เห็นจะเป็นร่องรอยความเจริญที่เคยเกิดขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งตรงกับ พ.ศ.1723-1763 และทรงเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของเขมรด้วย

อาจารย์วันดี บอกว่า บุรีรัมย์ เป็นเมืองที่มีความน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปราสาทหิน ชาติพันธุ์ ภาษา ไปจนถึงอาหารการกิน อย่างเช่น กุ้งจ่อม ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดมีการทำที่เดียวในประเทศไทย คือ ที่นี่...บุรีรัมย์

บุรีรัมย์มี 23 อำเภอ แต่มีภาษาที่ใช้ถึง 3-4 ภาษา ประชากร 40% พูดภาษาถิ่นเขมร 20% พูดภาษาลาว 20% พูดภาษาไทยเบิ้ง หรือไทยโคราช อีก 20% พูดภาษาอีสาน ทั้งๆที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน แปลกมั้ยล่ะ

ปราสาทบ้านบุ.

ปราสาทแห่งแรกที่อาจารย์วันดีพาเราไปชม เป็นปราสาทเล็กๆ แต่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ชื่อว่า “ปราสาทบ้านบุ” ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ โรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ ตำบลจระเข้มาก การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับทางไปปราสาทเมืองต่ำ โดยปราสาทบ้านบุจะอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2221 ห่างจากทางแยกเข้าปราสาทเมืองต่ำไปทางอำเภอประโคนชัย ราว 1.5 กิโลเมตร

อาจารย์วันดี เล่าว่า การสร้างปราสาทขอมในยุคโบราณ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้สร้างมักเป็นเจ้าหรือกษัตริย์ มีวัตถุประสงค์ 2 อย่าง คือ สร้างเพื่อเก็บศพตัวเอง และสร้างเพื่อเป็นศาสนสถาน อย่างปราสาทหินพนมรุ้ง ก็สร้างตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ให้เป็นเทวาลัยเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ขณะที่ปราสาทหินพิมาย สร้างเพื่อเป็นศาสนสถานของพุทธ

สำหรับ ปราสาทบ้านบุ เป็นหนึ่งในธรรมศาลา 17 หลัง ที่พระเจ้าชัยวรมันรับสั่งให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักคนเดินทาง ในจารึกปราสาทพระขรรค์บันทึกไว้ว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างธรรมศาลาทั้งสิ้น 121 หลังในสมัยของพระองค์ โดย 17 หลังอยู่ในเส้นทางราชมรรคา จากเมืองพระนครหรือพนมเปญในปัจจุบันมาจนถึงพิมาย เมืองนครราชหรือนครราชสีมา หนึ่งในนั้นคือ ปราสาทบ้านบุหลังนี้

พรทิพย์ อัษฎาธร และ ปริม ปัญญาเสรีพร.

นอกจากธรรมศาลาแล้ว พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยังโปรดให้สร้าง “อโรคยาศาล” ขึ้นอีก 102 แห่ง เฉพาะในบุรีรัมย์พบกว่า 10 หลังว่ากันว่า อโรคยาศาล จริงๆแล้วก็คือโรงพยาบาลในยุคนั้น...โดยรอบๆของอโรคยาศาล จะมีกุฏิฤาษี หรือศาสนสถานประจำโรงพยาบาล ถ้าเป็นปัจจุบันก็คือ ศาลในโรงพยาบาลที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพรให้หายจากความเจ็บป่วยนั่นเอง

ศิลาจารึกที่พบในปราสาทตาพรหม เขียนไว้ว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างอโรคยาศาลขึ้นโดยรอบอาณาจักรของพระองค์ 102 แห่งโดยมีศิลาจารึกอีกหลายหลักที่มีข้อความคล้ายคลึงกัน ส่วนใหญ่จารึกด้วยอักษรขอมภาษาสันสกฤตเรียกว่าจารึกโรงพยาบาลพบในประเทศกัมพูชา 17 หลัก และในประเทศไทย 4 หลัก

นี่แค่ปราสาทที่เหมือนกับศาลาเล็กๆก็สนุกขนาดนี้แล้ว พรุ่งนี้เรามีโปรแกรมไปชมปราสาทเมืองต่ำ และขึ้นชมพระอาทิตย์ตกที่ปราสาทพนมรุ้ง ที่ว่ากันว่า ใน 1 ปีจะมีปรากฏการณ์แบบนี้แค่ 4 ครั้ง คือประมาณเดือนมีนาคม, เมษายน, กันยายนและตุลาคม โดยพระอาทิตย์จะตกส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บานของปราสาทพนมรุ้ง ชักตื่นเต้นแล้วล่ะสิ...

เต้าส่วน...เจ๊ตุ่ม.

แต่ตอนนี้ขอไปแวะตลาดไนท์เก่า กินเต้าส่วน เจ๊ตุ่ม ที่เขาลือกันว่า เป็นเต้าส่วนที่อร่อยที่สุดในประเทศไทยก่อน....เต้าส่วนร้านนี้ ขายได้วันละเกือบ 10,000 บาท อร่อยแค่ไหนต้องไปพิสูจน์...!!!

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวตามตะวันธรรมศาลาอโรคยาศาลบุรีรัมย์คุณเอ๋พรทิพย์ อัษฎาธรเพลา เพลินอาจารย์วันดี เธียรสวัสดิ์กิจเมืองปราสาทสองยุคปราสาทหินปราสาทบ้านบุปราสาทตาพรหมพระเจ้าชัยวรมันที่ 7คอลัมน์คอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้