วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' ลั่นกลางเวทีแม่น้ำ5สาย ถ้าบ้านเมืองไม่สงบก็ต้องปิดประเทศ

'บิ๊กตู่' ลั่นกลางเวทีแม่น้ำ5สาย ถ้าบ้านเมืองไม่สงบก็ต้องปิดประเทศ

  • Share:

“บิ๊กตู่” ร่ายยาว 2 ชม. สั่งเข้มแม่น้ำ 5 สายเล่นเป็นทีมลุยปฏิรูป ของขึ้นแช่งพวกดึงฟ้าตํ่าไม่ตายดี ลั่นเมตตามามากแล้ว ต่อไปไม่เตือน-จับติดคุก จวกคนหนีไปต่างประเทศกลับมาสู้คดี เลิกบิดเบือนป่วนนอกเวที ฉุนพวกกเฬวรากกล่าวหาสืบทอดอำนาจ ฮึ่มบ้านเมืองไม่สงบอยู่ต่อ ถึงขั้นปิดประเทศก็ต้องทำ “วิษณุ” ปัดวุ่นไม่ได้พูดปรองดองไม่เกิด ไม่มีเลือกตั้ง แจงตัดสิทธิคนแพ้โหวตโนแค่ชั่วคราว “เพื่อไทย” ตามถล่ม กรธ.ตั้งกติกาตีกัน หวังเพิ่ม ส.ส.ให้ประชาธิปัตย์ “ปึ้ง” ประชดเขียนเลยห้าม พท.เป็นรัฐบาล “ตู่” จวก “มีชัย”วางกับดักปูทางนายกฯคนนอก ด้าน “โกวิทย์” ผวาช่องโหว่นักการเมืองรุมกินโต๊ะสมัคร ส.ส.น้ำดี “ปู” ไปศาลตรวจพยานคดีจำนำข้าว ทนายโต้แทนไม่เคยไปข่มขู่ใคร “จตุพร” ย้ำมีกระบวนการสมคบคิดนัดแต่งแดง 1 พ.ย. ท้าใครเป็นแกนนำต้องกล้าเปิดตัว

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกประชุมแม่น้ำ 5 สายเพื่อเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามโรดแม็ป โดยนายกฯได้กำชับให้ทุกฝ่ายทำงานกันเป็นทีม พร้อมระบุว่าหากบ้านเมืองยังไม่สงบ ต้องอยู่ต่อแม้จะต้องปิดประเทศก็ตาม


รัฐสภาคึกถกร่วมแม่น้ำ 5 สาย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 ต.ค.ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการประชุมร่วมแม่น้ำ 5 สาย ระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ผู้เข้าร่วมประชุม เจ้าหน้าที่ รวมถึง สื่อมวลชนทยอยเดินทางเข้ามายังอาคารรัฐสภาแล้ว ขณะที่การรักษาความปลอดภัยด้านหน้าทางเข้ารัฐสภา มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 จำนวน 1 กองร้อย ส่วนภายในอาคารรัฐสภา จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 นายเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว นอกจากนี้ยังวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา 98 นาย ไว้ตั้งแต่คืนวันที่ 27 ต.ค.โดยหัวหน้ากลุ่มงานตำรวจรัฐสภา กำชับการตรวจบัตรบุคคล ยานพาหนะ ก่อนเข้ามายังบริเวณอาคารรัฐสภา และจัดรถหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่พร้อมแพทย์ 2 คัน ตลอดการประชุมมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 และสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

“บิ๊กตู่” ติวเข้มทำงานเป็นทีมเดียวกัน

ต่อมาเวลา 09.30 น. การประชุมแม่น้ำ 5 สาย จึงเริ่มขึ้น มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ร่วมเป็นประธานประชุม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวให้นโยบายการทำงานว่า ขอให้ทุกฝ่ายทำงานเป็นหนึ่งเดียวเพื่อประเทศไทย ทุกคนต้องยอมรับกติกาให้ประเทศปลอดภัยมั่นคง ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีที่ยืนในนานาชาติ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ต่างจากทุกเหตุการณ์ในอดีตเช่น 14 ต.ค.16 หรือ 6 ต.ค.19 เพราะทะเลาะเรื่องประชาธิปไตย ต้องร่วมมือกัน ขอร้องอย่าไปสร้างความบิดเบือนสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา ถ้าตนไม่ทำแบบนี้ประเทศล้มไปแล้ว ใช้จ่ายงบประมาณไม่ได้ จะอยู่ได้อย่างไร ตนไม่ใช่ผู้เริ่มต้นปัญหา ถ้าไม่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งขึ้นมา

กวักมือเรียกคนอยู่ ตปท.มาสู้คดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใครที่อยู่ต่างประเทศ ขอให้กลับมาพิสูจน์คดีตามกระบวนการยุติธรรมด้วยตัวเอง ไม่ใช่ไปต่อสู้อยู่ข้างนอก ท่านยังนับถือคนเหล่านี้อีกหรือ ตนอายเขาที่มีคนหนีไปต่างประเทศ วันนี้ต้องเลิกปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง สถานการณ์บ้านเราเหมือนมีแม่น้ำประชาธิปไตยขวางอยู่ ทุกคนกำลังข้ามแม่น้ำ แต่รัฐบาลเข้ามาเป็นสะพานให้ทุกคนข้ามแม่น้ำสายนี้ไปให้ได้ บางคนพร้อมเดินข้ามสะพาน แต่บางคนยังพยายามว่ายน้ำข้ามไปอย่างนี้ก็ตายอยู่ข้างล่าง เมื่อไรที่มีเหตุการณ์ ทหารต้องขยับเข้ามา ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ทหารเข้ามาอีก ตนไม่อยากเข้ามา เพราะเข้ามาแล้วเหมือนถูกซักฟอก มันเปลืองตัว ต้องยอมรับว่าไม่มีอะไรในโลกเท่าเทียม กัน แต่มีสิ่งเดียวที่ทำให้ทุกคนเท่าเทียมกันคือกฎหมาย ถ้าทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย ทุกอย่างจะเดินหน้าได้หมด

ฉุนพวกกเฬวรากหาต่อท่ออำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนโรดแม็ปการทำงาน 6-4-6-4 ของรัฐบาลนั้น ตนไม่อยากอยู่ จะอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่คิดสืบทอดอำนาจ ฉะนั้นอย่ามาถามตนแบบนี้ ไอ้พวกกเฬวรากด้านนอก ถ้าเข้ามาอยู่เองจะรู้ว่าไม่ได้สบาย ต้องแบกภารกิจคน 70 ล้านคน ตนเข้ามาเพื่อยุติความรุนแรง ไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วบาดเจ็บ บาดแผลเต็มตัว แต่ต้องขอขอบคุณ ไม่เคยตำหนิ นักการเมืองมักลืมอดีตว่าเกิดอะไรขึ้น จำแต่เรื่องอนาคตว่าเมื่อไรจะเลือกตั้ง แต่ไม่มีใครพูดว่าจะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ส่วนเรื่องสถาบัน ไม่เข้าใจว่า เหตุใดนำพระองค์ท่านมายุ่งเกี่ยว ท่านไม่เคยลงมาเกี่ยวข้อง ไม่เคยรับสั่งว่าเกลียดสีนั้นสีนี้เลย แต่ทำไมต้องนำพระองค์ท่านมาเกี่ยวข้อง ตนยอมไม่ได้อยู่แล้ว

เลิกเมตตาหมิ่นสถาบันจับยัดคุก

“หลายคนได้รับนิรโทษกรรมมาแล้วก็กลับมาทำแบบเดิมอีก ไอ้พวกนี้ไม่เคยมีความกตัญญู มันไม่ตายดีหรอก จำคำพูดผมไว้แล้วกัน ที่ผ่านมาที่มีปัญหาทุกวันนี้ เพราะใช้สถาบันมาเกี่ยวข้องผมเมตตามาเยอะแล้ว เรียกมาปรับทัศนคติ ต่อไปคงไม่เรียกแล้วให้ติดคุกเลยง่ายดี เพราะพอเรียกมาปรับทัศนคติก็บอกว่า ละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วจะปล่อยให้เป็นพ่อมึงหรือไง ผมโมโหเรื่องนี้ ขอโทษนะ ไม่ได้อยากพูดคำหยาบ แต่แตะต้องไม่ได้สักอย่างเลยแล้วบ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร” นายกฯกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน



ส่งแม่น้ำ 4 สายจับมือเข้าหาชาวบ้าน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล ต้องบูรณาการเรื่องที่เป็นกิจกรรมเดียวกัน ให้เป็นการบูรณาการระดับนโยบาย เช่น เรื่องน้ำ ต้องให้แต่ละกระทรวงมาคุยกัน โครงการใดเร่งด่วนให้ทำเลย อะไรเป็นเรื่องระยะยาวต้องทำต่อเนื่อง หรือการปฏิรูปตำรวจ ต้องทำทีละขั้นตอน ให้กำหนดว่ารัฐบาลหน้าที่มาจากการเลือกตั้งต้องทำอะไรบ้างภายใน 5 ปี ส่วนวาระการปฏิรูปของ สปท.นั้นให้นำไปใส่ไว้ในนโยบายรัฐบาล 11 ด้าน ที่แถลงต่อ สนช. โดยให้ตั้งคนที่มีความชำนาญเข้าไปทำงานแต่ละด้าน และตั้งวิปมาประสานงาน ลดภาระ ไม่ให้แยกกันทำงาน ขอให้แม่น้ำ 4 สายคือ ครม. สปท. สนช.และ กรธ. ลงพื้นที่ไปพบประชาชนพร้อมกัน เพื่อเตรียมการสู่การเลือกตั้งให้ดีที่สุด หากเป็นเรื่องกฎหมายเร่งด่วนขอให้ประสานกับ สนช.

ถ้าไม่สงบอยู่ต่อ ปิดประเทศก็ต้องทำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วน กรธ.ขอให้ทำงานไป เรื่องนายกฯคนนอก ตนไม่เข้าใจ ไม่ต้องมา ถาม ฝ่ายการเมืองไม่ต้องมาระแวงตน เขียนทุกวันว่าตนจะอยู่ในอำนาจ ถ้าไม่สงบเรียบร้อย ตนก็ อยู่ต่อ ปิดประเทศก็ต้องปิดกันไป ถ้าเอามวลชนมา แกนนำต้องโดนก่อน โดยเฉพาะคนที่พูดมาก ตนมีอำนาจอยู่ “วันนี้แม่น้ำ 5 สาย ต้องร่วมกันทำงานถ้าตายต้องตายตกไปตามกัน แต่อยากให้สร้างประวัติ-ศาสตร์ร่วมกัน นำประเทศไปสู่ความมั่งคั่งมั่นคง ขอโทษที่วันนี้มันแรงไปหน่อย หนักไปนิด แต่มันอยู่ในใจผมที่สะสมทุกวันเกือบ 2 ปี เสาร์อาทิตย์ทีไรอึดอัดทุกที เพราะสั่งงานใครลำบาก วันนี้นายทุกคนรับคำสั่งผมไป ต้องไปสั่งต่อ ต้องรู้ว่าคนข้างล่างทำอะไรไปบ้าง เพราะแต่ละกระทรวงมี คตร.อยู่ ถ้าผิดต้องแจ้งมา จะได้ยื่น ป.ป.ช.ดำเนินการ ผมจะไม่ใช้มาตรา 44 ขอให้สิ่งที่ทำทั้งหมดวันนี้เป็นความภาคภูมิใจ เป็นประวัติศาสตร์เพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน”

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลามอบนโยบายยาว 2.15 ชั่วโมง โดยไม่มีสมาชิกคนใดซักถาม เมื่อนายกฯกล่าวจบสมาชิกพร้อมใจปรบมือดังลั่นทั่วห้องประชุม จากนั้นนายพรเพชรสั่งปิดประชุมเวลา 11.55 น.


นายกฯงอนสื่อไม่ให้สัมภาษณ์

ต่อมาเวลา 13.30 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระ สังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมการจัดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระสังฆราชฯ ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังจากก่อนหน้านี้มีกำหนดการว่านายกฯจะแถลงข่าวเกี่ยวกับการมอบนโยบายการทำงานให้กับแม่น้ำ 5 สายด้วยตนเอง ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามถามนายกฯถึงเหตุผลไม่ให้มีการซักถามในที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย โดยนายกฯกล่าวสั้นๆ ว่า “ไม่มีประโยชน์” แล้วเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยได้หันมาพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน สีหน้าไม่พอใจพร้อมชี้นิ้วมาทางผู้สื่อข่าวว่า “ไปดูใครเขียนว่าผมยังไง”

ตั้งโจทย์ตีกรอบกันปฏิรูปเหลว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานของนายกฯเปิดเผยว่า สิ่งที่นายกฯให้นโยบายต่อแม่น้ำ 5 สายในครั้งนี้ เพื่อให้ทั้งหมดรู้โจทย์และปัญหาการดำเนินงานของคสช.และรัฐบาลในห้วงที่ผ่านมา โดยรัฐบาลและ คสช.เริ่มปฏิรูประยะที่ 1 ไว้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเร่งด่วน สามารถทำจบได้ภายในก่อนเดือน ก.ค.60 ส่วนเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อให้ สปท.นำไปรวมไว้ในแผนปฏิรูปที่จะส่งให้รัฐบาลหน้า พร้อมนำแนวทางปฏิรูปของสปช.มาพิจารณาควบคู่ไปด้วย เพื่อจัดกลุ่มกิจกรรม กำหนดวิธีการ เรียงลำดับความสำคัญ เรื่องใดที่ได้ทำเลยให้ สนช.ออกกฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ภายในเดือน ก.ค.60 ส่วนเรื่องใดต้องใช้เวลาต่อเนื่อง กรธ.ต้องหาวิธีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยให้ สนช.ไปออกกฎหมายลูก เพื่อกำหนดให้รัฐบาลในอนาคตต้องนำไปปฏิบัติ

ส่ง รมต.–ผู้ตรวจฯร่วมทีมเดินสาย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่าหลังจากนี้จะเกิดความเข้าใจการดำเนินงานของรัฐบาล สิ่งที่นายกฯเน้นย้ำในที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย คือ การลงพื้นที่ของแม่น้ำสายต่างๆ เพื่อรับฟังความคิดเห็นประชาชน ขอให้ไปด้วยกัน รัฐบาลพร้อมส่งข้าราชการไปร่วมทีม เบื้องต้นจะให้ผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแต่ละเขตเป็นตัวแทนรัฐบาล ถ้าเป็นเรื่องเฉพาะด้าน ซับซ้อน อาจส่งรัฐมนตรีหรือรองนายกฯไป นอกจากนี้ได้ตั้งวิปกลาง ที่ไม่เคยมีมาก่อน ประกอบด้วยรัฐบาล มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และมีตัวแทนจาก สนช. สปท. เพื่อช่วยผลักดันการทำงาน

จ่องัด ม.44 ปั่นผลงานปฏิรูป

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายกฯ มอบหมายให้ฝ่ายกระบวนการยุติธรรมเร่งรัดคดีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ข้อยุติภายในปี 2559 เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรองดองในปี 60 นั้น นายกฯมอบฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช.ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นหัวหน้า ไปช่วยทำการบ้านเตรียมไว้ เรื่องสร้างความปรองดอง นายกฯพูดมานานแล้ว แต่เพิ่งมาพูดชัดว่า ให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ คสช.ไปเตรียมการ ส่วนกรณี สปท.จะเสนอกฎหมายการปฏิรูปประเทศ ขอให้ร่างมาให้เสร็จ หรือบอกมายังรัฐบาล ยินดีให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าไปช่วย หากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนจะดำเนินการตามกระบวนการ หรือเสนอไปยัง สนช. แต่หากเป็นเรื่องเร่งด่วน รัฐบาลจะเสนอเข้า สนช.โดยด่วน หรือออกเป็น พ.ร.ก. หากด่วนที่สุดและจำเป็นจริงๆจะใช้มาตรา 44 สั่งการเลยก็ได้ เพื่อให้ข้อเสนอของสปท.เป็นรูปธรรม

ห้าม รบ.ขัดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.30 น.ที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาหมวดหน้าที่ของรัฐ จากนั้นเวลา 15.00 น. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ.แถลงว่า ที่ประชุมพิจารณาหมวดหน้าที่ของรัฐ สรุปสาระสำคัญคือ รัฐต้องดำเนินให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ให้ความคุ้มครองผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสให้ดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม ตลอดจนคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรรัฐ ต้องระวังผลกระทบต่อประชาชนและชุมชน รวมถึงต้องเยียวยาความเดือดร้อนอย่างเป็นธรรม รวดเร็ว หากการดำเนินการใดๆของรัฐมีผลกระทบต่อประชาชน ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวข้องด้วย รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง ต้องมีมาตรการและกลไกขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการด้วย ส่วนการพิจารณาแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่ประชุมเห็นว่ารัฐบาลจะดำเนินการใดขัดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐไม่ได้ หากดำเนินการขัดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ จะเป็นเหตุให้ฟ้องร้องได้

ปัดแบนตลอดชีพคนแพ้โหวตโน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิด กรธ.ที่ให้ใช้คะแนนเสียงผู้สมัคร ส.ส.เขตที่ไม่ได้รับเลือกตั้งมาคำนวณเป็นจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า ยังไม่ทราบว่ากรธ.ต้องการทำอะไร ไม่ขอออกความเห็นเพราะยังไม่เข้าใจเท่าใด แต่หลักการที่ให้ทุกคะแนนมีความหมายเห็นด้วย ส่วนการเสนอให้ตัดสิทธิผู้สมัครเลือกตั้งที่ได้คะแนนน้อยกว่าคะแนนโหวตโนนั้น จากการคุยกับ กรธ.บางคนได้รับคำอธิบายว่า เป็นการตัดสิทธิเฉพาะครั้งนั้น ครั้งต่อไปสามารถลงได้ ไม่ใช่ตัดสิทธิตลอดชีวิต

เชื่อออกกฎให้ กกต.เลื่อนเลือกตั้ง

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวระบุว่าหากการปรองดองยังไม่สำเร็จ จะไม่ได้เลือกตั้งนั้น ขอชี้แจงว่า ไม่เคยพูดว่าหากยังไม่ปรองดองจะเลือกตั้งไม่ได้ แต่บอกว่าต้องปรองดองระดับหนึ่งก่อน ไม่ต้องถึงขั้นรักกอดจูบกัน แต่ถ้ายังตะลุมบอนกัน กกต.จะไม่กล้าจัดเลือกตั้ง ประชาชนไม่กล้าออกจากบ้านมาเลือกตั้ง แล้วการเลือกตั้งจะเกิดได้อย่างไรหากเกิดเหตุขึ้นอาจต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เชื่อว่าในรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเขียนให้อำนาจ กกต.เลื่อนเลือกตั้ง หากเกิดเหตุอะไรขึ้นอาจเลื่อน 1-3 เดือน แล้วแต่จะเขียนเอาไว้ ไม่ได้แปลว่าโรดแม็ปทลายทิ้งหมด หากไม่ปรองดอง ใครจะไปดูถูกประชาชนขนาดนั้น

“โกวิทย์” ห่วงหลุมพรางรุมกินโต๊ะ

ด้านนายโกวิทย์ ธารณา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวคิดของ กรธ.ที่จะกำหนดให้ผู้ที่จะได้เป็น ส.ส.ต้องมีคะแนนมากกว่าเสียงโหวตโนในเขตเลือกตั้งว่า ในทฤษฎีอาจจะทำได้ และไม่เคยทราบว่ามีประเทศใดบ้างที่ใช้กติกานี้ แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่าหากกำหนดให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในเขต ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่าคะแนนโหวตโน อาจเกิดการกลั่นแกล้งหรือ วางแผนรุมกินโต๊ะผู้สมัครคนดีที่ชาวบ้านชื่นชอบได้ คือ การใช้ฐานเสียงของพรรคการเมือง หรือใช้อิทธิพลนักการเมืองใหญ่ในพื้นที่จับมือกัน ให้ฐานเสียงจัดตั้งลงคะแนนโหวตโนให้มากกว่าคะแนนผู้สมัครที่คะแนนนำลำดับที่หนึ่ง เมื่อถูกตัดสิทธิผู้สมัครที่เหลืออาจต้องเลือกตั้งใหม่ หรืออาจให้คนที่ได้คะแนนลำดับที่สองขึ้นมาแทน จะกลายเป็นการทำลายล้างทางการเมืองกันมากกว่า อย่าลืมว่านักการเมืองส่วนใหญ่จะใช้ทุกวิธีเพื่อเข้าสู่อำนาจ ขอให้ กรธ.พิจารณาให้ถ้วนถี่รอบคอบ ขอให้กำลังใจให้วางกติกาที่เป็นธรรมและใช้ได้จริง

ประชดเขียนห้าม พท.เป็นรัฐบาล

ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี กรธ.คิดวิธีเลือกตั้งให้พรรคใหญ่ที่ได้คะแนนเยอะกลับได้ ส.ส.น้อยลง แต่พรรคอันดับ 2 และ 3 ได้คะแนนน้อยจะได้ ส.ส.มากขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้จริงสะท้อนแนวคิดเบื้องลึกของ กรธ.ว่าต้องการทำให้พรรคใหญ่เล็กลง ขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่เคารพเสียงข้างมาก แบบนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยที่นานาชาติยอมรับ ถ้าไม่ต้องการให้พรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ควรเขียนลงในรัฐธรรมนูญไปเลยว่า “ห้ามพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล” จะง่ายและดูดีกว่าต้องการไปคิดค้นวิธีคำนวณคะแนนเลือกตั้งให้ประชาชนมึนหัวกับวิธีของ กรธ.ที่ล้วนเป็นผู้มีความสามารถ มีชื่อเสียง จะร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนทั่วแผ่นดินรับได้ต้องคิดให้หนักและรอบคอบ ถ้าทำผิดอะไรไปจะกลายเป็นเหมือนตราบาป จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชั่วลูกชั่วหลาน อย่าให้ใครมาจูงไปในทิศทางไม่เป็นกลาง อย่าลืมว่าจะปรองดองและปฏิรูปประเทศได้ ขึ้นอยู่กับกติกาที่ กรธ.กำลังร่าง เชื่อว่า กรธ.คงไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง จะได้เดินตามโรดแม็ป

โวยตีกันหวังเพิ่ม ส.ส.ให้ประชาธิปัตย์

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิด กรธ.ที่ให้ใช้คะแนนเสียงผู้สมัคร ส.ส.เขตที่ไม่ได้รับเลือกตั้งมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อตีกันพรรคเพื่อไทย เอื้อประโยชน์ให้พรรคประชาธิปัตย์ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้น อาจมีจำนวน ส.ส.มากกว่าพรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคเสียงข้างมาก เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไปจับมือกับพรรคเล็กจัดตั้งรัฐบาลได้โดยไม่ได้รับเลือกเป็นฉันทามติจากประชาชน กลายเป็นคนที่ประชาชนไม่ได้เลือกได้บริหารประเทศ สภาฯจะเต็มไปด้วยพรรคที่มี ส.ส.ต่ำกว่าสิบจำนวนมาก เป็นจุดเริ่มต้นการคอร์รัปชัน ต่อรองหรือซื้อตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างมโหฬาร หากผู้มีอำนาจในรัฐบาลนี้จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา อาจได้ ส.ส.ทางอ้อมจากสูตรดังกล่าว นำไปสู่การตั้งนายกฯคนนอกหรือไม่ สูตรนี้เป็นความต้องการของผู้มีอำนาจ ซึ่งนายมีชัย เขียนซ่อนเงื่อนในรัฐธรรมนูญมากมาย ถึงเวลาทำประชามติจะไม่ผ่านแน่นอน


จวก “มีชัย” วางกับดักนายกฯคนนอก

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวในรายการมองไกลผ่านยูทูบว่า กรธ.พยายามเสนอสูตรเลือกตั้งประหลาด เช่น แพ้โหวตโนถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต ด้วยกติกาแบบนี้ทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้ ส่วนแนวคิดระบบเลือกตั้งใหม่ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนาว่า ไม่ต้องการให้อำนาจเป็นของประชาชน ต้องการเปิดให้คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคการเมืองจะได้รับเลือกเป็นเบี้ยหัวแตก ที่สำคัญจะมีแนวคิดอย่างไรบางพรรคก็แพ้อีก การเลือกตั้งปี 50 เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก ยังแพ้ตามเดิม ส่วนการพยายามไปเพิ่มเสียงให้อีกพรรคหนึ่ง ไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่การไม่คืนอำนาจประชาชนนั้นคือประเด็นสำคัญ เป็นลีลาของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่เริ่มตั้งแต่การปราบโกงเพื่อให้ประชาชนสนใจ แล้วไปใส่เนื้อหารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ในส่วนที่มาของนายกฯคนนอก

ยัน “ปู” ไปศาลตรวจพยานคดีจำนำข้าว

วันเดียวกัน นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 29 ต.ค. เวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ที่นัดสรุปจำนวนพยานบุคคลและพยานเอกสารของฝ่ายอัยการโจทก์และจำเลยที่จะนำเข้าไต่สวนว่า แต่ละฝ่ายจะนำสืบเท่าใด ประเด็นอะไรบ้าง รวมทั้งกำหนดวันนัดไต่สวนพยานแต่ละฝ่ายที่ทั้งสองฝ่ายตรวจบัญชีจัดพยานบุคคลก่อนแล้ว มีพยานรวมกันกว่า 100 ปาก ส่วนพยานเอกสารมีจำนวนมาก ทั้งสองฝ่ายได้จัดทำบัญชีลงหมายเลขเอกสารของแต่ละฝ่ายไว้ ทั้งนี้ ต้องให้ศาลพิจารณาสรุปว่าให้อัยการและฝ่ายจำเลยนำพยานบุคคลและเอกสารเข้าไต่สวนฝ่ายละเท่าใด

ทนายโต้ลูกความไม่อยู่ในฐานะข่มขู่

นายนรวิชญ์กล่าวอีกว่า ตามข่าวที่นายกฯหวังให้กรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดีจำนำข้าวดำเนินการตามกฎหมายให้ได้รวดเร็วและทันเวลา กำชับอย่าให้ใครโดยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสียมาข่มขู่ใครนั้น ขอเรียนว่า 1.คดีนี้เป็นคดีแรกของประเทศไทยที่หัวหน้ารัฐบาลถูกดำเนินคดีจากการดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญเป็นหัวหน้ารัฐบาลคนเดียวที่ถูกดำเนินคดี ทั้งที่การช่วยเหลือเกษตรกรทำกันมาทุกรัฐบาล รวมถึงรัฐบาล คสช.ที่เพิ่งอนุมัติเงินงบประมาณไปช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา 2.การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะจำเลยในคดีอาญา และผู้ที่จะถูกเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง ใช้สิทธิต่อสู้คดี เพียงขอให้ฝ่ายรัฐบาลกระทำตามกฎหมายด้วยความรอบคอบ และให้สิทธิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ถือเป็นสิทธิโดยชอบธรรม ตามกฎหมายไม่เคยไปข่มขู่หรืออยู่ในฐานะจะไปข่มขู่ใครได้ทั้งสิ้น

เหน็บคดีเร็วจี๋นายกฯยังไม่พอใจ

นายนรวิชญ์กล่าวต่อว่า 3.คดีรับจำนำข้าวนอกจากผิดปกติหลายประการ แต่ยังถูกดำเนินการด้วยความรวดเร็วมากที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย เร็วขนาดแซงคดีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ที่ถูกกล่าวหาเรื่องการประกันราคาข้าวที่เกิดก่อนหน้าคดีนี้หลายปี เร็วขนาดในชั้นอัยการสูงสุดสั่งฟ้องโดยไม่ต้องไต่สวนเพิ่มเติมในประเด็นที่คณะทำงานอัยการสูงสุดเคยมีความเห็นว่าสำนวนมีข้อไม่สมบูรณ์ และเร็วกว่าคดีของนายบุญทรงเตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ ป.ป.ช.กล่าวหาว่าทุจริตปล่อยปละละเลย ที่แปลกคือคดีทุจริตยังไม่มีการชี้มูลความผิด แต่คดีที่อ้างว่าปล่อยให้มีการทุจริตกลับชี้มูล และนำไปใช้ถอดถอนก่อนจนผิดปกติ เร็วขนาดนี้นายกฯยังไม่พอใจอีกหรือ 4. คดีนี้เป็นคดีสำคัญมีประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวข้องมากมาย สมควรจะกระทำด้วยความรอบคอบ ที่นายกฯต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างรวดเร็วทันเวลา แต่จำต้องคำนึงถึงเรื่องความเป็นธรรมและความยุติธรรมด้วย

“ณัฐวุฒิ” ซัด ปชป.กลัวความจริง

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เห็นอาการของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ และหลายคนที่เคยโจมตีโครงการรับจำนำข้าวพากันวิพากษ์วิจารณ์การประกวดเรียงความหัวข้อ “ครอบครัวของฉัน ในวันที่ไม่มีจำนำข้าว” แล้วแปลกใจว่า ทำไมถึงกลัวความจริงจากเด็กๆ ลูกหลานชาวนาตัวจริง น่าจะเป็นแหล่งข้อมูลที่ตรงที่สุดว่าจำนำข้าวส่งผลอย่างไรต่อชีวิตชาวนา ขอปฏิเสธไม่ได้ทำเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง เชื่อว่าความจริงที่ได้จะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาของสังคม ป้องกันไม่ให้คนบางกลุ่มใช้ชั้นเชิงทางการเมืองทำลายฝ่ายตรงข้ามเหมือนที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่มีเจตนาให้เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินคดี กลุ่มที่วิจารณ์รู้อยู่แก่ใจว่าชาวนาอกไหม้ไส้ขม จึงพยายามตัดไฟแต่ต้นลม ทำลายความชอบธรรมของกิจกรรม ถ้ารักชาวนาจริงอย่างปากพูด ควรควบคุมอคติ แล้วฟังความจริงจากพวกเขาบ้าง คนที่ไปกดดันธนาคารไม่ให้เอาเงินให้รัฐบาลจ่ายค่าข้าวในวันนั้น ยังตามมาขัดแข้งขัดขาไม่ให้ลูกหลานมีโอกาสรับรางวัลในวันนี้

เฉ่งก๊วนสมคบคิดนัดแต่งแดง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกล ผ่านยูทูบตอนหนึ่งว่า นปช. ไม่ได้เป็นแกนนำนัดให้ใส่เสื้อแดงในวันที่ 1 พ.ย. การใส่เสื้อแดงทำกันตามปกติอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา จึงสงสัยการนัดใส่เสื้อแดงจะเป็นขบวนการสมคบคิดกัน ใครนัดควรประกาศตัวเป็นแกนนำให้ชัดเจน เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน การปั่นป่วนในแนวคิดนัดใส่เสื้อแดงนั้น มีเป้าหมายจะกวาดแกนนำเสื้อแดงทั้งส่วนกลาง ต่างจังหวัดให้เรียบร้อย คนในแวดวงนั้นคนขายตัว คนทรยศหักหลัง เป็นสปายสายลับก็มี แสร้งทำตัวเป็นพวก แต่ลับหลังรับใช้ศัตรูมาเข่นฆ่าทำลายพวกในขบวนการเดียวกัน การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. บอกว่า ใครเคลื่อนไหว แกนนำ ต้องรับผิดชอบ ที่ผ่านมาพวกตนรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ได้บอกมาตลอดว่า ไม่ปกติ ไม่รู้ใครรับงานใครมาบ้าง มีพิรุธออกอาการมากมาย พวกบิดเบือนก็ไม่กล้ารับผิดชอบ ถ้าจะนัดใส่ให้ประกาศออกมาว่า เป็นใคร เมื่อไม่ประกาศตัวจึงสงสัยว่า การนัดใส่เสื้อแดงวันที่ 1 พ.ย. ถูกวางไว้ เพื่อนำไปสู่การโยนปัญหาให้คนเสื้อแดงรับผิดทั้งหมด และคนเสื้อแดงถูกออกแบบให้เป็นคนร้าย

ย้อนศรจี้สอบโกงจีที 200–เรือเหาะ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุรัฐบาลชุดนี้ไม่เก่งแต่ไม่โกง ที่ผ่านมา คนทราบดีประชาธิปไตยโสมมแค่ไหนว่า ไม่รู้ว่า พล.อ.อนุพงษ์หมายถึงรัฐบาลไหน แม้จะมีข้ออ้างการเข้ายึดอำนาจว่า รัฐบาลประชาธิปไตยปกครองไม่ได้ แต่ควรจะรับรู้ว่า คนที่มีหน้าที่รักษาและบังคับใช้กฎหมายบางพวกเพิกเฉย ยึดสนามบิน ชัตดาวน์ประเทศ รัฐบาลสั่งการอะไรก็ไม่ทำ ไม่เช่นนั้นพวกท่านไม่ต้องมาเหนื่อยในวันนี้ การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเรื่องดี ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน พรรคเพื่อไทยยินดีสนับสนุนเต็มที่ เช่น ในอดีตที่มีคดีจีที 200 คดีเรือเหาะ ป.ป.ช. ไม่ต้องลำบากใจ ต้องเดินหน้าทำเต็มที่ เพราะนักธุรกิจชาวอังกฤษที่หลอกขายจีที 200 ถูกพิพากษาจำคุกไปแล้ว ดังนั้น การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันขอให้ทำต่อเนื่อง บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความเสมอภาคและความเป็นธรรม

“วิษณุ” ทำใจไทยหล่นอันดับน่าลงทุน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีธนาคารโลกจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ ให้ไทยอยู่ที่ 49 ลดลงจากเดิมว่า ไม่แปลกใจ เรื่องนี้นายกฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯและ ครม.รับทราบแล้ว เหตุที่อันดับตกลงมา เนื่องจากประเมินจากการดำเนินการต่างๆของปีที่แล้ว ตอนนั้น พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกยังไม่มีผลบังคับใช้ นอกจากนี้ ยังส่งทีมไปสุ่มตรวจกรมกรมหนึ่งในช่วงที่คอมพิวเตอร์เสีย ทำให้ต้องทำงานด้วยมือแทน ทำให้ล่าช้า และผู้มาประเมินติติงว่าแบบฟอร์มต่างๆยืดยาวกว่าเดิม ทำให้เสียคะแนน เราอธิบายไป เชื่อว่าการจัดอันดับในปีต่อไปจะดีขึ้น เพราะปรับปรุงหลายเรื่องแล้ว

ป.ป.ช.–มท.ผุดทีมสกัดทุจริต

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวเปิดตัวมูลนิธิต่อต้านการทุจริตว่า มูลนิธิดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมปลูกฝังค่านิยมคุณธรรมและจริยธรรมให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนให้เป็นคนดี ซื่อสัตย์ มีสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นแกนกลางประสานงาน และวันที่ 4 พ.ย. จะเปิดตัวอีกครั้ง มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ร่วมงาน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง มาหารือกับ ป.ป.ช. ถึงการดำเนินโครงการดูแลความเป็นอยู่ประชาชนระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท โดยให้ข้อสังเกตว่า ต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่การสั่งลงไปจากข้างบนอย่างเดียว หรือทำโครงการแล้วชาวบ้านไม่เต็มใจ หลังจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะประสานกับ ป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานร่วมกันเฝ้าระวังโครงการเหมือนที่ฮ่องกง สิงคโปร์เคยทำ ส่วนมาตรการอย่างไรต้องหารือกันอีกครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้