ภาษีมือถือชดเชยรายได้สัมปทาน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ภาษีมือถือชดเชยรายได้สัมปทาน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ต.ค. 2558 06:01
921 ครั้ง


ไอซีทีปิ๊งไอเดียหาเงินเข้ารัฐ ถกสรรพสามิตทบทวนจัดเก็บ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาหาแนวทางการจัดเก็บรายได้เพิ่มเติมนั้น ล่าสุดกรมสรรพาสามิตได้หารือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อทบทวนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมใหม่ เพื่อให้รัฐมีรายได้เพิ่ม อย่างไรก็ตามแนวทางการจัดเก็บจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและจัดเก็บในอัตราที่เหมาะสม เพื่อมิให้ผู้ประกอบการผลักภาระภาษีนั้นให้ประชาชนที่แฝงไปในค่าบริการมือถือ

ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดเพดานอัตราภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมไว้สูงสุดที่ 50% แต่มีการจัดเก็บจริงไม่ถึงเพดานที่กำหนด โดยภาษีโทรศัพท์มือถือกำหนดอัตราไว้ที่ 10% และโทรศัพท์พื้นฐาน 2% และได้เคยมีการจัดเก็บในช่วงเดือน ก.พ. 2546- ส.ค.2549 แต่ต่อมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มีมติให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษี แต่ไม่ได้ให้ยกเลิก โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รมว.คลัง และนายสิทธิชัย โภไคยอุดม รมว.ไอซีที ยุคนั้น ให้เหตุผลว่าการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ไม่ควรหักจากส่วนแบ่งรายได้สัมปทาน โดยการไม่ยกเลิกนั้น เพราะเชื่อว่าเมื่อสิ้นสุดระบบสัมปทานแล้ว รัฐบาลอาจมีความจำเป็นต้องหันมาจัดเก็บภาษีดังกล่าวอีกครั้งในอัตราที่เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสาเหตุที่นำประเด็นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมมาหารืออีกครั้ง เนื่องจากปัจจุบันสัมปทานโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์พื้นฐานได้ทยอยสิ้นสุดลงตั้งแต่ปี 2556 และทยอยเข้าสู่ระบบใบอนุญาตนับตั้งแต่การประมูล 3 จี คลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อปลายปี 2555 ที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

โดย กสทช.ได้กำหนดอัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 0.25-1.5% ของรายได้ ค่าธรรมเนียมจัดส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) 3.75% ของรายได้เฉลี่ยปีละ 3,500-4,000 ล้านบาท ค่า ธรรมเนียมเลขหมายละ 2 บาทต่อเดือน เฉลี่ยปีละ 4,000 ล้านบาท ถือเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ถูกลงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนแบ่งรายได้ที่เคยต้องจ่ายรายปีภายใต้สัมปทาน ซึ่งผู้ประกอบการบางรายต้องจ่ายถึง 20,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคมของไทยมีรายได้รวมกันราว 200,000-300,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่ทบทวนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม ซึ่งจะเป็นการจัดเก็บในอัตราที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อผู้ใช้บริการ เช่นเดียวกับหลายประเทศในโลก ก็มีการจัดเก็บภาษีดังกล่าวเช่นกัน แต่เนื่องจากกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและลูกค้าทั่วไป เนื่องจากเกรงว่าจะถูกผลักภาระค่าบริการเพิ่ม ทำให้กรมสรรพสามิต ไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาหารืออย่างจริงจังในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะนี้รัฐบาลประสบปัญหาภาวะการจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา จึงจำเป็นต้องนำเรื่องภาษีโทรคมนาคมมาหารืออีกครั้ง

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า เท่าที่ทราบ กรมสรรพสามิตยังไม่ได้หารือกับไอซีทีในเรื่องดังกล่าว แต่หากเป็นนโยบายของรัฐบาล กรมสรรพสามิตก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันของสรรพสามิตก็มีอัตราภาษีที่จัดเก็บอยู่แล้ว แต่ได้รับการยกเว้น เพราะก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังมีการจัดเก็บภาษีจากโทรศัพท์ มือถือและโทรศัพท์พื้นฐานเพื่อนำรายได้ส่งคลัง โดยหลังจากสัญญาสัมปทานของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท หมดลง ก็จะทำให้รายได้ของรัฐลดลงไปด้วย แต่ต่อมามีการยกเลิกการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ซึ่งในช่วงนั้น มีรายได้นำส่งคลังประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท

“เท่าที่ผมรู้ยังไม่ได้มีการหารือกัน แต่หากรัฐบาลมีนโยบาย กรมก็พร้อมที่จะดำเนินการทันที แต่จะต้องมีการหารือในรายละเอียดก่อน ซึ่งคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการพอสมควร”.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    27.5%
  • ไม่ชอบ
    30.0%
  • สนุก
    10.0%
  • ประหลาดใจ
    12.5%
  • เสียใจ
    10.0%
  • ให้กำลังใจ
    10.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement