กีฬา
100 year

'Somewhere in Time' ซิน จ่าว...เวียดนาม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 ต.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

โรงละครโอเปร่า ยามค่ำคืน

ทันทีที่สายการบินนกแอร์ เปิดบริการเส้นทางบินระหว่างประเทศเส้นทางใหม่ จากสนามบินดอนเมืองไปสู่เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2558 ที่ผ่านมา ให้บริการบินสัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ล่าสุดนกแอร์นำคณะสื่อมวลชนไปเยือนเมืองโฮจิมินห์ ในชื่อทริปสุดเก๋ว่า “Somewhere in Time” บินตรงจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง สู่ท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต ของเวียดนาม

โฮจิมินห์ ซิตี้ ที่เดิมชื่อ ไซ่ง่อน หรือ ไซกอน ตามที่ชาวตะวันตกออกเสียง เดิมเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ แต่ปัจจุบันเวียดนามรวมกันเป็นหนึ่ง เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม คือ ฮานอย ขณะที่โฮจิมินห์เป็นเมืองใหญ่ ที่ไม่ใช่เมืองหลวงแต่ความเจริญดูเหมือนจะมากกว่าฮานอยอยู่มาก

เราไปถึงโฮจิมินห์ราว 9 โมงเศษๆ ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงจากเมืองไทย อากาศดีเกินคาด เสียงทักทาย “ซิน จ่าว” (Xin Chao) ซึ่งแปลว่า สวัสดี เป็นคำแรกที่เราเริ่มต้นเรียนรู้ในการเยือนเวียดนามครั้งนี้

โรงแรมพูลแมน ไซ่ง่อน เซ็นเตอร์

จุดหมายแรกของการเดินทางคือ ดิสทริกวัน (District 1) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมือง ครั้งหนึ่งเคยเป็นเขตสำคัญเขตหนึ่งที่ชาวฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในช่วงที่เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นตึกสไตล์เฟรนช์โคโลเนียลแฝงตัวอยู่ตามถนน โดยเฉพาะ โบสถ์โน๊ตเตรอะดาม (Notre Dame Cathedral) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1877 ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 6 ปี

โบสถ์โน๊ตเตรอะดาม

โบสถ์ โน๊ตเตรอะดาม ในเวียดนาม ไม่มีการประดับด้วยกระจกสีเหมือนโบสถ์คริสต์ที่อื่น เนื่องจากได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไฮไลต์ของโบสถ์ คือ รูปปั้นพระแม่มารีขนาดใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่า และหอคอยคู่สูง 40 เมตร คล้ายกับโบสถ์นอร์ทเธอดรามในฝรั่งเศส ถือเป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของโบสถ์แห่งนี้

ภายในอาคารโบสถ์โน๊ตเตรอะดาม

จากโน๊ตเตรอะดาม เดินข้ามฟากไปฝั่งตรงกันข้าม เป็นที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์กลางแห่งนครโฮจิมินห์ (General Post Office) ดูเผินๆคล้ายสถานีรถไฟหัวลำโพงของบ้านเรา ที่ทำการไปรษณีย์นี้ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1896 ออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลก 3 คน คือ Auguste Henri Vildieu, Alfred Foulhoux และ Gustaf Eiffel โดย Gustaf Eiffel เป็นวิศวกรและสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อดังคนหนึ่งของโลก สิ่งก่อสร้างที่เขาสร้างและเป็นที่จดจำของชาวโลกมากที่สุดก็คือ หอไอเฟล ในประเทศฝรั่งเศส ภายในตัวอาคาร มีการประดับภาพแผนที่ทางทะเลในอดีต และภาพของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ไว้โดดเด่นเป็นสง่า เรายังอยู่ในเขตดิสทริกวัน และดูเหมือนจะเริ่มชินกับเสียงแตรรถที่ดังตลอดเวลา อีกอย่างเวลาข้ามถนนในเวียดนาม ขอบอกไว้เลยว่าให้เดินหน้าอย่างเดียว อย่ายึกๆยักๆรถจะชนเอา ที่สำคัญที่นี่มีมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถเก๋ง วิ่งปรู๊ดปร๊าดแทรกไปแทรกมา เวลาข้ามถนนจึงเหมือนกับได้ผจญภัยแบบหนึ่ง

ที่ทำการไปรษณีย์กลางแห่งนครโฮจิมินห์

เราเดินข้ามถนนไปอย่างระมัดระวัง เพื่อไปยัง โรงละครโอเปร่า (Saigon Opera House) หรือโอเปร่า เฮาส์ ระหว่างทางต้องผ่านห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ขายสินค้าแบรนด์เนมหลากหลาย แสดงให้เห็นถึงความเจริญอย่างมากๆของเวียดนาม ที่สำคัญ เวียดนามกำลังจะมีรถไฟฟ้าเหมือนบ้านเราในเร็วๆนี้ ด้วยความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างเวียดนามกับญี่ปุ่น

โอเปร่า เฮาส์ ตั้งตระหง่านกลางแยก ถือเป็นอีกหนึ่งอาคารเก่าแก่ สไตล์เฟรนช์โคโลเนียลที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม ใช้สำหรับแสดงอุปรากรให้แก่ชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศสและชนชั้นสูงชาวเวียดนามที่สวามิภักดิ์แก่ฝรั่งเศส ในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองเวียดนาม ต่อมาถูกใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาแห่งชาติเวียดนามใต้ ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่แสดงละครโอเปร่า หรือการแสดงต่างๆ

ศาลาว่าการเมือง มีรูปปั้นของอดีตประธานาธิบดี โฮจิมินห์ อยู่ด้านหน้า

จากนั้นไปชม ศาลาว่าการเมือง หรือ สภาประชาชน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในทางการเมืองของเวียดนาม สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1902-1908 เพื่อใช้เป็นศาลาว่าการเมือง ต่อมาในปี ค.ศ.1975 ได้ถูกเปลี่ยนเป็นสภาประชาชน ด้านหน้ามีรูปปั้นของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ สวนสาธารณะและลานน้ำพุ คนเวียดนามเรียกบริเวณนี้ว่า “จัตุรัสโฮจิมินห์” (Tran Nguyen Hai Statue) ที่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมของวัยรุ่นมาทำกิจกรรมหลากหลายในตอนกลางคืน โดยปลอดสิ่งมึนเมา

แล้วก็ได้เวลาลิ้มรสอาหารเวียดนามแท้แบบดั้งเดิมที่บอกได้เลยว่า รสชาติต่างจากอาหารเวียดนามในเมืองไทย ประมาณว่า คนไทยดัดแปลงเสียจนคนเวียดนามกินไม่ได้นั่นละ แต่ที่ฟินเวอร์เห็นจะเป็นกาแฟหลังอาหาร ที่ร้านกาแฟชื่อดังในโฮจิมินห์ คือ “Workshop” จุดเด่นของร้านนี้ คือการเป็นร้านกาแฟในอาคารเก่าแก่และใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าหอมกรุ่นจากเมืองดาลัด แถมที่ร้านยังมีการสาธิตการชงกาแฟ โดยใช้เครื่องชงกาแฟจากหลากหลายประเทศ ทำให้ภายในร้านตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมๆของกาแฟ แบบที่คนไม่กินกาแฟยังต้องอยากกิน

พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (บ้านมังกร) ริมฝั่งแม่น้ำไซ่ง่อน

รุ่งขึ้น โปรแกรมของเราคือไปชม พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ หรือบ้านมังกร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไซ่ง่อน และแม่น้ำเบนเหง่ เป็นสถานที่จัดแสดงชีวประวัติของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ชาวเวียดนามยกย่องให้เป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประกาศอิสรภาพต่อชาติตะวันตกของเวียดนามในปี ค.ศ.1954 หลังจากชัยชนะสงครามเวียดนาม (เดียนเบียนฟู) รัฐบาลฝรั่งเศสถอนทหารออกจากประเทศ คืนสันติภาพในอินโดจีนในที่สุด จากนั้นไปชม พิพิธภัณฑ์เมืองโฮจิมินห์ (Museum of Ho Chi Minh City) อีกอาคารเก่าแก่ สไตล์เฟรนช์โคโลเนียลเดิมเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านการพาณิชย์ในการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และสินค้าของเวียดนามใต้ ต่อมาอาคารหลังนี้ถูกใช้เป็นสถานที่พำนักของข้าหลวงใหญ่แห่งโคชินไชน่า ปัจจุบันจัดแสดงโบราณวัตถุในสมัยก่อนประวัติศาสตร์, เรื่องราวประวัติความเป็นมาของเมืองไซ่ง่อน เรื่องราวการต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากการปกครองของฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา

อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ซึ่งถือเป็นศิลปะประจำชาติของเวียดนาม ไม่อ่อนช้อยเหมือนของไทย แต่ก็แปลกตาไปอีกแบบ สายฝนโปรยปรายลงมาเบาๆ เรากินมื้อค่ำกันที่ร้านอาหาร The Refinery ซึ่งตกแต่งเป็นสไตล์ฝรั่งเศส และเป็นอาคารเก่าแก่ที่ดั้งเดิมเคยเป็นสถานที่สำหรับผลิตฝิ่นของชาวฝรั่งเศสด้วย

ตลาดเบนถั่น

ก่อนกลับ นกแอร์พาไปชมพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ (Fine Arts Museum) หนึ่งในอาคารเก่าแก่แบบเฟรนช์โคโลเนียล ไม่กี่อาคารของเมืองโฮจิมินห์ที่เปิดให้เข้าชม เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นตึกที่หรูหราที่สุดในโฮจิมินห์ ในช่วงยุคสมัยของการตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ ประกอบไปด้วยศิลปะสมัยใหม่ที่จัดแสดงภาพเขียน ภาพวาด และประติมากรรมสมัยใหม่ พร้อมชมโบราณวัตถุยุคอาณาจักรจามปาที่หาดูได้ยาก และทิ้งท้ายละลายทรัพย์กันที่ ตลาดเบนถั่น (Ben Thanh) ที่ขายของเกือบทุกชนิดมีทั้งเสื้อผ้า ผ้าลายปัก ไม้แกะสลัก กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือ เป้ นาฬิกา รองเท้า ของที่ระลึก กาแฟ อาหาร เครื่องเทศ หรือจะซื้อมีดทำผักบุ้งฝอย ของชื่นชอบของคนไทยที่มีขายเฉพาะในเวียดนามเท่านั้น

เราอำลาเวียดนามด้วยความประทับใจแบบสุดๆ เป็นการเดินทาง..ที่ควรค่าแก่การจดจำ ตามชื่อทริป Somewhere In Time จริงๆ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวตามตะวันท่องเที่ยวโฮจิมินห์เวียดนามโฮจิมินห์ ซิตี้ไซ่ง่อนฮานอยดิสทริกวันโบสถ์โน๊ตเตรอะดามโรงละครโอเปร่าพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์การแสดงหุ่นกระบอกน้ำตลาดเบนถั่นคอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้