Thairath Logo
กีฬา

มติ วธ. ยอมให้ฉายหนัง "อาปัติ" ติดเรต 18+

Share :

คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ชุดที่ 1 มีมติเอกฉันท์ ให้ฉายหนัง "อาปัติ" เรต 18+ แล้ว หลังผู้สร้างยอมปรับปรุงเนื้อหาและยื่นเรื่องเข้ามาพิจารณาใหม่ ขู่ฟันสอดเนื้อหาหนังชุดเดิมไปฉายในโรง ผิด ก.ม. ภาพยนตร์ โทษทั้งจำคุกและปรับสูงสุด 1 ล้านบาท

จากกรณีคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มีมติห้ามฉายภาพยนตร์เรื่อง "อาบัติ" ของค่ายสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ส่งผลให้ผู้สร้างกลับไปปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาภาพยนตร์พร้อมเปลี่ยนชื่อ จาก "อาบัติ" เป็น "อาปัติ" ก่อนส่งให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตรวจพิจารณาใหม่นั้น

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. เวลา 13.30 น. ที่อาคารสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ชุดที่ 1 ประชุมเพื่อตรวจพิจารณาภาพยนตร์เรื่องอาปัติ ซึ่งใช้ระยะเวลานานกว่า 2.30 ชั่วโมง จากนั้น นายสมบัติ ภู่กาญจน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ชุดที่ 1 เปิดเผยว่า ผู้สร้างได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่สำนักพิจารณาตรวจพิจารณาภาพยนตร์ว่าเป็นการตัดต่อเนื้อหาใหม่ทั้งหมดและเปลี่ยนชื่อ ส่งให้ตรวจพิจารณาเรื่องใหม่เป็นชื่อเรื่องอาปัติ โดยที่ประชุมได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนา และคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ชุดเดิมมาร่วมพิจารณาตามภาพและเสียงที่เสนอมาใหม่ โดยผลการพิจารณาคณะกรรมการจำนวน 5 คน ได้มีมติเป็นเอกฉันท์อนุญาตให้ภาพยนตร์เรื่องอาปัติในเรต 18+ สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

นายสมบัติ กล่าวว่า การพิจารณาไม่พบว่ามีฉากที่ล่อแหลม และไม่มีภาพที่น่าวิตกกังวล ขณะเดียวกันพระสงฆ์ที่ได้ร่วมพิจารณาภาพยนตร์เรื่องอาบัติครั้งที่แล้ว ได้เข้าร่วมชมและยืนยันว่า มีหลายฉากที่ไม่เหมาะสม ล่อแหลม และน่ากลัวได้ถูกตัดออกไปแล้ว และเนื้อหาที่ส่งมาใหม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระ และผี โดยเป็นคนที่เข้าไปอยู่ในพระพุทธศาสนาบวชเป็นสามเณรด้วยความไม่เต็มใจ เกิดล่วงละเมิดพระธรรมวินัย และต้องรับผลกรรมที่ทำไว้ ผู้สร้างพยายามแสดงให้เห็นว่า หากวันหนึ่งมีผู้ที่ไม่ดีเข้าไปอยู่ในพระพุทธศาสนาแล้วจะเป็นเช่นไร ดังนั้น จึงมีมติอนุญาตให้ฉายความยาว 86 นาทีได้

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า สำหรับการพิจารณาครั้งนี้จะอนุญาตให้จัดฉายในชื่อ "อาปัติ" เท่านั้น หากผู้สร้างนำไปจัดฉายโดยใช้ชื่อเรื่อง "อาบัติ" ซึ่งถูกห้ามไม่ให้มีการฉายในราชอาณาจักรไทย หรือมีการสับเปลี่ยนเวอร์ชั่นเก่าเข้ามา จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายภาพยนตร์และวีดิทัศน์มาตรา 77 และ 78 หากผู้ใดนำไปจัดฉายจะมีโทษปรับ 2 แสนถึง 1 ล้านบาท ส่วนผู้จัดสร้างมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท ทั้งนี้ยืนยันว่าคณะกรรมการทั้งหมดทำงานตามกฎหมาย มีหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไข โดยใช้หลักความรู้และวิจารณญาณในการชมภาพยนตร์ และได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ตามเนื้อเรื่องของอาปัติ และยืนยันว่าไม่ได้มีการขัดแยังกับคณะกรรมการชุดแรกแต่อย่างใด เพราะไม่มีฉากแบบในภาพยนตร์เรื่องอาบัติอีกแล้ว ส่วนตัวเห็นว่าหนังก็แรงจริง แต่ก็สะท้อนให้เห็นบาปบุญคุณโทษ

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาภาพยนตร์จะกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรให้เป็นบรรทัดฐานเลยคงทำได้ยาก เพราะใน พ.ร.บ.ภาพยนตร์จะกำหนดภาพกว้างๆ ไว้เท่านั้น ซึ่งก็ให้คณะกรรมการใช้ดุลยพินิจพิจารณา เพราะหนังไม่มีสูตรสำเร็จ จึงต้องมีการถกเถียงกันเพื่อให้ได้ความเหมาะสมที่สุด

ด้าน นายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้ดำเนินงานสร้างภาพยนตร์เรื่องอาปัติ กล่าวว่า เมื่อทราบว่า คณะกรรมการตรวจพิจารณาให้ผ่านแล้ว ตนก็รู้สึกดีใจที่ภาพยนตร์ที่ตั้งใจสร้างครั้งนี้สามารถจัดฉายได้แล้ว ส่วนกรณีที่ยังใช้โปสเตอร์ชื่ออาบัติอยู่นั้น ตนจะรีบปรับเปลี่ยนเป็นชื่อและภาพเป็นอาปัติโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม จากเดิมที่ไม่ได้ตั้งเป้ายอดรายได้จากการฉายเอาไว้แต่เนื่องจากขณะนี้กระแสของผู้ชมแรงก็คาดว่าจะสามารถทำรายได้มากกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับต้นทุนการผลิต.

อ่านเพิ่มเติม...