กีฬา
100 year

“ความจริงที่ถูกแบน”

Dr. POP14 ต.ค. 2558 11:00 น.
SHARE

ผมเคยถามเพื่อนว่า “เฮ้ยมึง เวลาสูบบุหรี่อ่ะ รูปน่าเกลียดๆ บนซองมันช่วยให้มึงอยากเลิกสูบมะ?”
สิ่งที่มันตอบคือ “ก็กลัวอยู่นะ แต่ก็เลิกสูบไม่ได้”
...จนหลายปีต่อมา เมื่อมันมีลูก มันก็เลิกดูดบุหรี่ได้หน้าตาเฉย 
“กูแค่อยากทำสิ่งดีๆ เพื่อคนที่กูรักว่ะ” มันบอก

ผมเชื่อนะว่าสิงห์นักสูบหลายคนมีความรู้สึกอยากเลิกอยู่ในจิตใต้สำนึกลึกๆ จากภาพอันตรายบนซองบุหรี่ หรือจากความรู้เรื่องโทษของบุหรี่ตามสื่อต่างๆ เพียงแต่พวกเขากำลังรอโอกาสที่เหมาะสมก็เท่านั้น ซึ่งก็ต้องขอบคุณสื่อทุกแขนงที่กล้า “เปิดเผยความจริง” ทำให้เกิด “การรับรู้ วิเคราะห์ กระทำ และผลลัพธ์” ที่ชัดเจนกับสาธารณชน ซึ่งนั่นทำให้เราหลายคนงงว่า

ทำไมภาพยนตร์ที่กล้าตีแผ่ความจริงด้านมืดของสังคมถึงถูกแบน?

ทั้งที่หนังแบบนี้พูดถึงความจริงที่เกิดขึ้นจริงในวงการศาสนาทำไมไม่ควรฉาย? ผมเข้าใจการตัดสินใจของหลายคนที่เห็นว่าเราไม่ควรตีแผ่เรื่องเหล่านี้เพราะเด็กๆ หรือบางคนอาจเอาเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี


ทำไมเราไม่คิดว่า “เปิดเผยความจริงให้พวกเขารู้ซิดี เขาจะได้รู้ว่าอะไรผิดถูกแล้วแก้ไขกันไป” ล่ะ?

ผมเชื่อว่าตอนนี้ก็มีพระมีเณรไม่น้อยหรอกที่ทำผิดศีลธรรมขัดหลักศาสนาอยู่ การที่หนังแบบนี้ออกมาผมว่ามันกลับเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ทำให้พวกเขาตระหนักว่า “สังคมรับรู้และจับตามอง” อันจะส่งให้คนผิดละอายต่อสิ่งที่ทำ ระวังไม่ให้ผิดศีลด้วยซ้ำ ยิ่งกับคนที่เป็นประชาชนทั่วไปก็ยิ่งดีใหญ่ ลูกหลานจะได้รู้ว่าถ้าทำผิดพระวินัยจะได้รับผลกรรมยังไง

แม่ผมเคยให้ผมอ่านหนังสือ “เที่ยวแดนนรก” ตอนเด็ก มันเป็นเต็มไปด้วยภาพวาดสุดสยองของคนที่ทำผิดแล้วถูกลงทัณฑ์ในนรก เช่น คนมากชู้หลายเมียหลายผัวจะถูกจอบฟันไอ้จ้อนขาดแล้วให้หนูแทะชอนไชไปในแผล พวกฉ้อราษฎร์บังหลวงจะถูกจับเลื่อยตัวเป็นสองท่อน พวกชอบนินทาด่าว่าใส่ร้ายคนอื่นสนุกปากจะโดนตัดลิ้นแล้วเจาะเหล็กร้อยกรามแขวนไว้กับราว ผมอ่านแล้วกลัวจนไม่กล้าทำผิดศีลหลายๆ ข้อ นรกสวรรค์มีจริงหรือเปล่าเราไม่รู้หรอก แต่อย่างน้อยคำสอนนั้นก็ป้องกันไม่ให้ทำผิดกฎหมายอันจะนำไปสู่บทลงโทษที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ซ้ำเมื่อได้เห็นเหล่าอาชญกรรับโทษเหมือนตกนรกทั้งเป็นก็ยิ่งตอกย้ำให้เราหลีกเลี่ยงทำผิดเข้าไปใหญ่ นี่แหละคือการสอนแบบเอาความจริงและผลของการกระทำมาตีแผ่ให้ดูกันโต้งๆ จนสร้างจิตสำนึกได้

แทนที่จะกลัวคนเห็นความจริงด้านมืดของสังคม ลองคิดว่า “ดีเสียอีกที่ทำให้พวกเขาเห็นด้านมืดที่แท้จริง จะได้รู้ว่าไปทางสว่างไปทางไหน” ดีไหมครับ?

 

มันถูกต้องที่จะบอกว่า “สื่อมีส่วนต่อพฤติกรรมมนุษย์” แต่ก็ต้องยอมรับว่า “มันไม่ใช่ทั้งหมด” และ “คนส่วนมากไม่ได้เป็นทาสของสื่อขนาดนั้น” คนไทยเป็นชาติที่ฉลาดครับ เราคิดเป็น แยกแยะเป็น อาจจะมีคนบางส่วนที่แยกแยะไม่ได้ แต่เราก็ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถสอนให้ทุกคนคิดตรงกันหมดได้ ไม่งั้นเด็กทั้งประเทศคงกลายเป็นนักเรียนโอลิมปิกกันไปหมดแล้ว ทว่าถ้าลองสังเกตกัน ทุกครั้งที่มีข่าวเรื่องไม่ดีของสังคมไทยออกมา มันก็จะมีคนส่วนหนึ่งที่ตระหนักถึงความถูกต้องใช่หรือไม่? เวลามีข่าวฆ่ากันตาย คนส่วนมากรู้ว่าไม่ดี เขาก็ไม่ทำตาม เพราะทำแล้วโดนจับ เขาก็มีสำนึกกัน ด้านมืดของสังคมที่ถูกเปิดเผยไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไป มันคือวัคซีนที่ใช้สร้างภูมิต้านทานในใจคนด้วยซ้ำ

เพราะฉะนั้น เปิดเผยความจริงให้คนรับรู้เพื่อไปวิเคราะห์สร้างภูมิต้านทานชีวิตกันเองดีไหมครับ?

การรับรู้นำไปสู่การวิเคราะห์ ต่อด้วยการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ สุดท้ายคือผลลัพธ์ ไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหรือร้ายล้วนทำให้มนุษย์เติบโตอย่างมีบทเรียน ดีกว่าไม่ได้รับรู้อะไรแล้วเติบใหญ่แบบคนหลงทาง เหมือนรูปภาพอันตรายบนซองบุหรี่นั่นแหละ มันอาจไม่ได้ทำให้นักสูบเลิกสูบได้ทันทีทันใด แต่อย่างน้อยมันก็ปลูกทัศนคติบางอย่างลงในจิตใต้สำนึกพวกเขา และผมยังเชื่อว่ามันทำให้หลายคนขยาดที่จะลองสูบบุหรี่เช่นกัน เพราะเขาเห็นชัดเจนแล้วว่าผลลัพธ์ของการกระทำนั้นจะลงเอยยังไง การเปลี่ยนแปลงในด้านที่ดีต่างๆ ของประเทศไทยก็เกิดขึ้นจากการเปิดเผยด้านมืดให้สังคมตื่นตัวไม่ใช่หรือ? แล้วใยเราจึงดิ้นรนหาหนทางปิดบังปัญหาที่มีอยู่ล่ะ?

หยุด “แบน” เพื่อหลบซ่อน เพราะการเผยแพร่ความจริงเพื่อ “สอน” ได้ผลกว่า

Dr.Pop Facebook : www.facebook.com/drpopworld
Dr.Pop Twitter : www.twitter.com/drpoppop
Dr.Pop IG & Line : @drpoppop

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนดังนั่งเขียนDr.Popไทยรัฐออนไลน์คอลัมน์คนดังคอลัมน์ไทยรัฐสูบบุหรี่ความจริงหลักศาสนาภาพยนตร์โดนแบนภาพยนตร์ภาพยนตร์เรื่องอาบัติอาบัติพระสงฆ์เผยแพร่ความจริงด้านมืดของสังคมเปิดเผยด้านมืดสังคมเสื่อมถอย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้