กายพร้อม ใจพร้อม เปิดใจ 'ชูวิทย์' ก่อนเข้า 'ซังเต' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กายพร้อม ใจพร้อม เปิดใจ 'ชูวิทย์' ก่อนเข้า 'ซังเต'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 05:31
22,784 ครั้ง


ภายหลังมีคำพิพากษาศาลฎีกา คดี"รื้อบาร์เบียร์" ที่มี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ตกเป็นจำเลยร่วมกับคนอื่นๆ ที่กินระยะเวลาในการต่อสู้คดี มานานร่วม 12-13 ปี จนที่สุดศาลฎีกา มีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และพวกรวม 66 คน วานนี้ (28 ม.ค. พ.ศ.2559)

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้าที่ จอมแฉคนดังจะเดินทางไปรับโทษทัณฑ์ที่ก่อไว้ นายชูวิทย์ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงทุกๆความรู้สึกผิดสำนึกผิด และความเครียด ที่มีต่อคดีอื้อฉาวที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และทั้งหมดนี้ คือการสนทนา ที่เกิดขึ้น ก่อนที่เจ้าตัว จะเข้าไปรับโทษในเรือนจำ....

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว
ผมก็ยอมรับโดยสดุดี ผมไม่ไปปฏิเสธ ผมไม่หนี ผมไม่ไปเลี่ยง
รู้ตัวดีว่าได้กระทำความผิด พร้อมรับโทษทัณฑ์ที่ก่อไว้

"คืองี้นะ...ผมรู้ตัวว่าผมทำผิด อย่างไรเสียก็ต้องได้รับโทษทัณฑ์ที่ได้ก่อไว้"

นี่คือประโยคแรก ที่จอมแฉ และผู้ที่มักยืนอยู่ตรงข้ามกับวงการสีกากี เอ่ยกับทีมข่าวฯ ของเรา ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในแบบที่ไม่เคยพานพบมาก่อน ทั้งๆที่ปกติ ผู้ชายคนนี้ มักจะมีใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา

จากนั้น หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา มีบางคนแนะนำให้ผม ร้องขอศาลให้เลื่อนการตัดสินออกไปก่อน.....แต่ส่วนตัวผมเห็นว่า ยิ่งเลื่อน...ก็ยิ่งทุกข์ จริงไหม? เลื่อนไป 2-3 เดือน นี่หรือแฮปปี้ เลื่อนไปแล้วมีวันไหนที่ในหัวจะไม่คิด ไม่มีหรอก ผมเองยอมรับเลยว่า เป็นทุกข์และเครียดในเรื่องนี้ทุกวัน เพราะฉะนั้น จบๆ ไปเลยดีกว่า...

หนี ขอเลื่อน ยิ่งทุกข์ ยิ่งเครียด แถมความผิดไม่หนีหายไปไหน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนให้คนอื่นๆ ด้วยว่า เมื่อกระทำความผิดแล้วก็ต้องรับโทษ ตาม กฏหมาย ซึ่งผมก็ยอมรับโดยสดุดี ผมไม่ปฏิเสธ ผมไม่หนี ผมไม่เลี่ยง เช่น ไปขอหมอให้ผมเป็นโรคความดัน ขอเลื่อนไม่ไปศาล ผมไม่เอา จบเลยดีกว่า

นักการเมืองจอมแฉ กล่าวกับทีมข่าวฯ ต่อไปว่า มาถึงวันนี้ ผมทำใจไว้แล้ว ในวันตัดสิน ผมจะไปด้วยความสบายใจ ถ้าศาลท่านลงโทษจำคุก ผมก็พร้อมที่จะรับโทษทัณฑ์ เพราะคนทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฏหมาย

ที่ผ่านมา มีหลายๆคน ที่พยายามทำตัวเป็นเหมือนคนหวังดีแต่ประสงค์ร้าย มาแนะนำให้ผมหนีคดี คนพวกนี้ จะเจอผมสวนกลับไปทันที ว่า หนีคดีไปจะมีประโยชน์อะไร? หนีไป 10 ปี 20 ปี จะหนีไปทำไม แล้วจะหนีไปไหน เต็มที่อาจจะหนีไปสักเดือนสองเดือน แต่พอหลังจากนั้น คุณจะไปไหน ความผิดที่ก่อไว้ มันก็ยังจะอยู่กับตัวคุณอยู่ดี!

ผมเป็นคนหนึ่งในกฎหมาย ก็ต้องเชื่อ ไม่เคยคิดที่จะยื่นใบแพทย์ขอเลื่อนนัด
ผมคิดว่าการเข้าไปอยู่คงต้องทำใจ
เปิดใจถึงที่ดินเจ้าปัญหา เหตุใดตอนนั้น ถึงต้องใช้ความรุนแรง?

อดีตเจ้าพ่ออาบอบนวด ที่ผันตัวมาเป็นนักการเมืองลีลาพริ้ว กล่าวต่อว่า ที่ดินตรงนั้น ซื้อมาด้วยจำนวนเงินที่สูงมาก ภาระเรื่องดอกเบี้ยบีบรัด ไปขอร้องให้คู่กรณีออกไปก็ไม่ยอม ทำให้ต้องเจอความเครียดและกดดัน อย่างหนักในช่วงนั้น 

อดีตนักธุรกิจชื่อดังย่านสุขุมวิท กล่าวว่า ไม่เครียด!!! เตรียมใจไว้แล้ว
จิตใจสำคัญที่สุด ถ้าทำใจได้อยู่ในคุกได้ เดี๋ยววันเวลามันก็ผ่านไป
กายพร้อม ใจพร้อม เดินเข้ารับโทษในคุก! เชื่อมีประสบการณ์มาแล้ว ไม่รั่ว แน่นอน

เมื่อสอบถามถึง ความพร้อมในการรับโทษทัณฑ์ นายชูวิทย์ พูดอย่างหนักแน่นว่า ไม่รู้สึกเครียดแล้ว !!! เพราะเตรียมใจเอาไว้นานแล้ว ผมเองก็เคยมีประสบการณ์เข้าไปนอนในคุกมาแล้วครั้งหนึ่งนะ ของแบบนี้มันอยู่ที่ตัวเรา ยิ่งหากตัวเราสามารถทำใจได้ เจ้าหน้าที่เรือนจำที่ดูแลเรา เขาก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะเห็นว่าเราปรับตัวได้แล้ว ไม่ใช่ไปถึง ผู้คุมต้องถึงกับเอ่ยปากว่า "โอ้โห ไอ้นี่มันเครียดจะฆ่าตัวตายหรือเปล่า?" หรือ "ใครไปคุยกับมันหน่อย ทำไมมันฮึดฮัดอารมณ์เสีย"

เพราะฉะนั้นจิตใจสำคัญที่สุด ถ้าคุณทำใจได้ คุณอยู่ในคุกได้ เดี๋ยววันเวลามันก็ผ่านไป จากนั้น ขั้นตอนต่อไปก็คือการหาอะไรทำในคุก อย่างผมเอง ครั้งก่อนที่เข้าไปรับโทษ ก็ใช้วิธีออกกำลังกายทุกวัน ให้มันลืมๆ ไป

เวลาคุณเข้าคุก ใจมันต้องพร้อม ถ้าใจคุณไม่พร้อมแล้วคุณเข้าไป ภาษาในคุก เค้าจะเรียกกันว่า "รั่ว" ซึ่งจะมีลักษณะอาการเหม่อลอย เครียด ไม่พูดไม่คุยกับใคร ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า จะไม่เกิดอาการ "รั่ว" แบบนั้นกับตัวเองอีกเป็นครั้งที่ 2 แน่! เพราะผู้ที่ชนะคือผู้ที่เตรียมพร้อมเท่านั้น"

อดีตเจ้าพ่ออาบอบนวดเปรย เลี้ยงใหญ่ก่อน 1 วัน ไม่ต้องไปส่ง ถ้ารอดเดี๋ยวโทรหา
ไม่เคยคิดว่าจะเข้าคุก วันนั้นคิดว่าประกันได้แน่นอน
ลูกเมีย ไม่ต้องห่วง ใจพ่อพร้อมแล้ว!

สำหรับคนในครอบครัว ผมจะไม่ทำให้พวกเขาซีเรียสแน่นอน เพราะไม่งั้นเวลาเค้ามาเยี่ยม เค้าเห็นหน้าเราเศร้าๆ พวกเค้าก็จะไม่สบายใจเปล่าๆ 

"ตอนติดคุกปี 46 ลูกผมยังเล็กๆ อยู่ เวลามาเยี่ยม เขาถามผมว่า อยู่ข้างในพ่อทำอะไร? ผมบอกไปว่าไม่รู้เหรอข้างใน มีเสือ เหมือนสวนสัตว์เลย มีช้าง มีม้า โอ๊ย...อยู่ข้างในนี้สบาย เพื่อเป็นการปลอบขวัญเค้า คนที่อยู่ข้างนอก จะได้ไม่ต้องกังวล"

ย้อนประสบการณ์เข้าคุกครั้งแรก เข้ารถเบนซ์ออกรถบัส

หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ยังได้รำลึกความหลังเมื่อปี 2546 หลังจากต้องไปนอนมุ้งสายบัวครั้งแรกว่า ตอนนั้น บอกเลย ไม่เคยคิดว่าจะเข้าคุก วันนั้นคิดว่าประกันได้แน่นอน เพื่อนเป็นทนาย บอก..."เฮ้ย ไม่ต้องห่วง เรียบร้อยแล้ว"

ผมก็เลยสบายใจ แต่ที่ไหนได้ จู่ๆ เจ้าหน้าที่ก็เรียก "มาๆ ชูวิทย์มานี่ ไอ้ผมคิดว่าได้ออกแล้วนะนั่น" เมื่อเดินไปถึง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

"ฉึบ…ฉึบ…" พวกนั้นจัดการ สวมกุญแจมือสองข้างเสร็จสรรพ นายชูวิทย์​ หัวเราะร่าอย่างออกรส

ตอนนั้นสารภาพตรงๆ เลย ไม่ได้เตรียมใจ เตรียมตัวอะไรเลย ใครจะคิดล่ะว่า มีที่ไหน ที่คนเข้าไปรถเบนซ์จะออกรถบัส 

เข้าคุกครั้งแรก ยอมรับเกิดอาการ รั่ว!

เมื่อเข้าคุกไปแล้ว ตอนนั้นความรู้สึกแรก คือ งง!! มันตื้อไปหมด คิดไรไม่ออก คิดแต่ว่า จะอยู่ยังไง จะกินอะไร ที่นี่ที่ไหนวะ....

โดยในคืนแรกในคุก นั้น จำได้เลยว่า ต้องเข้าไปแออัดยัดเยียด นอนกับพื้น รวมกันกับเพื่อนผู้ต้องขัง อีกร่วมร้อยคน ภายในห้องขังเล็กๆ ที่ไม่มีฟูกและไม่มีอะไรเลย

เวลาจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ต้องเดินข้ามร่างของเพื่อนๆไป แถมยังไม่ร้ายเท่า เมื่อเสร็จธุระ เดินกลับมา กลับหาที่นอนตัวเองไม่เจอ เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็เพราะเวลามีคนขยับแม้เพียง1คน มันก็จะขยับๆ ตามกันมาหมด ตอนนั้นยอมรับเลยว่าลำบากมาก!

รู้ไหม? คุกเมืองไทย ไม่ได้สบายเหมือนในหนังนะ!

นายชูวิทย์ ยังสะท้อนภาพเรือนจำในเมืองไทยต่อว่า คุกเมืองไทยมันไม่เหมือนในทีวีหรือในหนังฮอลลีวูด ที่เราเห็นว่า มันเป็นห้องหนึ่งห้อง อยู่รวมกัน 2 คน แล้วมีประตูปิด! มันไม่ใช่แบบนั้น เลยสักนิด

ผมยังจำได้เลยนะคืนแรกในคุก นอนรวมกันร่วมร้อยคน ห้องไม่ใหญ่ นอนกับพื้น
คุกเมืองไทยมันไม่เหมือนในทีวีหรือในหนังฮอลลีวูด
มีประสบการณ์ เจอ"ขาใหญ่" ประจำคุก เชื่ออยู่ๆไป เดี๋ยวก็คงชิน

นายชูวิทย์ เล่าให้ทีมข่าวฯ ฟังต่อถึงประสบการณ์ในเรือนจำครั้งแรก ว่า "แม้ผม จะเป็นคนไม่กลัวเรื่องนู้นเรื่องนี้ง่ายๆ แต่เชื่อไหม พอเข้าไปในคุกจริงๆ ตอนนั้น ใจมันเสีย เข้าไปแล้วคิดมาก สมองมันว้าวุ่นไปหมด เหมือนคนที่อยู่ในทะเลแล้วมองไปไม่เห็นฝั่ง แล้วมันจะทำไงได้ คนรอบๆข้างเรา ไอ้นี่ก็ฆ่าคนตาย ไอ้นั่นก็ข่มขืนคน ไอ้…นี่ก็อุ้มคน คือเราไม่รู้เลยว่า แต่ละคนมันจะทำอะไรเราไหม? คิดไปคิดมา คิดจนนอนไม่หลับ ตอนนั้นเครียดมาก ไม่มีใครไม่เครียดหรอก คิดอยู่แต่ว่า จะ มีใครมาประกันไหม? จะออกไปยังไ? มันกังวลไปหมด แต่พออยู่ไปสักพัก มันเริ่มปรับตัวได้ จากนั้น ก็เริ่มออกกำลังกาย ไปรู้จักคนนั้นคนนี้ในเรือนจำบ้าง เพราะในนั้น คุณจะไม่ทักไม่คุยกับใครเลยไม่ได้ ไม่งั้นจะไม่มีพรรคพวก ซึ่งจะเสี่ยงมากต่อการถูกบรรดาขาใหญ่รุมรังแก"

"บรรดาพวกขาใหญ่ในคุก จะมีลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลังเยอะ แถมบางคนโดนโทษคดีฆ่าคนตาย ประวัติดูน่ากลัวมาก แล้วอะไรรู้ไหม ขาใหญ่พวกนี้ เวลาไปเข้าห้องน้ำ จะคนมาถือขันถือเสื้อผ้าให้หมด อาบน้ำเสร็จยังมีคนมาทาแป้งให้เลย เพราะฉะนั้น เข้าไปต้องปรับตัวให้ได้ ช่วงแรกๆ อาจจะยากหน่อย แต่พออยู่ไปๆ มันก็คงจะชินไปเอง" นายชูวิทย์ กล่าวในช่วงสุดท้ายของการสนทนา.....

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    10.0%
  • ไม่ชอบ
    0.8%
  • สนุก
    4.7%
  • ประหลาดใจ
    0.7%
  • เสียใจ
    0.5%
  • ให้กำลังใจ
    83.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement