ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ครืน...ครืน!!! โต้คลื่นท้าลม... บนเกาะสวรรค์ "บาหลี"

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 ต.ค. 2558 05:01 น.
    SHARE

    บรรยากาศริมหาดกูตา

    นอกจากอูบุดจะมีความงดงามของธรรมชาติแฝงตัวอยู่ในทุกพื้นที่ของเมืองแล้ว ความศรัทธาต่อองค์เทพของชาวฮินดูที่นี่ก็เหนียวแน่นไม่แพ้ดินที่จับตัวกันเป็นผืนนากว้างใหญ่ไพศาลในทุ่งกว้างนั่น

    วัด Pura Puseh หรือ ปุระ ปุเซห์ เป็นวัดหนึ่งที่สะท้อนความงามของสถาปัตยกรรมแบบบาหลี ผ่านความเชื่อและความศรัทธาของชาวฮินดูได้อย่างลงตัว วัดนี้อยู่ระหว่างทางจากเดนปาซาร์ ไปอูบุด

    ความสวยงามของสถาปัตยกรรมในวัดฮินดู
    ความสวยงามของสถาปัตยกรรมในวัดฮินดู
    มุมหนึ่งในวัดปุระ ปุเซห์
    มุมหนึ่งในวัดปุระ ปุเซห์


    ปุระ ปุเซห์ เป็นวัดเก่าแก่ จารึกการสร้างระบุไว้ว่าสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 เป็นวัดที่ประดับด้วยหินแกะสลักที่ซับซ้อนและงดงาม ประตูห้าชั้นได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบอินเดีย แต่การสร้างเป็นสไตล์บาหลี

    ที่น่าสนใจ คือ รูปแกะสลัก God Bhoma ที่มักมีการแกะสลักไว้ที่วัดหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นพระวิษณุประทับบนวัว พระศิวะยืนท่ามกลางกะโหลก ความวิจิตรลวดลายต่างๆนั้นไม่แพ้ที่อื่น ยิ่งเวลาเข้าไปมองใกล้ๆ เหมือนกำลังจะหลุดไปสู่ยุคอีกยุคหนึ่ง หลังคาของวัดทำจากเส้นใยของต้นปาล์มสีดำ ตามแบบฉบับของวัดในบาหลี

    รูปแกะสลัก God Bhoma
    รูปแกะสลัก God Bhoma
    คนบาหลีไม่ใส่กางเกงเข้าวัด
    คนบาหลีไม่ใส่กางเกงเข้าวัด


    อ้อ!! เวลาไปเที่ยววัดที่บาหลี ข้อควรรู้ไว้อย่างหนึ่งก็คือ วัดที่นี่ไม่อนุญาตให้สวมกางเกง ทั้งหญิงและชายจึงต้องเช่าผ้านุ่งจากด้านหน้าเพื่อใส่ทับชุดที่ใส่มาก่อนที่จะเข้าไปชมและถ่ายภาพภายในวัด ยกเว้นผู้หญิงที่นุ่งกระโปรงหรือผ้าถุงมาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน ส่วนผู้ชายบาหลีนั้นนิยมนุ่งโสร่งกันอยู่แล้ว

    เรากลับเข้าสู่เดนปาซาร์ในช่วงใกล้ค่ำ ไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ตก มีแต่แสงสีของไฟยามค่ำคืนที่เริ่มสว่างไสว เดนปาซาร์วันนี้แตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนมาก ถนนหนทางและตรอกซอกซอยถูกตัดเพิ่มมากขึ้น หนังสือพิมพ์ฝรั่งลงข่าวว่า ที่นี่มีรถยนต์เทียบต่อประชากรแล้วมากกว่าในจาการ์ตาเมืองหลวงเสียอีก

    ถนนหนทางในเดนปาซาร์วันนี้เต็มไปด้วยป้ายโฆษณา โดยเฉพาะโฆษณาโรงแรมและบริษัทนำเที่ยวที่สร้างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และที่เติบโตเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก คือ บริการนวดสปาผ่อนคลายที่มีตั้งแต่ระดับ 3 ดาวไปจนถึง 5 ดาว

    ย่านที่คึกคักที่สุดเห็นจะเป็นย่านกูตา หรือ กูต้า เลเกียน เซมินยัก แหล่งรวมความบันเทิง ทุกสิ่งอย่างของบาหลีไว้เกือบจะทั้งหมด ตลอดทางถนนเลียบชายหาดเต็มไปด้วยร้านอาหาร ทั้งที่เป็นร้านอาหารของโรงแรมหรูๆริมชายหาด ไปจนถึงร้านเล็กๆน้อยๆ ผับ บาร์ ที่มองเผินๆก็ดูจะคล้ายๆกับพัทยาหรือหาดป่าตอง ถ้าไม่ได้ยินเสียงพนักงานเสิร์ฟคุยภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำกับนักท่องเที่ยวด้วยสำเนียงที่ดีกว่าบ้านเราหลายเท่า

    และที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจเห็นจะเป็นอาหารทะเลปิ้งย่างที่มีอยู่หลายร้าน ตั้งแต่ร้านของโรงแรมไปจนถึงแผงลอยเล็กๆ เรียงรายไปตามชายหาด เสียงดนตรี แสง สี เสียง ไล่เรียงกันไปสร้างสีสันของการท่องเที่ยวยามค่ำคืนได้ไม่น้อยทีเดียว

    ความยาวของกูตาบีช ไกด์บอกว่า ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร แต่คงไม่มีใครเดินได้ไกลขนาดนั้นแน่ แค่เดินเล่นในรัศมี 2-3 กิโลเมตรจากโรงแรม ก็เล่นเอาปวดน่องแล้วล่ะ

    ลีลาการเล่นเซิร์ฟของพีอาร์สาวแอร์เอเชีย
    ลีลาการเล่นเซิร์ฟของพีอาร์สาวแอร์เอเชีย


    วันรุ่งขึ้นเรามีนัดกับกิจกรรมเซิร์ฟบอร์ดที่หาดกูตา อีกกิจกรรมที่พลาดไม่ได้หากมาเที่ยวบาหลี คลื่นที่บาหลีมีระดับความแรงหลายระดับ จึงไม่ต้องกังวลสำหรับคนที่คิดว่าไม่เคยเล่นเซิร์ฟหรือกระดานโต้คลื่น อีกทั้งตลอดชายฝั่งยังมีบริการสอนและพาเล่นเซิร์ฟ เป็นธุรกิจที่ต้องบอกว่าเยอะมากของที่นี่ คล้ายๆกับเวลาที่เราไปเดินริมชายหาดในเมืองไทยแล้วมีคนมาชวนให้ใช้บริการสกู๊ตเตอร์ หรือบานาน่าโบ๊ตยังไงยังงั้น...

    นี่เป็นครั้งแรกกับประสบการณ์เล่นกระดานโต้คลื่น ที่ต้องบอกว่ามันส์มากสำหรับเรา โดยเฉพาะพีอาร์สาวสวยของแอร์เอเชียอย่าง “น้องลินิน” ที่ใจกล้ามาก เล่นทุกอย่าง ทุกท่าที่ครูสอน ลีลาพลิ้วไหวของนางที่ไต่ระดับไปตามเกลียวคลื่นที่สูงขึ้นๆ

    ขอบอกว่าไม่ธรรมดาจริงๆผู้หญิงคนนี้ ต้องอย่างนี้สิถึงเรียกว่ามาถึงบาหลีจริงๆ และสำหรับคนที่ไม่ถนัดกับการเล่นเซิร์ฟ จะนั่งรอที่ชายหาด ที่นี่เขาก็มีบาร์เล็กๆบริการเครื่องดื่มเย็นๆทั้งแบบมีแอลกอฮอล์และไม่มี หรือจะนั่งให้ช่างถักผมเปียทรงแปลกๆรอก็ไม่มีใครว่า

    คะชักหรือระบำลิงขอพร
    คะชักหรือระบำลิงขอพร


    หลังสนุกสนานกับการเล่นโต้คลื่นกันแล้ว คืนนี้เรามีนัดกับการแสดงโชว์ Kecak dance & Fire dance หรือระบำคะชักที่บางคนเรียกว่า ระบำลิงขอพร เป็นการแสดงที่มีชื่อเสียงที่สุดในบาหลี เนื้อหาของเรื่องเป็นการตัดตอนเรื่องราวในรามายณะ หรือรามเกียรติ์ ที่เล่าเรื่องราวของพระรามกับพลพรรควานรที่ตามไปช่วยนางสีดาจากทศกัณฐ์ ซึ่งคนฮินดูเรียกว่าราวันนาที่เกาะลังกา ระบำชุดนี้ใช้ผู้แสดงไม่ต่ำกว่า 100 คน แสดงเป็นพลลิง นุ่งผ้าตาหมากรุก เปลือยท่อนบน ทัดดอกชบาแดงข้างหู นั่งล้อมวงซ้อนๆกัน 4-5 ชั้น และโบกมือขึ้นลงโยกตัวไปมา ปากก็ร้องคะชัก คะชัก เป็นเสียงสูงต่ำแทนเครื่องดนตรีประกอบ โดยตัวเอกต่างๆจะเดินร่ายรำไปมาในวงตรงกลางระหว่างพลลิงเหล่านั้น จุดเด่นของการแสดงชุดนี้ นอกจากใช้คนมากแล้ว ยังมีเสน่ห์ตรงที่ใช้เสียงของมนุษย์เป็นจังหวะประกอบแทนดนตรี ใช้เวลาเล่นราว 1 ชั่วโมง ไม่มากไม่น้อยเกินไป กำลังพอดี

    อาทิตย์อัสดงที่จิมบารัน
    อาทิตย์อัสดงที่จิมบารัน
    หาดจิมบารัน..ยามค่ำคืน
    หาดจิมบารัน..ยามค่ำคืน
    การจัดโชว์อาหารของร้านอาหารในบาหลี
    การจัดโชว์อาหารของร้านอาหารในบาหลี


    ปิดท้ายการตะลุยบาหลีในวันสุดท้าย ด้วยการชมพระอาทิตย์ตกที่หาดจิมบารัน ดื่มด่ำกับบรรยากาศอาหารค่ำริมทะเล ซึ่งถ้าเป็นอารมณ์ดินเนอร์กับคู่รักหรือคนรู้ใจ คงหลับไม่ลงแน่ๆ

    FD 397 ของแอร์เอเชีย บินลัดฟ้ากลับสู่ประเทศไทย ก่อนเตรียมพร้อมสู่การพาผู้โดยสารชุดใหม่ไปสัมผัสธรรมชาติหลากหลายรูปแบบบนเกาะสวรรค์แห่งนี้ ด้วยเที่ยวบินบินตรงสู่บาหลีวันละ 2 เที่ยวแบบชิลๆ

    ส่วนเราขอกลับไปจัดการกับไฟล์ภาพหลายร้อยรูปแห่งความประทับใจก่อน เมื่อเวลาและโอกาสมาถึง...

    รับรองว่า บาหลีจะเป็นที่แรกที่ไม่ปฏิเสธที่จะเดินทาง...!!!!!

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เที่ยวตามตะวันหาดกูตาบาหลีวัดปุระ ปุเซห์หาดจิมบารันคะชักระบำลิงคอลัมน์ไลฟ์สไตล์คอลัมน์ฉบับพิมพ์

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 13:43 น.