ข่าว
100 year

Trendy Review : Canon EOS M3 กล้องมิเรอร์เลสที่ไม่ได้มีแค่ฟรุ้งฟริ้ง

จุลดิส รัตนคำแปง4 ต.ค. 2558 06:05 น.
SHARE

Trendy Review ครั้งนี้กลับมาพบกับกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลส ขนาดกะทัดรัดตัวล่าสุดจากค่ายแคนนอน ที่อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ มากมาย พร้อมทั้งประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้น เทียบเท่ากล้องดีเอสแอลอาร์... 

เมื่อพูดถึงกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลส ชื่อของกล้องตระกูล EOS M จากค่ายแคนนอน ก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่บรรดานักถ่ายภาพต่างพูดถึงและ อยากได้มาลองใช้งาน ปัจจุบันกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลส EOS M ได้พัฒนามาจนถึงรุ่นที่ 3 แล้ว ด้วยจุดเด่นหลักของกล้องตระกูล EOS M คือ การนำเอานวัตกรรม และเทคโนโลยีของกล้องโปรเฟสชั่น Canon EOS DSLR ที่ครองใจนักถ่ายภาพทั่วโลก มาย่อให้อยู่ในกล้องมิเรอร์เลสตัวเล็กกะทัดรัดนี้อย่างเต็มที่ โดย EOS M3 มีไฮไลต์ที่น่าสนใจมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มีหลายจุด อาทิ เซ็นเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่แบบ APS-C ความละเอียดสูงถึง 24.2 ล้านพิกเซล ชนิดเดียวกับที่ใช้ใน Canon EOS DSLR ให้คุณภาพภาพที่ดีระดับกล้องมืออาชีพ อีกทั้งยังเก็บรายละเอียด แสง สีสันของภาพได้เหนือกว่าเซ็นเซอร์ปกติ

ย้ายรูปภาพจากกล้องมาสมาร์ทโฟนผ่าน NFC
Canon EOS M3 ด้านหน้า


แกะกล่องลองสัมผัส

ตัวยางกริปจับที่ทำให้กระชับมือไม่ลื่น


แม้ทาง Canon จะออกแบบตัวกล้องให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่สำหรับบอดี้ของกล้อง EOS M3 ออกแบบในสไตล์กล้องตระกูล EOS คือ เน้นให้จับถือได้กระชับ เนื่องจากรุ่นใหม่มีกริปที่โค้งเว้าพอดี ตามหลักสรีรศาสตร์ช่วยให้ผู้ใช้จับถนัด ใช้งานสะดวกแม้ถ่ายด้วยมือเดียว โดยให้ปุ่มชัตเตอร์จัดวางอยู่บนส่วนโค้งมนด้านบนพอดีกับตำแหน่งของนิ้วชี้ ส่วนปุ่มไดอัลเปลี่ยนโหมดและปรับชดเชยแสงก็วางอยู่รอบปุ่มชัตเตอร์เพื่อให้สะดวก

Canon EOS M3 ด้านหลัง
Canon EOS M3 มากับปุ่มคควบคุมและวงแหวนแบบที่ คนใช้ดีเอสแอลอาร์คุ้นเคย


และในรุ่น EOS M3 ยังเป็นกล้องรุ่นแรกในตระกูล EOS M ที่มาพร้อมแฟลชในตัว (สงสัยแคนนอนเพิ่งนึกได้ว่าควรจะมีติดกล้อง) และยังมีช่องเสียบแฟลชมาให้ สำหรับในกรณีที่ผู้ใช้งานต้องการติดแฟลช ตระกูล Speedlite เพิ่มเติม หรือใช้ตัวส่งสัญญาณเชื่อมต่อไร้สายกับแฟลชที่ติดเพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยในการถ่ายภาพ หรือติด macro ring light เพื่อช่วยฉายแสงแฟลชให้ครอบคลุมไปยังวัตถุที่ต้องการถ่ายระยะใกล้ทั้งหมด

ด้านบนมีปุ่มควบคุมการทำงาน ช่องเสียบแฟลช และช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งแฟลชบิวด์อินในตัว


เช่นเดียวกันกับกล้องดีเอสแอลอาร์รุ่นใหม่ๆ กล้อง EOS M3 ยังเป็นกล้องมิเรอร์เลสรุ่นแรก ที่ใช้หน้าจอแอลซีดีระบบทัชสกรีน ปรับพับขึ้นได้ถึง 180 องศาสำหรับการถ่ายภาพมุมต่ำหรือภาพเซลฟี่ และยังปรับพับลงได้ 45 องศาช่วยในการถ่ายภาพมุมสูง

สเปกกล้อง EOS M3

• ขนาด 110.9 x 68.0 x 44.4 มม.
• น้ำหนัก 319 กรัม (เฉพาะบอดี้) 366 กรัม (รวมแบตเตอรี่และเมมโมรี่การ์ด, ตามมาตรฐาน CIPA)
• เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล
• ชิปประมวลผลภาพ DIGIC 6
• ช่วงความไวแสง ISO 100-12,800 (ขยายได้ถึง 25,600)
• ถ่ายภาพต่อเนื่อง 4.2 เฟรมต่อวินาที
• คุณภาพวิดีโอสูงสุดระดับ Full HD (1920 x 1080) 30 เฟรมต่อวินาที
• ระบบออโต้โฟกัส Hybrid CMOS AF III
• รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ NFC
• หน้าจอ LCD ระบบทัชสกรีน ปรับกางได้ 45-180 องศา ความละเอียด 1.04 ล้านจุด


ในส่วนของสเปกกล้องแคนนอนได้ปรับปรุงอัพเกรด ระบบออโต้โฟกัสของกล้อง EOS M3 ใช้ Hybrid CMOS AF III พัฒนาใหม่ล่าสุด ทำให้เซ็นเซอร์ CMOS จับออโต้โฟกัสระหว่างการถ่ายภาพแบบ Live View ได้เหนือกว่ากล้อง EOS M1 (ที่ใช้เทคโนโลยี Hybrid CMOS AF รุ่นแรก) ถึง 6.1 เท่า

เพียงแค่แตะหน้าจอก็เลือกจุดที่ต้องการโฟกัสและถ่ายภาพได้


ด้วยประสิทธิภาพการทำงานอันยอดเยี่ยมของชิปประมวลผล DIGIC 6 อีกทั้งช่วงความไวแสงที่กว้างมากถึง ISO 100-12800 ของกล้อง EOS M3 การถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อยโดยไม่ใช้แฟลช หรือขาตั้งกล้องเข้าช่วย จึงเป็นไปได้โดยง่ายและให้สีสันสดใสเป็นธรรมชาติ โอกาสได้รูปในที่แสงน้อย ในอาคาร มีมากขึ้น และผู้ใช้งานยังสามารถปรับ ISO ได้ถึงสูงสุดที่ 25600 ในกรณีที่จำเป็น โดยไม่ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนด้วยประสิทธิภาพของชิปประมวลผล DIGIC 6

หน้าจอสัมผัสปรับปรุงมาให้สามารถรองรับการใช้งานแบบสองมือ

สำหรับ หน้าจอระบบทัชสกรีนมียูสเซอร์อินเตอร์เฟซ (UI) ที่รวมเอาคุณสมบัติเด่นของกล้อง DSLR และกล้องคอมแพ็กมาไว้ด้วยกัน ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับกล้อง DSLR ดีอยู่แล้วจะต้องชอบกล้อง EOS M3 เพราะออกแบบให้หน้าจอแสดงข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับนักถ่ายภาพมืออาชีพเอาไว้อย่างครบครัน ขณะเดียวกัน ยังปรับปรุงรูปแบบสไตล์การใช้งานแบบสองมือซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกล้อง EOS M ให้สะดวกใช้งานและปรับตั้งค่ากล้องได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม


อุปกรณ​์เสริมและชุดเลนส์ 

แฟลชภายนอก ตระกูล Speedlite สามารถใช้ได้ทั้งรุ่นเล็กและใหญ่
เลนส์ EF-M 18-55 mm f/3.5-5.6 IS STM และ EF-M 55-200 mm f/4.5-6.3 IS STM มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว และ ระบบ STM เพิ่มความเงียบในการซูม และเมาท์ อแดปเตอร์สำหรับใส่เลนส์ตระกูล EF


กล้อง EOS M3 มาพร้อมชุดเลนส์ใหม่ครบชุด มีให้เลือก 4 รุ่น ที่เป็นเลนส์ระบบ STM ทั้งหมด เพื่อให้ตอบสนองการทำงานโฟกัสของ Hybrid CMOS AF III ได้อย่างเต็มที่ และถ้าใช้ EF-EOS Mount Adapter ก็จะสามารถขยับไปใช้เลนส์ EF และ EF-S ของ EOS DSLR ได้อีกกว่า 70 รุ่น ยังไม่นับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ทั้งแฟลชภายนอก ตระกูล Speedlite และ วิวไฟเดอร์ หรือ ช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (รุ่น EVF-DC1) เพื่อเอาใจผู้ใช้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพด้วยช่องมองภาพ มากกว่าการถ่ายภาพ Live View ผ่านหน้าจอแอลซีดีอีกด้วย

การเชื่อมต่อไร้สาย 

รองรับการเชื่อมต่อแบบ NFC ด้วย
Canon Connect Station CS100 อุปกรณืแบ็คอัพรูปถ่ายจากกล้อง


เชื่อมต่อกล้อง EOS M3 กับสมาร์ทโฟนแบบ WiFi เพื่อสั่งชัตเตอร์และตั้งค่ากล้องได้จากสมาร์ทโฟน หรือแชร์ภาพจากกล้องไปยังสมาร์ทโฟนได้รวดเร็ว เพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการแชร์ภาพไปยัง Social Network ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ใหม่ Canon Connect Station CS100 ที่มีความจุในการแบ็กอัพไฟล์ภาพ, วิดีโอ ได้มากถึง 1 TB โชว์ภาพ ดูไฟล์ภาพ และวิดีโอบนจอ HDTV ได้อย่างเต็มอรรถรส ดูพร้อมกันได้ทั้งครอบครัว

เชื่อมต่อกล้องกับสมาร์ทโฟนผ่านไวไฟ เพื่อถ่ายโอนภาพ


ราคาล่าสุด 

สำหรับกล้อง EOS M3 มีค่าตัวสนนราคาที่ ราคา 22,900 บาท (มีกล้องพร้อมเลนส์ EF-M 18-55 mm f/3.5-5.6 IS STM) และ ราคา 30,900 บาท ได้กล้องพร้อมเลนส์ EF-M 18-55 mm f/3.5-5.6 IS STM และ EF-M 55-200 mm f/4.5-6.3 IS STM

EOS M 3 มีให้เลือก 2 สี สีดำ และสีขาว (สังเกตุด้านข้างซ้ายมือมีปุ่นเปิดแฟลชในตัว)


สรุปการใช้งาน

ถือเป็นกล้องที่ออกแบบมาได้จับกระชับเข้ากับมือ ผู้ใช้งานที่เป็นสาวๆ คงชอบเพราะพกพาสะดวก น้ำหนักเบา คุณภาพของภาพถ่ายที่ได้สวยงาม ผนวกกับประสิทธิภาพในการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ดัน ISO ได้สูงโอกาสที่จะได้ภาพยิ่งเพิ่มขึ้น การโฟกัสที่ฉับไว แต่จอแล้วถ่ายได้ ทำให้ได้ภาพตามที่ต้องการ รวมทั้งการนำเอาแฟลชในตัวกลับมาใส่ ทำให้เหมาะที่จะพกไปงานปาร์ตี้ หรืองานเลี้ยงได้สบายๆ  

EOS M3 ยังสามารถใช้ถ่ายเซลฟี่ กรณีที่ต้องการภาพที่มีความคมชัดสูงแล้ว ส่งรูปเข้าสมาร์ทโฟนได้จากแอพพลิเคชั่น และการเชื่อมต่อไวไฟ ทำให้สามารถแบ่งปันรูปภาพขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์กได้รวดเร็ว ส่วนผู้ที่มองหากล้องสำรอง เพื่อใช้แทนดีเอสแอลอาร์ EOS M3 ก็สนองการทำงานได้ครบ รวมทั้งยังใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันได้ ติดอยู่ที่ราคาอาจจะดูแพงไปนิด แต่ถ้าจะลงทุนซื้อทั้งทีแล้วอยากได้ครบ นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่อาจปฏิเสธได้...

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
Trendy Review

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EOS M3แคนนอนกล้องดิจิตอลกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลสถ่ายภาพTrendy Reviewถ่ายรูปฟรุ้งฟริ้งCanonข่าวไอทีข่าวไทยรัฐออนไลน์กล้องคอมแพ็ก

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้