วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จิตภัสร์ตัดใจ ไม่เป็นตำรวจ เปิดการแถลง ด้วยน้ำตาคลอ ตัวไม่มีวาสนา!

จิตภัสร์ตัดใจ ไม่เป็นตำรวจ เปิดการแถลง ด้วยน้ำตาคลอ ตัวไม่มีวาสนา!

  • Share:

“ตั๊น-จิตภัสร์” ตัดใจเลิกคว้าดาว ตั้งโต๊ะแถลงข่าวน้ำตาคลอเบ้า ประกาศถอนตัวสมัครเป็นตำรวจ ก่อนความขัดแย้งลุกลาม หวั่นเป็นชนวนเหตุทำองค์กรแตกแยก โอดไร้วาสนาสวมเครื่องแบบสีกากี ยันสมัครตามช่องทางปกติ โวยโดนตัดต่อภาพทำลายป้ายหน้า สตช.บิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ ไม่หวั่นเดินหน้าทำงานเพื่อสังคมต่อแม้ไม่มีตำแหน่ง คณะกรรมการคัดเลือกแฉ “ตั๊น” ขาดคุณสมบัติเหตุส่งผลตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือเลยวันกำหนด “บิ๊กป้อม” ปัดมีสัมพันธ์พิเศษแค่นับถือเป็นลุง-หลาน รับซี้กับ “ปู่” แต่ไม่มีฝากฝังให้ดูแล “สุเทพ” ซัดพวกใจแคบขวาง “ตั๊น” เป็นตำรวจ “วัชระ” อัดซ้ำตำรวจมะเขือเทศเตะตัดขา “ณัฐวุฒิ” ติดใจ 2 ข้อ ทำไมอยากเป็นตำรวจ

หลังจากมีกระแสต่อต้านและโจมตีอย่างหนักต่อการเข้าสมัครรับราชการตำรวจในสังกัดกองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รองสารวัตร 191) ของ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชน (มปท.) และอดีตแกนนำ กปปส. ล่าสุด น.ส.จิตภัสร์แถลงข่าวขอถอนตัวจากการสมัครแล้ว เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 23 ก.ย. ที่ห้องไลบรารี่ ชั้น 1 โรงแรมดุสิตธานี น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชน (มปท.) และอดีตแกนนำ กปปส. แถลงข่าวเปิดใจกรณีการสมัครเข้ารับราชการตำรวจในสังกัดกองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รองสารวัตร 191) ว่า ขอถือโอกาสชี้แจงทำความเข้าใจข้อเท็จจริงหลังหลายภาคส่วนตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้ ตั้งแต่ต้นตนมีเจตนารมณ์มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน ตั้งแต่สมัคร ส.ส. แม้ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ก็ยังทำงานจิตอาสาตลอด 7 ปี

น.ส.จิตภัสร์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเคยร่วมทำงานกับตำรวจในบางสถานการณ์รับรู้ความทุกข์ยาก โดยเฉพาะตำรวจชั้นประทวน ทำให้มีความเข้าใจและอยากมีส่วนร่วม การเปิดรับสมัครตำรวจมีประจำทุกปี ต้องผ่านการคัดเลือกตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็ดำเนินการตามระเบียบปกติทุกประการ และยืนยันว่ายังไม่ได้รับบรรจุเป็นยศ ร.ต.ต.ที่ปรากฏตามในสื่อต่างๆ การชุมนุมที่ผ่านมาแม้จะมีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ไม่มีเจตนาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพี่น้องตำรวจ แต่ได้แสดงออกอยากให้ตำรวจเป็นที่พึ่งแท้จริงของประชาชน แม้ในสถานการณ์การชุมนุมได้เจอกับตำรวจ ต่างมีน้ำจิตน้ำใจไมตรีต่อกัน เพราะต่างคนดำเนินการไปตามหน้าที่ ส่วนกรณีมีภาพปรากฏผู้หญิงคนหนึ่งทำลายป้ายหน้า สตช.มีการตัดต่อว่าเป็นภาพของตน รวมถึงการให้สัมภาษณ์ในช่วงชุมนุมที่เป็นภาษาอังกฤษให้เกิดความเสียหาย ก็มีการบิดเบือน ไม่เป็นความจริง สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยในปัจจุบันจมในความขัดแย้งไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน


“เพื่อไม่ให้กรณีของดิฉัน ทำให้พ่อแม่พี่น้องเกิดความไม่สบายใจและถกเถียงกัน โดยเฉพาะแวดวงข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้น อันจะทำให้กลายเป็นความไม่สงบสุขในองค์กรตำรวจ หรือขยายผลไปเป็นขัดแย้งในสังคม ดิฉันจึงตัดสินใจไม่ดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนการคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจ ท้ายที่สุดขอบคุณทุกกำลังใจ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่คงไม่มีวาสนาเข้ามาทำงานตำรวจ สวมเครื่องแบบในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พร้อมนำคำติมาพัฒนาตัวเอง และรับใช้ประชาชน ในฐานะผู้หญิงที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อทำประโยชน์ให้ทุกคนอย่างไม่ย่อท้อ อยากเห็นคนไทยมอบความรักให้กัน แทนความเกลียดชังบนความขัดแย้งแตกแยก เพื่อเดินหน้าประเทศไทยอย่างแข็งแกร่งยั่งยืนต่อไป” น.ส.จิตภัสร์กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอ

เมื่อถามว่าการจัดแถลงข่าวตัดสินใจนานหรือยัง ใครแนะนำหรือไม่ น.ส.จิตภัสร์ตอบว่า เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากให้เกิดความแตกแยก เมื่อถามอีกว่า ทำไมถึงสมัครเป็นตำรวจทั้งที่มีความสามารถทำหน้าที่เพื่อสังคมได้หลายสถานะมากกว่านี้ น.ส.จิตภัสร์ตอบว่า เพราะต้องการทำงานเพื่อสังคมและประเทศชาติ พอเกิดกระแสสังคม ทุกคนในบ้านให้กำลังใจทำงานเพื่อประชาชนต่อไป ไม่ว่าอยู่จุดไหนก็ตาม จะมีตำแหน่งหรือไม่มี ก็ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศต่อไป จากนี้ไปก็จะทำงานด้านภาคประชาชนในฐานะผู้ช่วยเลขานุการ มปท.ส่วนงานการเมืองเป็นเรื่องของอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแถลงข่าวปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงของทหารนอกเครื่องแบบ เข้ามาร่วมสังเกตการณ์บันทึกภาพและเสียงตลอดด้วย นอกจากนี้ ยังมีจดหมายเปิดผนึกของ น.ส.จิตภัสร์ ถึง ด.ต.ธีระเดช เล็กภู่ ซึ่งเป็นนายตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการเตะระเบิดช่วงระหว่างการชุมนุม กปปส. โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า ขอกราบคารวะในการเสียสละของท่าน เพื่อปกป้องเพื่อนพ้อง ไม่งั้นคงมีพี่น้องตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวนมากหาได้ยากกับการเสียสละยิ่งใหญ่ขนาดนี้

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) เจ้าหน้าที่ตำรวจในคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก เปิดเผยว่า การถอนชื่อการสมัครเข้าคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจของ น.ส.จิตภัสร์ มี 2 วิธี วิธีแรก น.ส.จิตภัสร์ต้องมายื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ขอถอนชื่อออกต่อคณะกรรมการคัดเลือกที่ บช.น.ด้วยตนเอง วิธีที่ 2 ถ้าไม่เดินทางมายื่นหนังสือดังกล่าว คณะกรรมการคัดเลือกก็ต้องดำเนินการพิจารณาต่อว่า น.ส.จิตภัสร์ มีคุณสมบัติที่จะเข้ารับเป็นข้าราชการตำรวจหรือไม่ ทั้งนี้ ถ้า น.ส.จิตภัสร์ถอนชื่อ คณะกรรมการคัดเลือกก็จะสอบถามไปยัง สตช.ว่าจะต้องให้สรรหาผู้เหมาะสมแทนมาดำรงตำแหน่งแทน น.ส.จิตภัสร์ ที่ขอถอนชื่อ หรือว่าให้ยุบตำแหน่งดังกล่าวไป อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ น.ส.จิตภัสร์ น่าจะไม่ผ่านการคัดเลือก เนื่องจากต้องตรวจร่างกายและตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือให้เสร็จภายในวันที่ 22 ก.ย. แต่วันที่ 22 ก.ย. น.ส.จิตภัสร์ตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียวและไปพิมพ์ลายนิ้วมือวันที่ 23 ก.ย. จึงถือว่าผิดระเบียบ และขาดคุณสมบัติการเข้าสมัครเป็นข้าราชการตำรวจ คาดว่าประมาณ 1-2 วัน บช.น. จะสามารถสรุปการตรวจสอบคุณสมบัติดังกล่าว

แม้ว่า น.ส.จิตภัสร์ยืนยันจะใช้สิทธิ์สมัครเข้าเป็นตำรวจ แต่สุดท้ายก็ขาดคุณสมบัติไม่ผ่านขั้นตอนการคัดเลือกอยู่ดี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากที่มีกระแสข่าวว่ามีตำรวจชั้นผู้ใหญ่พา น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร เดินทางไปสมัครที่ บช.น.ตนไม่ทราบ ยืนยันว่าไม่ใช่ตนอย่างแน่นอน รวมถึงกระแสข่าวที่ตนให้ความช่วยเหลือสนับสนุน น.ส.จิตภัสร์ เนื่องจากมีความสนิทสนมกับลูกชาย ดังที่ปรากฏในภาพก่อนหน้านี้ จากการ ที่สอบถามไปยังลูกชาย ยืนยันได้ว่าบุคคลในรูปไม่ใช่ลูกชายตน แต่ก็มีความรู้จักกันจากการเรียนที่อังกฤษ ส่วนตนก็รู้จักกับ น.ส.จิตภัสร์ แต่ไม่ได้สนิทสนม การที่ น.ส.จิตภัสร์ จะถอนตัวจากการสมัครถือว่าเป็นการตัดสินใจของเจ้าตัว หากพิจารณาว่าสิ่งที่ทำจะช่วยให้ปัญหายุติ ก็เป็นสิทธิที่ น.ส.จิตภัสร์ สามารถทำได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์กรณีที่ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ กปปส. แถลงข่าวถอนตัวจากการสมัครตำรวจว่า ขอให้ยุติเพียงเท่านี้ ถือว่ากระบวนการในขณะนี้ได้จบลงแล้ว เมื่อถามว่าหากไม่สมัครเป็นตำรวจแล้วจะไปสมัครเป็นทหารได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตนยังไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของน.ส.จิตภัสร์ว่าต้องการจะมาสมัครเข้าเป็นทหารหรือไม่ โดยส่วนตัวไม่มีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับ น.ส.จิตภัสร์ แต่นับถือกันเป็นลุงหลานเท่านั้น เพราะตนสนิทกับพ่อแม่ โดยเฉพาะกับคุณปู่ของ น.ส.จิตภัสร์ และยืนยันว่าพ่อแม่ไม่มีใครฝากฝังให้ดูแล น.ส.จิตภัสร์เป็นพิเศษ

ที่ จ.ชุมพร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และอดีตแกนนำ กปปส.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร อดีตแกนนำ กปปส.ถูกต่อต้านจากข้าราชการตำรวจว่า เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก การรับสมัครบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับราชการตำรวจไม่ใช่เพิ่งทำเป็นครั้งแรก แต่ทำทุกปี ปีละหลายๆร้อยคน แต่ปีนี้เมื่อมี น.ส.จิตภัสร์สมัครกลับมีการเคลื่อนไหว ต่อต้าน คิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง คนไทยมีสิทธิ์เหมือนกันทุกคน จะเป็น กปปส.หรือ นปช.ก็มีสิทธิ์สมัครเข้ารับราชการเท่าๆกัน การออกมาต่อต้าน ออกมาขัดขวางถือว่าใจแคบไปหน่อย ควรทำใจกว้าง อย่าไปสร้างปัญหาขึ้นมาอีกเลย

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น.ส.จิตภัสร์ มีคุณสมบัติเป็นข้าราชการตำรวจที่ดีได้ แต่ที่มีตำรวจเสื้อแดงออกมาคัดค้าน ถือว่าไม่ให้ความเป็นธรรม กรณีของ น.ส.จิตภัสร์ เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ แต่ไม่สามารถเข้ารับราชการตำรวจ แต่ทำไมบุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มีคดีอื้อฉาว สามารถเป็นนายร้อยตำรวจได้ โดยไม่มีเสียงคัดค้าน รวมถึงกรณี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เคยเป็นอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย เมื่อไม่ได้รับการเลือก และกลับไปรับราชการตำรวจอีกทำไม ในวงการตำรวจขณะนี้ ตำรวจเสื้อแดง ตำรวจมะเขือเทศ ที่มีอยู่ใน สตช.ควรลาออกทั้งหมด ตำรวจฝักใฝ่การเมืองก็ไม่ควรเป็นตำรวจอีกต่อไป

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.โพสต์เฟซบุ๊กว่า ข่าวคุณจิตภัสร์ตั้งแต่ต้นจนวันนี้ ยังมีเรื่องที่ผม “สงสัย” อยู่ 2 ข้อ 1.คุณจิตภัสร์เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเป้าหมายนี้เธอต้องเป็นนักการเมืองและต้องลงเลือกตั้ง ถ้ายึดตาม ดร.วิษณุ ว่าโรดแม็ปร่นเวลาเหลือ 18 เดือน โดยทั่วไปพอรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ พรรคการเมืองก็ต้องเตรียมตัวสู่การเลือกตั้ง ซึ่งเวลา 9 เดือนถือว่ากระชั้นชิด ส่วนคุณจิตภัสร์กว่าจะครบขั้นตอนสมัครและไปอบรมแล้วติดยศ ร.ต.ต.ใช้เวลาจากนี้ราว 7 เดือน เท่ากับว่ามีเวลาทำงานแค่ 2 เดือนก็ต้องลาออกมาทำงานกับพรรค ยกเว้นจะไม่ลงเลือกตั้งซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ แล้วจะอยากเป็นตำรวจไปทำไม 2.ข้อเรียกร้องของ กปปส.คือปฏิรูปก่อนเลือกตั้งและข้อหนึ่งคือต้องปฏิรูปตำรวจ คุณจิตภัสร์สมัครทั้งที่โครงสร้างตำรวจวันนี้ยังไม่ปฏิรูป แถมคุณสุเทพสนับสนุนทำให้ยิ่งสงสัย เหตุใดไม่มีคำถามแบบปฏิรูปก่อนสมัครหรือสมัครก่อนปฏิรูปหรือตั้งใจจะให้คุณจิตภัสร์เข้าไปขับเคลื่อนการปฏิรูป ปล.ผมไม่มีเจตนารุกรานคุณจิตภัสร์ และเห็นด้วยว่าเธอมีสิทธิ์ตามกฎหมายเท่ากับคนไทยทุกคน เพียงแต่รำพึงด้วยความสงสัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีบุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือราชการ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.55 รับโอน ร.ท.ดวง อยู่บำรุง ผู้บังคับหมวด กองร้อยสารวัตรทหาร กองพันสารวัตรทหาร สารวัตรยุทธบริการ สังกัดกระทรวงกลาโหม บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ไปรับราชการเป็นตำรวจ ยศ ร.ต.ท. ตำแหน่งรองสารวัตร ศูนย์ฝึกอบรมกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้มีผลวันที่ 1 ส.ค.55 เป็นต้นไป

'ตั๊น' น้ำตาคลอ ถอนตัวสมัครตำรวจ ทั้งหมด 6 ภาพ

วันที่ 24 ก.ย. 58 น.ส.จิตภัสร์ หรือ ตั๊น ทนแรงกดดันไม่ไหว เปิดแถลงข่าว ขอถอนตัวการสมัครเข้ารับคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจ ในตำแหน่งรองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยยืนยันการสมัครเป็นไปตามกระบวนการการคัดเลือกตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกขั้นตอนปกติ และ ตัดสินใจเองเนื่องจากเห็นว่าอาชีพตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องเสียสละเพื่อประชาชน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้