ข่าว
100 year

คุกคนละ 4 ปี 4 เดือน 4 แกนนำ คดีนปช.บุกบ้านป๋า

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ก.ย. 2558 04:55 น.
SHARE

เต้น-เหวง-วิภู-วีระกานต์โดนหมด ‘บิ๊กตู่’ ควง ‘สมคิด’ หม่ำข้าวกับสื่อฯ เผยเคล็ดได้ดี ‘เชื่อพ่อ-หงอเมีย’

“ประยุทธ์” อารมณ์ดีควง “สมคิด” ตั้งวงหม่ำข้าวกับสื่อทำเนียบฯ เผยเคล็ดลับพ่อเฮี้ยบ จนได้ดี เมียดุต้องยอมเงียบ ปิดประตูไม่ขอเป็นนายกฯคนนอก “วิษณุ” แจงหั่นเวลาร่าง รธน.เล็กน้อยเหลือ 18 เดือน เร่งสปีดได้แค่ขั้นยกร่าง-ประชามติ-ทำ ก.ม.ลูก แนะยำรวมข้อดี รธน.ปี 40-50 และร่างปี 58 ลั่นจำเป็นต้องมี คปป.ไว้ชี้ถูกชี้ผิดรัฐบาล พท.จวกต้นแบบมีแล้วไม่ควรเขียนใหม่เกิน 3 เดือน “อภิสิทธิ์” ให้ดูสาระอย่ายึดติดกรอบเวลา ฮิวแมนไรต์ฯเฉ่งคสช.ละเมิดสิทธิ์ยอดแย่ เชื่อเวทียูเอ็นทวงคำตอบโรดแม็ป “บิ๊กตู่” นักศึกษาประชาธิปไตยใหม่นัดชุมนุม 9 ปี 19 ก.ย.49 ต้านรัฐประหาร “วรชัย” โวยทหารบุกบ้านคุกคาม ศาลอาญาสั่งจำคุก 4 ปี 4 เดือน “ณัฐวุฒิ-เหวง-วิภูแถลง-วีระกานต์” 4 แกนนำ นปช.พร้อมพวกรวม 5 ราย คดีบุกบ้าน “ป๋าเปรม” ทนายยื่นประกันคนละ 5 แสน ศาลปล่อยตัว ห้ามเดินทางไป ตปท.

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.สั่งการให้ปรับลดระยะเวลาในการยกร่างรัฐธรรมนูญให้สั้นลงนั้น ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า สามารถตัดลดลงได้เพียงบางขั้นตอนเหลือ 18 เดือน

“วิษณุ” หั่นเวลาร่าง รธน.เหลือ 18 เดือน

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงระยะเวลาการร่างรัฐธรรมนูญตามสูตร 6-4-6-4 ว่าสามารถลดเวลาลงมาได้ โดยร่างเร็วขึ้นจาก 6 มาเหลือ 5 เดือน โดยรีบเขียนและรีบทำความเห็น แต่ 4 เดือนในการรับฟังความคิดเห็นคงลดเวลาลงมาไม่ได้มากนัก เพราะต้องแจกรัฐธรรมนูญ อย่างมากลดลงมาได้ครึ่งเดือนเท่านั้น ส่วน 6 เดือนที่ทำกฎหมายลูก แบ่งเป็นใช้เวลายกร่างกฎหมายลูก 2 เดือน เข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 3 เดือน และส่งศาลรัฐธรรมนูญตรวจ 1 เดือน ซึ่งขั้นตอนนี้อาจเหลือ 5 เดือนได้ ถ้าเริ่มร่างรอไว้บ้าง แล้วค่อยมาเติมเอานิดเดียว เอาคน สนช.มาช่วยร่าง ถึงเวลาเข้า สนช.จะช่วยพูดได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงขอนายกฯว่าให้มี สนช.มาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 1-2 คน ขณะที่ 4 เดือนสุดท้ายไม่มีทางลดได้เลย เพราะต้องนำกฎหมายลูกขึ้นทูลเกล้าฯ 1 เดือน อีก 3 เดือนขยับไม่ได้เลยเพราะเป็นเรื่องการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น 20 เดือน อาจเหลือ 18-19 เดือนได้

เมื่อถามว่า ถ้าจะให้เร็วจะใช้รัฐธรรมนูญบางฉบับมาเป็นตัวตั้งได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าหยิบฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมาเลย 7 วัน ร่างทำให้เสร็จได้ แต่ตอบโจทย์อื่นไม่ได้ ถ้าหยิบรัฐธรรมนูญปี 50 ขึ้นมาก็ถามว่าแล้วจะยึดอำนาจทำไม ขนาดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯ ที่เป็นเลขานุการร่างรัฐธรรมนูญปี 40 ยังไม่หยิบมาใช้ หาก กรธ.จะไปยกปี 40 ขึ้นมาจะอธิบายกับสังคมได้อย่างไร ดังนั้น ควรหยิบบางส่วนของปี 40 และปี 50 และร่างของปี 58 ที่แก้ปัญหาบางอย่างไป ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวที่จะทำให้เร็วขึ้นได้และออกมาดูดีด้วย

จำเป็นต้องมี คปป.ชี้ถูกชี้ผิดรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีองค์กรมาคอยควบคุมรัฐบาลอีก เหมือนคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) อาจถูกมองไม่เป็นประชาธิปไตย นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่เห็นว่าเป็นการครอบงำรัฐบาล เพราะถ้าสงสัยอะไรให้ถามไป แล้วให้เขาตอบว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดจะได้ไม่ต้องทำ ถ้าถูกจะได้เดินหน้า วันนี้ถ้าไม่มีอะไรมาตอบคำถามถูกหรือผิด พอทำไปหากผิดขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น มันจะนำไปสู่การถอดถอน บ้านเมืองจะเกิดช่องว่าง หรือบางครั้งเมื่อไม่มีคนตอบเลย ไม่มีใครกล้าทำทั้งที่ความจริงเป็นสิ่งที่ถูก เราเลยพลาดโอกาสอย่างน่าเสียดาย ดังนั้น จึงไม่คิดว่าเป็นการครอบงำ ร่างใหม่ตนอยากให้มีอันนี้อีก

เผยพรรคการเมืองส่งชื่อลุยปฏิรูป

นายวิษณุกล่าวว่า สำหรับรายชื่อ กรธ. คนจัดการตัวจริงคือนายกฯ คงดูอยู่ อาจมีการปรึกษาหรือถามใครบ้าง ตนยังไม่รู้เลย แม้แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็ไม่รู้ เมื่อถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. มีอยู่ในใจด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่กล้านึก เพราะท่านเคยพูดทีเล่นทีจริงตอนทำรัฐธรรมนูญชั่วคราว ฉบับแก้ไข ให้ช่วยเขียนสเปก กรธ.ไม่ให้เข้าตัวท่าน ส่วน พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญที่มีชื่อหน้าสื่อ ไม่กล้าพูดกลัวเป็นการชี้นำ แต่เป็นคนเก่งกฎหมาย ทั้งนี้ การประชุม คสช.กับ ครม.วันที่ 22 ก.ย.จะได้ชื่อ กรธ. แต่ยังไม่ประกาศ เพราะวันที่ 23 ก.ย.นายกฯไปต่างประเทศ เมื่อได้รายชื่อแล้วต้องถามเจ้าตัวยินยอมหรือไม่ อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้หากใครถอนตัว จากนั้นรอให้นายกฯกลับมาเซ็นแล้วประกาศรายชื่อที่ต้องทำเร็วกว่า

วันที่ 6 ต.ค. ในส่วน กรธ.จะไม่มีสัดส่วนพรรคการเมือง ไม่เหมือนกับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งตนเห็นว่ามีการเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วมบ้าง บางพรรคส่งชื่อมาแล้ว เน้นพรรคการเมืองใหญ่ที่มีผลกระทบต่อประชาชน ส่วนพรรคใดไม่ส่งเข้าร่วมก็ไม่เป็นไร ส่วน กรธ.ชุดใหม่สมควรที่จะมี กมธ.ยกร่างฯ ชุดเดิมหรือไม่นั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่ตนอาจเป็นตัวประสานหากรัฐบาลจะดึงใครเข้ามา

โวไอพียูเข้าใจการเมืองไทย

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายซาเบร์ โฮชเชน เชาว์ดรี ประธานสหภาพรัฐสภา (ไอพียู) เข้าเยี่ยมคารวะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ จากนั้นนายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า นายซาเบร์แสดงความเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทย ให้คำแนะนำว่า แม้เป็นสภาที่มาจากการแต่งตั้ง แต่ทำหน้าที่ได้ด้วยการทำงานใกล้ชิดกับประชาชน ส่วนที่นายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ระบุว่าประชาธิปไตยไทยดูห่างไกลออกไปกว่าเดิม เป็นความเห็นกลางๆตามภาษาคนเป็นห่วง รัฐบาลจะส่งสัญญาณไปว่าขอบคุณในความเป็นห่วง ไทยเป็นห่วงเช่นกัน และจะพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่อยากให้สูตร 6-4-6-4 ถูกต่างชาติตีความว่าเป็นการยืดเวลา

“บิ๊กป้อม” วอนนัก ก.ม.รุ่นใหม่มาช่วย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า มีการแบ่งสัดส่วนตามที่เป็นข่าวออกมา มีทั้งทหาร 50 คน อดีต สปช.60 คน รวมถึงมีส่วนของนักการเมือง นักวิชาการเข้ามาด้วย ขณะนี้ได้ให้ฝ่ายการเมืองเสนอรายชื่อบุคคลเข้ามาแล้ว จากนั้นจะคัดเลือกเอาแค่พอประมาณ อยากให้มีนักกฎหมายรุ่นใหม่ๆเข้ามาด้วย เพราะการปฏิรูปเป็นเรื่องของอนาคต และนายกฯยืนยันแล้วถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เมื่อถามว่า ทูตสหรัฐอเมริกาและอังกฤษมีความเป็นห่วงเรื่องประชาธิปไตยในประเทศไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อย่างที่เป็นอยู่ก็ดีที่สุดแล้ว เราทำให้เกิดความสงบและพยายามทำให้เกิดประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่เคยใช้อำนาจเกินเหตุ แต่นักการเมืองออกมาพูดจาให้ร้ายทำแบบนี้ไม่ได้ ช่วงนี้ปล่อยให้เราวางพื้นฐานในการสร้างประเทศให้เกิดความมั่นคง

“บิ๊กตู่” ควง “สมคิด” เปิบข้าวกับนักข่าว

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบฯ เป็นครั้งที่ 4 โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดอาหารกลางวัน เป็นข้าวเหนียว-ไก่ย่างเขาสวนกวาง ข้าวขาหมูตรอกซุง ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟวัดแขก ขนมจีนแกงเขียวหวานปลากรายป้าน้อย ถนนดินสอ ลอดช่องวัดเจษ ไอศกรีมมหาชัย ผลไม้ เป็นต้น โดยใช้เวลารับประทานอาหาร พูดคุยเรื่องชีวิตส่วนตัว และตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวร่วมครึ่งชั่วโมง

เผยพ่อดุจนได้ดี เมียดุต้องยอมเงียบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงชีวิตส่วนตัวตอนหนึ่งว่า วันนี้อยากทานอะไรเปรี้ยวๆ เป็นคนที่ทานอะไรง่ายๆ เวลาทำงานอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้าจะสั่งอาหารย่านตลาดนางเลิ้ง ข้าวแกงบ้าง ก๋วยเตี๋ยวบ้าง และตั้งแต่เด็กคุณพ่อผมสอนให้ทำทุกอย่าง พ่อเราเย็บเสื้อก็ได้ เย็บจักรเป็น เย็บกระดุมเสื้อก็ทำได้ ทำกับข้าวก็เก่ง สอนเราทุกอย่าง ช่วงเด็กๆ ลำบากไม่มีใครมาทำอะไรให้ ต้องทำทุกอย่างเองตั้งแต่รีดผ้า แต่วันนี้มีคนคอยดูแลให้จะได้มีแรงทำงานให้กับประเทศ ไม่เคยคิดที่จะทำอะไรเพื่อตัวเอง ยอมรับว่าคุณพ่อเป็นคนดุ ถ้าไม่ดุป่านนี้เสียคนไปแล้ว ถ้าทำผิดก็ตี ส่วนคุณแม่ใจดี ตอนนี้ท่านป่วยไปตามวัยอายุ 92 ปีแล้ว ตนสอนลูกก็มีตีบ้าง สอนเราไปในตัวและทบทวนด้วยว่าขนาดลูกยังคิดไม่เหมือนเรา แล้วจะมาให้คนอื่นมาคิดแบบเราทั้งหมดคงไม่ได้ อยู่ที่ว่าจะร่วมมือกันได้ตรงไหน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เวลานายกฯใจร้อนและเผลอหลุดคำพูดต่างๆออกมา ภรรยาดุหรือตำหนิบ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “ผมดุก่อน แต่พอเขาดุมา ผมก็สู้ไม่ได้ เขาเป็นอาจารย์ ผมเป็นลูกศิษย์ พอเวลาภรรยาผมดุ ผมก็เงียบ” ผู้สื่อข่าวจึงกระเซ้าว่า เจอแล้วคนที่นายกฯกลัวที่สุดในประเทศ ทำให้นายกฯย้อนถามกลับว่า “แล้วไม่กลัวหรือ ต้องเกรงใจด้วยนะ คือในบ้านมันควรจะไม่มีอะไร โมโหไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งวันนี้เราโมโหอะไรไม่ได้เลย พอเข้าบ้านเราอยากให้บ้านเราสงบสุขสบายใจ”

ห่วงสื่อตีข่าวต่างชาติเข้าใจผิด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราพูดและรัฐบาลทำมาอาจจะไม่ถูกใจใคร สิ่งที่เป็นห่วงมากคือเวลาข่าวออกไปต่างประเทศแล้วแก้ลำบาก ในความเป็นจริงเราควรแก้ปัญหาของเรา ตอนทะเลาะก็ทะเลาะกันในประเทศ คนเพียงไม่กี่คนมาสร้างความวุ่นวาย ตนก็เบื่อหน่าย ยิ่งสื่อไปเปิดพื้นที่ให้คนเหล่านี้ประชาชนจะเข้าใจผิด ไม่ได้ว่าใครดีไม่ดี ขี้เกียจทะเลาะกับคนแล้ว แต่ตนอาจเหมาะสมกับสถานการณ์แบบนี้ ส่วนตัวไม่ได้รังเกียจรังงอนใคร ไม่คิดไปสร้างฐานอำนาจ อย่างเรื่องนางกนกทิพย์ รชตะนันท์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ดูแลเยียวยา เรื่องจบแล้ว เราต้องอย่าสอนให้คนมุ่งหวังแต่อำนาจ คนไทยส่วนใหญ่อยากมีอำนาจ แล้วใช้ไม่เป็น ใช้ไม่ถูกต้อง ใช้ไม่สร้างสรรค์ เลยทำให้ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ วันนี้ตนไม่ทะเลาะกับใครยังพยายามมาเล่นงานอยู่ได้ทุกวัน

ลั่นดาลไม่เป็นนายกฯคนนอก

เมื่อถามถึงการปล่อยตัวกลุ่มนักการเมืองหลัง คสช.เรียกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า หลังจากนี้สัญญาอะไรต้องทำตามกันบ้าง วันนี้ไม่ใช่เวลาของเขา ไม่ใช่วันที่เลือกตั้ง ถ้าเลือกตั้งชนะก็เข้ามา แล้วจะมาพูดทำนองให้ร้ายรัฐบาลไม่ได้ เมื่อถามว่า คิดว่าอีก 20 เดือน คนจะเบื่อนายกฯหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ต้องมาเบื่อตน ทุกวันนี้เบื่อตัวเองอยู่แล้ว บอกแล้วว่าอยู่มากอยู่น้อยแล้วแต่ แต่ถามว่าที่อยู่มาวันนี้คุ้มกับที่อยู่หรือไม่ ทุกวันนี้ปัญหาทับซ้อน เราพร้อมส่งต่อให้คนในวันหน้า แต่ต้องถามว่าเขาจะทำหรือไม่

เมื่อถามว่า ถ้าได้นักการเมืองหน้าเดิมกลับมาจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จะให้ทำอย่างไร อำนาจเป็นของทุกคนในการเลือกตั้ง เมื่อถามย้ำว่า ทหารจะเข้ามาอีกในอนาคตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มีแล้ว เพราะสถานการณ์เปลี่ยนโลกล้อมประเทศอยู่ ใครจะเข้ามาต้องพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก หากเกิดสถานการณ์เหมือนเดิมอีกก็ไม่เกี่ยว กลับบ้านแล้ว ขึ้นอยู่กับทุกคน และไม่ต้องมากลัวนายกฯคนนอก ตนไม่เป็นแน่นอน เมื่อถามว่า ถ้ามีประชาชนเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ก็ทำอะไรไม่ได้ ใครมาสั่งก็เรียกตนไม่ได้ เพราะรู้ทำอะไรได้แค่ไหน ถ้าตนทำเสร็จก็จบในห้วงที่ตนอยู่ ถ้าไม่เสร็จก็หาคนมาทำใหม่

ย้ำยังไม่มีชื่อว่าที่ประธาน กรธ.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า สำหรับการร่นเวลาโรดแม็ปจากสูตร 6-4-6-4 ให้สั้นลงว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ประเมินให้ฟังในฐานะนักกฎหมายประเมินมาว่าลดได้แค่ไหน เราบอกไปว่าลดได้ก็ลด ไม่ใช่ไปสั่ง บอกแล้วว่า 20 เดือนก็ 20 เดือน รัฐธรรมนูญประกาศใช้ออกไปได้ก็ 20 เดือน หรือน้อยกว่านั้น แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอย่างไร เมื่อถามว่า ถ้า 20 เดือนตามโรดแม็ปจะมีการเลือกตั้งเดือน ก.ค.2560 ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จำไม่ได้แล้ว นับไป 20 เดือน ถ้าเร็วกว่านั้นได้ตัดทอนแต่ละขั้นลดไปได้อย่างละครึ่งเดือนบ้าง รวมกันกี่เดือนไม่รู้ สำหรับโควตาสัดส่วนสมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) ตนปรับทุกวัน ตอนนี้ชื่อประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยังไม่มี

แจงยูเอ็นเดินหน้าตามโรดแม็ป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการเดินทางไปประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติระหว่างวันที่ 23 ก.ย.-1 ต.ค.ว่า จะไปพูด 2 หัวข้อ คือการแก้ปัญหาความยากจน และความยั่งยืน ในห้วง 2015 เป็นต้นไป 15 ปี ใน 4 เสาหลัก ยกตัวอย่างแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนการเดินหน้าตามโรดแม็ป ไม่ได้อยู่ในวาระจะพูดแค่ว่าเราทำเต็มที่ขับเคลื่อนประเทศไทยให้ไปสู่การเป็นประชาธิปไตย ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป ทำไมต้องไปอธิบายให้เยอะ ทำไมต้องไปอธิบายเดือนไหน ปีไหน เมื่อไหร่ มันได้ก็ได้ ตนไม่ได้อยากจะครองอำนาจอะไรนักหนา วันนี้ไปดูว่ามีอะไรดีขึ้นมาบ้าง อย่าไปทบทวนว่าตนมาอย่างไร จะทำอย่างไรให้ประเทศ ไทยมีที่ยืนใน เวทีโลก เป็นเมืองแห่งการเจริญเติบโต ไม่ใช่ประเทศที่มีความขัดแย้ง เราไม่ใช่ประเทศที่รบกันทุกวัน ถ้าไม่แก้เราจะเป็นแบบนั้น ไม่อยากจะพูดว่ามันเลวร้ายหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมทางการเมืองของเราจะมีอารมณ์ โกรธ เกลียด รักเยอะ ทุกคนทำตามใจตัวเองหมด ถึงตนจะดูแบบนี้ แต่เป็นคนที่รับฟังหมด

จวกคนเลวทำลายสถาบัน–ทหาร

ช่วงเย็นที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นประธานมอบนโยบายสำคัญแก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า การที่สถาบันถูกโจมตีให้ร้ายต่างๆเพราะมีคนเลวที่ต้องการอำนาจทั้งหมดในประเทศไทย โดยทำลาย 2 อย่างคือทหารกับสถาบัน เพื่อครองประเทศไทย ใช้อำนาจการบริหาร การปกครองที่ทุกคนไว้วางใจ ทำทุกอย่างบิดเบือนหมด ไปคิดเอาว่าใครทำแบบนี้บ้าง มีมือที่หนึ่ง สอง สาม สี่ หรือเปล่า ไม่รู้นะ เวลานี้อยู่ในโรดแม็ป ระยะที่ 2 ไม่ได้อยากอยู่เลย วันนี้เหนื่อยสาหัส โทษใครไม่ได้ต้องโทษตัวเอง ไม่รู้ว่าถูกหรือผิดที่เข้ามา ปัญหาเยอะเหลือเกิน เหตุการณ์มันแตกต่างจากปี 53 ครั้งนั้นเป็นการกระทำของคนฝ่ายหนึ่งกับราชการ ใช้อาวุธยิงเข้าคลังน้ำมัน กระทรวงกลาโหม วัดพระแก้ว แล้วกล่าวหาทหารเป็นคนยิง คอยสร้างวาทกรรมเช่นนี้ตลอดเวลา ตนพยายามพูดให้เบาที่สุด แต่จำเป็นต้องพูดเพื่อหยุดความขัดแย้งให้ได้ ต้องเข้ามาและต้องไม่กลับไปยืนที่เดิมอีก

บัวแก้วกล่อมทูต 66 ประเทศ

วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ มีการเชิญคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 66 ประเทศ และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ 11 องค์การ เข้ารับฟังการชี้แจงโรดแม็ปและกระบวนการทางการเมือง มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ชี้แจงรายละเอียดกรอบเวลาการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นนายดอนเปิดเผยว่า ได้บรรยายไปตามที่คณะทูตสนใจโรดแม็ปและระยะเวลาการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีประเทศใดสอบถาม ไทยมีรัฐธรรมนูญมา 19 ฉบับ เราร่างรัฐธรรมนูญ เพื่ออุดช่องว่างและหาทางแก้ไข ป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดกลายเป็นวงจรกลับมาอีก หลายประเทศเขียนรัฐธรรมนูญลักษณะนี้เช่นกัน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประเทศไทยจะมีกฎหมายมาตราพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะตัวของเรา

จ่อรื้อ รธน.57 เคลียร์ประชามติ

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. กล่าวถึงกระแสข่าวหัวหน้า คสช.มอบหมายให้คัดเลือก สนช.ที่จะเข้าไปเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า นายกฯไม่ได้มอบหมายให้ทำหน้าที่คัดเลือก ส่วนจะมี สนช.เข้าไปเป็น กรธ.หรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯ ไม่ต้องไปแนะนำอะไร แต่มองว่า สนช.ทั้ง 5 คนที่เคยเป็น กมธ.ยกร่างฯแล้ว ไม่ควรเข้ามาเป็นอีก ส่วนข้อถกเถียงในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ที่ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำประชามติ คงต้องมีการแก้ไขต่อไป แต่ข้อเท็จจริงประเด็นนี้ชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อถามว่า นายกฯระบุว่าไม่ให้ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วม กรธ.ด้วย นายพรเพชร กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฯกำหนดเงื่อนไขบุคคลที่จะเป็น กรธ.ไว้เหมือนกับ กมธ.ยกร่างฯก็ต้องห้ามเช่นกัน

สนช.หาช่องเร่งคลอด ก.ม.ลูก

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. คนที่ 2 กล่าวว่า การประชุมร่วม คสช. ครม. และ สนช. เมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายกฯขอให้แม่น้ำแต่ละสายหาแนวทางร่นระยะเวลาโรดแม็ปการบริหารราชการแผ่นดินลง หากบรรยากาศภายในประเทศสามัคคีปรองดองกัน นายกฯอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ระยะเวลา 20 เดือน อาจลดลงได้ นายกฯเน้นย้ำเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นสากล ประเด็นสำคัญขอให้ไปใส่ในบทเฉพาะกาลแทน ขณะที่กระบวนการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ สนช.จะกลับไปช่วยกันหาแนวทางลดเวลาเช่นกัน วันที่ 19 ก.ย. สนช.จะจัดสัมมนาโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บรรยายเรื่องโรดแม็ปรัฐบาลและ คสช.ให้ สนช.ฟัง เพื่อนำไปปรับการทำงานของ สนช.ให้สอดคล้องกับโรดแม็ปใหม่ คสช.

เปิดทางฝ่ายการเมืองแบ่งโควตา สปท.

นายวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิก สปช. กล่าวถึงกระแสข่าว คสช.จัดโควตาสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้อดีต สปช.จำนวน 60 ที่นั่งว่า เป็นอำนาจของนายกฯ ซึ่งรู้ดีว่าจะจัดสรรตำแหน่งให้ สปท.เท่าใด อดีต สปช.คนใดทำงานดี เชื่อว่านายกฯคงมีแผนอยู่แล้ว ส่วนการให้โควตานักการเมืองเป็น สปท.นั้น หากใครอยากเข้ามาทำงานเพื่อปฏิรูปประเทศ หรือมีแนวทางดีๆ เข้ามาช่วยงานได้เลยไม่ขัดขวาง แต่หากใครจะเข้ามาเพื่อขวางทางปฏิรูป เพื่อปั่นป่วนคน หรือหาประโยชน์ อย่าเข้ามาดีกว่าจะเป็นตัวถ่วงการพัฒนาประเทศ

อดีต สปช.ตื๊อไม่เลิกขอ 100 เก้าอี้

นายนิรันดร์ พันทรกิจ อดีตสมาชิก สปช.กล่าวถึงกระแสข่าวว่า คสช.จะลดสัดส่วนที่นั่งของ สปท.200 คน แบ่งให้อดีต สปช.แค่ 60 คนว่า นายกฯมีอำนาจพิจารณาอยู่แล้ว คงไม่มีใครก้าวล่วง ยืนยันว่าอยากให้มีสัดส่วนของอดีต สปช. 100 คน เพราะจะเป็นผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูปได้เป็นอย่างดี แต่อีก 100 คน ควรมาจากข้าราชการกระทรวง ทบวง กรม และนักการเมืองเข้ามา เพราะการปฏิรูป โดยเฉพาะด้านการเมือง ต้องให้ผู้เล่นเข้ามาถึงจะรู้ดีที่สุดว่าควรจะปฏิรูปอะไร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุแล้วว่าไม่มีปัญหา หากคนในพรรคเข้าร่วมเป็นสปท. แต่ไม่ได้มาในนามพรรคเท่านั้น ส่วนกระแสข่าวว่าจะมีสัดส่วนนักธุรกิจเอกชนที่มีเพิ่มเข้ามา 10 ที่นั่ง ไม่ทราบมาจากไหน แต่น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ภาคเอกชนคงจะช่วยการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจได้

“รสนา” ตีกัน ขรก.เฉ่งเปลืองงบฯ

น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า การเลือก สปท.ควรปรับลดสัดส่วนข้าราชการลง ที่ผ่านมาข้าราชการเป็นปัญหาสำคัญของการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ การให้ข้าราชการปัจจุบัน ทั้งฝ่ายพลเมือง ทหาร มารับตำแหน่งจะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปได้จริงหรือไม่ คนกลุ่มนี้รับข้าราชการอยู่ ทำให้ได้รับค่าตอบแทนสองทาง จึงไม่ควรเป็น สปท.จะสิ้นเปลืองงบประมาณ ถ้าต้องการปฏิรูปลดความเหลื่อมล้ำจริง ต้องดึงภาคประชาชน ภาคสังคมร่วม ขอให้รัฐบาลประกาศให้ชัดว่า เจตนารมณ์การตั้ง สปท.ขึ้นมามีอำนาจอย่างไร ขอให้รัฐบาลตอบเจตนารมณ์ตรงนี้ให้ชัด

“มาร์ค” ติงให้ดูสาระอย่าติดกรอบเวลา

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกฯจะเชิญนักการเมืองร่วมเป็นสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ใครก็เข้าไปร่วมได้ เพราะต้องการให้สังคมมีการปฏิรูปอยู่แล้ว ในแง่ของการเมืองไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไร อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคการเมืองประชุมไม่ได้ ดังนั้น หากใครจะไปในนามตัวแทนพรรค คงไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าสมาชิกคนใดสนใจการปฏิรูปก็ไปได้ ส่วนเรื่องโรดแม็ปการทำงานนั้น รัฐบาลไม่ควรพูดอะไรล่วงหน้า โดยต้องดูว่าคณะกรรมการ กรธ. 21 คน จำเป็นต้องใช้เวลา 6 เดือนหรือไม่ ต้องดูสาระมากกว่าระยะเวลา และทั้ง 21 คนที่จะเข้ามาต้องเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เพราะในที่สุดแล้วประชาชนเป็นคนให้ความเห็นชอบ ขอฝากไปยังคณะกรรมการ กรธ.ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนไว้ก่อน

พท.ชี้ต้นแบบมีแล้วไม่น่าเกิน 3 เดือน

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอการนำรัฐธรรมนูญ ปี 40 ปี 50 และร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกตีตกไปมาเป็นต้นแบบการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทำได้ แต่รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับมีข้อดีข้อเสีย ถ้าจะนำทั้ง 3 ฉบับมาพิจารณายกร่างใหม่ ผู้ร่างต้องยอมรับข้อดี รัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ก่อน เพื่อนำมากำหนดเป็นโครงสร้าง ส่วนใดเป็นจุดอ่อนให้นำเนื้อหาร่างฉบับที่ตกไปเข้ามาเสริม แต่ต้องเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ ไม่ควรนำระบบเลือกตั้ง หรือระบบการตรวจสอบในร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกตีตกไปมาใช้ เพราะทำให้รัฐบาลเป็นเป็ดง่อย และไม่ควรเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นนายกฯ ไม่ควรวางกฎเกณฑ์กีดกันบุคคลเข้าสู่การเมืองที่เข้มงวดเกินไป องค์กรใดตั้งมาแล้วเป็นปัญหาขัดแย้ง ไม่ควรมี ผู้ยกร่างต้องเปิดใจกว้าง ยอมรับฟังความเห็นฝ่ายต่างๆ การร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรเกิน 3 เดือน เพราะมีต้นแบบอยู่แล้ว

“อุเทน” หนุนนักการเมืองร่วมแจม

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการให้ผู้แทนกระทรวงต่างๆร่วมเป็น สปท.ว่า การให้ข้าราชการประจำ ข้าราชการเกษียณเป็นสปท. ไม่ต่างจากการใช้กลไกปกติมาขับเคลื่อนการปฏิรูป ไม่จำเป็นต้องตั้งเป็น สปท.ให้เปลืองงบประมาณ จะถูกตั้งสมญานามว่า สภาเกษียณ รองรับพรรคพวกตัวเองมานั่งฆ่าเวลา และอดีต สปช.ที่ทำงานล้มเหลว ไม่ควรมาวิ่งเต้นขอตำแหน่งอะไรอีก จะถูกหาว่าเสพติดอำนาจ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ตั้งนักการเมืองเป็น กรธ.นั้น ควรฟังฝ่ายการเมืองด้วย โดยเลือกเฉพาะ 2 พรรคการเมืองใหญ่ และกลุ่มการเมืองคู่ขัดแย้ง ไม่ควรตั้งแง่ไม่รับฟังแล้วไปเลือกคนกลุ่มเดิมๆที่ก้าวไม่ข้ามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

กปปส.ดี๊ด๊าพร้อมเกาะขบวน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบท่าที คสช.จะให้พรรคการเมือง กลุ่มการเมืองร่วมเป็น สปท.จริงหรือไม่ คงเป็นความหวังดีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างมีความรับผิดชอบ มูลนิธิฯเห็นว่าทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือ มูลนิธิฯเป็นตัวแทน กปปส.จะพิจารณาถ้าติดต่อมา ขอยืนยันว่ามูลนิธิฯจะเดินหน้าสานต่อการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน จะให้ความร่วมมือสนับสนุนรัฐบาล องค์กรต่างๆ ผลักดันการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

โฆษกรัฐปรามกลุ่มป่วนต้าน คสช.

อีกเรื่อง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์ วอทช์ตำหนิรัฐบาลไทยกำลังขยายการควบคุมแบบเผด็จการด้วยการใช้อำนาจโดยพลการว่า มั่นใจว่าคนในประเทศเข้าใจมากกว่าต่างประเทศ มั่นใจว่าถ้ามีการอธิบาย ความไม่เข้าใจจะดีขึ้น เวลาที่นายกฯเดินทางไปต่างประเทศ หรือทูตประเทศต่างๆ มาไทยพบว่า ความไม่เข้าใจต่อรัฐบาล คสช.ดีขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนี้นายกฯเป็นห่วงการเดินทางไปประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติที่สหรัฐอเมริกาช่วงปลายเดือน ก.ย.ว่า จะมีคนไปแสดงปฏิกิริยาไม่เห็นด้วย ขณะเดียวกันมีคนไทยไม่น้อยที่เป็นห่วงนายกฯ อยากไปให้กำลังใจ นายกฯเป็นห่วงว่า ต่างประเทศจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ จึงอยากฝากว่าไม่มีใครรักประเทศไทยมากกว่าคนไทย ถ้าสำเหนียกสำนึกว่าเป็นคนไทยขอให้คิดถึงประเทศ และความเสื่อมเสียต่อบ้านเมือง ต้องคิดให้หนัก

ติติงร่าง รธน.ไม่ควรถูกปิดปาก

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี คสช.เรียกผู้แสดงความเห็นต่างทางการเมืองไปปรับทัศนคติ ว่า ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของร่างรัฐธรรมนูญ คสช.และรัฐบาลควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็น หากปิดกั้นคนจะอึดอัด ถ้าชี้ถึงจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญไม่ควรปิดกั้น ถ้าปิดกั้นแบบที่ใครพูดอะไรโดนเรียกหมด จะส่งผลเสียต่อรัฐบาลเอง อาจกระทบต่อการทำประชามติในอนาคตได้ แต่หากการแสดงความเห็นมีนัยของคนบางกลุ่ม ที่ต้องการสร้างความแตกแยกก็น่าเห็นใจ คสช. เพราะต้องใช้วิจารณญาณแยกแยะอย่างหนัก ยิ่งต่างชาติกำลังจับตารัฐบาลอยู่ ยิ่งต้องระวัง

“วรชัย” โวยทหารคุกคามถึงบ้าน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลา 11.30 น. วันที่ 16 ก.ย. มีทหารแต่งชุดลายพราง 6 คน เดินทางมาที่บ้านพักตนที่ จ.สมุทรปราการ โดยจอดรถซุ่มไว้ข้างบ้าน จากนั้นได้เดินทางมาที่บ้านตน พร้อมถามคนในบ้านว่า ตนหายไปไหน คนที่บ้านบอกว่าไม่อยู่ ไปต่างจังหวัด ทหารกลุ่มดังกล่าวจึงถ่ายรูปรถยนต์ และบ้านพักตน แล้วกลับไปโดยไม่ยอมแจ้งสังกัด อ้างเพียงว่าเจ้านายให้มาเยี่ยม สร้างความตื่นตระหนกให้เพื่อนบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียงอย่างมาก ถือเป็นการคุกคามสิทธิประชาชนหรือไม่ อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ว่าส่งทหารมาที่บ้านตนทำไม เพื่ออะไร หากอยากจับตัวหรือเรียกไปปรับทัศนคติ แค่ให้ทหารโทร.มาหาก็ได้ พร้อมไปรายงานตัวทันที ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้

ฮิวแมนไรท์ฯฉะ คสช.ละเมิดสิทธิฯ

นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์ วอทช์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ถ้าไทยต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมระหว่างประเทศ ควรปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชนแบบเท่าเทียม ไม่ใช่เฉพาะกับกลุ่มที่ตัวเองได้ประโยชน์ ตลอดปีเศษที่ผ่านมาในสายตานานาชาติ สถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยนับว่าแย่มาก ยิ่งกรณีเรียกตัวคนเห็นต่างกับ คสช.ไปควบคุมตัวในที่ลับ ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์เข้าไปอีก การที่นายบันคีมูน เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เชิญหัวหน้าคณะ คสช.ไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่สหรัฐฯ ที่ประชุมคงรอฟังรายงานจากไทย กรณีที่หัวหน้า คสช.เคยพูดถึงโรดแม็ปนำประเทศไทยไปสู่การเลือกตั้งในที่ประชุมสหประชาชาติ ที่ญี่ปุ่น ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ผลกลับเป็นตรงกันข้าม สถานการณ์ในไทยยิ่งถดถอย เป็นสิ่งที่นานาชาติเห็นโดยข้อเท็จจริง ไม่ต้องมีใครไปฟ้อง ภายหลังการรัฐประหาร ฮิวแมนไรท์ วอทช์เหมือนเป็นคู่ขัดแย้งกับรัฐบาล คสช. เพราะองค์กรสิทธิมนุษยชนไทยเงียบหาย เหลือเพียงบทบาทขององค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่มอง คสช.ละเมิดสิทธิมนุษยชนมาตลอด ล่าสุด องค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศกำลังจับตาการจัดกิจกรรมครบรอบ 9 ปีการรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) วันที่ 19 ก.ย. เพราะมีความเสี่ยงที่กลุ่มนักศึกษาจะถูกดำเนินการจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเป็นกิจกรรมต่อต้านรัฐประหารที่ขัดคำสั่งของ คสช.

กลุ่ม ปชต.ใหม่นัดชุมนุมต้าน รปห.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ กำลังจับตาความเคลื่อน ไหวครั้งใหม่ของฝ่ายต่อต้านการรัฐประหาร หรือกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ล่าสุดได้ใช้พื้นที่โซเชียลมีเดีย นัดหมายผู้เห็นต่างกับ คสช.ในโลกออนไลน์ ให้เข้าร่วมชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.ซึ่งตรงกับวันครบ 9 ปี ของรัฐประหาร คมช.เมื่อปี 49 โดยประกาศจะเดินขบวนจากมหาวิทยาลัย– ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทั้งนี้นายรังสิมันต์ โรม นศ.ปริญญาโท นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แกนนำเอ็นดีเอ็ม ให้สัมภาษณ์ว่าการนัดหมายนี้ไม่ใช่การชุมนุม เป็นแค่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อคัดค้านรัฐประหาร แต่จะทำอะไรขออุบไว้ก่อน ยืนยันไม่มีการชุมนุมยืดเยื้อ หรือมีความรุนแรงใดๆ ยอมรับขณะนี้เริ่มมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาสอบถาม แสดงความกังวลว่าหากมีการเคลื่อนขบวนมวลชน จาก ม.ธรรมศาสตร์ อาจขัดต่อ พ.ร.บ.การชุมนุมฯ แต่เราไม่ห่วงยืนยันว่าจะจัดกิจกรรมนี้ต่อ เอ็นดีเอ็มอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคณะรัฐประหารเป็นธรรมดาที่จะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งที่คณะรัฐประหาร ส่วนกรณี คสช.เริ่มมีการควบคุมตัวผู้เห็นต่างไปปรับทัศนคติ เคยถูกจับไปขังคุกมา 12 วัน เราจึงก้าวข้ามความกลัวเรื่องนี้ไปหมดแล้ว

จำคุก 4 แกนนำ นปช.บุกบ้าน “ป๋า”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีอัยการเป็นโจทก์ฟ้องแกนนำ นปช. จำนวน 7 ราย ได้แก่ 1.นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล 2.นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน 3.นายวันชัย นาพุทธา 4.นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ 5.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 6.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท 7.นพ.เหวง โตจิราการ เป็นจำเลยที่ 1-7 ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง กรณีนำผู้ชุมนุมหลายพันคนเคลื่อนย้ายจากเวทีปราศรัยที่สนามหลวงไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 22 ก.ค.50 อย่างไรก็ตาม นายวีระกานต์จำเลยที่ 4 มอบให้ทนายความยื่นเรื่องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปก่อน เพราะมีอาการป่วย ซึ่งศาลอนุญาตให้อ่านคำพิพากษาเฉพาะจำเลยที่เหลือ

ยื่น 5 แสนประกันตัวสู้คดี

หลังจากศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลย 4-7 ได้ปราศรัยชักชวนกลุ่มผู้ชุมนุมให้มารวมตัวกันในวันที่ 22 ก.ค.50 เพื่อให้เคลื่อนขบวนจากเวทีสนามหลวงมาที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ มีการฝ่าด่านสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง พิพากษาว่าจำเลยที่ 4-7 มีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญ และใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้จำคุกคนละ 4 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ จำคุก 2 ปี 8 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2-3 เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นปช. กล่าวว่า ขณะนี้จำเลยทั้งสี่ได้ยื่นเงินสดคนละ 5 แสนบาทขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีชั้นอุทธรณ์ ส่วนนายวีระกานต์ต้องรอให้ออกจากการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจึงค่อยมาศาลตามนัดฟังคำพิพากษา จึงยื่นประกันตัวสู้คดีต่อไป

ศาลปล่อยตัวห้ามไป ตปท.

ต่อมาศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสี่ ประกันตัวไประหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกันคนละ 5 แสนบาท พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไข ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ป.ป.ช.เล็งส่งชื่อ ขรก.สีเทารอบ 3

ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการส่งรายชื่อข้าราชการพัวพันการทุจริตลอต 3 ให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการหารือกับ ศอตช. ขณะนี้ ป.ป.ช. กำลังเตรียมข้อมูลรายชื่อข้าราชการอยู่ จะเป็นกรณีที่ถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน และมีพฤติการณ์ส่อว่ามีมูล รวมถึงเป็นข้าราชการที่ใช้อำนาจ อิทธิพลแทรกแซงขั้นตอนการไต่สวนคดีได้ แต่ยังสรุปไม่ได้มีจำนวนเท่าใด ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารหรือข้าราชการท้องถิ่น เพราะมักมีอิทธิพลในพื้นที่

งัด ม.44 ต่ออายุ “ปานเทพ” รอบ 2

วันเดียวกัน มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 28/2558 เรื่อง ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ระบุว่าตามที่มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 12/2558 วันที่ 8 พ.ค.58 ให้นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ดํารงตําแหน่งประธาน ป.ป.ช.ต่อไปจนถึงวันที่ 21 ก.ย.58 นั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ หัวหน้าคสช.จึงใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 มีคำสั่งให้นายปานเทพดำรงตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.ต่อไป จนกว่าจะมีประธานกรรมการป.ป.ช. ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ามารับหน้าที่ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 16 ก.ย.58 เป็นต้นไป

ทวงค่าเจ๊งข้าวเฉพาะตัวบุคคล

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า จะฟ้องร้องตามตัวบุคคลที่ ป.ป.ช.กล่าวโทษเท่านั้น เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเรียกค่าเสียหายกับ ครม.ทุกชุดของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ เพราะเป็นนโยบายต่อเนื่อง นายวิษณุตอบว่า คนอื่นที่ ป.ป.ช.ไม่ได้กล่าวโทษจะไปเรียกค่าเสียหายไม่ได้ เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้ตัวเลขที่จะเรียกเก็บมูลค่าความเสียหายหรือยัง นายวิษณุตอบว่า ได้แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย

“ปู” พาหลานกินอาหารญี่ปุ่น

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า “วันนี้มีโอกาสได้พาหลานๆ มาทานร้านนาโกย่า อิซากาย่า ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่แถวพัฒนาการค่ะ อาหารร้านนี้หลาก หลายดี มีทั้งยากิโซบะห่อไข่ สเต๊กเนื้อ ชาบู อาหารปิ้งย่าง โดยเฉพาะไก่ทอดอร่อย ทำให้อดนึกถึงตอนไปญี่ปุ่น ได้ลองทานไก่ทอดนาโกย่า รสชาติคล้ายกันเลยค่ะ นอกจากทานอาหารแล้วยังได้พูดคุยกับหลานๆด้วย ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงหลานๆในเวลาแบบนี้ มีญาติและหลานๆ อยู่ข้างๆก็อบอุ่นใจดีนะคะ”

“ประวิตร” ถูกบีบไขก๊อกจากเนชั่น

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อ 16 ก.ย.ว่า นายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสของหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น ซึ่งเพิ่งถูก คสช.ปล่อยตัวเมื่อ 15 ก.ย.นั้น ได้ลาออกจาก นสพ.เดอะ เนชั่น แล้ว เพราะถูกกดดันจาก นสพ.เดอะ เนชั่นเอง โดยนายประวิตรเผยว่า ทาง นสพ.เดอะ เนชั่น ขอร้องให้ตนลาออกเพราะถูกกดดันหลังตนถูกควบคุมตัว ซึ่งตนก็ตกลงลาออกเนื่องจากเห็นว่า นสพ.เดอะ เนชั่น คล้ายกับบ้านของตนซึ่งตนไม่อยากทำลาย เอพีรายงานด้วยว่า นายประวิตรถูกนำตัวไปกักขังโดยไม่สามารถติดต่อกับคนภายนอกได้ตั้งแต่ 13 ก.ย. ซึ่ง คสช.เรียกว่าเป็นการนำตัวไป “ปรับทัศนคติ” เขาเป็นนักวิพากษ์ วิจารณ์รัฐบาลทหารหรือ คสช. ที่ตรงไปตรงมาหาได้ยาก ทั้งในหนังสือพิมพ์และทวิตเตอร์ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มักตำหนินักข่าวหรือคนอื่นๆที่วิพากษ์วิจารณ์การก่อรัฐประหารของ คสช.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลอาญาสั่งจำคุกแกนนำ นปช.บุกบ้านป๋าเปรมวีระกานต์ มุสิกพงศ์ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อวิภูแถลง พัฒนภูมิไทเหวง โตจิราการบ้านพักสี่เสาเทเวศร์เปรม ติณสูลานนท์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้