ข่าว
100 year

จะปั้นภูเก็ตเป็นเมืองดิจิทัล อย่าลืมทางด่วนอินเตอร์เน็ต

ลม เปลี่ยนทิศ17 ก.ย. 2558 05:01 น.
SHARE

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที ที่กำลังจะเปลี่ยนเป็น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในอนาคตอันไม่ไกล ได้แสดงปาฐกถาหัวข้อ “ยกระดับ IT ก้าวสู่ Smart Thailand” โดยพูดถึง “โรดแม็ป” ในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital Economy ว่า จะเร่งทำให้แล้วเสร็จภายใน 2–3 เดือนนี้

จะมีโครงการ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E–Commerce และ ระบบการชำระเงิน หรือ E–Payment Platform เป็นโครงการนำร่องในการขับเคลื่อน

ดร.อุตตม กล่าวด้วยว่า ตนยังมีนโยบายขับเคลื่อน “จังหวัดภูเก็ต” ให้เป็น ศูนย์กลางบ่มเพาะผู้ประกอบการรายใหม่ (Tech Startup) และส่งเสริมสนับสนุนให้ ภูเก็ต เป็น Smart City เมืองดิจิทัลแห่งแรกของประเทศไทย รวมทั้ง การผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัล (Digital Hub) แห่งหนึ่งในอาเซียน ไปจนถึงการพัฒนาภาครัฐและภาคการศึกษา โดยเฉพาะความรู้สารสนเทศ (Digital Literacy) ในรูปแบบต่างๆ และการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

ฟังแล้วก็อดหวั่นไหวด้วยความตื่นเต้นไม่ได้

ประเทศไทยจะมี “เมืองดิจิทัล” จะเป็นฮับ “ศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัล”

แต่ความเร็วของอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยวันนี้ ช้าจนนั่งหลับไปหนึ่งตื่น รูปภาพยังมาไม่ครบ โทรศัพท์มือถือ 3 จี แค่เลี้ยวมุมตึก คลื่นก็ขาดหายไปต้องโทร.ใหม่

เราจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร เพื่อก้าวไปสู่ ดิจิทัลฮับ และ เมืองดิจิทัลโรดแม็ปดิจิทัลที่ ดร.อุตตม พูดนั้น ผมเห็นด้วยทุกอย่าง แต่ที่อยากจะฝากท่านไว้ตรงนี้ก็คือ การผลักดัน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว รวมทั้ง โครงการ National Broadband ที่เป็น โครงสร้างพื้นฐานหลัก ที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ สังคมดิจิทัล ตามโรดแม็ปได้ สองเรื่องนี้ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ และ คุณพรชัย รุจิประภา อดีตรัฐมนตรีไอซีที ได้ทำคืบหน้าไปมากแล้ว มีการแก้กฎหมายนับสิบฉบับ การสานต่อคงไม่ยากนัก

ถ้าหากไม่มี กระทรวงดิจิทัล ไม่มี คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่มี โครงการเนชั่นแนล บรอดแบนด์ โครงการดิจิทัล ทุกอย่างก็คงไม่มีทางเกิดได้

โครงสร้าง “เศรษฐกิจดิจิทัล” ที่วางไว้สมัย “หม่อมอุ๋ย” เป็นโครงสร้างที่ใหญ่โตอลังการมาก ผมอ่านแล้วยังเวียนหัวจำไม่หมด แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมจำได้ค่อนข้างแม่นก็คือ โครงการเนชั่นแนล บรอดแบนด์ ที่มีการเจรจาเพื่อ ควบรวมโครงข่ายไฟเบอร์ออพติค หรือ เส้นใยแก้วนำแสงในประเทศไทย ที่บริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจได้ลงทุนไปแล้ว ทั้งของ เอไอเอส ทรู ดีแทค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ การรถไฟ การสื่อสาร ฯลฯ เอามากองรวมกันเป็นบริษัทเดียวกัน แล้วถือหุ้นร่วมกัน โดยแบ่งสัดส่วนการถือหุ้นไปตามมูลค่าของใยแก้วนำแสงที่มีในครอบครอง

เมื่อนำใยแก้วนำแสงมารวมกันแล้ว โครงข่ายใยแก้วนำแสงทั้งหมด ก็จะกลายเป็นเครือข่ายเดียวกัน เจ้าของเครือข่ายทุกค่ายก็จะกลาย เป็นทั้ง เจ้าของเครือข่าย และ ลูกค้า ในเวลาเดียวกัน ต้องเช่าบริการ ใยแก้วนำแสงจากบริษัทกลางที่ตั้งขึ้นใหม่เหมือนกันหมด

ที่สำคัญก็คือ เครือข่ายใหม่ที่เกิดขึ้นจะครอบคลุมพื้นที่ทุกภาคส่วนของประเทศไทย 60–70 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในเมืองและนอกเมือง กลายเป็น “ทางด่วนอินเตอร์เน็ต” ที่กระจายไปทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภูมิภาค สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น

โอกาสที่จะเกิด ดิจิทัล อีโคโนมี หรือ เศรษฐกิจดิจิทัล ก็จะเป็นจริงมากขึ้น

นับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปฏิวัติจัดตั้งรัฐบาลขึ้นเป็น นายกฯบริหารประเทศ ก็มีเรื่อง “เศรษฐกิจดิจิทัล” เพียงเรื่องเดียวที่มีความก้าวหน้าชัดเจน หากทำสำเร็จจะเป็นการ ปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่ เป็นการ “ปฏิวัติอุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศไทย” เลยทีเดียว เศรษฐกิจไทยจะพลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือ มูลค่าเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้น อย่างประมาณค่ามิได้ ทำเรื่องนี้สำเร็จเรื่องเดียวกลายเป็นฮีโร่ทันที.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศภูเก็ตเมืองดิจิทัลทางด่วนอินเตอร์เน็ตSmart Thailandเศรษฐกิจดิจิทัลดิจิทัล อีโคโนมีปฏิรูปประเทศ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้