ข่าว
100 year

พท.แถลงการณ์ วอนคสช. หยุดคุกคาม ปชช.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 ก.ย. 2558 08:12 น.
SHARE

ปล่อยแล้วพิชัย-เก่ง-ประวิตร ทูตผู้ดีห่วงประชาธิปไตยไทย บิ๊กตู่ไม่กังวลถูกตปท.ต่อต้าน

“บิ๊กตู่” คิกออฟร่าง รธน.ยกสอง เรียกแม่น้ำ 3 สายติวเข้ม เฟ้น 21 อรหันต์-200 สปท. ลงนามได้หลังบินกลับจากยูเอ็น ตัดโควตาอดีต สปช.เหลือ 60 ที่นั่ง ชั่งใจนำโมเดล “บวรศักดิ์” มาเสียบ “พรเพชร” เผยนายกฯสั่งเขียน รธน.สั้น-เร็ว “มาร์ค” ดักคออย่าคืนคำ ยันไม่ส่งในนามพรรค พท.ตอกไม่มีทางร่วมงานพวกรัฐประหาร ใครไปก็เตรียมตายทางการเมือง สถานทูตสหรัฐฯคึกรอรับ “กลิน เดวีส์” ทูตใหม่ส่งวีดิโอทักทายคนไทย มะกันห่วงคนไทยถูกจำกัดเสรีภาพ ทูตอังกฤษชี้ ปชต.ไทยดูห่างออกไป ห่วงใช้กฎเหล็กหวังสร้างความกลัว ฮิวแมนไรท์ฯขอประชาคมโลกร่วมกดดัน พท.แถลงการณ์จี้รัฐหยุดคุกคาม คสช.ปล่อยตัว “พิชัย-เก่ง-ประวิตร” จับเซ็นสัญญาห้ามพูด-เคลื่อนไหว นายกฯถาม “สุนัย” เป็นคนไทยหรือเปล่า

กระบวนการแต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เริ่มนับหนึ่งหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เรียกประชุมแม่น้ำสามสาย ได้แก่ ครม. คสช.และ สนช. เพื่อกำหนดคุณสมบัติบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น กรธ.และ สปท.

“บิ๊กตู่” เรียกแม่น้ำสามสายติวเข้ม

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คสช.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ยังมีเวลา ให้แนวคิดไปแล้วจะเอาใครมาบ้างแบ่งคัดเลือกเป็นกลุ่มที่ 1, 2, 3, 4, 5 แล้วค่อยมาประชุม พิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ตอนนี้ให้แต่ละกลุ่มส่งชื่อเข้ามาก่อน ให้ทุกคนคิดเพียงว่าทุกอย่างทำเพื่อประโยชน์ชาติ อย่าไปมองตัวบุคคล วันนี้เรามองที่ตัวบุคคลมองการเมือง ประชาธิปไตยมากเกินไปหรือเปล่า วันนี้คนทั้งประเทศ 70 ล้านคนต้องไปด้วยกัน stronger together เราจะเจริญเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน

ห้ามปลัดกระทรวงนั่งเป็น สปท.

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมร่วม ครม. คสช. และ สนช. โดยมีสมาชิกแม่น้ำสามสายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ถึงสัดส่วนของ สปท. ว่า จะมีสัดส่วนของอดีต สปช. 60 คน โดย ห้ามปลัดกระทรวงที่อยู่ในตำแหน่งเข้าร่วม เนื่องจากมีงานที่รับผิดชอบมาก ทำให้เข้ามาทำงานใน สปท.ได้ไม่เต็มที่ ขณะที่สัดส่วนของ กรธ.นั้น ฝากให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.กลับไปคัดเลือกสมาชิก สนช.ที่มีความเหมาะสม โดยให้ส่งรายชื่อมาภายในวันที่ 22 ก.ย. ก่อนจะเดินทางไปประชุมร่วมสหประชาชาติที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังเดินทางกลับมาแล้ว จึงจะประกาศรายชื่อทั้งหมดด้วยตัวเอง

ยันพยายามหั่นโรดแม็ปให้สั้น

พล.อ.ประยุทธ์แถลงผลการประชุมร่วมว่า เป็นการทำความเข้าใจว่าจะบริหารราชการแผ่นดินอย่างไรต่อไป เนื่องจากระยะเวลาตามโรดแม็ปต้องขยายออกไปอีก 20 เดือน ซึ่งคาดหวังว่าจะให้น้อยกว่านั้น จึงมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายมาพิจารณาดูแล้ว มีหลายอย่างที่ลดลงได้ไม่มากนัก แต่บางอย่างก็ลดลงได้ ยืนยันเสมอว่าถ้าทำให้เร็วได้จะทำให้เร็ว จะไม่มีการดึงไว้ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ ประเด็นสำคัญต้องมีทั้ง 2 อย่าง คือ เรื่องประชาธิปไตยและการทำให้บ้านเมืองมีความปลอดภัย มีการเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงในวันข้างหน้า โดย เฉพาะเรื่องการปฏิรูปต้องทำให้เกิดความชัดเจนให้ได้ ด้วยรัฐธรรมนูญใหม่

ครวญเป็นนายกฯขาดทุนทุกวัน

นายกฯกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่อง สปท. ฝ่ายการเมืองใครอยากสมัครขอให้สมัครเข้ามา รวมถึงกลุ่มการเมือง ตอนนี้เยอะแยะไปหมดก็ต้องเชิญเข้ามา ยังต้องมีกลุ่มงานด้านความมั่นคง ซึ่งมีทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทั้งที่เกษียณแล้วและยังไม่เกษียณ อย่ามองว่ามีแต่ทหารมีแต่พวก ทหารบางคนตนยังไม่รู้จักเลย เพราะอยู่คนละเหล่าทัพกัน บางคนเกษียณไปตั้งนานแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้เอาแต่พวก ต้องเอาตัวแทนมาทั้งหมด ไม่ได้ต้องการมีอำนาจทุกวันนี้ขาดทุนลง ทุกวัน ขาดทุนในเรื่องชื่อเสียงที่ถูกทำลายโดยคนที่มาใส่ร้ายป้ายสี คนที่ต่อต้าน ขาดทุนในเรื่องชีวิตและความปลอดภัย และขาดทุนเวลาที่จะได้ไปพักผ่อน เวลาก็น้อยลงเรื่อยๆ แต่จำเป็นต้องทำ คิดแต่เพียงว่าผู้ที่ได้กำไรต้องเป็นประชาชน ได้พูดกับรัฐมนตรีทุกคนให้เข้าใจว่าคิดแบบนี้ ซึ่งทุกคนก็ตกลงและยอมที่จะขาดทุน

เฟ้นชื่อ กรธ.–สปท.ทันกำหนดแน่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หนึ่งปีที่ตนอยู่จะหนึ่งปีเท่าไรไม่รู้ เสร็จเมื่อไรก็เมื่อนั้น จะทำในสิ่งนี้รัฐบาลใหม่มีเวลา 4 ปี เขาควรจะมาอยู่ใน 5 ปีแรกนี้ดีหรือไม่ ในเมื่อเราเขียนว่ายุทธศาสตร์ชาติควรจะเดิน 20 ปี ตามที่วางไว้ระยะละ 5 ปี ตนอยู่ 1 ปีแรก 4 ปีต่อมา รัฐบาลต่อมาทำ ถ้าอยู่ต่อก็เป็น 4 ปีของเขา โดยมีหนึ่งปีที่เชื่อมต่อระหว่างกัน จะได้เก็บปัญหาอุปสรรคต่างๆมาทบทวน แล้วทำกัน เมื่อถามว่าขั้นตอนการสรรหา กรธ.และ สปท. ต้องใช้เวลากี่วัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก่อนวันที่ 5 ต.ค. แต่รายชื่อ รอบแรกก่อนตนจะเดินทางไปต่างประเทศ ต้องมีออกมาแล้ว สั่งเอาไว้หมดแล้ว และจะกลับมาตัดสินอีกทีเมื่อเดินทางกลับมา

ชั่งใจเอาโมเดล คปป.มาเสียบ

เมื่อถามว่าจะกระชับขั้นตอนของร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไร นายกฯตอบว่า ยังไม่ได้เริ่มเลย มีหลายอย่างหลายขั้นตอน หารือกันในที่ประชุม ครม. ว่าการใช้เวลา 4 เดือนไม่ได้ง่าย การนำของเก่ามาเทียบเคียงไม่ใช่เรื่องง่าย ก็คล้ายกับการร่างใหม่ แต่จะพยายามเอาข้อมูลเดิมมารวมด้วย จากที่ระบุว่าจะใช้เวลาร่าง 6 เดือน อาจจะเหลือ 4 เดือน อะไรที่ใช้เวลา 4 เดือน อาจเหลือ 3 เดือนครึ่ง ก็ลดได้อยู่แค่นั้น แต่ประเด็นสำคัญคือการจัดทำให้ผ่านประชามติ เมื่อถามว่าจะนำเอาคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปรองดองและปฏิรูปประเทศ (คปป.) ใส่ไว้ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ได้คิด คปป.ให้รัฐบาลทำอยู่ ให้ไปเทียบกับที่ สปช.ทำมา มี 6 เรื่อง ความมั่นคง เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งประเทศการพัฒนาคน และทรัพยากรมนุษย์ เขียนอยู่ในกรอบกว้างๆ

ลั่น รธน.ต้องผ่านประชามติ

เมื่อถามว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่าน ได้เตรียมแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า บอกแล้วว่าต้องทำให้ผ่าน ไม่มีแนว ทางอะไรทั้งสิ้น เพราะไม่ได้คาดหวัง เดี๋ยวก็มาบอกว่า เตรียมแผนไว้อีก แต่สมมติว่ามีขั้นตอนที่จำเป็นต้องปรับรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ต้องปรับให้เดินหน้าให้ได้ แต่อย่างไรตนไม่รู้ เมื่อถามย้ำว่าการปรับแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องอนาคตใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า เราต้องเผชิญอนาคตร่วมกัน ไม่ใช่ว่าจะปล่อยให้ตนเผชิญคนเดียว

โผ กรธ.คลอดหลังกลับจากยูเอ็น

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า นายกฯสั่งให้ช่วยกันหาบุคคลที่มีความรู้ด้านกฎหมาย รู้ว่าสถานการณ์ขณะนี้และก่อนหน้านี้ รู้ว่า คสช.กำลังทำอะไรอยู่ ดูภาพรวมความต้องการของประชาชน ควรจะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไรที่จะทำให้เกิดความปรองดองในชาติ ที่สำคัญต้องเป็นประชาธิปไตยแบบสากล นายกฯให้เวลาดำเนินการในช่วงที่ท่านเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อกลับมาคงมีการลงนามแต่งตั้ง ขณะนี้มีเสนอเข้ามาเยอะมาก เมื่อถามว่าจะเปิดโอกาสให้ทหารที่มีความรู้ด้านกฎหมายเป็น กรธ.ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็ต้องมีบ้าง อย่างอดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติทหารคงไม่เข้ามา

ไม่ฟันธงหั่นปมร้อนฉบับเรือแป๊ะ

เมื่อถามว่าคำว่าประชาธิปไตยที่เป็นสากล จะไม่มี คปป. และนายกฯคนนอกใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตอบไม่ได้ เพราะไม่ใช่คนร่าง เพียงแต่นายกฯสั่งว่าการร่างต้องเป็นหลักสากล ไม่ให้มีทางตัน เมื่อถามว่าหากมีการเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญอีก จะเรียกปรับทัศนคดิหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า แล้วมันควรหรือไม่ ถ้าไม่สร้างความขัดแย้งก็เอามาเลย ส่วนการแต่งตั้ง สปท. นายกฯกำหนดสัดส่วนที่ชัดเจนแล้ว เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการวิ่งเต้นเพื่อเข้ามาเป็น สปท. พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า นายกฯว่าอย่างไร ผู้สื่อข่าวตอบกลับไปว่า ตัดชื่อออกเลย พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็เอาตามนั้น

เผยนายกฯสั่งเขียน รธน.สั้น-เร็ว

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมว่า นายกฯให้หลักการว่าการร่างรัฐธรรมนูญต้องรวดเร็ว เนื้อหาสั้นลง ไม่ยาวเกินไป ส่วนกฎหมายลูกอะไรที่ตกผลึกแล้วเตรียมการไว้ได้ ส่วนรายชื่อบุคคลที่จะมาเป็น กรธ. และ สปท. ที่ประชุมยังไม่พิจารณา แต่คงมีการเสนอบ้างแล้วเป็นการส่วนตัวกับนายกฯ เชื่อว่านายกฯคงปรึกษากับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่เคยเสนอชื่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.เป็น กรธ. เพียงแต่บอกว่า สนช.ควรเข้าไปเป็น กรธ.เพื่อทำงานเชื่อมโยงกัน และนายกฯต้องการให้ทำกฎหมายลูกเร็ว จึงต้องเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ

แบ่งกลุ่ม-ล็อกสเปกพวกหัวกะทิ

นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนการแต่งตั้ง สปท.ต้องได้คนมีความรู้ความเข้าใจ เป็นข้าราชการปัจจุบันและที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ฝ่ายความมั่นคง นักกฎหมาย อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 50-60 คนตามความเหมาะสม โดยไม่ปิดกั้นสีเสื้อ สำหรับคุณสมบัติผู้ที่จะเป็น กรธ.นั้น เชื่อว่านายกฯจะเลือกที่ดีที่สุด และตนพร้อมให้คำปรึกษา ส่วน สนช.ที่เคยอยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะเท่าที่ฟัง กมธ.ยกร่างฯส่วนใหญ่บอกไม่เหมาะสม กรธ.ชุดใหม่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคกฎหมาย หรือผู้เขียนกฎหมาย เห็นด้วยถ้าจะมีนักรัฐศาสตร์ นักวิเคราะห์ และเชื่อว่านายกฯต้องพิจารณาอยู่แล้ว เชื่อว่าจะมีนักกฎหมายรุ่นใหม่ที่เก่งและมีวิสัยทัศน์ดีเข้าร่วมเป็น กรธ.

สนช.พร้อมแก้ รธน.ปมประชามติ

ที่รัฐสภา นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. กล่าวถึงกรณี ครม.จะหารือถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 37 วรรคเจ็ด เรื่องการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เมื่อมีข้อเรียกร้องอยากให้มีความชัดเจน หาก ครม.เห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว สนช.ก็พร้อมดำเนินการ และเห็นด้วยในหลักการว่าหากร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ผ่านการทำประชามติ ให้นำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงแล้วประกาศใช้ เราต้องมีแนวทางให้ประชาชนอุ่นใจว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่า คสช.กำลังซื้อเวลา แต่คงต้องหารือกันระหว่าง คสช. ครม. และ สนช. สามารถทำได้ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว หรือทำประชามติถามควบคู่กับร่างรัฐธรรมนูญไปเลยว่า หากไม่เห็นชอบจะให้นำฉบับไหนมาปรับแก้ก่อนประกาศใช้

“มาร์ค” ดักคอ “บิ๊กตู่” อย่าคืนคำ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยว่านักการเมืองไม่ควรเป็น กรธ. เพราะมีส่วนได้เสีย ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่อาจมีขึ้นอีกครั้งนั้น ควรทำเรื่องหลักเกณฑ์ประชามติให้ชัดเจน จะได้ไม่มีการตีความ แต่ส่วนอื่นไม่อยากให้มีการแก้บ่อยเกินไป จะกระทบโรดแม็ป กระทบความเชื่อมั่น สำหรับ สปท. พล.อ.ประยุทธ์ระบุแล้วว่า ใครที่วิ่งเต้นจะขีดชื่อออก เมื่อท่านพูดแล้วก็ต้องทำ อย่าให้มีการวิ่งเต้นได้ ซึ่งผู้ที่จะมาเป็น สปท. และ กรธ. ต้องเอาเรื่องปฏิรูปเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอากลุ่มคน บุคคลเป็นตัวตั้ง งานจึงจะสำเร็จ อย่างไรก็ตามหากร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ผ่านการทำประชามติ ควรนำรัฐธรรมนูญปี 50 มาให้ประชาชนเปรียบเทียบ ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญปี 50 ไม่ใช่ว่าหลักการใช้ไม่ได้ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 40 ที่ล้มเหลวชัดเจน จนทุกฝ่ายบอกต้องรื้อใหม่ทั้งฉบับ อยากให้โจทย์อยู่ที่การเขียนรัฐธรรมนูญที่ดี แทนที่จะเถียงด้วยวาทกรรม

ปชป.ไม่ส่งแต่ใครจะไปเป็นสิทธิ์

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ เปิดช่องให้นักการเมืองเข้าร่วมเป็น สปท.ได้นั้น คิดว่าทำได้ เพราะไม่มีประโยชน์ทับซ้อน แตกต่างจาก สปช.ที่มีอำนาจในการโหวตรัฐธรรมนูญ สปท.มีหน้าที่เพียงช่วยกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูป ใครจะเข้าไปก็ไม่เป็นปัญหา เพราะไม่มีการเขียนอำนาจไว้ เมื่อถามว่าไม่ปฏิเสธที่จะส่งตัวแทนไปร่วมเป็น สปท.ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คิดว่าไม่มีปัญหา เพราะไม่มีอำนาจไม่มีประโยชน์ทับซ้อน ที่รัฐบาลจะนำทุกฝ่ายไปร่วม คงอยากให้ประเด็นการปฏิรูปเป็นของทุกฝ่าย แต่คนที่จะเข้าไปต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ถูกลากไปในแนวทางที่ไม่ถูกต้อง ใครอยากเข้าไปก็เข้าใจ แต่ไม่สามารถมีใครไปในนามพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพราะพรรคไม่ได้มีการประชุม

เตือนผู้นำลดวาทกรรมเหมารวม

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดบนเวทีประชุมสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า การปรองดองต้องเกิดหลังการรับผิดชอบทางกฎหมาย ถ้ามีหลักคิดเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องบัญญัติให้มีคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติลงในรัฐธรรมนูญอีก ยืนยันว่านักการเมืองมีทั้งดีและไม่ดี ถ้าไม่แยกแยะจะไม่สามารถแก้ปัญหาการเมืองได้ ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงอย่าเหมารวม ลดวาทกรรม เอาเนื้อหาสาระเป็นตัวตั้ง ไม่เช่นนั้นปัญหาก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ เมื่อถามว่านายกฯยืนยันต่อหน้าว่าจะไม่สืบทอดอำนาจ เชื่อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่เห็นเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อ คิดว่าพูดแล้วคงทำ เพราะรู้จักดีพอสมควรจากการทำงาน ว่าท่านพูดอะไรไปแล้วก็ต้องทำตามสิ่งที่พูด ไม่เช่นนั้นจะเสียหายเอง เมื่อถามย้ำว่า ถ้ามีการอ้างว่าสถานการณ์บังคับ นาย อภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ก็คือไม่ ไปพูดอย่างอื่นก็กลายเป็นการบิดพลิ้ว

พท.ตอกยากร่วมงานพวกปฏิวัติ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายกฯระบุว่า พร้อมให้นักการเมืองเข้าร่วมเป็น สปท.ว่า การที่พรรคซึ่งยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย จะเข้าร่วมเป็นกรรมการใดๆกับคณะรัฐประหาร โดยพื้นฐานแล้วถือเป็นความยากลำบาก ที่สำคัญเรื่องสำคัญเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการหารือและตัดสินใจโดยคณะกรรมการบริหารพรรค แต่ขณะนี้พรรคไม่สามารถจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตามประกาศของ คสช. และข้อบังคับของ กกต. ดังนั้นจึงไม่สามารถมีมติใดๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเป็นกรณีของรายบุคคล หรือส่วนตัว ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคแต่ละท่าน จะใช้วิจารณญาณของตนเอง

ใครร่วมเตรียมตายทางการเมือง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ขอเข้าไปนั่งเป็น สปท.แน่นอน เพราะเป็นนักการเมืองมาจากการเลือกตั้ง หากจะให้ไปทำงานร่วมกับระบบที่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย คงทำไม่ได้ แต่หากนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดที่หวังผลประโยชน์ส่วนตน อยากได้อยากมีตำแหน่งใน สปท. ก็เป็นสิทธิ์ แต่ขอเตือนสติว่าหากเคยมาตามระบอบประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ไปรับใช้ระบอบเผด็จการ ก็ขอให้เตรียมตัวตายทางการเมืองได้เลย ส่วนกรณีที่นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีต สปช. ออกมาเรียกร้องให้พรรคการเมืองรวมทั้ง กปปส.และ นปช.ไปเข้าร่วมเป็น สปท.นั้น ในฐานะที่ยังเคารพนายอลงกรณ์ที่แม้จะลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา แต่อยากฝากบอกว่าไม่ต้องไปพูดชี้นำนักการเมือง ทุกคนมีความคิด รู้ว่าอะไรถูกหรือผิด นายอลงกรณ์จะยืนอยู่ข้างใครก็ทำไป แต่อย่ามาชี้นำผู้อื่น

สถานทูตสหรัฐฯคึกรอรับทูตใหม่

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มีข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ว่า พวกเราตื่นเต้นที่จะได้ต้อนรับนายกลิน ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ คนใหม่สู่ประเทศไทยในเร็วๆนี้ ซึ่งทวิตเตอร์ของสถานทูตได้อ้างอิงข้อความทวีตของนายกลิน ที่ใช้ชื่อว่า @GlynTDavies ที่ระบุว่า ภูมิใจในการได้เข้าพิธีสาบานตนต่อหน้านายแอม โทนี บริงเคน รมช.ต่างประเทศสหรัฐฯในวันนี้ นอกจากนี้ นายกลิน ได้ลงนามรับรองเอกสารความเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย พร้อมกับเปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ว่า จะเดินทางเข้ารับหน้าที่และปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า

“เดวีส์” ส่งวีดิโอทักทายคนไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังพิธีรับรองการเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯได้โพสต์วีดิโอแนะนำตัวและกล่าวทักทายคนไทยของนายเดวีส์ และภริยาโดยสรุปว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยคนต่อไป ประเทศของเราทั้งสองผูกพันกันมานานกว่าเก้าชั่วคน ประเทศ ไทยเป็นทั้งมิตรและพันธมิตรที่ยั่งยืนที่สุดของสหรัฐฯในเอเชีย และเป็นคู่ความร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค การสาธารณสุข การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และการปกป้องสิ่งแวดล้อม สัญลักษณ์หนึ่งแห่งสัมพันธภาพทวิภาคีของเรา คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แข็งแกร่ง เป้าหมายของตนคือส่งเสริมความเข้าใจระหว่างเราให้ดียิ่งขึ้น ชนรุ่นหลังได้รับประโยชน์จากสายสัมพันธ์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ เราดีใจมากที่จะได้มาประเทศไทยในเร็วๆนี้

ภริยาลั่นตื่นเต้นแทบรอไม่ไหว

ขณะที่นางแจ็กกี้ เดวีส์ ภริยาเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ระบุว่า พวกเราตื่นเต้นมากที่จะได้สัมผัสวัฒนธรรมไทยที่น่าสนใจยิ่ง และพบกับชาวไทย พวกเราเห็นคุณค่าความสำคัญของครอบครัวมาก และเราทราบว่าสถาบันครอบครัวเป็นศูนย์กลางของชีวิตคนไทย เราแทบรอไม่ไหวที่จะพาครอบครัวของเราไปพบประเทศที่งดงามของท่าน เราเชื่อว่าการทำงานในประเทศไทยจะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับเรา

มะกันห่วงคนไทยถูกจำกัดเสรีภาพ

สำหรับความเคลื่อนไหวของต่างประเทศ ในวันประชาธิปไตยสากล ของสหประชาชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 15 ก.ย.ของทุกปีนั้น นายแพทริค เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้มีข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า เรายังคงมีความกังวลอย่างต่อเนื่องเรื่องข้อจำกัดเกี่ยวกับเสรีภาพในประเทศไทย ข้อจำกัดเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก และการชุมนุมโดยสงบ

ทูตอังกฤษชี้ ปชต.ไทยดูห่างออกไป

ด้านนายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย เผยแพร่ข้อความผ่านบล็อกของกระทรวงการต่างประเทศ สหราชอาณาจักร มีเนื้อหาว่า หลังรัฐประหารในไทยเมื่อปีที่แล้ว อังกฤษ และประชาคมนานาชาติ รวมทั้งเลขาธิการสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้คืนประชาธิปไตยโดยเร็ว แต่ถึงบัดนี้ประชาธิปไตยกลับดูห่างไกลออกไปกว่าเดิม ในระบอบประชาธิปไตยทุกคนล้วนมีสิทธิและโอกาสเท่าเทียมในการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยมอบอำนาจในระดับหนึ่งให้ประชาชนตัดสินใจสิ่งที่มีผลต่อชีวิตของพวกเขา ดังนั้น รัฐบาลประชาธิปไตยจึงต้องตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของประชาชน ในประเทศที่ไร้ประชาธิปไตย รัฐบาลจะให้ความสนใจกับประโยชน์ส่วนตนมากกว่าจะบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของพลเมือง จึงกล่าวได้ว่าประชาธิปไตยทำให้เกิดการแบ่งสันปันส่วนทรัพยากร และการเข้าถึงอำนาจอย่างเป็นธรรมมากกว่า เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำของตน เมื่อเป็นเช่นนี้โอกาสคอร์รัปชันจึงลดลง ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่เพียงการมีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม เรื่องนี้ชาวอังกฤษเข้าใจดี เพราะเราเองไม่มีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยซ้ำ สิ่งที่เรามีคือรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ประมวลไว้และไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ประชาธิปไตยขึ้นอยู่กับผู้มีส่วนร่วมที่สำคัญๆมากกว่า

ใช้กฎเหล็กเพื่อสร้างความกลัว

นายมาร์ค เคนท์ ระบุด้วยว่า สาระสำคัญของวันประชาธิปไตยสากลในปีนี้คือ “พื้นที่เพื่อประชาสังคม” องค์ประกอบของประชาสังคม ซึ่งเป็นเกราะสำคัญช่วยป้องกันอำนาจรัฐที่มากเกินไป เพราะเหตุนี้เราจึงเป็นกังวลเมื่อรัฐบาลต่างๆ สร้างข้อจำกัดเพื่อควบคุมกิจกรรมของประชาสังคม การจำกัดเสรีภาพการแสดงออกเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนประการหนึ่งในประเทศไทย การจำกัดเสรีภาพการแสดงออกในรูปแบบที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือการใช้กฎหมายอาญาหมิ่นประมาทเพื่อสร้างความกลัว และป้องกันไม่ให้ประชาชนแสดงความกังวล แม้จะเป็นไปโดยสมเหตุ สมผลเกี่ยวกับการกระทำผิดและการใช้อำนาจโดยมิชอบ การปฏิรูปเป็นกระบวนการที่ไม่จบสิ้น ระบบการเมืองควรวิวัฒนาการไปอย่างต่อเนื่องเพื่อสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในสังคม สิ่งสำคัญคือการมีพื้นที่สำหรับการถกเถียงและคัดค้าน ขณะที่ประเทศไทยกำลังเริ่มต้นกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นการอภิปรายอย่างเต็มที่และเสรีในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย

ฮิวแมนไรท์ฯขอโลกร่วมกดดัน

ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า กลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชน ทั้งคณะกรรมการคุ้มครองสื่อมวลชนและสิทธิมนุษยชน (ซีพีเจ) และองค์การด้านสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ วอช” ต่างออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น พร้อมประณามการจับกุมครั้งนี้ โดยนายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียของฮิวแมน ไรท์ วอช เผยว่า รัฐบาลไทยกำลังขยายการควบคุมแบบเผด็จการด้วยการใช้อำนาจโดยพลการ จับกุมผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์การบริหารบ้านเมืองของรัฐบาล ทั้งนี้ นายแบรด อดัมส์ ยังเผยถึงกำหนดการเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.-1 ต.ค. ที่นครนิวยอร์ก ว่า จะเป็นช่วงเวลาสำคัญของกลุ่มผู้นำจากทั่วโลก และคณะสื่อมวลชนที่จะกดดันนายกฯของไทย เกี่ยวกับคำมั่น สัญญาของไทยที่จะเคารพสิทธิและคืนระบอบประชาธิปไตย

พท.แถลงการณ์จี้รัฐหยุดคุกคาม

ช่วงเช้าวันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน ระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ คสช.สั่งควบคุมตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์เครือเนชั่น นายพิชัย นริพทะพันธุ์ และนายการุณ โหสกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยกักตัวเพื่อปรับทัศนคติ และยังมีกลุ่มบุคคลเข้าทำร้ายร่างกายนายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งการควบคุมตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักเรียนชั้น ม.5 ไปยัง สน. ปทุมวัน เพราะยื่นป้ายแสดงความคิดเห็นต่อหน้านายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการใช้อำนาจพิเศษนี้กระทบสิทธิเสรีภาพประชาชนอย่างรุนแรง เพราะการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน การกระทำของฝ่ายผู้มีอำนาจยังขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และพันธกรณีในเรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ไทยเข้าร่วมกับสหประชาชาติ

เลิกใช้อำนาจพิเศษ–ลิดรอนสิทธิ

พรรคจึงขอแถลงดังนี้ 1.ยุติคุกคามสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ออกมาแสดงความคิดเห็นด้วยการใช้อำนาจพิเศษทุกรูปแบบ ขอให้ใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมปกติ 2.ปล่อยตัวบุคคลที่ถูกควบคุมตัวดังกล่าวโดยทันทีปราศจากเงื่อนไขใดๆ และยุติการใช้อำนาจพิเศษใดๆ ที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคล 3.ยกเลิกคำสั่งและประกาศที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้เกิดการระดมความเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวางต่อการแก้ไขปัญหาประเทศ ไม่ควรเอาประเทศและประชาชนเป็นตัวประกันลองผิดลองถูก ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแก้ปัญหา 4.ยุติการปิดโอกาสประชาชนที่เห็นต่าง และเปิดใจกว้างยอมรับข้อเท็จจริงของปัญหา พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ โดยไม่มองอคติว่าต้องการทำลายความมั่นคงและความอยู่รอดของรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายการเมืองฝั่งตรงข้าม 5.เร่งสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และเร่งทำทุกอย่างเพื่อคืนประชาธิปไตย พร้อมจัดให้เลือกตั้งภายใต้กติกาที่มีความเป็นประชาธิปไตย

คสช.ปล่อยตัว “พิชัย–เก่ง การุณ”

ต่อมาช่วงสาย ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ภายหลังมีคำสั่ง คสช. ให้ควบคุมตัวนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ไปปรับทัศนคติ ซึ่งครบกำหนด 7 วันในวันที่ 15 ก.ย. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวนายพิชัยไปแจ้งความดำเนินคดีที่ บช.น. ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ก่อนนำตัวฟ้องต่อศาลทหารในช่วงบ่ายวันที่ 15 ก.ย. อย่างไรก็ตาม มีรายงานแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนแปลงคำสั่งจะไม่ฟ้องร้องนายพิชัยต่อศาลทหาร โดยจะปล่อยตัวกลับ เนื่องจากคสช.เห็นควรให้โอกาสนายพิชัยอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 8 หลังเคยถูกควบคุมตัวปรับทัศนคติแล้วถึง 7 ครั้ง ขณะที่นายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็ได้รับการปล่อยตัวพร้อมนายพิชัยเช่นกัน โดยทั้ง 2 จะถูกปล่อยตัวที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1

สื่อยื่นขอปล่อยตัวนักข่าวอาวุโส

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) น.ส.จินตนา ปัญญาอาวุธ บรรณาธิการบริหาร นสพ.ในเครือเนชั่นกรุ๊ป ได้ยื่นหนังสือต่อ คสช. ให้ปล่อยตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสในเครือเนชั่นกรุ๊ป หลังถูกทหารควบคุมตัวเพื่อปรับทัศนคติเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา

จับเซ็นสัญญาห้ามพูด–เคลื่อนไหว

จากนั้นเวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวนายการุณ โหสกุล และนายประวิตร โรจน–พฤกษ์ ออกจาก พัน.ร.มทบ.11 มายังกองทัพภาคที่ 1 เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ กกล.รส. โดยทั้งสองคนได้ลงนามในเอกสารข้อตกลงหยุดการเคลื่อนไหวหรือแสดงความคิดเห็นใดๆที่จะกระทบต่อการทำงานของ คสช. ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 12.00 น. นายพิชัยก็ถูกนำตัวมาที่กองทัพภาคที่ 1 และได้ลงนามในหนังสือในลักษณะดังกล่าวแล้วเช่นกัน

เจ้าตัวยอมปิดปากงดวิจารณ์ คสช.

ต่อมานายพิชัยได้เขียนข้อความลงเฟซบุ๊กว่า ได้รับการปล่อยตัวจากเจ้าหน้าที่ทหารแล้วตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้กำลังใจ โดยระบุว่า “เพื่อไม่ให้ทุกท่านเป็นห่วง ขอเรียนว่าผมได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้วตั้งแต่หลังเที่ยง ขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านที่กรุณาเสนอข่าวตลอดเวลาที่ถูกคุมตัว ขอบคุณคุณจาตุรนต์ คุณภูมิธรรม คุณสุรพงษ์ คุณกิตติรัตน์ และทุกท่านที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวผม รวมถึงฮิวแมน ไรท์ วอทช์ และหน่วยงานอื่น โดยในสภาวะการเมืองที่ไม่ปกตินี้ ผมขอไม่ให้สัมภาษณ์ทางเศรษฐกิจและผลของการเมืองที่มีต่อเศรษฐกิจ เชื่อว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ในทุกเรื่องที่ผมให้ข้อคิดไว้ อีก 10-20 ปีในอนาคตเราจะสามารถย้อนกลับมามองประวัติศาสตร์ของไทยในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี ขอให้กำลังใจรัฐบาลแก้ไขปัญหาประเทศได้”

นายกฯนำปั่น “stronger together”

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. นำ ครม.ปั่นจักรยานรอบทำเนียบรัฐบาล ก่อนเป็นประธานการประชุมร่วม ครม. คสช. และ สนช. มีเพียงรองนายกฯ 3 คน คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ที่ไม่ได้ร่วมปั่นจักรยานในครั้งนี้ โดยนายกฯ และรัฐมนตรีสวมเสื้อสกรีนข้อความ our home our country stronger together และใช้รถจักรยานเสือภูเขา ยี่ห้อลุค 977 ปี 2016 ซึ่งเป็นคนละคันกับที่เคยใช้ในกิจกรรม “bike For mom ปั่นเพื่อแม่” และปั่นจักรยานรอบทำเนียบรัฐบาลรวม 8 รอบ และ วนหน้าสนามหญ้าขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าอีก 2 รอบ จากนั้นจึงนำ ครม.ถ่ายภาพร่วมกันที่สนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการออกกำลังกายให้ต่อเนื่อง ตามที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ทรงมีพระราชปณิธานริเริ่มให้ขี่จักรยาน “bike For mom ปั่นเพื่อแม่” ไว้ และพวกเราได้สานพระราชปณิธานต่อ และฝากเชิญชวนประชาชนทุกคนด้วย

ถาม “สุนัย” เป็นคนไทยหรือเปล่า

ช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การเรียกตัวนักการเมืองไปปรับทัศนคติ ว่า ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะใช้ความรุนแรงไม่ได้ เรียกมายังเป็นปัญหา ยิ่งสื่อไปขยายความ ต่างประเทศก็เล่นงานตนมากขึ้น อยากถามว่าประชาชนต้องการอะไร หรือไม่ต้องทำอะไร การใช้มาตรา 44 ไม่ใช่อยู่ดีๆแล้วเรียกมา แต่เป็นกฎหมายที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ใครขัดก็ถือว่าผิดกฎหมาย อย่างกรณีนายสุนัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย ก็ไปกันใหญ่ เสียดายไม่รู้เขาเกิดมาเป็นคนไทยหรือเปล่า อยากถามว่าท่านทำเพื่อโลกจริงหรือเปล่า ดูเจตนาง่ายๆก็รู้ว่าเจตนาผิดหรือไม่ผิด เพราะใช้กลไกปกป้องตัวเอง แม้กระทั่งสื่อบางคนที่เรียกมาคุย ที่จริงไม่อยากรบกับสื่อ แต่ทุกคนรู้ดี อยากให้ทุกคนยอมรับกติกา

ฉุนสื่อโดดป้องอดีต ส.ส.เกเร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ไม่เคยสั่ง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ไปโจมตีใคร แต่ทำไมมีคนโจมตีตน ในตำราเขียนไว้อยู่แล้วว่าทุกประเทศประชาธิปไตยดีที่สุด แต่เมื่อประชาธิปไตยมีความขัดแย้ง อำนาจแบบตนเท่านั้นจึงจะแก้ได้ ทั้งโลกเขาสรุปมาแล้ว ตนไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง “ผมไม่เข้าใจ เรียกมา 7 วัน บอกสิทธิส่วนบุคคล แต่สิทธิที่ผมต้องปกป้อง ตัวเองมีให้ผมไหม ชื่อเสียงเกียรติยศผมมี มีสิทธิปกป้องตัวเองหรือไม่ ปกป้องคนทำงาน ปกป้องรัฐบาลได้หรือไม่ ไม่มีเลยหรือ ให้ไอ้คนแบบนี้หรือ ปกป้องคนแบบนี้หรือ คดีทุกคดียุ่งหมด เกเรอิทธิพล เป็น ส.ส.เข้าไปอีก ตบเมียกลิ้งกลางสนามบิน อย่างนี้หรือปกป้องคนเหล่านี้ไว้อยู่ได้ คนที่ทำความเสียหายกับประเทศปกป้องอยู่ได้ เปิดให้พูดอยู่ได้ ผมก็ต้องเอากฎหมายออกมาใช้ให้มันเงียบ ก็ไปคุ้ยให้เขาอีก”

เตือนความจำกฎเหล็ก 3 ข้อห้าม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการปล่อยตัวบุคคลที่ถูก คสช.ควบคุมตัวปรับทัศนคตินั้น ให้ คสช. เป็นผู้พิจารณา ถ้าพูดกันรู้เรื่องก็โอเค แต่สิ่งที่สัญญาเอาไว้คือ 1.ต้องไม่ทำอะไรให้เสียหายและเกิดความรุนแรง 2.ห้ามเดินทางไปต่างประเทศ และ 3.ระงับธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งทุกคนได้เซ็นรับทราบไว้แล้ว ส่วนมาตรการระงับธุรกรรมทางการเงินยังไม่ได้ทำเลย ถ้าครั้งหน้าทำผิดอีกจะไม่ทำการตกลงอะไร จะโดนหมดรวบยาวไปขึ้นศาลกันเลย ส่วนเรื่องจุดยืนการปรองดองของรัฐบาล ต้องดูว่าจะปรองดองเรื่องใด ปรองดองในคดีไม่หนักหนาได้หรือไม่ ซึ่งต้องรับผิดไปก่อน ไม่ใช่จะให้ยกไปเฉยๆ ต้องดูว่าเป็นคดีที่เกิดขึ้นจากตัวเองหรือไม่ ถ้าอยากจะปล่อยคนกลุ่มนี้ให้เร็วขึ้นต้องถามความเมตตาจากศาล แต่ถ้าไม่เข้ากระบวนการยุติธรรม ตนจะไม่ปรองดองกับใคร ไม่มีใครมาดีลกับตน และตนไม่เคยไปดีลกับใคร เขาไม่ได้จ้างตนปฏิวัตินี่

ไม่กังวลหากถูกต่อต้านใน ตปท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงในงานด้านการต่างประเทศว่า ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ตนไม่กังวลหากไปต่างประเทศแล้วมีคนมาต่อต้าน เพราะทุกประเทศมีมาตรการของเขาอยู่แล้ว แล้วคนที่มาต่อต้านก็ต้องไปช่วยสร้างความรับรู้ว่าคนคนนี้เป็นอย่างไร จะชวนมาต่อต้านตนที่นิวยอร์ก ทำไมไม่พูดบ้างว่า นายปวิน (ชัชวาลพงศ์พันธุ์) หนีไปเพราะอะไร ละเมิดมาตรา 112 ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ ไปโฆษณาให้เขารวมคนมาต่อต้านตน ให้ท้ายคนเหล่านี้ จนสิ่งที่ตั้งใจทำมาตลอดเหมือนทำความผิด แต่ทำถูกอีกพันอย่างจะว่าอย่างไร องคุลีมาล พระพุทธเจ้ายังให้อภัย ตนไม่ใช่องคุลีมาลสักหน่อย ไม่ได้ไปตัดนิ้วใครถึง 1,000 นิ้วเสียหน่อย ทำไมถึงไม่ให้อภัย ตนตัดนิ้วร้ายไปนิ้วเดียว คิดแบบนี้ซิ

“วีระกานต์” เลือดออกลำไส้เข้า รพ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังมีอาการป่วย เนื่องจากเลือดออกที่ผนังลำไส้ ทั้งนี้ คนใกล้ชิดนายวีระกานต์ระบุว่า นายวีระกานต์มีอาการรู้สึกไม่ค่อยสบาย สุขภาพในช่วงนี้ไม่ค่อยแข็งแรง มีโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากอายุมากแล้ว และอาจมีอาการเครียดจากการเสียชีวิตของบุตรชาย ทั้งนี้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้เดินทางไปเยี่ยม

มอบทุน นร.ชนะประกวดภาพวาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าตึกบัญชาการ 1 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ได้มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่ชนะประกวดภาพวาดในหัวข้อ “ประเทศไทย คือบ้านของเรา เราจะก้าวไปด้วยกัน อย่างเข้มแข็ง” โดยอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นำเยาวชนนักเรียนเข้ารับรางวัลและนำภาพที่ชนะการประกวดมาจัดแสดง ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้เจ้าหน้าที่นำผลงานของนักเรียนทั้งหมดที่ส่งมาประกวดและเข้ารอบมาให้ตนเองเซ็นชื่อ พร้อมสั่งให้นำผลงานของเด็กๆมาติดไว้ที่อาคารสำคัญในทำเนียบรัฐบาลด้วย

“บิ๊กต๊อก” จ่อขึ้นบัญชี ขรก.โกงลอต 3

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการประชุมศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อพิจารณารายชื่อข้าราชการที่พัวพันการทุจริตลอต 3 ว่า เป็นการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนัก– งานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) แต่ไม่ได้ไปเร่งรัดการทำงาน และแจ้งไปว่าหากพร้อมเมื่อไรก็แจ้งให้ทราบเพื่อจะได้ประชุม

ต่ออายุราชการ “ดร.กบ” ไปอีก 1 ปี

อีกเรื่อง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติต่อเวลาการดำรงตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ต่อไปอี 1 ปี เป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2558 ถึงวันที่ 30 ก.ย.2559 เห็นชอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นกรรมการในคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเห็นชอบแต่งตั้งนายอนุสรณ์ ฟูเจริญ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล และนายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี นายสุทธิพล ทวีชัยการ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) นายปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจฯ แทนตำแหน่งที่จะว่าง

ทส.–พม.โยกย้ายหลายตำแหน่ง

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ครม.ยังมีมติแต่งตั้งนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสมชาย เจริญอำนวยสุข อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต รองปลัดกระทรวงฯ เป็นอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายวิทัศน์ เตชะบุญ ผู้ตรวจราชการฯ เป็นรองปลัดกระทรวงฯ

คมนาคมโยกตำแหน่งสำคัญเพียบ

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ในส่วนกระทรวงคมนาคม ครม.มีมติให้ นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายพงษ์ศักดิ์ สมใจ ผู้ตรวจราชการฯ เป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม นายวรเดช หาญประเสริฐ รองปลัดกระทรวง นายชูศักดิ์ เกวี อธิบดีกรมทางหลวง นายสิรภพ จึงสมาน ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก นายสมศักดิ์ ห่มม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ เป็นผู้ตรวจราชการฯ นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน ผู้ตรวจราชการฯ เป็นอธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายสนิท พรหมวงษ์ ผู้ตรวจราชการฯ เป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า ไปเป็นอธิบดีกรมการบินพลเรือน นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นผู้ตรวจราชการฯ นายนิวัติชัย คัมภีร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายโสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ตบรางวัล “นาวิน” นั่งเลขาฯ “สมคิด”

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ครม. ยังมีมติตั้ง พล.อ.ธนา วิทยวิโรจน์ เป็นเลขานุการ รมว.พลังงาน พ.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) น.ส.พรทิพย์ วิริยานนท์ และนาย ธราธร รัตนนฤมิตศร เป็นประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ประธานกรรมการ ก.ล.ต.)

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ข่าวการเมืองแต่งตั้ง กรธ.สปท.ร่างรัฐธรรมนูญประยุทธ์ จันทร์โอชาแม่น้ำสามสายกลิน ทาวน์เซนด์ เดวีส์ทูตสหรัฐฯพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องปรับทัศนคติข่าวไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้