ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เชื้อก่อโรค...ในหอยแครงลวก

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ก.ย. 2558 05:01 น.
    SHARE

    หอยแครง พบมากในพื้นที่ดินโคลนปนทรายบริเวณปากแม่น้ำที่มักมีสารอินทรีย์สูง ในไทยมีหอยแครงถึง 5 ชนิด ได้แก่ หอยแครงเทศ หอยแครงปากมุ้ม หอยแครงมัน หอยแครงเบี้ยว หอยคลางหรือหอยแครงขน เป็นต้น

    คนไทยนิยมนำหอยแครงมาปรุงอาหาร โดยนำไปลวกในน้ำเดือด เผา หรือย่างทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือนำมาทำเป็นยำหอยแครงรสแซ่บ

    หอยแครงอาศัยตามดินโคลน เมื่อนำมาปรุงอาหารจึงต้องแช่น้ำเพื่อให้หอยแครงคายดินโคลนออกมา และล้างด้วยน้ำให้สะอาด เพราะหากล้างไม่สะอาดมากพออาจมีดินโคลนรวมทั้งเชื้อก่อโรคที่ปะปนอยู่ในดินโคลนปนเปื้อนมากับหอยแครงได้ เช่น วิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส

    ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่พบได้ตามธรรมชาติ อาศัยในสิ่งแวดล้อมตามชายฝั่งทะเล ในฤดูที่มีอากาศหนาวเย็น เชื้อชนิดนี้จะพบตามตะกอนโคลนตมในทะเล แต่ในช่วงฤดูที่มีอากาศอบอุ่นจะพบทั่วไปในน้ำทะเล และสัตว์ทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา

    หากได้รับ วิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส เข้าสู่ร่างกายจากการทานอาหารดิบ หรืออาหารที่ปรุงไม่สุกจะทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้อักเสบ ทำให้มีอาการท้องเสีย เป็นตะคริวในช่องท้อง มีอาการคลื่นเหียน วิงเวียน อาเจียน ปวดหัว มีไข้และหนาวสั่น

    วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างหอยแครงลวกจำนวน 5 ตัวอย่าง จากร้านริมบาทวิถี ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส ปนเปื้อน

    ปรากฏว่า ทุกตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส เลย

    แม้วันนี้หอยแครงลวกที่รับประทานจะปลอดภัยแต่อย่าชะล่าใจจนเกินไปนัก ท่านที่ชอบหอยแครงลวก ควรลวกให้สุกก่อนทานทุกครั้ง ไม่ควรทานแบบสุกๆดิบๆ

    เชื้อชนิดนี้ทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน ฉะนั้น เพียงปรุงให้สุกก็ปลอดภัยและสบายท้อง.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    มันมากับอาหารไทยรัฐฉบับพิมพ์หอยแครงเชื้อก่อโรคดินโคลนวิบริโอพาราฮิโมไลติคัสอาหารเป็นพิษปรุงไม่สุก

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo