ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ฉะ ‘ล้างเผ่าพันธุ์’ ทักษิณชน โยงปมถอดยศ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 ก.ย. 2558 04:04 น.
    SHARE

    เย้ยเป็นเด็ก-ทำแต่เรื่องเล็กๆ บิ๊กตู่เข่าเดี้ยง-ประชดตัวเองโง่ ‘วิษณุ’ยืดโรดแม็ปต่อ20เดือน

    “ประยุทธ์” ว้ากร่าง รธน.ไม่ผ่านด่านสปช.จุดเริ่มต้นความไม่ปรองดอง รอถกคณะทำงานก่อนเคาะตั้ง 21 อรหันต์ เดินขาเดี้ยงเปิดตลาดสินค้าจีไอ ประชดส่งเจ็บเข่าเพราะโง่เตะขาตัวเอง “วิษณุ” เผยสูตร 6-4/6-4 ยื้อ 20 เดือนเขียนกติกาใหม่ถึงจัดเลือกตั้ง ตีกรอบยกร่าง 6 เดือน ลงประชามติ 4 เดือน ทำกฎหมายลูก 6 เดือน และกาบัตรอีก 4 เดือน ถ้าไม่มี คปป.ต้องหามาตรการอื่นทดแทน “ถาวร” แฉ คสช.อยู่ยาว 4 ปี เตือน ปชช.จะลุกฮือทวงอำนาจ “ทักษิณ” เปิดหน้าชนเย้ยถอดยศพวกเด็กๆทำแต่เรื่องเล็ก เฉ่งปรองดองกลายเป็นล้างเผ่าพันธุ์ อัดหลงยุคทำ 60 ล้านคนเป็นหุ่นยนต์ “อนุพงษ์” ชง ครม.คลอดโผย้ายผู้ว่าฯ-บิ๊ก มท. 60 ตำแหน่ง “อภิชาติ” ผงาดอธิบดี พช. “สุรชัย ขันอาสา” ไปเป็นผู้ว่าฯเมืองปทุม “ปวิณ” เฮขึ้นชั้นพ่อเมืองเชียงใหม่

    หลังจากที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและสิ้นสภาพไป ส่งผลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุว่ากระบวนการจนถึงการจัดการเลือกตั้งต้องใช้เวลาทั้งหมด 20 เดือน

    “บิ๊กป๊อก” ปัดใบสั่ง คสช.ควํ่า รธน.

    เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการดำเนินการหลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ที่ปรึกษา คสช.ยังไม่ได้มีการเรียกประชุมกัน คงจะดำเนินการไปตามรัฐธรรมนูญ นายกฯจะได้ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คนขึ้นมายกร่างฯต่อไป แต่นายกฯยังไม่ได้ปรึกษาเรื่องตัวบุคคลที่จะเข้าไปนั่งเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า มีกลุ่มนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวหลังจากที่ สปช.มีมติคว่ำร่างฯ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า อย่าใช้คำว่าคว่ำร่างฯเลย เอาเป็นว่าเมื่อเข้าไปสู่สภา สปช.จะมี 2 แนวทางคือผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าผ่านแล้วมีฝ่ายหนึ่งออกมา และไม่ผ่านแล้วมีฝ่ายหนึ่งออกมา ประเทศก็เดินหน้าไม่ได้ หรือจะต้องให้ผ่านเท่านั้น ถึงจะพอใจใช่หรือไม่ เมื่อถามว่า มีกระแสว่าผู้ใหญ่ใน คสช.สั่งให้ลงมติไม่ผ่าน พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ไม่มี

    ใช้สูตร 6-4 6-4 ยื้อ 20 เดือนร่างใหม่

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นหน้าที่ คสช. ขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมการอะไร เพราะมีเวลา 30 วัน และไม่ใช่อะไรที่หาง่าย ส่วน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดเก่าบางคนจะเข้ามาด้วยหรือไม่นั้น ไม่ทราบ รู้ว่า คสช.ยังไม่ได้หารือเพราะยังเร็วไป ในการประชุม ครม. วันที่ 8 ก.ย. ตนจะสรุปและชี้แจงโรดแม็ปต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคณะกรรมการร่างฯ 21 คน การตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 200 คน และการบริหารเวลาจากนี้ โดยจะใช้สูตร 6-4 6-4 คือคณะกรรมการร่างฯใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญ 6 เดือน ทำประชามติ 4 เดือน หากประชามติผ่านจะใช้เวลาทำกฎหมายลูกและให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา 6 เดือน ต่อจากนั้นอีก 4 เดือนสำหรับการเลือกตั้ง รวมแล้ว 20 เดือนนับจากที่มีคณะกรรมการร่างฯ บางเรื่องทำให้สั้นลงได้

    ไม่มี คปป.ต้องหามาตรการอื่นแทน

    เมื่อถามว่า หากทำประชามติแล้วไม่ผ่านจะทำอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า วันนี้ไม่คิดแง่ร้าย แต่หากถึงจุดหนึ่งต้องคิดเตรียมไว้ ส่วนคุณสมบัติคณะกรรมการร่างฯ ต้องมีความรู้ในการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมาย แต่ต้องเข้าใจเรื่องการเมืองและสภาพเมืองไทยในหลายมิติ เขาคงไม่ถึงกับเอาคนที่มีแนวคิดตรงข้ามรัฐบาล เพียงแต่จะหาคนที่มีแนวคิดเดียวกับรัฐบาลยาก เข้าใจว่าคนที่มีหน้าที่มองไว้บ้างแล้ว แต่ยังไม่ถึงกับทาบทาม พอถึงเวลา คสช.ทั้งคณะต้องคุยกัน ต้องดูว่าเขาพร้อมจะมาหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องตั้ง 21 คน เพราะประธาน 1 คน กรรมการไม่เกิน 20 คน คณะกรรมการร่างฯอาจเอาเนื้อหาของร่างที่ถูกคว่ำไปมาพิจารณา เพราะมีทั้งข้อดีข้อเสีย หรือเอาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 40 หรือปี 50 มาพิจารณาก็เสนอเข้ามาได้ เมื่อถามว่า ประเด็นที่คนไม่พอใจอย่างคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) จะกลับมาได้อีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่คนที่เป็นคณะกรรมการร่างฯต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าถ้าไม่เอาตัวนี้แล้วปัญหามีอยู่จะทำอย่างไร กมธ.ยกร่างฯชุดที่แล้วดูที่ปัญหา แล้วหามาตรการรองรับ เมื่อคนไม่ชอบ ปัญหาที่กลัวว่าจะเกิดยังกลัวอยู่หรือไม่ ถ้าไม่กลัวก็ไม่ต้องมีมาตรการ แต่ถ้ากลัวอยู่ต้องคิดมาตรการอื่น

    จี้นักการเมืองเลิกพฤติกรรมเก่า

    นายวิษณุกล่าวว่า ต่อไปถ้ามีรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา 44 จะหมดไป การร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯชุดที่ผ่านมาจึงคิด คปป.ขึ้นมาแทน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน แต่ให้คณะกรรมการเป็นพระเอก เพื่อทำให้เห็นว่าไม่มีการสร้างกลไกเพื่อสืบทอดอำนาจคสช. ครม. นอกจากนี้ นักการเมืองต้องแสดงให้เห็น ว่าจะไม่สืบทอดภารกิจลักษณะความประพฤติแบบเก่าที่เคยทำ จึงจะทำให้สังคมเกิดความไว้วางใจ ถ้าต่างฝ่ายต่างลดราวาศอก ยอมรับว่าประเทศบอบช้ำมามาก ควรตั้งใจทำอะไรให้ดี หันหน้าเข้าหากัน ปรอง– ดองกันจะเกิด แต่วันนี้ดูกั๊กๆกันอยู่ ส่วนเหตุผลที่สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญคงมีหลายสาเหตุ ไม่สามารถยกตัวอย่างได้ เพราะไม่รู้จริง และยังไม่ได้พูดคุยกับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนการแต่งตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 200 คน หลังจากนี้นายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยอายุของสภาขับเคลื่อนฯ รวมถึง คสช. ครม.และ สนช. จะอยู่ตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด เช่น ของเดิมที่คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้สภา ขับเคลื่อนฯ อยู่ถึงวันเลือกตั้ง มีหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปต่อจากที่ สปช.ทำไว้ สามารถคิดเรื่องใหม่ได้ ไม่ได้ปิดกั้น และรัฐบาลจะเป็นผู้จัดลำดับไว้ให้ แต่จะทำอย่างไรก็เป็นสิ่งที่สภาขับเคลื่อนฯ ต้องคิดขึ้นมา

    “บิ๊กตู่” บ่นถึงจุดเริ่มต้นไม่ปรองดอง

    เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญหลังจาก สปช.มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนยังไม่ได้หา ยังไม่ได้คิด ต้องหารือคณะทำงานก่อน ดูความเหมาะสม ไม่ใช่ว่าชุดเก่าไม่ดี แต่จะหาคนที่เป็นตัวของตัวเอง แสวงหาทางออกให้ได้ แต่ประเด็นคือการร่างครั้งแรก สิ่งแรกดีหรือไม่ดี หรือไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ตนมองในแง่ว่านี่แหละการเริ่มต้นของการไม่ปรองดองได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่บัดนี้ ทั้ง สปช.และ กมธ.ยกร่างฯมาจากทุกกลุ่ม ต้องขอบใจเพราะเขาทำมาด้วยความตั้งใจและกดดัน แต่ไอ้พวกที่ไม่เข้าใจ ติทุกวันมันก็มีอารมณ์ จนทำให้เกิดความรุนแรงในเชิงความคิด และการร่างฯนี้เป็นการร่างฯโดยคน 250 คน ต้องมีไม่เข้าใจกันบ้าง ส่วนนักประชาธิปไตยโลกสวยอยากให้เลือกตั้งเร็วๆ ไม่ให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญจากนั้นก็เล่นตนต่อ ให้เอารัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ พวกไหนแยกแยะให้ด้วย

    ขู่ฟันคดีทุจริตสยบพวกปากมาก

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นี่ไม่ใช่การสร้างความปรองดอง และการสร้างความปรองดองก็ไม่ใช่เรื่องการยกโทษ ถ้าทำความผิดยกโทษให้ไม่ได้ ไม่มีใครยกโทษให้ได้ วันนี้ถ้ามองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ที่ผ่านมาเป็นหรือไม่ แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไปถามไอ้คนที่พูด มีทั้งคนตายคนเจ็บ ตนไม่ได้อยู่มากอยู่น้อย แต่อยู่เพื่อสร้างความดีให้กับแผ่นดินนี้ วันนี้เป็นคนดีกันทั้งนั้นก็รอคอยแล้วกันพวกทุจริต กระบวนการยุติธรรมถึงกันหมดสอบสวนเกี่ยวข้องโดนหมด อย่าเอาตนไปเทียบกับคนพวกนี้ เพราะไม่ใช่คนทำผิดกฎหมาย พวกทุจริตมันคนละระดับกับตนอย่าเอาไปเทียบ

    ว้ากไม่เคยสั่ง สปช.สายทหารล้มโต๊ะ

    เมื่อถามว่า สปช.ที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญส่วนที่มาจากสายทหาร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นคนที่เกษียณแล้วตนจะไปสั่งได้อย่างไร อย่าไปดูถูกสมองเขา ตนไม่เคยสั่ง จะคว่ำหรือไม่ ไม่สนใจแต่สนใจแค่ว่าจะทำให้คน 70 ล้านคน อยู่ได้อย่างไรและไม่สนใจคะแนนนิยม จากนี้ตนต้องทำงานต่อไป ขอร้องเลิกเอาอดีตมาทำให้เป็นปัญหาทั้งหมด คนไทยต้องการปฏิรูป และรัฐธรรมนูญที่จะร่างขึ้นจากนี้ ยึดหลักที่ว่าส่วนหนึ่งต้องเป็นสากลและประเทศต้องหลุดพ้นจากความขัดแย้ง ถ้าประชาชนไม่ตระหนักถึงภัยที่เกิดขึ้น ต่อให้ 10 ประยุทธ์ 100 ประยุทธ์ก็แก้ไม่ได้

    “สิระ” ชี้สภาฯไม่รับ 1.7 ล้านเทการกุศล

    เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สาย สังคม แถลงข่าวการคืนเงินเดือน สปช. รวม 1.7 ล้านบาท ให้สภาผู้แทนราษฎร หลังจาก สปช.ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ได้นำเงินมาคืนสภาฯตามสัญญาที่เคยพูดไว้ แต่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งว่า ไม่มีระเบียบการคืนเงินดังกล่าวให้สภาฯ จึงขอประกาศนำเงินดังกล่าวไปทำบุญให้มูลนิธิหรือองค์กรการกุศล เพื่อสาธารณ– ประโยชน์ให้ติดต่อมาที่บริษัท บ้านทรงไทย จำกัด 99/519 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. 10210 ภายในสิ้นเดือน ก.ย. จะพิจารณาว่าจะมอบเงินมูลนิธิหรือองค์กรใดบ้าง แต่จะไม่รับพิจารณามอบเงินให้วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ของหลวงปู่พุทธอิสระ และมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับการเมือง จะถูกมองว่าเป็นการเล่นละคร อยากฝากไปยังอดีตสปช.คนอื่นๆว่า เมื่อทำภารกิจไม่บรรลุเป้าหมายให้นำเงินมาทำบุญร่วมกับตน อย่าไปใช้เลย เมื่อถามว่า หากมีการทาบทามให้มาเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะรับตำแหน่งหรือไม่ นายสิระตอบว่า ไม่ต้องสภาขับเคลื่อนฯ เป็นรัฐมนตรีตนก็รับ

    สภาฯโต้คืนโดยตรงไม่ได้ ต้องบริจาค

    ต่อมาเวลา 11.30 น. นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ อดีต สปช.ระบุว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯไม่รับคืนเงินเดือน 1.7 ล้านบาทว่า นายสิระมาหาที่ห้องทำงานขอหารือถึงการคืนเงินเดือน สปช. 1.7 ล้านบาท จึงให้ข้อมูลไปว่า การคืนเงินเดือนให้ สำนักเลขาธิการสภาฯโดยตรงตามระเบียบไม่สามารถทำได้ แต่คืนเงินได้ในรูปแบบการบริจาคให้กับสำนัก งานเลขาธิการสภาฯ เพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน จากนั้นสำนักงานฯจะทำเรื่องคืนเงินให้กระทรวงการคลังต่อไป ไม่ได้หมายความว่าจะคืนเงินเดือนไม่ได้ นายสิระคงเข้าใจคลาดเคลื่อน หากจะนำเงินไปบริจาคให้องค์กรการกุศลก็ไม่ว่าอะไร เป็นการทำบุญ และเป็นสิทธิของนายสิระ ทั้งนี้ สำนักงานฯจัดเตรียมงบประมาณรองรับการทำงานของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามงบประมาณปกติ โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับ สปช.

    “เสธ.อู้” ติดใจยังอยากทำหน้าที่ต่อ

    พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีตโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เสียดายที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบจากสปช.แต่ชื่นชมสปิริตเพื่อน กมธ.ยกร่างฯที่โหวตรับร่างรัฐธรรมนูญเหนียวแน่น 20 เสียง ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งจากฝ่ายใด ล่าสุดได้พูดคุยกับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯยืนยันว่าจะไม่กลับมารับทำหน้าที่อีก ยอมรับว่าหากได้รับเลือกกลับมาทำหน้าที่อีกก็พร้อมทำตามคำสั่ง ถ้าเป็นการทำเพื่อบ้านเมืองได้ สำหรับกรณีสื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่า การฟื้นฟูประชาธิปไตยไทยจะลากยาวออกไปและการปกครองโดยทหารต้องขยายออกไปอีก 6 เดือนนั้น สื่อต่างประเทศมองไทยในแง่ลบมาตลอด เพราะคิดแต่รูปแบบประชาธิปไตยแบบบ้านเขา ตามโรดแม็ปจะต้องได้ร่างรัฐธรรมนูญในอีก 7 เดือนข้างหน้าอยู่แล้ว ส่วนจะออกมาเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินใจโดยการลงประชามติ ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากใครอีก

    “บวรศักดิ์” เข้าสภาฯเก็บของกลับบ้าน

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจาก สปช.มีมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 36 คนสิ้นสุดการทำหน้าที่ไปด้วย บรรยากาศที่ห้องประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญตลอดทั้งวันเงียบเหงา มีสมาชิก กมธ.ยกร่างฯทยอยมาเก็บอุปกรณ์การทำงานรวมทั้งเอกสารและข้อมูลการประชุมที่สำคัญ อาทิ พล.ท.นคร สุขประเสริฐ นายปรีชา วัชราภัย ส่วนเจ้าหน้าที่ทยอยจัดเก็บเอกสารสำคัญ บรรจุลงกล่องกระดาษเตรียมขนย้ายออกจากห้องประชุม โดยช่วงบ่ายนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯและรองประธาน สปช.คนที่ 1 เดินทางมาทยอยเก็บสิ่งของและเอกสารสำคัญ ที่ห้องทำงานส่วนตัว บนชั้น 3 อาคารรัฐสภา 1 และได้มอบพระสมเด็จหลวงปู่ดี ธมมธีโร วัดเทพากร บางพลัด กรุงเทพฯ ให้แก่เจ้าหน้าที่ด้วย

    “สุดารัตน์” แนะพลิกวิกฤติเป็นโอกาส

    นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีอดีต สปช.โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า ขอขอบคุณอดีต สปช.ที่ทำหน้าที่ปลดชนวนปัญหาวิกฤติรัฐธรรมนูญให้ยุติลงในสภาปฏิรูปฯ ไม่ให้ผ่านออกมาขยายความขัดแย้งในสังคมไทย ถือเป็นความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง แม้ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ จึงขอฝากรัฐบาลด้วยความห่วงใยว่า การเริ่มต้นใหม่ต้องไม่สร้างปัญหาการยอมรับ ทั้งการคัดสรรกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ ที่ทรงคุณาวุฒิ ปราศจากอคติทางการเมือง รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ต้องเที่ยงธรรม เป็นกลางต่อทุกฝ่าย หากคนไม่ยอมรับ ปัญหาความขัดแย้งก็ไม่จบ นายกฯประกาศตั้งใจจะสร้างความปรองดองให้สำเร็จ แทนที่จะร่างแบบเดิมคือ ท็อปดาวน์ให้ไม่กี่คนมาร่างรัฐธรรมนูญให้คนทั้งประเทศใช้ ขอให้ช่วยสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมร่างจากล่างขึ้นสู่บน ให้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นที่ยอมรับ ขจัดความขัดแย้งของประเทศอย่างถาวร

    นปช.ฉะ 1 ปี คสช.ล้มเหลวทุกด้าน

    นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า ผลจากการโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ทำให้สังคมไทยเห็นว่ากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา การบริหารงานภายใต้อำนาจ คสช.ล้มเหลวทุกด้าน ด้านเศรษฐกิจล้มต้องเปลี่ยนทีมยกชุด ในที่สุดต้องกลับไปใช้นโยบายประชานิยมของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ด้านการเมือง การร่างรัฐธรรมนูญตั้งเอง ร่างเอง แล้วก็คว่ำกันเอง ด้านสังคม การสร้างความปรองดองไม่คืบหน้า การปฏิรูปไม่ชัดเจนทั้งเนื้อหาและกรอบเวลา ถ้าเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งถึงตรงนี้ แทบไม่เหลือความชอบธรรมใดๆ เมื่อล้มเหลวทุกด้านแล้วจะรับผิดชอบอย่างไร คนไทยทั้งประเทศไม่ได้ลงเรือแป๊ะไปด้วย จะมีหลักประกันใดให้เชื่อว่าแป๊ะจะทำได้อย่างที่พูด วิธีการที่ผิดย่อมให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องไม่ได้ ประเทศไทยไม่ใช่บาร์รำวงที่เพลงจบหมดรอบแล้ว ก็ขึ้นเพลงเต้นกันใหม่ แล้วเต้นกันต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องสนใจว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นอย่างไร

    “ถาวร” ฉะอยู่ยาว 4 ปีตกหลุมอำนาจ

    ด้านนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สปช.โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ มีผลกระทบถึงโรดแม็ป คสช.อาจต้องเลื่อนการเลือกตั้งเดือน ก.ย.59 ออกไปอีก 6 เดือนว่าอยากเตือน คสช.และบรรดาเนติบริกรว่าระบอบการปกครองที่มีข้อบกพร่องน้อยที่สุดคือระบบประชาธิปไตย ส่วนระบบอื่นผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่ามีข้อบกพร่องมาก โดยเฉพาะระบบการปกครองที่ใช้อำนาจ ยิ่งนานวันจะยิ่งเหลิงอำนาจ การตรวจสอบถ่วงดุลจะนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการได้อำนาจรัฐจากการรัฐประหารของรัฐบาลนี้รวมเวลาปีครึ่ง ล่าสุด นายวิษณุระบุชัดเจนว่ารัฐบาลนี้อาจต้องอยู่ต่ออีก 20 เดือน รวมเวลาทั้งหมดก็เท่ากับ 4 ปี เท่ากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 1 สมัย จึงขอเตือนด้วยความหวังดีว่าร่างรัฐธรรมนูญที่เพิ่งคว่ำไป มีข้อดีเป็นส่วนใหญ่ หากตั้งคณะกรรมการยกร่างฯมาก็ควรรับฟังเสียงท้วงติง และนำข้อดีของรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 มารวมไว้ด้วย จึงไม่น่าจะใช้เวลานานถึง 6 เดือน หากรัฐบาลจริงใจที่จะคืนอำนาจให้ประชาชนตามที่ระบุ กมธ.ยกร่างฯชุดใหม่ทำงานได้ตลอด 7 วัน ถือเป็นการแสดงออกความจริงใจที่ดี

    จี้หั่นเวลายกร่าง ขู่ ปชช.ฮือทวงอำนาจ

    นายถาวรกล่าวอีกว่า ส่วนระหว่างยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปลดความเหลื่อมล้ำ และปฏิรูปปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันไปได้พร้อมกัน การโยนหินถามทางผ่านนายวิษณุที่ระบุต้องใช้เวลาอีก 20 เดือน นอกจากกระทบต่อความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อนานาชาติแล้ว ที่สำคัญอาจรับผลกระทบและถูกบอยคอต กดดันผ่านมาตรการต่างๆได้อีก ที่สุดจะกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึงขอให้ คสช.ย่นย่อระยะเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญ และทำกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จก่อนการคืนอำนาจ เพราะการตบตาประชาชนทำได้เพียงครั้งเดียว และจะหลอกตลอดไปไม่ได้ หากประชาชนรู้เท่าทันแล้ว เจ้าของอำนาจที่แท้จริงจะลุกขึ้นทวงสิทธิเสรีภาพตามครรลองของประชาธิปไตย

    “สมชัย” ฝากทบทวน 4 ข้อเสีย

    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ สปช.ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์หากปล่อยให้ไปสู่การทำประชามติ เชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้ง มองว่าประเด็นที่เป็นปัญหาในร่างรัฐธรรมนูญมี 4 เรื่อง 1.ที่มาของนายกฯ 2.ที่มาของ ส.ว. 3.คณะกรรมการยุทธ์ศาสตร์เพื่อการปฏิรูปฯ และ 4.กลไกต่างๆในรัฐธรรมนูญ สามารถป้องกันคนทุจริตหลุดออกจากวงการเมืองหรือไม่คือเรื่องใบเหลือง-ใบแดง ซึ่ง กกต.เคยทักท้วง ทั้งหมดเป็นประเด็นที่ฝากให้คณะกรรมการร่างฯ ชุดใหม่พิจารณาปรับปรุง และที่สำคัญคือการเปิดรับฟังความคิดเห็น การยกร่างรัฐธรรมต้องมาจากการฟังเสียงของฝ่ายต่างๆ อย่าคิดว่าตัวเองได้รับหน้าที่ไปแล้วจะทำตามความเห็นของตนเองฝ่ายเดียว ถือว่าเป็นบทเรียนร่วมกัน ส่วนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ควรมีนักการเมืองเข้าร่วม เพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย แต่ต้องฟังความคิดเห็นเขา

    ร้อง ป.ป.ช.สอบ 135 สปช.ผิด ม.157

    เมื่อเวลา 11.30 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 135 คน ที่ลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า อดีต สปช. 135 คน กระทำขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 31 (3) ที่ระบุว่า สมาชิก สปช.ต้องพิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญตามที่คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำขึ้น แต่กลับลงมติไม่เห็นด้วย เป็นการจงใจทำลายกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และอาจเข้าข่ายแสวงหาประโยชน์ร่วมกัน เพราะก่อนหน้าจะลงมติร่างรัฐธรรมนูญ มี สปช.บางรายอ้างว่า หากร่วมกันคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจะได้รับเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หากในอนาคตอดีตสปช.ที่ลงมติคว่ำร่าง ถูกเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯแสดงว่า การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อน

    บี้ทวงเงินเดือนคืนคลังแผ่นดิน

    นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ขอให้เรียกเงินตอบแทนตลอด 11 เดือน 1.7 ล้านบาทเป็นของแผ่นดิน นอกจากนี้ ขอให้เอาผิดนายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธาน สปช. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมสมาชิก สปช.บางคนระบุว่า จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่สมาคมฯยื่นร้องไปก่อนหน้านี้

    อดีต สปช.จัดงานเลี้ยงสังสรรค์อำลา

    ช่วงเย็น นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีต สปช. กล่าวว่า ในวันที่ 7 ก.ย. มีการจัดเลี้ยงอำลาตำแหน่งสปช. โดยจัดงานเลี้ยงลงเรือรับประทานอาหารเย็นล่องแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อแสดงความยินดีกับผู้ที่เกิดเดือน ก.ย. มีการมอบช่อดอกไม้ให้ สปช.สายทหารที่ได้เลื่อนยศจาก พล.ท. เป็น พล.อ. 4 คน และมีการร้องเพลงสังสรรค์ โดยให้ตัวแทนของแต่ละคณะ กมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 ด้าน ส่งตัวแทนมาคณะละ 1 คน แต่มีบางส่วนไม่มาร่วมงาน เนื่องจากติดภารกิจ และบางส่วนที่ลงมติสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ อาจไม่เดินทางมาร่วมงาน เพราะยังทำใจไม่ได้ ส่วนนายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธาน สปช. และ น.ส.ทัศนา บุญทอง อดีตรองประธาน สปช.ตอบรับว่าจะมาร่วมงาน แต่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่ยืนยันว่าจะมาลงเรือด้วยหรือไม่

    200 ชีวิตคึกลงเรือล่องเจ้าพระยา

    เวลา 18.30 น. ที่ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อาทิ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธาน สปช. น.ส.ทัศนา บุญทอง อดีตรองประธาน สปช. นายดิเรก ถึงฝั่ง นายอลงกรณ์ พลบุตร นายประสาร มฤคพิทักษ์ และ สปช.กว่า 200 คน ในชุดลำลอง ทั้งฝ่ายที่รับร่างรัฐธรรมนูญและไม่รับร่างฯ นัดลงเรือแกรนด์เพิร์ลล่องแม่น้ำเจ้าพระยาในงานจัดเลี้ยงอำลาตำแหน่งภายหลังสิ้นสภาพ สปช. ที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ไปถึงสะพานพระราม 8 โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยสปช.กลุ่มรับร่างรัฐธรรมนูญบางคนกล่าวแซวกลุ่มอดีต สปช.ที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญซึ่งนั่งรวมกลุ่มก่อนขึ้นเรือว่า เป็นว่าที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้ รวมถึง สปช.ที่เป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมด้วย อาทิ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช พล.ท.นคร สุขประเสริฐ นายประชา เตรัตน์ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ เข้าร่วมแต่ขาดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯ ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมงาน ทั้งที่แจ้งรายชื่อว่าจะเดินทางมาร่วมงาน

    เผยนายกฯให้ยึดร่างเดิมเป็นธงนำ

    พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีต กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ได้มีโอกาสคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ถึงการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายกฯบอกว่าไม่เป็นไร ที่ สปช.ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นแค่เฟสแรก แต่อยากให้ใช้ร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไปเป็นร่างหลักแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อทำเป็นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ออกมา

    โผบิ๊ก มท.ลงตัวจ่อคลอด

    อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.15 น. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเสนอบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าสู่ที่ประชุม ครม.ว่า ได้เสนอไปแล้ว แต่ไม่ทราบว่าวันที่ 8 ก.ย. เรื่องจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม.หรือไม่

    ดัน “อภิชาติ” ผงาดขึ้นอธิบดี พช.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 8 ก.ย. กระทรวงมหาดไทยจะเสนอรายชื่อแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวนกว่า 60 ตำแหน่ง โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจ เช่น นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.พิจิตร เป็น ผวจ.ปทุมธานี นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.อ่างทอง เป็น ผวจ.เชียงใหม่ นายชูชาติ กีฬาแปง ผวจ.พะเยา เป็น ผวจ.พิษณุโลก นายประยูร รัตนเสนีย์ ผวจ.พังงา เป็น ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.ชัยภูมิ เป็น ผวจ.นครราชสีมา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.กระบี่ เป็น ผวจ.สงขลา นายดลเดช พัฒนรัฐ รองอธิบดีกรมการปกครอง เป็น ผวจ.ยะลา นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.ภูเก็ต เป็น ผวจ.นนทบุรี นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.สกลนคร เป็น ผวจ.เชียงราย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็น ผวจ.สุราษฎร์ธานี นายชยาวุธ จันทร ผวจ.มหาสารคาม เป็น ผวจ.อุดรธานี นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง เป็น ผวจ.จันทบุรี นายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.จันทบุรี เป็น ผวจ.ลำปาง ส่วนผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่ได้ออกเป็น ผวจ. เช่น นายวิชิต ชาตไพสิฐ นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ นายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ

    รอง ผวจ.ขึ้นแท่นลอตใหญ่

    นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ รอง ผวจ.สมุทรสาคร เป็น ผวจ.สมุทรสาคร นายภคพงศ์ ทวิพัฒน์ รอง ผวจ.สระบุรี เป็น ผวจ.ชัยนาท นายภานุ แย้มศรี รอง ผวจ.นนทบุรี เป็น ผวจ.เลย นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ รอง ผวจ.พิจิตร เป็น ผวจ.พิจิตร นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม รองอธิบดีกรมการปกครอง เป็น ผวจ.มุกดาหาร หรือผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายชาญนะ เอี่ยมแสง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็น ผวจ.ตราด นายสนิท ขาวสอาด รอง ผวจ.ศรีสะเกษ เป็น ผวจ.เพชรบุรี นายสิทธิชัย ศักดา รอง ผวจ.นราธิวาส เป็น ผวจ.นราธิวาส นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ รอง ผวจ.นครสวรรค์ เป็น ผวจ.อุตรดิตถ์ นายวินัย วิทยานุกูล รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็น ผวจ.กาฬสินธุ์ นายสุทธา สายวาณิชย์ รอง ผวจ.ตาก เป็น ผวจ.แม่ฮ่องสอน นายจำเริญ ทิพยพงศ์ธาดา รอง ผวจ.นครปฐม เป็น ผวจ.ภูเก็ต

    ปล่อยสิงห์แดงเฒ่าออกจากกรง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การย้าย ผวจ.จังหวัดใหญ่ครั้งนี้ พบว่ามี ผวจ.สิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ เช่น นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ นายประยูร รัตนเสนีย์ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม นายชยาวุธ จันทร ส่วนที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ที่เป็นสิงห์ดำ เช่น นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ นายภคพงศ์ ทวิพัฒน์ นายภานุ แย้มศรี นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม สำหรับผู้ที่จบคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่ได้ขึ้นจังหวัดใหญ่ มีนายสุรชัย ขันอาสา นายวิเชียร จันทรโณทัย นายสมศักดิ์ จังตระกุล และผู้ที่ได้ขึ้น ผวจ. มีนายชาญนะ เอี่ยมแสง นายสนิท ขาวสอาด นายสิทธิชัย ศักดา นายสุรศักดิ์ เจริญศิริ-โชติ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นรอง ผวจ.ที่มีอาวุโส 5 ปี ถือว่าอยู่ในตำแหน่งรอง ผวจ.มายาวนานกว่าสิงห์ดำบางคนที่อยู่ในตำแหน่งรอง ผวจ. 2 ปีกว่า ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผวจ.แล้ว

    แจ้งจับผู้เกี่ยวข้องถอดยศ “ทักษิณ”

    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายธนเดช พ่วงพูล ทนายความ ประธานชมรมนักกฎหมายพิทักษ์ผลประโยชน์รัฐ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ผ่าน พ.ต.อ.ยุทธพล กองแก้ว ผกก.กม.ตร.นายตำรวจเวรอำนวยการ เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถอดยศนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายธนเดชกล่าวว่า การถอดยศต้องเป็นไปตามมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ที่บัญญัติว่าการถอดยศหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการเท่านั้น แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ หัวหน้า คสช.กลับอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวโดยไม่บังควร เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112

    ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าว แต่หากดำเนินการช้าก็ว่าถ่วงเวลา พอทำสำเร็จก็หาว่ากลั่นแกล้ง คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว หาคำตอบและข้อยุติตามที่มีผู้ร้องเรียนและข้องใจแล้วครบถ้วน จึงเลี่ยงไม่ได้

    เปิดรับสรรหาตุลาการศาล รธน.

    เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารรัฐสภา 2 มีการ ประชุมคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทนนายสุพจน์ ไข่มุกต์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และสังคมศาสตร์อื่นๆ ที่พ้นจากตำแหน่ง ตามวาระเมื่อวันที่ 31 ส.ค. โดยที่ประชุมกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ 3 คนคือนายดิเรก อิงค-นินันท์ ประธานศาลฎีกา นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีมติเลือกนายดิเรกเป็นประธานคณะกรรมการสรรหา โดยผู้มีคุณสมบัติสมัครเข้ารับคัดเลือกได้ในเวลาราชการตั้งแต่วันที่ 8-14 ก.ย. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา 2 ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ชั้น 1 อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ

    ครม.ถกจ่ายเยียวยาม็อบปี 56–57

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ก.ย.ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)จะพิจารณามาตรการการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ในช่วงระหว่างปี 56-57 ส่วนกรอบเยียวยาผู้เสียชีวิตจะได้รับการเยียวยา 4 แสนบาท แต่วงเงินรวมไม่ทราบ เนื่องจากไม่รู้ว่ามีผู้ได้รับผลกระทบกี่คน

    “บิ๊กตู่” ขาเดี้ยงเปิดตลาดสินค้าจีไอ

    เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงาน “ย่านธุรกิจสร้างสรรค์และสินค้าจีไอ” ที่เปิดแสดงและจำหน่ายสินค้าคุณภาพดีจากย่านธุรกิจสร้างสรรค์ โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ มีรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ร่วมงาน โดยนายกฯได้จับสลากมอบรางวัลจักรยาน 1 คันให้ประชาชนผู้โชคดีที่ส่งคูปองชิงโชค พร้อมเซ็นชื่อที่จักรยานให้เป็นที่ระลึก จากนั้นนายกฯได้พารัฐมนตรี คณะทูตานุทูต เดินเยี่ยมชมบูธต่างๆ เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงที่นายกฯเดินมีอาการเจ็บเข่าข้างขวาอย่างเห็นได้ชัด ต้องสวมอุปกรณ์ประคองเข่า (ซัพพอร์ตเข่า) โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยพยุงนายกฯระหว่างเดินขึ้นและลงเวที รวมถึงช่วงที่ก้าวขึ้นนั่งในรถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ภารกิจการประชุมนายกฯทั้งหมดได้ใช้ตึกไทยคู่ฟ้าประชุมเพียงแห่งเดียว งานช่วงบ่ายเดิมต้องเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่ตึกสันติไมตรี ต้องเปลี่ยนมาเป็นบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาดูอาการนายกฯถึงทำเนียบรัฐบาล

    ประชดเจ็บเข่าเพราะโง่เตะตัวเอง

    จากนั้นเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าว กระเซ้ากับผู้สื่อข่าวถึงอาการเจ็บเข่าว่า “ไปเตะคนมา เตะตัวเองมา โง่ไง เตะขาเล่น โง่ไงเข้ามายืนทำไม เข้ามาทำไมโง่หรือเปล่า เมื่อวานไปเตะขั้นบันไดมานิดหน่อย เป็นเพราะรีบเดิน ก็รีบเดินมาทำงานนี่แหละ ผมทำงานทุกวัน นักการเมืองมันเคยมาทำงานเช้าแบบผมทำหรือเปล่า อยู่ทำเนียบฯทั้งวันหรือเปล่า ไปเยี่ยมประชาชนไปเยี่ยมกันที่ไหน ไปเยี่ยมกันบ้างหรือเปล่า” เมื่อถามว่า นายกฯ ยังสู้อยู่ใช่ไหม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ฉันไม่ได้สู้นะ แต่ฉันสู้กับความเลวไม่ได้สู้กับใคร ส่วนความเลวยังมีอยู่เยอะหรือไม่ สื่อก็ต้องไปหาเอง”

    “ปชต.ใหม่” ขึ้นป้ายต้าน คสช.

    เวลา 17.20 น. ที่บริเวณลานสกายวอล์กสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ว่า จะมีการติดป้ายผ้าแสดงการต่อต้าน คสช.ที่บริเวณหน้าหอศิลปและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ ม.พัน. 1 รอ. แต่เมื่อไปถึงพบนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรม– ศาสตร์ พร้อมนักศึกษาแนวร่วมเอ็นดีเอ็มอีก 4 คน นำป้ายผ้าขนาดใหญ่ มีข้อความว่า “หยุดสืบทอดอำนาจ” พร้อมภาพประกอบรถถังบนพานรัฐธรรมนูญ นำมาแขวนบนทางเดินสกายวอล์กหน้าหอศิลป์ สร้างความสนใจให้ประชาชนผู้สัญจรผ่านไปมา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยหอศิลป์ ได้แจ้งตำรวจ สน.ปทุมวัน มาปลดป้ายดังกล่าวออก

    “ทักษิณ” เย้ยเด็กๆทำแต่เรื่องเล็ก

    วันเดียวกัน มีการเผยแพร่คลิปนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พูดคุยกับเครือข่ายคนเสื้อแดงในต่างประเทศผ่านโซเชียลมีเดีย เรื่องการถอดยศว่า “เกือบ 10 ปีมาแล้ว คนลืมผมไปเยอะแล้ว คราวก่อนเรื่องพาสปอร์ต มาคราวนี้ก็ถอดยศจะเอาเครื่องราชฯคืน วิธีคิดเขากับผมมันไม่เหมือนกัน เขาอาจติดยึดมองว่ายศนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ผมคิดว่าเมื่อเป็นยศพระราชทาน ถึงแม้ว่าเราไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ก็ต้องใช้เพื่อแสดงความจงรักภักดี ในสากลเขาไม่ใช้ยศ แต่การใช้แสดงถึงความจงรักภักดีเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นอยากใช้ก็ต้องใช้ ในเมื่อไม่ให้ใช้ก็ไม่ว่ากัน ไม่ได้ติดยึด พอมาเป็นนายกฯ เขาเสนอให้เป็น พล.อ. เป็น พล.ต.อ.ก็ไม่เอา คนที่จะโกรธแทนผม อย่าไปโกรธ เป็นเรื่องขำ ผมมองพวกนี้เป็นเด็ก ตำแหน่งใหญ่แต่พฤติกรรมเหมือนเด็ก เรื่องอะไรก็ไม่รู้ เรื่องใหญ่ๆไม่ทำ เรื่องสำคัญของบ้านเมืองความเดือดร้อนของประชาชนไม่ทำ ทำแต่เรื่องเล็กๆเอามาเป็นผลงาน แล้วแสดงเอาหัวใจความรักชาติของตัวเองมาผูกขาดรักชาติคนเดียว คนอื่นไม่รัก มันก็รักกันทุกคน”

    ฉะปรองดองกลายเป็นล้างเผ่าพันธุ์

    นายทักษิณระบุต่อว่า “ความรับผิดชอบผู้นำต้องเอาบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ตอนปฏิวัติตอนแรกบอกจะปรองดอง ตอนนี้เป็นการล้างเผ่าพันธุ์ ล้างไม่หมดหรอก ล้างหมดภาคใต้ต้องหมดไปนานแล้ว เราคนไทยด้วยกันพูดภาษาเดียวกัน ทำไมไม่พูดกัน พูดกันง่ายกว่าปราบ เพราะปราบเอาไม่อยู่หรอก ผมเป็นคนพูดรู้เรื่อง ทำไมไม่พูด เหยียบมันทีสองที เหยียบแม่โป้งที เหยียบขาทีดูมันจะร้องไหม ผมก็ไม่ร้องแต่ขำ อยากเหยียบอีกเหยียบมาเลย ตอนนี้ร้องเพลงเบิร์ด สบาย สบาย เราอยู่ต่างแดนทำนายชีวิตตัวเองได้ เพราะกติกาเขาชัดเจน เขาไม่มองว่าสีอะไร เขาด่าเราแทบเป็นแทบตายบอกชอบแล้ว แต่พวกเราหมิ่นนิดเดียวเอาเข้าคุกไม่รอลงอาญา มันไม่ปรองดองสักระบบ แล้วเมื่อไหร่จะจบ”

    อัดหลงยุค ทำคนเป็นหุ่นยนต์

    นายทักษิณระบุด้วยว่า “วันนี้ประเทศไทยแค่สามัคคีอย่างเดียวยังสู้ต่างประเทศไม่ได้ เพราะเราทำให้การเมืองอ่อนแอมาตลอด แล้วเมื่อไหร่บ้านเมืองจะมีความต่อเนื่องในการพัฒนา วันนี้ประเทศไทยไม่คิดเรื่องอนาคต คิดแต่ประวัติศาสตร์ และจะทำมนุษย์ 60 ล้านคนเป็นหุ่นยนต์ด้วยค่านิยม 12 ประการ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกต้องการความสวยงามของความหลากหลายทางความคิด วันนี้เชื่อผู้นำก็ลากชาติลงคลอง จุดอ่อนวันนี้คือ ไม่อยู่กับอนาคต โลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เราเกิดมาจนไม่ใช่ความผิดของเรา ถ้าเราตายจนเป็นความผิดของเรา แต่ถ้าเราไม่อยากตายจน แต่ตายจน เป็นความผิดของรัฐบาล เพราะไม่สามารถเปิดโอกาสให้ประชาชนพ้นจากความยากจนได้ คำว่าโอกาสเป็นสิ่งสำคัญของทุกประเทศ รัฐบาลหากไม่สร้างโอกาสให้กับประชาชน เขาจะอยู่ได้อย่างไร”

    คืนตำแหน่ง “ขวัญชัย–ชูศักดิ์”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และนายชูศักดิ์ ตั้งศิริไพบูลย์ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ปราจีนบุรี (ผอ.ทสจ.) กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม โดยมีผลทันที หลังจากเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. หัวหน้าคสช. มีคำสั่งที่ 19/2558 อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ระงับการปฏิบัติราชการในตำแหน่งเดิมเป็นการชั่วคราว ไปประจำสำนักงานปลัดกระทรวงที่สังกัด เพื่อรอผลการสอบสวนข้อกล่าวหาพัวพันการทุจริตโครงการการจัดซื้อจัดจ้างพิเศษไม้ไผ่กันคลื่น ซึ่งผลการสอบสวนไม่สามารถชี้ชัดได้ตามมูลข้อกล่าวหา และต้นสังกัดกระทรวงมหาดไทยยุติเรื่องแล้ว โดยทั้งสองคนจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ต.ค. จึงให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม เพื่อความเป็นธรรม

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ล้างเผ่าพันธุ์ถอดยศทักษิณ ชินวัตรสภาปฏิรูปแห่งชาติร่างรัฐธรรมนูญไม่รับร่างรัฐธรรมนูญวิษณุ เครืองาม

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้