ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ร่างรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป

    ลม เปลี่ยนทิศ8 ก.ย. 2558 05:01 น.
    SHARE

    ในที่สุด ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ ที่บัญญัติให้ อนาคตประเทศไทยมีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเผด็จการค่อนใบ มีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิ ก็ถูก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ลงมติคว่ำไปเรียบร้อย ด้วยคะแนนเสียง 135 ต่อ 105 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ต้องแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ 21 คนภายในเวลา 30 วัน

    ที่น่าเซอร์ไพรส์ก็คือ สปช.ที่เป็นบิ๊กทหารส่วนใหญ่โหวตค้าน เช่น พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ เป็นต้น แม้แต่ พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญและโฆษก ก็ยัง“งดออกเสียง” ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

    การโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น ผลงาน สปช. 135 คนที่คิดเอง หรือ รับการล็อบบี้จากใคร ก็ถือว่าได้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินระดับหนึ่ง เป็นการส่งเสียงให้ได้ยินว่า เสียงส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยในอนาคตเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ แม้จะต้องการให้บ้านเมืองสงบ ไม่ต้องการนักการเมืองขี้โกงก็ตาม เพราะ วิธีการคัดเลือกคนดีเข้าไปมีอำนาจในบ้านเมืองยังมีอีกหลายวิธี วิธีประชาธิปไตยครึ่งใบ ถ้าเลือกได้คนดีก็ดีไป ถ้าได้คนไม่ดีมา บ้านเมืองก็อันตรายยิ่งกว่า

    เมื่อร่างรัฐธรรมนูญตกไป ประเด็นที่เสนอให้รัฐบาลนี้อยู่ปฏิรูปประเทศต่อไปอีก 2 ปีค่อยเลือกตั้ง และประเด็นตั้งรัฐบาลปรองดองก็พลอยตกไปด้วย

    ก็ต้องยอมรับว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไป เรื่องดีก็มีพอสมควร แต่เรื่องไม่ดีมีมากกว่า เสียง สปช.ส่วนใหญ่จึงไม่เห็นด้วย ปล่อยให้ตกใน สปช.ไปก่อน ยังดีกว่าปล่อยให้ออกไปทะเลาะกันทั่วประเทศในช่วงการออกเสียงประชามติ

    แม้จะถูกคว่ำใน สปช.แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ยังไม่ตายแค่สลบไปชั่วคราวเท่านั้นเอง เมื่อมีการตั้ง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 180 วัน คณะกรรมาธิการยกร่างชุดใหม่ อาจปลุกผี ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ เอามาตกแต่งหน้าตาเสียใหม่ แล้วส่งไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติเลย ไม่มีขั้นตอนกลั่นกรองก่อน เพราะมีหลายนโยบายที่มาจากแม่น้ำต้นสาย ไม่ว่าจะเป็นคณะยกร่างชุดไหน ก็คงต้องร่างตามแนวนี้ทั้งสิ้น

    ประเด็นที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ถูกคว่ำ ก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันเดิมๆแต่ไม่ยอมแก้ไข เช่น ส.ว.ลากตั้ง ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การเลือกตั้ง ส.ส.ระบบสัดส่วน เพื่อบังคับให้มี รัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ทำให้บ้านเมืองอ่อนแอ การเปิดทางให้มี นายกรัฐมนตรีคนนอก ที่สำคัญที่สุดคือ บทบัญญัติว่าด้วย คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ที่ให้อำนาจเหนือรัฐสภาเหนือรัฐบาล

    จากนี้ไปก็ต้องมองหา ประธานยกร่างรัฐธรรมนูญคนใหม่ ใครจะเหมาะสมที่สุด

    เหลียวหน้าแลหลังวันนี้ ผมก็เห็นอยู่ 2 คนเท่านั้นที่เข้าขั้นระดับเกจิมือกฎหมาย และมีประสบการณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญไม่แพ้ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็คือ คุณมีชัย ฤชุพันธ์ุ นักร่างรัฐธรรมนูญระดับซุปเปอร์อ๋อง และ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายที่สามารถเขียนกฎหมายให้พลิ้วไหวได้

    ในความเห็นของผมคิดว่า ดร.วิษณุ เครืองาม น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะเป็นรองนายกฯ เป็นหนึ่งในแม่น้ำ 5 สายอยู่แล้ว และเป็นผู้ประสานงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลมาโดยตลอด รู้จุดแข็งจุดอ่อนของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดี ถ้าตั้ง ดร.วิษณุ เครืองาม เป็น ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคนใหม่ ทุกอย่างจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แค่นำร่างรัฐธรรมนูญเก่ามาตัดต่อพันธุกรรมเสียใหม่ ก็อาจใช้ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปคิดร่างใหม่

    ด้วยฝีมือของ ดร.วิษณุ เครืองาม ร่างรัฐธรรมนูญอาจผ่านประชามติไปได้อย่างสบายก็ได้ แต่ถ้าไม่ผ่านก็ต้องยกร่างใหม่ไปเรื่อยๆ เหน็ดเหนื่อยก็คือประเทศไทยและคนไทย

    แต่ไม่ว่าจะคว่ำหรือร่างใหม่อีกกี่ฉบับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็ต้องบริหารประเทศต่อไปจนกว่าจะมีเลือกตั้ง อาจต้องเหนื่อยต่อไปอีก 2–3 ปี.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศรัฐธรรมนูญ 58ประชามติประยุทธ์ จันทร์โอชายกร่างรัฐธรรมนูญคว่ำร่างรัฐธรรมนูญบวรศักดิ์

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้