วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เงี่ยหูฟัง “สัญญาณ” ไหน?

ฝุ่นตลบ บรรยากาศคล้ายๆคิวใหญ่ของนักการเมืองก็ไม่ปาน กับคิววุ่นๆในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

สไตล์ชักจะไม่แตกต่างจาก ส.ส.นักการเมืองเข้าไปทุกที

ในรายการใหญ่ ลงมติรับ–ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 6 ก.ย.นี้ ข่าวออกมามีทั้งรวมตัวกันในโรงแรมหรู จัดเลี้ยงบ้านโน้นบ้านนี้ วิ่งล็อบบี้ขอคะแนน ออกมาอัดฝ่ายตรงข้ามที่คิดเห็นแตกต่าง

ในห้วงสุดท้ายก่อนเข้าห้องประชุมลงคะแนนแบบขานชื่อโชว์ตัวเริ่มร้อนแรง

ล่าสุด วาง “เดิมพัน” สู้กันแล้ว

กับคิวของนายสิระ เจนจาคะ สปช.ฝ่ายหนุนผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เปิดแถลงข่าวพร้อมหอบเงินก้อนโต 1.7 ล้านบาท มาโชว์สื่อมวลชน ประกาศหากผลลงมติของ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

จะขอคืนเงินเดือนและสวัสดิการของ สปช.ตลอด 11 เดือนที่ผ่านมา

อีกทางก็กดดัน สปช.ฝ่ายตรงข้ามกันในที

โดยคิวนี้ยกเหตุผลประกอบที่ สปช.ต้องทำหน้าที่ให้จบ ไม่ให้เสียของ ขณะที่ข้อติติงจุดโฟกัสในเรื่องเนื้อหาการตั้ง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” หรือ คปป.

ก็เป็นกรณีของความจำเป็นในภาวะสถานการณ์พิเศษ

ที่สำคัญยกเหตุผลมาอ้าง เพื่อไม่ให้งบฯ สูญเปล่า

ถือเป็นคิวร้อนของ สปช.ฝ่ายหนุนที่ต้องปลุกกระแสสู้ ในห้วงที่คะแนนของฝ่ายต้านเริ่มตีตื้นมาตามลำดับ โดยล่าสุดมี สปช.ฝ่ายต้านหลายรายออกมาประเมินตัวเลข สปช.ที่เริ่มเห็นด้วยในการ “โหวตคว่ำ”

ประเมินกันเอง คะแนนต้านพุ่งปรี๊ดถึง 130 เสียง

นับแต้มรวม 2 ข้าง ทะลุเกินเสียง สปช.247 เสียงไปแล้ว

และแน่นอน ฝ่ายต้านยกเหตุผลมาสู้ เมื่อเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา โดยเฉพาะ คปป.ที่อาจกลายเป็นชนวนแห่งความขัดแย้งในสังคมไทย จึงควรทำแท้งก่อนคลอดจากมดลูก สปช. แล้วยกร่างปรับปรุงจุดที่มีปัญหา

ดีกว่าลากกันไปคว่ำในการสอบถามประชาชน เปลืองงบฯ จัดประชามติ 3–4 พันล้านบาท

ต่างฝ่ายต่างสู้ในปม “เปลืองงบฯ” ต่างกันที่ “สูญเปล่า” ในชั้น สปช.หรือประชามติ

คิวนี้ก็คงแล้วแต่ “ผู้คอนโทรลเกม” จะเคาะ

ในโค้งสุดท้ายเอาเข้าจริงก็ยังเป็นแค่ต่างฝ่ายต่างอ้างสัญญาณใคร–สัญญาณมัน และการปั่นโปรไฟล์ โชว์ฟอร์มให้ “เข้าตา” ในเดิมพัน “ไปต่อ” ลุ้นโควตาในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

โดยกลุ่มหนึ่งก็อ้าง “สัญญาณพี่ใหญ่” ขณะที่อีกกระแสก็ว่ามี “ซิก” จากผู้นำ

“จุดรับคลื่น” กระจายสัญญาณเกลื่อน “เงี่ยหู” ฟังกันเมื่อยเลย

ตามรูปการณ์ก็น่าจะเข้าตำราเดิม ซ้ำรอยในห้วงจัดแถวกองทัพ สตช.จัดทัพ ครม.ในทำนอง

“พี่–น้อง บูรพาพยัคฆ์” คิดต่างเห็นต่างอีกแล้ว

มองเป็นอื่นไม่ได้ “ 2 บิ๊กห้องเครื่องอำนาจพิเศษ” อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม

ฝ่ายหนึ่งสั่งหนุน อีกฝ่ายสั่งคว่ำ

หากประเมินท่าทีของ “บิ๊กตู่” ทางหนึ่งก็ยืนยันจะเดินไปตามโรดแม็ป รัฐธรรมนูญชั่วคราว ไม่พลิ้วเลือกตั้ง เหมือนเป็นสัญญาณไฟเขียว แต่อีกทางก็ออกลูกกั๊ก “ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ร่างกันใหม่”

“บิ๊กตู่” ยังอุบไต๋ ไม่ให้อ่านทางกันถูก

เหนืออื่นใด เซียนการเมืองมองว่าคิวนี้อาจไม่ถึงขั้น พี่–น้องเดินมาถึง “ทางแยก” ในธีมเดียวกับบิ๊กค่าย ปชป.กับขาใหญ่ กปปส. แต่น่าจะออกทำนองอำนาจพิเศษ “ตีสองหน้า” เล่นไพ่หลายใบเสียมากกว่า

ในห้วงต้องตัดสินใจกับการวางหมาก มีหลายสูตรให้เลือกเล่น

ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องอยู่แล้ว

ในห้วงที่มีทั้ง “ตัวช่วย” อย่าง “ทิดเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ บิ๊ก กปปส.ออกมาหนุนร่างรัฐธรรมนูญเต็มตัว ถ่วงน้ำหนักกับฝ่ายต้าน พรรคการเมือง นักวิชาการฝ่ายคัดค้าน

ที่สำคัญต้องอ่าน “คลื่นแทรก” สัญญาณต้านจาก “คนแดนไกล”

ประเมินภาพรวมข้ามช็อต แรงต้านหนักหน่วงแค่ไหน แรงกระเพื่อมในชั้นประชามติ “เอาอยู่–ไม่อยู่”

ก่อนกดปุ่มคอนโทรล “คว่ำ–ไม่คว่ำ”.

ทีมข่าวการเมือง

4 ก.ย. 2558 03:39 4 ก.ย. 2558 03:39 ไทยรัฐ