วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ทันเริ่มก็ขัดแย้งเสียแล้ว

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปรองดอง ฝีมือ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นักร่างรัฐธรรมนูญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.หวังจะนำไปปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่รวมทั้งการสร้างความปรองดองสองพรรคการเมืองใหญ่ แต่ยังไม่ทันจะลงมติใน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่จะมีขึ้นในวันมะรืนนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปรองดอง ก็สร้าง “ความขัดแย้ง” ไปทั่วแล้ว จนไม่รู้ว่าในอนาคตจะพาบ้านเมืองไปรอดหรือไม่

ไม่เพียงสองพรรคการเมืองใหญ่คู่ขัดแย้งหลัก เพื่อไทย และ ประชาธิปัตย์ จะไม่เห็นด้วย สวนทางกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.ที่สนับสนุนเต็มที่

แม้แต่ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็แตกเป็นสองฝ่าย วันวาน คุณบุญเลิศ คชายุทธเดช สปช.ฝ่ายค้าน ออกมาแถลง เรียกร้องให้สมาชิก สปช.โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะหากปล่อยให้ผ่านออกไปสู่การทำประชามติ จนมีผลใช้บังคับ อาจสร้างปัญหาจนเกิดวิกฤติอีกครั้ง จึงควรหยุดร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้ก่อน เพื่อทบทวนให้รอบคอบปรับแก้ให้สมบูรณ์จนทุกฝ่ายยอมรับ จะเกิดประโยชน์มากกว่า

คุณบุญเลิศ แถลงว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับจากหลายฝ่าย การผ่านมติของ สปช. ควรจะผ่านแบบเอกฉันท์ หรือค่อนข้างเอกฉันท์ มิฉะนั้นจะเกิดคำถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญดีจริงหรือไม่ ก็ถือเป็นเหตุผลที่น่ารับฟัง

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เพียงสมาชิก สปช.ผู้ลงมติจะแสดงความเป็นห่วง กกต.คณะกรรมการเลือกตั้ง ก็แสดงความเป็นห่วง คุณบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ได้ประชุมสรุปปัญหาเชิงวิชาการว่า

เมื่อ มาตรการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ผสมกับ การเลือกตั้งแบบเยอรมัน ยังอยู่ สร้างปัญหาให้ กกต.อย่างมาก กกต.จะต้องเข้ามาคำนวณคะแนนบัญชีรายชื่อผสม แม้จะคำนวณถูกต้องอย่างไร นักการเมืองพรรคใหญ่ก็จะหาข้ออ้างว่าผิด ประชาชนที่หวังจะได้พรรคที่ตนต้องการ แต่ไม่ได้ จะก่อให้เกิดผลที่ตามมาทีหลัง เช่น การประท้วงต่างๆ ถ้ารัฐธรรมนูญผ่าน จะเป็นปัญหาที่ต้องนำมาคิดกันอีกรอบแน่นอน

ข้อขัดแย้งใหญ่อีกประเด็นก็คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ หรือ คปป. ที่ทำหน้าที่เป็น ซุปเปอร์รัฐบาล มีอำนาจเหนือรัฐบาล เหนือรัฐสภา ซึ่งจะมาควบคุมรัฐบาลเรื่องการปฏิรูปและการปรองดอง ทำงานควบคู่ไปกับรัฐบาลเป็นเวลา 5 ปี แต่มีอายุมากกว่ารัฐบาล 1 ปี เท่ากับว่าซุปเปอร์รัฐบาลชุดนี้จะอยู่คาบเกี่ยว 2 รัฐบาล

เมื่อ คปป.มีอายุครบ 5 ปีแล้ว สามารถต่ออายุได้อีก 5 ปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 โดย ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง 5 หมื่นคน คณะรัฐมนตรี หรือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ เสนอให้มีการ ออกเสียงประชามติ เพื่อให้บทบัญญัติในภาคนี้คงใช้บังคับต่อไป หรือ รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ให้บทบัญญัตินี้ใช้บังคับต่อไป ซึ่งไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่รัฐสภามีมติ

ตีความตามมาตรา 258 คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ น่าจะมีอายุไม่จำกัด เมื่อครบ 5 ปี ก็สามารถขอให้มีการออกเสียงประชามติให้อยู่ต่อไปได้ หรือให้รัฐสภาลงมติเสียงข้างมากให้อยู่ต่อไปก็ได้ ความไม่ชัดเจนของบทบัญญัตินี้ จะยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น

แม้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปรองดอง ที่ เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ฉบับนี้ จะมีปัญหามากมายก็ตาม ผมก็ยังเชื่อว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติจะลงมติรับรองอย่างท่วมท้น เพราะ คสช.ตั้งให้มายกมือผ่านรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เห็นชอบคงมีส่วนน้อย

แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ วันออกเสียงประชามติ จะราบรื่นไม่เกิดการประท้วงหรือไม่

ความจริง หัวใจ ของ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ยืนยันว่า จำเป็นต้องมี เพื่อแก้สถานการณ์ประเทศติดล็อก เดินหน้าไม่ได้ ลาออกก็ไม่ลาออกอย่างที่ผ่านมา และยืนยันว่า อำนาจ คปป.ไม่ได้ทับซ้อนกับรัฐบาล จะมีอำนาจเมื่อเกิดสถานการณ์ และเข้ามาแก้ปัญหาความรุนแรง ก็ต้องสรุปตามเพลงทหารเรือไทย อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไป.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

3 ก.ย. 2558 11:46 3 ก.ย. 2558 11:46 ไทยรัฐ